สายหลับตาหมดสิทธิ์เป็นพระอรหันต์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.79 KB
วันที่แก้ไข15 สิงหาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

สายหลับตาหมดสิทธิ์เป็นพระอรหันต์ _สู่แดนธรรม… วันนี้วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2565 ที่บวรราชธานีอโศก มีพระรูปหนึ่งถามคำถามมาว่า...ตอนนี้มีพระ ที่กำลังเป็นข่าวในสังคมคือครูบาบุญชุ่ม มีลูกศิษย์ลูกหายกย่องว่าท่านเป็นพระอรหันต์ ญาติโยมก็เลยฝากถามมาว่า ขอให้พ่อท่านช่วยแสดงความเห็นว่าท่านครูบาบุญชุ่มในสายตาของพ่อท่านนั้น ได้เข้าเขตเป็นพระอรหันต์หรือยังครับ พ่อครูว่า...อาตมาก็ขอพูดตามความจริงตรงๆเลยนะ ว่า สายสะกดจิตหรือสายหลับตา สายออกป่า มันผิดหมด มันมิจฉาทิฏฐิ จะเรียกว่าเข้าข่ายเป็นอรหันต์ไหม มันหมดสิทธิ์ที่เป็นอาริยบุคคลเลย โสดาบันก็ไม่ได้ เพราะมันไม่รู้เลย เริ่มตั้งแต่สังโยชน์ข้อที่ 1 สักกายะทิฎฐิ ยังไม่พ้นเลย กระดุมเม็ดแรกผิดไปเลย เพราะฉะนั้นมีแต่จะบานปลายออกไปใหญ่เลย เป็นปากกรวย ผิดซ้ำผิดซ้อนผิดมากไปเรื่อยๆ มันเป็นเรื่องที่น่าสงสารมากสายหลับตา พากันหลงทางจนกระทั่งบอกว่าเป็นอรหันต์ มันเพ้อลมๆแล้งๆ กัน น่าสงสารมาก อาตมาพูดด้วยความจริงใจ ในฐานะที่อาตมาเอง อาตมาทำงานจนถึงป่านนี้ ก็น่าจะฟังบ้าง 50 กว่าปีแล้ว อาตมาก็รักษาสถานะที่มีความรู้แนวนี้ สอนอย่างนี้จนกระทั่งเอาพระไตรปิฎกมายืนยัน ที่อาตมาเอาพระไตรปิฎกมายืนยันอธิบาย ประกอบไปตลอดเวลา ยืนยันว่าสิ่งที่อาตมาพาทำนั้นเป็นการบรรลุตามอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ปฏิบัติศีล ปฏิบัติอปัณณกปฏิปทา 3 จึงเกิดสัทธรรม 7 เกิดฌาน 4 เป็นฌานวิสัยของพุทธ ไม่ใช่ฌานของ เดียรถีย์ ที่มิจฉาทิฏฐิกัน เป็นมิจฉาฌาน ที่เขาไปติดไปยึดกันว่าเป็นจริง อาตมายกหลักฐาน จรณะ 15 วิชชา 8 ฌาน อย่างมีเหตุมีหลักฐาน มีที่มาที่ไป ที่จะเกิดความเป็น ฌาน …ที่ว่า ฌาน เกิดจากการหลับตาแล้วก็สะกดจิตเข้าไป แล้วเกิดฌาน โดยไปยึดติดคำว่า ฌาน คือ ภาวะที่ไม่มีนิวรณ์ 5 ดับสัญญา ดับเวทนา

