การรู้รูปนามด้วย อาการ ลิงค นิมิต ในปฏิจจสมุปบาท.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.95 KB
วันที่แก้ไข15 สิงหาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

การรู้รูปนามด้วย อาการ ลิงค นิมิต ในปฏิจจสมุปบาท _พ่อครูว่า... เรามาไล่ดู ปฏิจจสมุปบาท 11 อวิชชา สังขารวิญญาณนามรูป อายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ สัญชาติ โอกกันติ นิพพัตติ อภินิพพัตติ ชรา มรณะ โศก ปริเทว ทุกข โทมนัส อุปายาสะ เด็กๆ ตั้งใจฟังดีๆนะ หลวงปู่จะอธิบายง่ายๆให้ฟัง

อวิชชา เป็นตัวไม่รู้เป็นตัวโง่ๆ อวิชชาคือความโง่ และมีปัจจัยโง่ๆตามมา เหตุปัจจัยมันมี 2 อย่างคือตัวหนึ่งกับอีกตัวหนึ่งทำงานร่วมกันเรียกว่าเหตุกับปัจจัย มันเนื่องกันต่อกัน เป็นเหตุเป็นปัจจัย ทำปฏิกิริยาต่อกันสัมพันธ์กันเกี่ยวเนื่องกัน เพราะฉะนั้นคนเรานี้ อวิชชา คือ คนยังไม่รู้ ยังไม่เดียงสา ยังไม่มีความเข้าใจ ยังไม่ฉลาดพอ ไม่มีความรู้ มันไม่มีความรู้มาก่อนกันทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นที่ไม่ได้ศึกษากันอย่างถูกต้องอย่างจริงเลย มันไม่มีวันจะรู้หรอก รู้ก็เดาๆไป ตามที่ได้ยินได้ฟังมาต่างคนต่างเดาไปเยอะ เสร็จแล้วก็ได้เป็นครูเป็นอาจารย์ อธิบายตามที่ตัวเองรู้มันก็เลยเลอะเทอะมากที่สุด เพราะฉะนั้น อวิชชา เป็นตัวต้นความไม่รู้เป็นต้น มาทำตัวนี้ให้ค่อยๆรู้ๆไปตามลำดับๆ ตัวที่ 1 ไม่รู้ ไม่รู้อันแรกเลยที่ท่านให้ศึกษาคือ สังขาร คำว่า สังขาร หมายความว่าสภาพที่มันมีตั้งแต่ 2 ตั้งแต่ธาตุ 2 ธาตุเป็นธรรมะ 2 ธรรมะ สิ่ง 2 สิ่ง และมันต้องเกี่ยวกับนามธรรม ปฏิจจสมุปบาท ไม่ใช่สิ่ง 2 สิ่งคือ ไฟฟ้า บวกกับลบ ไม่ใช่ มันต้องมีรูปกับนาม สิ่งหนึ่งคือรูป หมายถึงสิ่งที่ถูกเราสัมผัสได้รู้ ตาเห็นก็คือ ถูกรู้ก็คือเห็นอันนั้น ตาเห็นหนังสืออันนี้ มันก็เป็นรูปให้เห็นเป็นหนังสือ ทางวิทยาศาสตร์ก็คือแสงตกกระทบวัตถุแล้วสะท้อนมาที่ม่านตา Retina ฉายภาพไปให้ประสาทรับรู้ รู้รูปนี้ที่ม่านตา ตัวรู้นั่นแหละคือนามธรรม คือธาตุรู้ ธาตุ

อ่านต่อ

รู้นี้ก็แยกไปเยอะ ที่ท่านให้ไปศึกษาธาตุรู้ก็มี 5 อย่างคือ เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ นี่คือนามธรรม 5 ที่ท่านให้ศึกษากับรูป 28 อยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม 16 พระสูตรแรกเลย ท่านตรัสถึงปฏิจจสมุปบาท ท่านก็แยก นามรูป และเวลาเรียนแล้ว เวลาจะศึกษา เวลาจะเรียนแล้วถึงจะรู้ ข้อสำคัญที่ย้ำมากมาย คือรูปกับนามต้องมีสัมผัสกัน สัมผัส 1 สัมผัสภายนอก ตาสัมผัสภายนอก จมูกลิ้นกายเรียกว่า โผฏฐัพพะ สัมผัสภายนอกต้องสัมผัสจึงจะเกิดสิ่งจริงให้รู้ ไปหลับตาปิดทั้ง 5 ทวาร ไม่ได้ใช้งานตาหูจมูกลิ้นกายเลย ปิดหมด ไปรู้แต่ข้างใน คุณก็รู้อยู่แค่นั้น อยู่แต่ในการรู้จิตในจิตนิดเดียว ทั้งที่มันมีการรู้ตั้ง 6 ทวารรู้ คุณทิ้งไป 5 รู้ แล้วคุณก็คิดว่าคุณจะรู้หมดจะรู้จบ มันเป็นการเพ้อพกมันเป็นการสำคัญผิดแท้ๆ มันเป็นไปไม่ได้ การรู้ของพระพุทธเจ้านั้น 5 รู้ข้างนอก ตากระทบรูปแล้วก็เรียนรู้ทั้งทั้งที่ตาไม่ได้หลับเลยตลอดเวลา รู้แล้วก็เข้าใจแยกแยกกิเลสให้ได้แล้วก็ทำให้กิเลสมันลดลง ปฏิบัติจนมีพลัง วิมุตติญาณทัสสนะ ทำให้กิเลสมันดับไปเลย กิเลสดับหรือกิเลสยังไม่ดับก็แล้วแต่ เมื่อใดก็ได้ปฏิบัติ ฌาน 1 ,2 ,3 ,<4 จนอเนญชา คุณพอลืมตาสัมผัสอยู่นั่นแหละคุณไม่ได้ไปหลับตา กิเลสมันหมดไปก็ลืมตา สู่แดนธรรม... ผมเคยถูกสอนมา ถ้าไปลืมตาเห็นรูปจิตมันจะไม่สงบ พ่อครูว่า... ก็ถูกแล้ว ถึงต้องพยายามเอากิเลสเหตุแห่งความไม่สงบออกไป อันนี้กิเลสจริง ไปหลับตามันไม่ได้กิเลสจริง หลับตาได้แล้วสงบไปเพราะเป็นของเก๊ของง่าย ของปลอมๆ ของง่ายๆมักง่าย เป็นมิจฉาฌาน มิจฉาสมาธิ มิจฉาวิมุตติ อาตมาพูดแล้วก็สุดสงสารเห็นใจ ดุแรงแล้ว จนไม่แรงแล้ว ใครจะฟังก็ฟัง พูดแรงอย่างไรก็เหมือนหัวดื้อ แรกๆอาตมาก็พูดเร็วแต่ไม่แรง ต่อมาก็ค่อยๆแรงขึ้นๆ จนกระทั่งตอนนี้ก็พยายามจะเบาลงๆแล้ว ไม่ต้องไปปลุกเร้าอะไรมากมายแล้ว ไม่ต้องไปกระแทกกระทุ้งอะไรแล้ว คนไหนสนใจใส่ใจ ไม่ได้เต็มที่เหมือนฮาร์ดร็อคเรียกความสนใจ ก็อย่างนี้เรื่อยๆมาเรียงๆ ไม่ได้เรียกความสนใจด้วยเสียงดัง ลีลาอะไร ไม่ต้องแล้ว มันเมื่อยแล้ว อาตมาก็เมื่อย อย่างไรๆ ก็แล้วแต่ชาตินี้อาตมาไม่ได้เสียผล เกิดมาแล้วก็ได้รับผลได้รับประโยชน์ 650815 ตอบปัญหาผ่าปฏิจจสมุปบาท รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 50

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน