620726_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เครื่องบ่งชี้ความเป็นคนคือต้องมีศีล.docx
เนื้อหาในไฟล์
620726_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เครื่องบ่งชี้ความเป็นคนคือต้องมีศีล อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1M3XzOiZRPeeTdiBedTRqitFKvWcLybIsqx8aVMxsnZA/edit?usp=sharing
ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1J3COPgrd8tVc9mO_KwQF_ejkvA41bUtO สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม 2562 ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้ก็มีค่ายสัมมาอาริยมรรค เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเก่า ค่าย “ขอทำตามรอยพ่อ”
ครั้งที่ 39 ณ บวร ราชธานีอโศก ศุกร์ที่ 26 - อาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม2562 รับสมัครผู้สนใจเข้าค่าย ฟรี! (จะอยู่กี่นาทีได้)
สมัครได้ที่ อุทยานบุญนิยม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี หรือ โทรฯ คุณชญาดา 087-4437865
##### สมัครonline ได้ที่ inbox เฟซบุ๊ก กองทัพธรรมFP หรือสื่อธรรมะพ่อครู
ตอนนี้ถ้าเราดูโทรทัศน์ก็จะเจอการแถลงนโยบายของรัฐบาล เมื่อคืนนี้นายกฯลุงตู่ กับพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวสก็เป็นช่วงของกังฟูไฟติ้ง ผลปรากฏว่านายกตู่ได้ 97 เปอร์เซ็นต์ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ได้ 3% พ่อครูว่า..เป็นการทดสอบการคุมอารมณ์ของพลเอกประยุทธ์ สมณะฟ้าไทว่า...ผมพูดเสียงดังแต่ไม่ได้โกรธนะผมยิ้มอยู่นะ พ่อครูว่า...อาตมาพูดเสียงดังเช่นกันอย่างรู้จิตเจตสิกของตัวเองอย่างจริง ดีกว่าไปดูแข่งมวยหรือเตะบอล หรือตีกอล์ฟ ดูอย่างนั้นไปเกิดรสชาติอบายมุข ดูอย่างนี้ก็สนุกเหมือนกัน รสนิยมของคน ทัศนคติของคน ถ้าไปนิยมอบายมุขก็หลง แต่ถ้าเปลี่ยนทัศนคติอย่างนั้นมันควรเลิกได้แล้ว จะมีปัญญาเห็นจริงว่ามันไร้สาระมันไม่มีประโยชน์เสียเวลาทุนรอนแรงงาน เป็นความสูญเสียที่สูญเสียที่สุดอาตมาสรุป 3 อย่าง ความสูญเสียเวลา ทุกคนได้เวลาเท่ากันหมดในโลก เกิดมามีชีวิตได้เวลาเท่ากันหมดเวลาไม่เค
อ่านต่อ
ยคดโกงคน ทุกคนได้เวลาเท่ากันแต่ใช้เวลาเป็น ใช้เวลาเป็นการเสียประโยชน์หรือได้ประโยชน์ เวลาก็ดีทุนรอนที่ลงไปก็ดี จะลงทุนอย่างไรก็แล้วแต่เป็นทรัพย์สินเงินทองข้าวของวัตถุ และแรงงานแรงกายแรงใจ 3 ความสูญเสียนี่แหละ เวลา ทุนรอน แรงงาน(แรงกายแรงใจ) 3 อย่างนี้เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนไม่มีปัญญาสูญเสียไป ถ้าคนมีปัญญาก็จะกอบกู้เอาความสูญเสียของข้าคืนมา ได้ความสูญเสียนี้กลับคืนมาเอาใช้ประโยชน์ได้มหาศาลใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ใช้ทุุนรอนให้เป็นประโยชน์ ใช้แรงงานที่มีความรู้ความสามารถ เป็นประโยชน์ สมณะฟ้าไทว่า...วันนี้ไปกิจนิมนต์ ก็ถามเขาว่ารู้จักได้อย่างไรก็บอกว่าดูจาก YouTube เขาอยู่เยอรมันแล้วมาสร้างบ้านอยู่ที่อุบลฯ เขาบอกว่าคนอุบลที่อยู่เยอรมันรู้จักเรา เราก็เลยบอกว่าคนอยู่ใกล้ไม่รู้จักคนอยู่ไกลรู้จักก็เลยนิมนต์เราไปที่บ้าน ก็เลยแนะนำให้เขารู้จักร้านอาหารมังสวิรัติ ซึ่งญาติเขากินเจ ศรัทธาชอบที่ไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก เขาบอกว่าจะถวายเงิน เราก็บอกว่าต้องมาคบคุ้นถึง 7 ครั้งอ่านหนังสืออย่างน้อย 7 เล่ม แสดงว่าธรรมะของอโศก ออกไปนี่ คนก็ได้ดู เขาก็ได้ประโยชน์เปิดดูเขาแสวงหาก็ได้ประโยชน์ สามีเขาก็เป็นมะเร็ง มารักษากับหมอของเรา คนแสวงหาแล้วคนก็ทุกข์ก็มาทางนี้แหละคนแสวงหาก็มาทางนี้แหละคนกำลังทุกข์ทรมานก็มาหาเรา ไม่ว่าจะเป็นการกินการอยู่การดำเนินชีวิตก็เป็นโทษภัย พวกเราอยู่กันอย่างสบายจิตใจสบายอยู่กันอย่างมีความผาสุกในชีวิตเพราะเรามีธรรมะโลกุตระ ที่พ่อครูอบรมสั่งสอนเรา เราจึงเป็นคนโลกุตระที่แท้จริง โยมเขาบอกว่าได้ไปนั่งสมาธิดีมากเลย เราก็บอกว่าสมาธิไม่ได้ไปปฏิบัติอย่างนั้นหรอก โยมอายุ 70 ปีแล้ว เราก็บอกนั่งสมาธิจะเป็นเส้นยึดนะ เขาก็ว่าจริงๆ พวกเราไม่ได้นั่งสมาธิ พวกเรากิน นั่ง นอน ทำงาน ก็ทำสมาธิลดละกิเลสจนจิตใจตั้งมั่นไม่หวั่นไหวต่อกิเลสได้ พ่อครูว่า... SMS วันที่ 24 ก.ค. 2562 (พุทธศาสนาตามภูมิ พ่อครู)
สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน ศาสนาพุทธต้องมีหมู่กลุ่มสืบทอดได้ _กาน จันทร์ทรัพย์ประเสริฐ · ฟังพ่อท่านวันนี้มึนตึบทำไงถึงจะรู้เรื่องยากค่ะ ฟังพ่อท่านไม่อยากไปวัดอื่นแล้ว เรื่องบุญกับกุศลลูกยังงงๆๆอยู่ค่ะ พ่อครูว่า...ที่บอกว่าฟังแล้วมึนแต่ก็ไม่อยากฟังวัดอื่น แสดงว่าในจิตลึกๆของคุณรู้ว่าใช่แล้ว ถ้ามีความรู้สึกอย่างนี้จริงมันชัดเลย นี่แหละ อาตมาตอบนี่ มันเป็นอาเทสนาปาฏิหาริย์หยั่งรู้ใจคุณนะ ที่จริงคุณก็บอกมาอาตมารู้ตามที่สื่อออกมาให้รู้ได้ แสดงว่า ถ้าคุณเป็นอย่างนี้จริงๆ ฟังไม่เข้าใจ แต่ว่าลึกๆบอกว่าฟังดี มันมีความยินดีมีความพอใจที่จะฟังทั้งที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง มันก็ต้องมีอะไรดี มันมีปฏิภาณลึกๆความเฉลียวฉลาดแหลมคมของเราเอง มันเป็นตัวตัดสิน เป็นตัวบอกกับตัวเอง เมื่อเปรียบเทียบกับอันอื่นที่คุณผ่านมาหมดแล้วก็ให้คะแนนอันนี้ แม้จะมีรสชาติยินดีปรีดากับทางโน้นแล้วก็ตามแต่มาอันนี้ก็ดู มึนตึ๊บ แต่มันมีอะไรที่ชี้ชวนมีองค์ประกอบให้เห็นว่า มีราศีกว่าเยอะเลย อาตมาก็พยายามไขความอธิบายสภาวะธรรมที่มันเป็นตัวที่คุณจะทำให้เกิดอาการอย่างนี้ อธิบายให้ฟัง มันไม่มีภาษาเหมือนกัน ก็ดีแล้วล่ะ พยายามติดตามฟังให้ดีๆ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าต้องคบหาสัตบุรุษฟังธรรมให้บริบูรณ์ คบหาให้เต็มๆ เหยาะแหยะไม่ได้เรื่องหรอก เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม ๙ ข้อ ๓๔) ถ้าไม่ได้ฟังจากพระพุทธเจ้าก็ต้องฟังจากสัตบุรุษ ธรรมะของศาสนาพุทธนะรู้เองไม่ได้มีแต่พระพุทธเจ้ารู้เอง แล้วผู้ที่ได้ภูมิธรรมนั้นติดตัวมาเองเรียกว่า สยังอภิญญา พระพุทธเจ้าตรัสรู้เองไม่มีใครรู้ได้ ซึ่งจริงๆแล้วก็ได้มาจากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ จนท่านมาตัดขอบเขตว่าท่านรู้เองเป็นโพธิสัตว์มาจนกระทั่งผ่านปัจจัตตัง เวทิตัพโพวิญญูหิ รู้ได้ด้วยตัวเองจนมาเป็นปัจเจกระดับต้นเป็นตัวของตัวเองติดตัวมา เป็นพระโสดาบันติดตัวมาแล้วมาชาตินี้ก็เป็นปัจเจกในตัวติดตัวมา เป็นของตนเองมาก็มาเพิ่มอีก ยิ่งเพิ่มภูมิรู้โลกุตระ จนกลายมาเป็นสยังอภิญญา ปัจเจก มาเป็นสยังอภิญญา เป็นการได้ของตัวเองข้ามชาติมา จนมาในยุคที่ไม่มีสัตบุรุษตนเองก็เป็นสัตบุรุษเอง ผู้ที่เป็นปัจจัตตังมาเป็นปัจเจกเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ในยุคที่ไม่มี จะเอาคำสอนมาแล้วก็มีคำสอนที่ตัวเองมีบารมีถึงขั้นจะเอามาตั้งเป็นก๊กเหล่าทำกลุ่มหมู่ได้ คนที่เป็นปัจเจกแต่ยังไม่ถึงขั้น สยังอภิญญา จะสร้างหมู่กลุ่มให้เป็นรูปร่างไม่ได้ มีใครต่อใครที่มีบารมีมาสอนกันอย่างท่านพุทธทาส หรือแม้แต่สมเด็จพุทธโฆษาจารย์สมเด็จประยุทธ์ท่านก็สร้างกลุ่มไม่ได้ จนกระทั่ง ส.ศิวรักษ์ เคยเข้าใจว่าศาสนาพุทธเป็นสถาบันไม่ได้ จับกลุ่มเป็นหมู่ไม่ได้ ถือว่าเป็นตัวตน คือ ร่วมเป็นคณะไม่ได้ ศาสนาพุทธจะต้องกระจายเผื่อแผ่ให้แก่ทุกคน หากว่ามาตั้งหลักให้แก่ตัวตนเกิดหมู่กลุ่ม... ไม่ได้ อาตมาพอจำได้ว่าส.ศิวรักษ์คิดอย่างนี้ ว่า เกิดกลุ่มหมู่เป็นพวกจะเกิดอัตตามานะได้ ทั้งที่ศาสนาพุทธนั้นถ่ายทอดมาขนาดนี้จะไม่มีหมู่กลุ่มได้อย่างไร มีความซับซ้อนลึกซึ้งอย่างนี้ อาตมาทำได้ในยุคนี้ที่มีเหตุปัจจัยเป็นองค์ประกอบซึ่งเป็นยุคที่แย่กว่าสมัยพระพุทธเจ้า อาตมาทำได้ขนาดนี้ไม่ได้เก่งกว่าพระพุทธเจ้านะ อย่างพระพุทธเจ้านั้นท่านไม่ทำมากสอนแต่ใบไม้กำมือเดียวก็มีคนมาเป็นอรหันต์แต่นี่อรหืด ดึงทึ้งกันกว่าจะได้ แต่ก็มีคนที่มั่นคง ถามว่าใครจะไปจากที่นี่บ้างก็ไม่มีใครหรอก อาจจะไปวอบแวบไม่เสถียรก็เป็นธรรมดาแต่จิตลึกเสถียรมี
แม้แค่อาตมาบอกว่า บุญเป็นวิบัติ กุศลเป็นสมบัติ แค่นี้ พวกเถระฯก็จะหาว่าทำความแตกแยก ระหว่างบุญกับกุศล แต่เราไม่ได้ทำความแตกแยก แต่แยกแยะให้ชัดเจนต้องเห็นความแตกต่างอย่างกระจ่างสมบูรณ์ ให้ติดตามดู ไม่ไปวัดอื่นก็ดีแล้ว ติดตามฟัง ปฏิบัติจะได้เข้าใจมากขึ้นว่าความแตกต่างระหว่างบุญกับกุศลเป็นอย่างไร บุญคืออาวุธฆ่ากิเลสที่เกิดในปัจจุบันเท่านั้น ไม่มีในอนาคตไม่มีในอดีต บุญนี่ แต่กุศลสั่งสมเป็นอดีตได้อนาคตก็จะมีมาตามจริต มันเป็นสมบัติ ส่วนบุญนั้นเป็นวิบัติ เหมือนพลังงานนิวเคลียร์ อยู่ในระเบิดเมื่อทิ้งระเบิดให้พลังงานระเบิดทำงานเสร็จกิจ ทำลายอะไรเรียบร้อย เหมือนบุญทำลายกิเลสแล้วคุณจะเอาพลังงานนิวเคลียร์ของระเบิดลูกนั้นมาผสมอีกไม่ได้แล้ว ยกตัวอย่างวัตถุชัดๆ มันก็หมดไปแล้วมันหายไปแล้วเป็นแก๊สที่เหลือเป็นกัมมันตภาพรังสี เศษขยะของวัตถุที่มาประกอบเป็นลูกระเบิดนั้น มันก็กระจุยกระจายไปหมดแล้วอย่างนี้เป็นต้น มันไม่เป็นอันเดิมแล้วอัตภาพมันหายไป ค่อยๆฟังไปเรื่อยๆ อาตมาไม่ได้ออมมือนะ
_สตาร์แอร์ ทุ่งคอก · ท่านกล้าข้ามฝัน ท่านย่อยธรรมะได้น่าฟังครับ ได้เข้าใจง่ายขึ้น กราบนมัสการครับ พ่อครูว่า...สม.กล้าข้ามฝันก็คงจะขอบคุณอยู่ในใจก็เลยใช้อาเทสนาปาฏิหาริย์ตอบแทน ถามตัวแล้วไม่ผิดด้วย ก็ตีกินง่ายๆอย่างนี้ ไม่เห็นจะยากอะไร
