สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน บุญเป็นเอกังสวาที มีนัยยะเดียว.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.07 KB
วันที่แก้ไข2 มีนาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

บุญเป็นเอกังสวาที มีนัยยะเดียว จำเป็นจะต้องพูดต้องว่าเพราะเป็นสิ่งที่ผิดจริงๆ มันจึงยากมาก อาตมากำลังคิดจะยกตัวอย่างบุคคลจริงในประเทศไทยปัจจุบันนี้ ที่ยอมรับนับถือกันว่า เป็นผู้ที่ยอดของทางพุทธศาสนา ในประเทศไทยปัจจุบันขณะนี้ แต่ยังมีความเข้าใจ คําสําคัญของศาสนาพุทธ ยังไม่สัมมาทิฏฐิ เช่นคำว่าบุญ หรือปุญญะ ยังเข้าใจคำว่าบุญ มีหน้าที่ มีนิยามแท้จริงสมบูรณแบบไม่ได้ บุญนี้เป็นเอกังสวาที มีหน้าที่เดียว เป็นสองไม่ได้ มีหน้าที่เดียวเวียนกลับไปเป็นบาปไม่ได้ เป็นวิภัชวาทีไม่ได้ ทำหน้าที่เสร็จก็จบ บุญมีหน้าที่ปราบสิ่งที่ตรงกันข้ามกับตัวเองได้ว่าบาป เมื่อปราบบาปจบ บุญก็หายไปจบเสร็จ เป็นเอกังสวาที บุญจะกลับไปเป็นบาปอีกไม่ได้ ผู้รู้ทางศาสนาพุทธ ท่านยังเข้าใจคำว่าบุญอย่างนี้ไม่ได้ เป็นเรื่องใหญ่ของศาสนาพุทธ เพราะบุญมีหน้าที่ชำระกิเลส กิเลสคือตัวเนื้อของบาป ตัวเชื้อของบาปแท้ เมื่อเข้าใจกิเลสหรือบาปไม่ได้ บาปกับกิเลสคือตัวเดียวกัน เมื่อไม่เข้าใจทำลายกิเลสไม่ถูกตัว ทำลายกิเลสแล้วไม่รู้จักแล้ว เพราะไม่รู้จักหน้าที่ของบุญ จึงเรียนรู้ความเป็นบุญ ไม่สมบูรณ์ ยังสับสนอยู่ ที่อาตมายืนยันได้ว่า ท่านไม่รู้นิยามความจริงนี้คือ ท่านอธิบายความจริงยืนยันว่า ท่านอธิบายปุญญาภิสังขาร กับอปุญญาภิสังขาร คืออธิบายปุญญะเป็นวิภัชวาที ทั้งที่ปุญญะเป็นเอกังสวาที ปุญญาภิสังขาร ทำหน้าที่จัดการปรับปรุงจิตของตัวเอง กำจัดกิเลสให้ได้เรียกว่า ปุญญาภิสังขาร เมื่อกำจัดกิเลสได้ก็หมดหน้าที่ของบุญ เป็นอปุญญาภิสังขาร ก็จบ ก็ไม่มีบุญแล้ว หมดบุญ อ คือไม่ ไม่มีบุญ แต่ท่านไม่เข้าใจหน้าที่ของบุญ ก็เลยอธิบาย อปุญญาภิสังขารว่า สังขารเป็นบาป อธิบายปุญญาภิสังขารว่า ทำลายบาป แต่อธิบายอปุญญาภิสังขารว่า บาป อปุญญะคือ ไม่มีแ

อ่านต่อ

ล้วบุญ บุญหมดแล้ว แต่ท่านไปแปลว่าบุญยังมีอยู่ วิภัชวาที บุญยังมีอยู่ยังไงก็ไม่หมด 0 แต่ว่าปุญญะนี้ทำหน้าที่เสร็จแล้วนะ แต่บอกว่ามีอยู่ ก็ต้องวนไปหาบาป ก็นึกว่ามันยังดี ยังมี เพราะคู่สุดท้ายมีบุญกับบาปเท่านั้น สัจจะของสิ่งทั้งปวงในศาสนาพุทธมีคู่กัน 2 สุดท้าย คือบาปกับบุญ ถ้าหมดสิ้นทั้งบาปและบุญแล้ว ถ้ายังมีกรรมการกระทำอยู่ ผู้นี้มีการกระทำจึงเป็นกุสลัสสูปสัมปทา มีแต่ดี ไม่มีบุญไม่เกิดบุญอีกเลย เพราะไม่มีบาปแล้ว สัพพะปาปัสสะอกรณัง ไม่มีบาปให้กระทำแล้ว บาปมันตายอย่างถาวรไม่เวียนมาเกิดอีกแล้ว ถ้ายังไม่ตายคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ จะทำกรรมใดๆซึ่งเป็นแต่กรรมที่เป็นกุศลเท่านั้น มีแต่ กุสลสูสัมปทา กุศลถึงพร้อม บรรลุแต่กุศลมีแต่ดีเป็นสมมติสัจจะ เพราะว่า ปรมัตถสัจจะของท่านไม่มีบุญไม่มีบาปแล้ว จึงมีแต่ทำกุศล ตัวเองไม่ต้องชำระแล้ว มีแต่สอนคนอื่นให้ชำระกิเลสต่อไปๆ นี่คือเนื้อหาของโอวาทปาติโมกข์ สัพพปาปสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสลสูปสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) สจิตตปริโยทปนัง(ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วจากกิเลส)

600301_เทศน์ก่อนฉันศีรษะอโศก อาวุธที่ยิ่งใหญ่กว่าอาวุธใดคือบุญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน