พระอรหันต์สามารถสลายตัณหาอุปาทานได้สิ้นเกลี้ยง.docx
เนื้อหาในไฟล์
พระอรหันต์สามารถสลายตัณหาอุปาทานได้สิ้นเกลี้ยง พ่อครูว่า... ที่อาตมาอยากจะรู้เรื่องยอดเงินคงคลังก็ดีเงินหมุนเวียนก็ดี เพื่อที่จะรู้ความจริงที่แท้จริงเลยว่า อาตมาพามาเป็นลูกของพระพุทธเจ้าได้ขนาดนี้ และรวมกลุ่มเป็นชุมชนเป็นสังคมเหมือนชาวโลกเขา เป็นชุมชน หมู่บ้าน ตำบล จังหวัด แล้วก็รวมกันเป็นทรง ในภาพเอาทั้งประเทศ แล้วเขาก็มีชื่อเรียกกันไปต่างๆแต่ก็พอรู้ว่ามันมีชุมชนหมู่กลุ่มที่รวมกันเป็นวัฒนธรรม มีทางพฤติกรรม และมีองค์ประกอบต่างๆที่เป็นนัยยะแตกต่างกันบ้าง แต่ก็คือเป็นมนุษย์รวมกันอยู่เป็นโขลงเป็นสัตว์โขลง ซึ่งคนนี้ฉลาดกว่าสัตว์ใดๆในโลกแล้ว สัตว์เดรัจฉานที่เป็นสัตว์โขลง เขาก็ยังสงบกันดีเหมือนกันนะ แต่เป็นคนแท้ๆกลับฆ่าแกงกันเปล่า เพราะฉะนั้น คนที่ฉลาด คนที่ประเสริฐแล้วจึงหยุดฆ่า หยุดทำร้ายคนอื่นๆแล้ว เพราะเข้าใจความหมุนเวียนของรูปนาม ความหมุนเวียนของสภาพ 2 คือธาตุรู้กับธาตุที่ถูกรู้ ซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุด สรุปรวมและมนุษยชาติกลับมาเป็นจิตนิยาม ก็จะมีสภาพ 2 ที่เรียกโดยพยัญชนะว่า เทฺว ศาสนาเทวนิยมรู้สูงสุดแค่ 1 แยกความเป็น 2 และก็รู้จักความแตกต่างกันต่างๆ ของความเป็นรูปเป็นนาม เริ่มตั้งแต่เป็นชีวะ ที่จริงยังไม่ใช่รูปนามแต่เป็นภาวะ +/ - เป็นภาวะ 2 ของวัตถุสสารพลังงาน ซึ่งทางวิทยาศาสตร์เขาก็รู้กันแล้ว ไบโอโลจี พยายามเรียนภาวะแตกต่างของความเป็นคู่ ก็เรียนรู้มาได้ขนาดนี้ พืชก็ตาม หรือ สัตว์โลกขั้นจิตนิยาม วิทยาศาสตร์ในโลกไม่สามารถรู้ได้ละเอียดลออเท่าพระพุทธเจ้า นักวิทยาศาสตร์ไหนๆ ก็พยายามเรียนรู้ พระพุทธเจ้าก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เรียนรู้ได้สมบูรณ์แบบที่สุด เหมือนที่นักวิทยาศาสตร์เขาอยากรู้นั่นแหละ แต่พระพุทธเจ้าเรียนรู้ ท่านก็มีความอยากรู้ จนท่านมีความรู้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ จนกระ
อ่านต่อ
ทั่งรู้ว่าจิตวิญญาณมันเป็นอนัตตา มันไม่ใช่ตัวตนอะไร มันรวมซ้อนกันอยู่ในจิตเจตสิกมันเป็นอุปาทานยึดติดไว้ พอชัดเจนว่าอุปาทานคืออะไร จะไม่ให้อุปาทานไปยึดติดได้อย่างไร ท่านสามารถศึกษาจนรู้แจ้งจนแยกอุปาทาน เรียกว่ามันเป็นตัณหาเป็นอุปาทาน คู่สุดท้าย อุปาทานเป็น Statics ตัณหาเป็น Dynamic คู่สุดท้ายก็เลยสามารถทำลายตัณหาทำลายอุปาทานได้ก็เลยจบได้ ก็รู้ได้ว่าจิตของมนุษย์หรือวิญญาณของมนุษย์ไม่ใช่ของพระเจ้า ไม่ใช่ของใครใคร แต่เป็นของเราเอง แล้วเราจัดการจะให้เป็นจิตวิญญาณอยู่ ในมหาจักรวาลในโลกนี้ต่อไป ยังไม่ยอมแยกทำลาย ให้หมดความเป็นพีชนิยาม ให้สลายเป็นอุตุนิยาม เป็นธาตุดินน้ำไฟลมไปเลยได้ และจะยังไม่สลายง่ายๆ มีปณิธานสูงสุดเหมือนพระอวโลกิเตศวรหรือเจ้าแม่กวนอิม จะไม่ยอมปรินิพพานเป็นปริโยสานง่ายๆ จะช่วยคนอื่นให้เป็นอรหันต์รู้พวกนี้เสียก่อน ให้คนอื่นไปนิพพานได้ทุกคน เป็นปณิธานที่ยิ่งใหญ่ก็ไม่ว่ากัน ก็ทำไป ก็เรียกว่าสภาพนิรันดรจริง มีปณิธานเป็นนิรันดร ชนคนที่รู้ที่จบแล้วจะเป็นแค่พระอรหันต์ จบธาตุอยากรู้ของอัตตาตัวเองแล้วก็แยกอัตตาตัวเองเป็นดินน้ำไฟลมได้ ส่วนโพธิสัตว์นั้นอยากรู้อีกว่าและของคนอื่นๆมันมีนัยยะ มันมีประเด็นของการสังเคราะห์สารปรุงแต่งอะไรมาก มากมุมมากเหลี่ยม จนกระทั่งศึกษาไป รู้หมดแล้วว่า เท่านี้เอง มีกาละเทศะฐานะที่เป็นไปได้จบ ก็รู้จบ ผู้ที่รู้ถ้วนโลกเลยว่า ชีวจิตนิยามยิ่งใหญ่ที่สุด กับดินน้ำไฟลม มีเท่านี้แหละ ปรุงแต่งอยู่ในมหาจักรวาลเอกภพนี้ เพราะฉะนั้น จึงเป็นสุดยอดแล้วที่จะเป็นความรู้ และจะรู้ให้อยู่อย่างดีที่สุด จนกระทั่งสลายหายไปจบได้ อาตมาก็เป็นโพธิสัตว์มาศึกษาตามมาจนถึงบัดนี้ก็พอเข้าใจถึงคำนี้พูดสู่ฟัง ไม่ใช่เรื่องตื้นเขินแล้ว เรียนรู้ให้ดีๆจะรู้ว่า ไม่ใช่เรื่องตื้น ผู้ที่ทำมาจะรู้สัจจะความจริงเพิ่มขึ้น บางคนยังไม่ถึงอรหันต์ก็รู้ได้แล้วว่า อันนี้ ยังมีที่ต่อ สอุตรังจิตตัง ยังมีจะให้ศึกษาอีกเยอะ แม้บรรลุเป็นอรหันต์แล้วยังมีโพธิสัตว์ต่อจากอรหันต์มาเป็นระดับที่ 5 ที่ 6 ถึงที่ 7 เหมือนอย่างอาตมา อาตมาก็พยายามเหลื่อมเข้าไปหา 8 ก็จะมีปณิธานไหวพริบที่จะรู้นำตามไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นใครอยากรู้ แล้วก็มีตัวสำคัญ ที่ใช้รองรับจิตก็คือ พ้นสุข พ้นทุกข์ ไม่ต้องสุขต้องทุกข์อะไรอยู่กับโลกอย่างไม่สุขไม่ทุกข์แล้ว มันก็สบายแล้ว ซึ่งอันนี้ลึกซึ้งมาก สังคมมนุษย์ที่อยู่กันอย่างยิ่งกว่าโลกเขาเป็นสุข คือ ไม่สุขไม่ทุกข์ เป็น อจินไตย สายศรัทธา ก็อยากได้ความไม่สุขไม่ทุกข์นี้บ้าง แต่ ไม่มีสัมมาทิฏฐิ สายศรัทธาพยายามหาวิธี ทำผยองไม่มาฟังสายปัญญา เดี๋ยวจะได้อธิบายเรื่องบุคคล 7 ซึ่งมีความละเอียดละออมาก คนที่มีความรู้ความแตกต่างของทิศทางที่เป็นนัยยะละเอียดนี่แหละ ไปเห็นความแตกต่างแบบมีธรรมรส แบบหยาบๆอันนั้นยิ่งตื้น ศึกษาความเป็น 2 โดยพยัญชนะ แล้วก็จะมีความกลับไปกลับมาก็เท่านั้น หมุนสมองให้ทันสมัย 650812 ปัญญาวิมุติเหนือกว่าอุภโตภาควิมุติอย่างไร พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