_นันท์มนัส · เวทนา เป็น กรรมฐาน ของพระพุทธเจ้า พ่อครูว่า…กรรมฐานแปลว่าฐานแห่งการปฏิบัติแห่งการกระทำแห่งการประพฤติ แห่งการดำเนินการประพฤติธรรม ไม่มีเวทนาหรือนอกจากเวทนาไม่มีกรรมฐานอื่น ไปเอากรรมฐาน 40 ที่อรรถกถาจารย์สอนกันไว้ อย่างนั้นเป็นสมถะหมดเป็นเรื่องนอกรีตหมดเลย เป็นเรื่องไปทางวัตถุ ไม่ได้เกิดความรู้กิเลสแล้วล้างกิเลส ต้องมาเอานามธรรมของเวทนาเป็นตัวรู้สึก เพราะตัวนี้เป็นอริยสัจเวทนาเป็นอริยสัจ อยู่ในปฏิจจสมุปบาท
สื่อธรรมะพ่อครู(อัญญา) ตอน อัญญธาตุเกิดขึ้นได้เช่นไร _สุพัฒน์ เบ้าวันดี · เห็นด้วยว่าการอยู่ป่าคนเดียวมันฆ่ากิเลสไม่ได้ กิเลสมันหลบเพราะสมาธิ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญญาพิจารณายังหนทางอยู่ แต่การอยู่กับคนใช่ว่าจะฆ่ากิเลสได้ มันต้องใช้ปัญญาเหมือนกัน พ่อครูว่า…ใช่คุณเข้าใจได้แล้วคุณต้องใช้ปัญญาแต่คุณต้องชัดเจนว่าปัญญาคือความรู้ความฉลาดเฉลียวแบบไหน? ปัญญาไม่ใช่ฉลาดเฉลียวแบบโลกีย์ คำว่าโลกีย์ ต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่าต่างกับโลกุตระอย่างไร ความรู้ในโลกีย์คือเทวนิยม ความรู้วนอยู่ในโลกที่จะตกเป็นทาสลาภยศสรรเสริญสุข ยังวนอยู่ในวังวนของสังสารวัฏยังเป็นทาสยังอยู่ใต้อำนาจของลาภยศสรรเสริญโลกียสุขอยู่ ส่วนโลกุตระนั้น ความฉลาดแบบโลกุตระเป็นความฉลาดที่ตรงกันข้ามกับโลกีย์ ไม่ได้กดข่ม แต่ต้องเข้าใจว่าต้องฆ่ากิเลสตัวเหตุ ต้องจับตัวเหตุได้ ต้องมีความรู้ใน สักกายทิฏฐิ มีทิฐิมีความรู้มีความเห็นว่าต้องรู้กิเลสต้องจับตัวกิเลสได้ เรียกว่าสักกายะ สักกะแปลว่าตัวตนหรือตัวเรา กายคือรูปนาม จะต้องรู้รูปนามที่เป็นตัวตนของกิเลสของเรา ต้องอ่านอาการ ลิงค นิมิต อุเทส ของกิเลสได้ พ้นสักกายทิฏฐิ จึงเป็นเบื้องต้นข้อแรกของโสดาปัตติมรรค รู้สักกายะจนพ้นวิจิกิจฉาก็จะแน่ใจยิ่งขึ้น ตัวนี้แน่นะมีแต่กิเลสไม่ใช่เอาธาตุจิตอื่นมากดข่มหรือทำลายมั่วไปหมด จิตสะอาดจิตดีๆเสียไปหมด ต้องเฉพาะกิเลสนะ เรียกว่าตัณหาก็ตาม หรือเป็นอุปาทานที่เป็น static คุณต้องชัดเจนว่า อาการลิงค นิมิต คุณต้องกำหนดหมายนิมิตรู้เครื่องหมายของกิเลสความเป็นอาการของจิต อาการเป็นอกุศลจิต อาการเป็นกิเลสเป็นตัวมีโทษภัยต้องรู้ชัดเจนอาการนี้ของตัวเองเลย สักกายทิฏฐิ รู้จนกระทั่งไม่สงสัยไม่ลังเล พ้นวิจิกิจฉา และรู้จนไปถึงกระทั่งวิธีหรือศีลพรต หรือยัญพิธี หรือ ต้องรู้ถึงมีวิธีปฏิบัติบทปฏิบัติ หรือศีลพรต ต้องมีวิธี มีศีล พรตคือความประพฤติ รู้ข้อศีลสำหรับตนเหมาะกับตน มีศีล 5 เป็นต้น ศีลพื้นฐานครั้งแรก แล้วต้องรู้ว่ามีการประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ มีชีวิตปกติ ไม่ใช่ว่าประพฤติหลับตาอย่างนี้เป็นต้น โดยทฤษฎีโดยวิธีปฏิบัติ ที่เป็นสัมมาทิฏฐิ อย่างถูกต้อง แม้ถึงข้อ 3 ของสังโยชน์ ศีลพรต แต่คุณก็ยังไม่เอาจริงยังเล่นหัวๆ ปฏิบัติเหลาะแหละปรามาส ยังทำแบบลูบๆคลำๆไม่เอาจริงมันก็มีผลไม่ได้ ถือว่าเป็นมรรคทั้งนั้นเลย สามข้อนี้ จนกว่าคุณจะปฏิบัติพ้น สีลัพพตปรามาส พ้นสังโยชน์ข้อที่ 3 ดูกิเลสรู้วิธีปฏิบัติ ด้วยการพิจารณาเห็นไตรลักษณ์จริงๆว่ามันไม่เที่ยง มันเป็นเหตุแห่งทุกข์ ถ้ามันไม่มีเหตุนี้ไม่มีอาการนี้ในจิต มันก็ไม่มีทุกข์ คุณจะต้องปฏิบัติเห็นเองรู้เองเกิดเองในชีวิตจริงได้ผลจริงๆเลย ตั้งแต่ขั้นต้น ศีลข้อ 1 2 3 ศีลข้อเดียวก็ตามก็ต้องปฏิบัติรู้เห็นอย่างนี้ข้อ 1 เกี่ยวกับสัตว์ข้อ 2 เกี่ยวกับพืชกับข้าวของ ข้อ 3 เกี่ยวกับตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กามคุณ 5 คุณก็ต้องชัดเจนตามคำสอนพระพุทธเจ้าเลย ศีลข้อที่ 5 พื้นฐานในจิตคุณก็มีศีล 5 ข้อเป็นพระโสดาบันได้อย่างนี้เป็นต้นจะปฏิบัติได้ปฏิบัติให้ได้ ปฏิบัติศีล 5 ไม่ได้ก็ไม่ได้เป็นพระโสดาบัน แม้จะมีรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่ยังติดอยู่ ก็ไม่หยาบไม่ต่ำไม่จัดไม่จ้าน อาตมาอธิบายยังยากแต่ก็ทำให้อาตมาได้หยิบสภาวะต่างๆมาขยายเป็นภาษาให้ฟังผู้ที่ยินดีในนิพพานจริงๆ จึง แหม มึนๆงงๆอย่างไรก็เอา ยากเท่าไรก็ต้องเอา แต่ไม่เอาอันอื่นมันเอาอันนี้แหละ จิตของเรามันมีตัวธาตุรู้ มันจะบอกตัวเองเลย ยิ่งคนที่ไม่มีบารมีจะไม่ติดง่ายๆแต่ว่าคนมีบารมีใส่ใจแสวงหาจะเกิดภูมิรู้ของโลกุตตรจิต เป็นธาตุรู้อัญญธาตุ เป็นธาตุรู้ตัวใหม่ ไม่ได้วนในโลกียะ เป็นธาตุรู้พิเศษที่ทวนกระแสโลกีย์ พอมาเริ่มต้นเป็นตัวหนึ่ง อัญญธาตุ ก็เป็นตัวจริงแล้วมันเป็นธาตุใหม่จริงๆเลย อาตมาถึงอธิบายโกณฑัญญะได้ อัญญาสิวตโภโกณฑัญโญ เพราะถ้าจิตตัวนี้ พอพระพุทธเจ้าเปิดฉากเอาธรรมะของศาสนาพุทธมาเทศน์ สูตรแรก อัญญาโกณฑัญญะก็รู้เลย พอยิ่งสอน อนัตตลักขณสูตร อัญญาโกณฑัญญะขอเป็นพระอรหันต์เลยอย่างนี้เป็นต้น กลับไปที่สูตรแรกเลย เป็นอัญญธาตุ เกิดที่อัญญาโกณฑัญญะ อัญญาแปลว่าธาตุรู้ ถ้าเป็นเอกพจน์ก็คือสิ่งที่ต่างจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว อัญญะ ต่างจาก ประ เพราะอัญญะเป็นธาตุ ส่วน ประ เป็นธรรม ธาตุเป็น สิ่งที่ละเอียดเล็กเป็นต้นเค้า ธาตุนี้เป็นธาตุเอกตัวท้ายเลย ธาตุเป็นเอกแต่ธรรมะเป็นธาตุผสม เป็นคู่สองคู่ เป็นที่สุดแห่งการที่จะรู้ สุดท้ายผู้จะจบอรหันต์จะต้องแยกธาตุแยกธรรมออก สุดท้ายคุณทำลายธาตุเป็นอุตุธาตุ ทำลายธรรม ก็กระจายเป็นธาตุอุตุไป อาจจะมีเศษเหลือเป็นพีชะนิดหน่อยก็รวมกันไม่ได้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคต มีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพขาดแล้วยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย จักเห็นตถาคตชั่วเวลาที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้ว เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต เปรียบเหมือนพวงมะม่วง เมื่อขาดจากขั้วแล้ว ผลใดผลหนึ่งติดขั้วอยู่ ย่อมติดขั้วไป
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคต มีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพขาดแล้ว ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักเห็นตถาคตได้ก็ชั่วเวลาที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้ว เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต. (ภาษาไทย) สี. ที. ๙/๔๓-๔๔/๙๐ พระพุทธเจ้าสอนต่อเพื่อนของพระอัญญาโกณฑัญญะก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ต่อไป ทำไม อาตมาจึงรู้สิ่งเหล่านี้ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 จึงรู้และพอขยายความได้ อาตมาจึงเป็นไก่ตัวพี่ที่จะพูดอันนี้ได้ ใครได้เคยฟัง แม้ขยายความของอัญญาโกณฑัญญะ เป็นตำนานเป็นเรื่องราวของโกณฑัญญะ ใครเคยได้ฟังจากอัญญธาตุนี้ ที่โกณฑัญญะได้ธาตุมาใหม่ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่างจากโลกเก่าที่เป็นโลกียะ แต่เป็นโลกุตระ อัญญา หรือประ อัญญะมันลึกกว่า การใช้พยัญชนะกับสภาวะจึงมีนัยยะสำคัญจะแปลเป็นตัว Synonym ที่ใช้แทนกันได้ แต่คนที่รู้รายละเอียดก็จะรู้ความต่างกันเดาไม่ได้ จะวน ตีลังกาหกคะเมน