อ่านต่อ

มันก็ไม่มีนิวรณ์ 5 ได้อยู่ในภพ แต่มันก็เป็นมิจฉา มันไม่ใช่ลืมตาเห็นอยู่อย่างนี้ กาม ก็ต้องมีเหตุมีปัจจัยว่า คุณก็ต้องสัมผัส กามคุณ 5 ตาคุณก็ต้องกระทบสัมผัสอยู่ หูก็ต้องกระทบสัมผัสอยู่ จมูกลิ้นกาย โผฏฐัพพะ ก็ต้องกระทบสัมผัสอยู่ มันจึงจะยืนยันว่า ขณะสัมผัสนี่แหละมันไม่มีอาการกามในเวทนาของเรา ในจิตของเรา เจโตปริยญาณ 16 มันไม่มีราคะ โทสะ โมหะ แล้วผู้ที่ทำฌานได้ ทำ นิวรณ์ 5 ดับไปได้ ลดไปได้ในขณะที่สัมผัสแตะต้อง ตาหูจมูกลิ้นกาย กามคุณ 5 มันก็ไม่มี ปฏิฆะไม่มี ยั่วยวนอย่างไรก็ไม่เกิด คือฌานวิสัย ที่ได้แล้วได้เลย ไม่ต้องไปปฏิบัติแล้วปฏิบัติอีก มันจะเกิดไปตามลำดับความเป็น ฌาน จะเจริญไป มีมรรคมีผลไปเรื่อยๆ เกิดกำจัดกิเลสด้วยอภิสังขาร 3 เรียกว่า การจัดการ หรือการปรุงแต่งจิต กระทบสัมผัสแล้วก็จัดการกับจิต ปรุงแต่งจิต เอากิเลสออก แยกกิเลสออกมา ให้เห็นด้วยปัญญา แล้วพลังงานปัญญานี่แหละ คือพลังงานฌาน ฌาน 1 2 3 4 ซึ่งเป็นพลังงานที่จะเจริญ มีอธิปไตย มีพลัง มีแรง สามารถที่จะทำให้ไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ หรือ พลังงานราคะ โทสะ โมหะ มันยอม มันสลายดับ มันสู้ไม่ได้ ซี่งฌาน จะมีปัญญาในตัว (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สู่แดนธรรม... แนวทางสัมมาปฏิบัตินั้นคือ อย่าไปคิดว่าจะต้องไม่ให้มีกิเลสถูกกระทบกระเทือน พ่อครูว่า... ไม่ต้องไปล่อไปหลอก มันกระทบสัมผัสเป็นสามัญอยู่แล้ว ก็รู้ให้ทัน ชาคริยานุโยคะ มีสติสัมโพชฌงค์ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ ฝึกให้มีความเพียรสัมผัสและมีสติรู้แล้วเข้าใจ เป็นโพชฌงค์ข้อ 1 2 3 วิจัยได้ทัน รู้กิเลส ปัญญามีพลัง เมื่อรู้กิเลส กิเลสมันก็ฝ่อหายไป เมื่อรู้กิเลส กิเลสมันก็ลด กิเลสมันก็ฝ่อ มันก็มีปีติสัมโพชฌงค์ เราก็รู้ว่ามันมีปิติเพราะเราเห็นหลัดๆว่า กิเลสมันสงบ กิเลสมันตายมันก็สงบมีปัสสัทธิ จิตมันสงบ พอกิเลสมันตายมันเสื่อมลงไป ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ แล้วจิตที่สงบ อย่างแท้จริง ตกผลึกลงๆ สมาหิโต เป็นสมาธิสัมโพชฌงค์ จนกระทั่งสูงสุดเป็นอุเบกขาสัมโพชฌงค์ นี่คือลักษณะโพชฌงค์ 7 อาตมาได้อธิบายสภาวะสั้นๆให้ฟัง ถ้าคนพอมีภูมิฟังแล้วจะเห็นว่าชัดดี ยิ่งมีสภาวะรองรับแล้วจะรู้เลยว่า อย่างนี้ใช่เลย มันไม่ใช่มีแต่ภาษา มีแต่บัญญัติ ที่มาฟังแล้ว แล้วสภาวะจริงๆที่เรามีที่เราเกิดเป็นอย่างไร เวทนา สัญญา สังขาร เจตนา ผัสสะ มนสิการของเรา นามธรรม 5 มันฟังแล้วรู้เรื่องไหม ท่านขยายไปถึงรูป 28 อุปาทายรูป ก็มีลีลาตางๆของมันถึง 24 อาตมาก็อธิบายได้ชัด ซึ่งอาตมาว่า อาตมาไม่ได้เดา สภาวะต่างๆ แม้แต่ อุปาทายรูป 24 ซึ่ง มหาภูตรูป 4 ก็ยกไว้เข้าใจง่ายเข้าใจกัน แต่รูปอีก 24 จะสามารถสัมผัสรู้ได้ เป็น โคจรรูป ปสาทรูป เกิดวิสยรูป แยกเป็นภาวะรูป 2 อย่าง ศึกษาอยู่ในตัวเรานี่แหละเป็น หทยรูป ก็มันไม่ได้มีสถานที่ ไม่ได้มีที่อยู่มีที่เกาะอะไร หทยรูป คุณมีสัมผัสตรงไหน นิ้วมือสัมผัส หทย ก็เกิดตรงนี้แหละ ตาสัมผัสรูป หทยรูป ก็เกิดตรงที่ตาสัมผัสนี่แหละ จมูกสัมผัสกลิ่น กลิ่นตรงไหน กลิ่นอย่างไรที่คุณรับรู้สึกมันก็อยู่ตรงที่ หทยรูป ซึ่งคนไม่เข้าใจง่ายๆ หทยรูป อยู่ตรงไหนอย่างไรเขาไม่ได้อธิบายกันหรอก อาตมาได้ยินมา หทยรูป เขาบอกว่าหัวใจจะแบ่งเป็น 4 ห้อง มันจะอยู่ห้อง 1 ใน 4 นี้แหละ มันเอาอะไรมาอธิบาย อาตมาฟังแล้วก็งงๆ เหมือนพวกที่นั่งสมาธิและบอกว่าจิตเหนือสะดือ 2 นิ้ว ในพระไตรปิฎก หทยรูป ไปบอกหรือว่ามีหัวใจ 4 ห้องในห้องนั้นจะมีน้ำใสสีเงินอยู่ หัวใจอยู่ตรงนั้น ทำไมอธิบายเป็นรูปร่างตัวตนอย่างนั้น อาตมาฟังแล้ว ใครหนอช่างอธิบายอย่างนั้น ซึ่งที่จริงแล้วมันไม่มีรูปไม่มีร่าง ไม่มีอัตตาตัวตนอะไรมันเป็นนามธรรม แต่เรารู้ได้ด้วย อาการ ลิงค นิมิต อุเทส อาตมาอธิบาย คืออุเทส ก็ไปจับอ่านอาการ อ่านนิมิต ที่มันไม่มีตัวตนนี้ให้ได้ก็จะรู้ได้ด้วยอาการ ลิงค นิมิต 650815 ตอบปัญหาผ่าปฏิจจสมุปบาท รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 50

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน