เข้าใจ กาย คือ กลัดกระดุมเม็ดแรกของการปฏิบัติธรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
เข้าใจ กาย คือ กลัดกระดุมเม็ดแรกของการปฏิบัติธรรม _แก้วตะวัน พวงบุบผา : กราบนมัสการพ่อครู ท่านสมณะ ท่านสิกขมาตุด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ..กราบขอบพระคุณท่านฟ้าไท ท่านด่วนดีและสิกขมาตุกล้าข้ามฝันที่ลงรายละเอียดทำให้เข้าใจชัดเจนขึ้นมาก ...การทำดี และร่วมกิจกรรมกับหมู่กลุ่มให้ต่อเนื่อง ฝึกบ่อยๆอย่างมีเป้าหมายโดยไม่ยึด ทำให้เราเจริญขึ้น เกิดปัญญาในการปฏิบัติธรรม..ชาวอโศกมีแบบอย่างให้เห็นอย่างแสนชัด ตั้งแต่พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ พระอนาคามี พระสกิทาคามี และพระโสดาบันให้เดินตามรอย เหลือแต่การที่เราจะทำตามก็จะพบทางสว่างพ้นทุกข์กันทุกคน ..กราบสาธุค่ะ พ่อครูว่า... พวกเราจะเข้าใจสมณะ 4 เข้าใจสภาวะของโสดาบัน สกิทาคามีก็จะเข้าใจเพิ่มขึ้น รู้ว่าเราได้สกิทาฯแล้วนะ อนาคาฯก็ตาม จะมีตัวที่เป็นปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ รู้ได้ด้วยตน ตัดสินได้ด้วยตนเอง เปรียบเทียบเห็นความต่าง นัยยะต่าง เพื่อสรุปผลได้เลย พวกเรายืนยันได้ เพราะปฏิบัติธรรมอย่างมีมรรคมีองค์ 8 มีโพธิปักขิยธรรมครบตามคำสอนพระพุทธเจ้า เรียนรู้กาย ตั้งแต่ สักกายทิฏฐิ ผู้ที่เข้าใจได้ก็จึงพัฒนามาเจริญได้จริง โดยเฉพาะคำว่า กาย คำนี้ มันยิ่งใหญ่มากที่จะเป็นตัวแรกเลยที่จะต้องรู้ให้สัมมาทิฏฐิ ถ้าไม่สัมมาทิฏฐิ ไม่ได้เป็นอรหันต์ เหมือนว่ากลัดกระดุมเม็ดแรกไม่ถูก ก็ไม่พ้นสักกายทิฏฐิ ไม่พ้นอาสวะ 10 และรู้ว่าเมื่อแยกแล้ว อันนั้นเป็นสภาวะที่รู้องค์รวมคือ กาย แล้วทีนี้ จะมีสัมมาทิฏฐิที่แยกกายแยกจิตก็ต้องรู้อีก มันจะแยกขาดแล้วว่าเป็น อุตุอย่างไร พีชะอย่างไร จิตอย่างไร หรือด้วยกรรม และธรรมะ จะชัดเจนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งรู้ตัวจบแล้ว เป็นโสดาบันเราสามารถดับโลกอบายเราได้จบ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน... บริษัทเราก็มีครบพร้อม โสดาบัน ส
อ่านต่อ
กิทาคามี อนาคามี อรหันต์ มีตัวอย่างให้เราได้เรียนรู้ครบหมด ถ้าเราไม่ยึดติดกับตัวเองเกินไป ที่พ่อครู พูดถึงสายศรัทธา ส่วนใหญ่ดิ่ง อยู่กับตัวเองไม่สามารถออกมารับรู้เห็นความเจริญก้าวหน้าของผู้อื่นได้ เราก็จะจมอยู่กับตัวเราเอง แม้จะอยู่กับหมู่ ก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียวไม่เกี่ยวกับใคร การพัฒนาก็จะไม่มีเกิดขึ้น เพราะไม่มีแสงอรุณทั้ง 7 อย่างที่คุณแก้วตะวันบอกมาว่า หมู่กลุ่มพวกเรามีองค์ประกอบอาริยบุคคลให้ศึกษากันครบพร้อม พ่อครูว่า...พระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นเรื่องลึกซึ้งสุดยอดแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นเรื่อง ลึกซึ้งสุดยอดแล้ว ไม่มีใครอีกในเอกภพมหาจักรวาลนี้ที่จะรู้ได้ครบถ้วนอย่างนี้แล้ว ไม่ได้พูดข่มศาสดาของศาสนาอื่น ในศาสนาเทวนิยมก็จะเห็นต่างและแข่งกันตลอด จึงมีศาสดาเยอะ แต่ในศาสนาพุทธ ในยุคหนึ่ง พุทธกัปของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ บางองค์มีเป็นแสนเป็นล้านปี บางองค์มีแค่ 80,000 ศาสนาพระสมณโคดมมีแค่ 5,000 ปี แต่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์รู้หมดจบเหมือนกันหมด ไม่มีอะไรที่จะไม่รู้ได้อีกแล้ว ในมหาจักรวาลที่เป็นชีวะในระดับจิตนิยาม เพราะฉะนั้นท่านก็เอามาประกาศเอามาบอกโลกเอาไว้ให้ศึกษา เพราะว่าความรู้ของพระพุทธเจ้านี้ มันสุดยอดเจริญของความเจริญของคน สุดยอดแห่งคนดีทำดีไม่มีชั่วเลย ก็สุดยอด สุดยอดรู้จักความสุขความทุกข์และความสุข ความทุกข์และรู้เข้าใจจริงๆว่าจิตวิญญาณเป็นอนัตตาไม่ได้เป็นของพระเจ้าหรือของใครที่จะอยู่นิรันดร เป็นธาตุที่ไม่สูญสิ้น ไม่สูญสิ้นก็คือมันไม่รู้จบ ไม่รู้จักตัวเองว่าเป็น 2 พระเจ้าไม่รู้ตัวเอง แม้แต่ตัวพระเจ้าเองก็ยังไม่มีใครรู้ พระศาสดาที่เป็นพระบุตร ก็ยังไม่รู้จักพระเจ้า จริงๆแล้วศาสดาเทวนิยมนั้น ไม่รู้จักพระเจ้า เพราะไม่รู้จักตัวเอง พระเจ้าก็คือจิตวิญญาณ คือพระจิต พระวิญญาณในตัวเองนี่แหละ แล้วตัวเองได้สั่งสม บารมีมา จนได้เป็นพระศาสดาองค์ใดองค์หนึ่งของเทวนิยม เป็นความรู้ของตัวเอง แต่ไม่รู้ของตัวเอง เขาไม่รู้ตัวเอง ว่าตัวเองเก่งขนาดนี้เราคิดเองได้อย่างไร มันจะต้องมีใครคนหนึ่งที่บันดาลให้เรา เพราะมันไม่มีระบบ มันไม่มีความรู้ที่ร้อยเรียงให้รู้ อ๋อ เราได้มา เบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย มันไม่รู้ แต่ของพระพุทธเจ้านั้นรู้หมด จึงเอามาพูด เอามาสาธยายได้ และเป็นพระพุทธเจ้าจึงไม่แข่งกัน ผู้ที่เกิดมาเป็นพระพุทธเจ้าไม่มีคู่แข่ง ในยุคไหนๆพระพุทธเจ้าเกิดมาแต่ละองค์ๆก็ไม่มีคู่แข่ง มีองค์เดียวเป็นเลิศ เมื่อถึงเวลาที่พระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งขึ้นทำเนียบแล้ว ท่านก็จบปรินิพพานเป็น ปริโยสานไป พระพุทธเจ้าองค์ต่อไปที่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณก็เกิดขึ้นมาในโลกมนุษย์ เมื่อถึงเวลาที่จะมาอุบัติอย่างนี้เป็นต้น ศึกษาดีๆแล้วสุดยอดไม่มีอะไรเท่าเลย พูดไปแล้วเหมือนยกตัวอย่างตน แต่เป็นจริง ผู้ใดที่รู้สึกว่าอาตมายก ก็เป็นความรู้สึกของคนผู้นั้น อาตมาไม่ได้ยกมันก็มีความจริงตามความเป็นจริง จะสูงกว่าต่ำกว่ายังไงก็เป็นความจริง แล้วเราก็บอกด้วยภาษาว่าสูงกว่า ไม่ได้ยกว่าอันนี้สูงกว่าอันนี้ ความจริงอันนี้มันอยู่เนื้อมันสูงกว่าความจริงอีกด้านหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งคนเข้าใจได้ ไม่มีตัวมีตนก็เข้าใจ แต่เมื่อมีตัวมีตนเข้าไปรับก็จะไม่พอใจ ทำไมอันนั้นสูงกว่า ถ้ารู้ความจริงก็จะรู้ว่าอันไหนสูงกว่าอย่างไร อธิบายได้ ซึ่งถ้าไม่มีสภาวะความจริงจะไม่มีคำอธิบายให้รู้ ก็ต้องศึกษาดีๆ แล้วจะชัดเจน 650812 ปัญญาวิมุติเหนือกว่าอุภโตภาควิมุติอย่างไร พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