_คุณนักรบธรรมจะพูด แต่ไม่มีไมค์พ่อครูจึงบอกว่า หากพูดไม่เข้าไม่ตรงก็จะเบรค เหมือนคุณชวน
_แพรวพันธ์ · น้อมกราบพ่อท่านด้วยความเคารพยิ่ง ลูกจะไม่แบ่งบุญให้ใครอีกแล้วเจ้าค่ะ พ่อครูว่า..รู้ตัวแล้ว ว่าขายขี้หน้ามาหลายทีแล้วเอาส่วนบุญมาฝาก เอาบุญมาฝาก ใส่ตระก้ามาเลยอย่างนี้ เราพูดแล้วก็น่าสงสาร คนฟังไม่ดีก็จะหาว่าเราเยาะเย้ยเขา ขออภัยไม่ได้มีจิตใจเยาะเย้ยอะไรหรอก บางทีนี้มันมีลีลาสำเนียง ลีลาอย่างพลเอกประยุทธ์นี่แหละดูแล้วไม่เบื่อ ถามจริงๆ ลีลาของคุณชวน หลีกภัย กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาลีลาของใครมันกว่ากัน ...พลเอกประยุทธ์ ลีลาคุณชวนก็มีอะไรขึ้นเยอะ แต่ก่อนนี้จืดกว่านี้ แต่เดี๋ยวนี้ชัก อีกสักวันก็ออกลูกร็อค เอาภาษาดนตรีมาใช้หน่อยว่า ดนตรีร็อคหมายถึงระดับไหน
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เรื่องลูกรำคาญแม่จะแก้อย่างไร _6601น้อมนมัสการบูชาพ่อครูลูกมีเรื่องจะเรียนถามพ่อครูว่า ตอนนี้ลูกต้องดูแลแม่อายุเก้าสิบกว่า ท่านจะมีอาการเหมือนเด็ก เอาแต่ใจ บางครั้งไม่ได้ดั่งใจก็ร้องไห้ แต่เรียกหาตลอดเวลาจนคนดูแลไม่มีเวลาทำงานอะไรต้องคอยเฝ้ากัน ผลัดกันเฝ้า งอแงเวลาค่ำมาก็กลัว อาการอยู่คนเดียวไม่ได้ค่ะ ทำให้ลูกเกิดอาการ เบื่อ หงุดหงิด รำคาญใจมาก เพราะมันเหนื่อยและต้องคอยตามใจค่ะ ลูกอยากขอข้อธรรมะจากพ่อครูเป็นกำลังใจในการดูแลแม่ด้วยจิตที่ดีไม่เป็นอกุศลจิตด้วยค่ะ ขอพ่อครูเมตตาด้วยค่ะ พ่อครูว่า..คงจะมีกรณีอย่างนี้อยู่ไม่ใช่น้อยในคน เรื่องนี้ก็ขอสรุปลงไปตรงที่เป็นวิบากของคุณ วิบากของคุณ คนที่มีแบบนี้ไม่ใช่น้อย วิบากของคุณตัวเองทั้งนั้น วิบากนั้น ถ้าอย่างคุณนี้อาตมาพิจารณาวินิจฉัยให้ได้ว่า มันเป็นวิบากเก่ามามากกว่าวิบากใหม่ บางคนสร้างวิบากใหม่ก็ได้ คนที่สร้างวิบากใหม่ได้ลูกขี้รำคาญ จะรำคาญอย่างอันธพาล ถ้าเป็นวิบากใหม่ ถ้าเป็นวิบากเก่าจะรำคาญก็รู้สึกว่า อย่างไรเขาก็เป็นแม่ มันจะทิ้งไม่ได้ แล้วมันก็จะไม่ตีทิ้งง่ายๆ จะไม่ลบหลู่จะเป็นเชิงกุศลมากกว่า ก็ขอให้กำลังใจคุณว่า คุณเกิดมาคุณจะมีแม่ แม่ก็คือแม่ ไม่ใช่แม่เลี้ยงแต่นี่คือแม่แท้ๆแม่ทางสายเลือด คนจะมาเกิดเป็นสายเลือดกันต้องมีวิบากร่วมกันมา จะมีวิบากเพราะความรักหรือความแค้นก็แล้วแต่ บางคนลูกกับพ่อกับแม่เกิดมาแก้แค้นกัน ชาตินี้ก็ยิงกันตายก็มี ก็ไม่เจอธรรมะก็เลยเสริมวิบากซ้อนกันไปอีก ก็ต้องศึกษาให้ดีๆเรื่องวิบากเรื่องกรรมวิบาก เป็นเรื่องที่ศาสนาเทวนิยมไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องที่ศาสนาเทวนิยมไม่รู้เรื่องกรรมวิบาก เป็นเรื่องอจินไตย เรื่องที่นึกคิดเอาเองไม่ได้ต้องศึกษาให้ดีๆมีภูมิธรรมลึกซึ้งจึงจะรู้ อย่างอาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ก็ยังไม่รู้กรรมวิบากได้มากเท่าไหร่แต่ก็ยังพอพูดได้บ้าง คนที่อวดดีจะไปแก้กรรมให้คนนั้นคนนี้ คุณนั่นแหละ จะได้รับวิบากซ้ำซ้อนอวดดี เลอะเทอะ ไปเอามิจฉาทิฏฐิอะไรไปทับถมให้ผู้อื่น ด้วยความโง่ไม่ใช่ความฉลาดจริงของตัวเอง ซวยทั้งตัวเองทั้งผู้อื่น บอกว่าแก้กรรมๆ พูดขึ้นมาก็นึกถึงแม่ชีคนหนึ่งคือแม่ชีทศพร ซวยมหาศาล แล้วพระก็ไม่รู้เรื่องปล่อยให้แม่ชีนี้ใช้วัดแก้กรรม ศาสนาพุทธมันจึงเสื่อม เห็นแล้วมันน่าสังเวชใจ พูดไปก็เพราะว่ามีเรื่องจริงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมันผิดเพี้ยนไปเยอะแล้ว อาตมาจึงจำเป็นต้องพูดต้องอธิบายต้องข่ม อาตมาไม่มีจิตอกุศลอะไรมีแต่เมตตาเกื้อกูลจะช่วยให้ชัดเจนขึ้น ศึกษาให้ดีจะได้ประโยชน์ สรุปอีกที ถึงอย่างไรคุณจะต้องพยายามทำใจให้คลาย มันเป็นวิบากแต่ปางก่อนคุณสร้างมาเองของคุณเองต้องยอมรับ แม้ถึงตาย คุณก็ต้องยอมรับ ที่พูดนี้ให้มันแรงๆหน่อย คุณจะได้เข้าใจ เพราะคุณจะไปทำอย่างไรบอกว่านี่ไม่ใช่แม่? คุณเกิดมาจากรูกระบอกหรืออย่างไร มันไม่ได้ ดีแล้วยังมีแม่ให้คุณได้ทดแทนบุญคุณ ต้องพยายามรู้ว่านี่คือการทดแทนบุญคุณ อย่างน้อยมันเป็นกุศลของคุณ คุณก็ทำใจของคุณอย่าให้เกิดกิเลส อย่างเช่นอาการหงุดหงิดไม่ชอบใจ คุณทำกิเลสให้ลดลงไปนี่คือประโยชน์ตนประโยชน์ผู้อื่นก็เป็นกุศลวิบากเสริมให้แก่ผู้อื่น เรื่องนี้ก็จะได้คลายลง เกิดมาในชาติหน้าอกุศลวิบากนี้ก็จะลดลง สำคัญคือ คุณทำจิตใจอย่าไปหงุดหงิดรำคาญอย่าไปมีอาการอารมณ์ที่เป็นอกุศลจิต ที่เป็นจิตที่มันทุกข์รำคาญพวกนี้ทั้งนั้น ยิ่งไปทำเป็นโกรธหรือตัดทิ้งทำประชดทำรุนแรงก็ยิ่งร้ายใหญ่ อย่าเชียวนะ อย่าเป็นเช่นนั้น สมณะฟ้าไท..ว่า ตัวเราในอนาคตอาจจะเป็นมากกว่าแม่ก็ได้ พ่อครูว่า...เราในอนาคตอาจจะเป็นคนขี้โกรธก่อเรื่องให้คนอื่นเขาลำบากลำบนมากกว่าแม่ก็ได้ เพราะฉะนั้นนะเราพยายามทำให้มันลดกิเลสตัวนี้ จะได้ลดวิบากไป ชาติหน้าจะได้ไม่มีวิบาก เห็นไหมว่าคนเรานั้นมันน่าเบื่อเกิดมาเป็นคนอวิชชา แม่คุณไม่รู้หรอกเป็นอวิชชาไม่ได้เจตนาจะมาทำให้คุณรำคาญหงุดหงิดให้คุณมีทุกข์ แม่ก็ไม่มีคนไหนอยากทำให้ลูกเป็นทุกข์หรอก นอกจากคนวิปริต จิตบ้า ทำให้คนทุกข์ทรมานทำให้เสียหาย อย่างนั้นก็เป็นคนที่ไม่ต้องพูดกันแล้ว คนเลวร้ายอย่างนี้ ถ้าคนไปคิดในแง่ร้ายอย่างนี้ก็ไม่ต้องพูดกัน แต่ถ้าคนที่ยังพูดรู้เรื่องอยู่ก็ให้มาทำอย่างนี้ใส่ใจทำ สรุปแล้วก็พยายามอดทนเอา แล้วก็พยายามใช้ภูมิปัญญาปล่อยวางใจให้ว่างให้มีเมตตา แม่ของเราเราไม่เมตตาช่วยเหลือเกื้อกูล มันก็หมดแล้วไม่มีใคร ขนาดพ่อแม่ลูกยังไม่ช่วยเหลือเกื้อกูลแล้วจะมีใคร ไม่มีที่จะพูดกับคุณต่อไปอีกแล้ว
สื่อธรรมะพ่อครู(บุญ) ตอน องค์ประกอบของพลังงานบุญคืออะไร _0015 องค์ประกอบหลักที่เป็นพลังชำระกิเลส(บุญ) คืออะไรครับ พ่อครูว่า…คำถามนี้จะต้องตอบอีก 84,000 พระธรรมขันธ์ หลักที่เป็นพลังชำระกิเลสคือศีล สมาธิ ปัญญา หลักของการจัดสร้างพลังงานบุญคือศีลสมาธิปัญญา
นี่ก็เป็นคำไข อันหนึ่งที่อาตมาพูดได้ชัดเจนขึ้น บุญเกิดได้จากศีล สมาธิ ปัญญา ผู้ที่มีธาตุรู้รู้จักวิธีต้องเริ่มจากศีล สมาธิ ปัญญา แล้วก็ใช้ศีล สมาธิ ปัญญาจนถึงที่สุด แม้ที่สุด ศีลที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติแล้วก็ต้องมีศีลของตัวเอง เช่น คุณเมื่อสุดท้ายแล้วจะเป็นพระอรหันต์ยังเหลือมานะ อุทธัจจะ คุณก็ตั้งข้อปฏิบัติซึ่งอันนี้แหละเป็นสิทธิของบุคคล จริตไม่เหมือนกันต้องตั้งเกณฑ์ว่าเราต้องปฏิบัติอย่างนี้อยู่ในเกณฑ์อย่างนี้ มันถึงจะฆ่ามานะอุทธัจจะของเราได้จบ อันนี้โตแล้ว พ้นนิติภาวะสุดท้ายแล้ว ไม่ต้องให้ใครบอกหรอกต้องเป็นเองต้องหาเหตุปัจจัยเองต้องตั้งหลักเกณฑ์ของตัวเองมันจะรู้เองอันนี้มันจะมีปฏิภาณ คุณไม่ต้องห่วงหรอกมันจะมีปฏิภาณรู้เอง ไม่ต้องขยายความมาก สรุปแล้วหลักที่ชำระนั้นคือการปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญา แล้วคุณเจริญด้วย อธิมุติ จิตโน้มไปหาวิมุติ ไปสู่ที่สุดที่สูง อธิมุติก็เป็นวิมุติ แล้วถึงจบด้วย วิมุตติญาณทัสสนะ
นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ -สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน -สมณะเดินดิน
_3867 รัฐข้ารองบาทลุงคนดีผู้รักษ์สัตย์ปฏิญาณฯในสภาศิวิไลซ์อันส่งเสริมคนดีที่มวลมติมหาชนน้อมใจตามรอยสุรเสียงฟ้าสีเหลืองทองฯที่มวลมหาประชาชนจะได้ประจักษ์ในสภาบรรลัยวิไลซ์อันเสื่อมโทรมด้วยธาตุแท้อันไม่บริสุทธิ์ใจต่อข้ารองบาทด้วยกัน?ฤาในสภาศิวิไลซ์อันเจริญธาตุรู้อันบริสทธิ์ใจต่อชาติศาสน์กษัตริย์ประชาชน?มวลมหาประชาชนจะได้เห็น ชัดทุกธาตุ?ในสภาฯสาธุธ.บุญนิยม!เจริญธรรม
_7757 ปลูกต้นไม้อย่างน้อยวันละ ๑ ต้น. -นายสันติ จรูญวิทยากร-
พ่อครูว่า…เอาเลย ปลูกต้นไม้เข้าไป ก็ไปคบคุ้นกับท่านเพาะพุทธฯ
สื่อธรรมะพ่อครู(พรหมวิหาร 4) ตอน เมตตา อุเบกขา ในพรหมวิหาร _พิมพ์เพชรรุ้ง สภาวะ พรหมวิหาร 4 ลูกมีสภาวะเกิดจากการปฏิบัติศีล 5 ข้อที่ 1 และเกิดจากการปฏิบัติให้มีความเมตตาต่อตนเองและผู้อื่น ต่อมาลูกเข้าใจสภาวะของกรุณาจิตที่เกิดจากการปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 และอิทธิบาท 4 ลูกขอให้พ่อท่านอธิบายการปฏิบัติให้ได้มุทิตาจิตซึ่งลูกเข้าใจว่าเป็นจิตที่พัฒนาสูงขึ้นกว่าจิตเมตตาและกรุณา ถ้ามีการลดละอัตตา เพื่อให้เข้าถึงสภาวะจิตอุเบกขาแบบเนกขัมมะ 2 ข้อนี้ถูกต้องหรือไม่ พ่อครูว่า..ถูกต้อง.มรรคมีองค์ 8 จะปฏิบัติก็มีอิทธิบาท 4 มีโพชฌงค์ 7 เข้าร่วมเสมอ เป็นหมวดธรรมที่เป็นสามเส้า ที่จะช่วยกันปฏิบัติ ปฏิบัติธรรมะถูกต้องก็จะมีความเมตตากรุณาเกิดขึ้น ถูกต้องถูกสัดส่วนของธรรมะ เมตตาเป็นจิตที่ปรารถนาจะให้คนอื่นพ้นทุกข์ ทีนี้พอกรุณา ก็เป็นผู้ที่ลงมือช่วยเขา ถ้าเราช่วยได้แต่ช่วยไม่ได้ก็อย่าไปช่วย ถ้าช่วยไม่ได้ก็จะเป็นการหลงตัวเองอวดดีมากก็กลายเป็นเตี้ยอุ้มค่อม เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง ไม่ได้ ต้องดูตัวเอง อัตตัญญุตา ว่า เราจะช่วยเขาได้ไหม โดย 1. ไม่หลงตัวเอง 2. เขาก็ไม่หลงตัวเองด้วย ดูตัวเราเองว่าเราจะมีบารมีพอ มีความสามารถมากพอจะช่วยเขาได้ไหม ประมาณตน อัตตัญญุตา หากว่าพอช่วยได้ก็ลองดูได้ หากว่าลองดูแล้วไม่ไหวยิ่งเขาแสดงท่าทีของเขาออกมา ต้องทัน คุณต้องรู้ตัวอย่าไปอวดดีอย่าไ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive