สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน ความเสื่อมของนิสสัคคีย์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.42 KB
วันที่แก้ไข18 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน ความเสื่อมของนิสสัคคีย์ อย่างสมเด็จช่วงนี้ นิสสัคคียปาจิตตีย์ยังเสื่อมเลย ออกกฏหมายมาให้มีเงิน ทั้งที่พระมีเงินไม่ได้ เขายังไม่ได้เลยแม้แค่ความเสื่อม คนในยุคนี้เป็นยุคสุดท้ายแล้วที่จะเข็นขึ้น ยุคต่อไปเข็นไม่ขึ้นหรอก ต่อไม่ติด ตัวอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านว่านี้ ที่มีตัวอย่างมาถึงยุคนี้ก็มีตัวอย่างยืนยันจริง ตอนนี้อาตมาว่าลึกๆ ผู้จะทำงานฟันธงลงไปนั้นเกรงมวลของเขานะ แต่ถ้าทำแล้วฟันลงไปจริงๆ ใช้รัฏฐาธิปัตย์ที่มีจะทำได้ เพราะในยุคนี้ มีในหลวง มีนักรบ ยุทธะคนนี้ มีท่านประยุทธ์ ปยุตโต มีความครบพร้อมแล้ว เรื่องสังฆราชนั้น พระพุทธเจ้าไม่ให้ตั้งใครมาเป็นใหญ่ แต่ให้ทำตามพระธรรมวินัยให้องค์สงฆ์เป็นใหญ่ ตั้งแต่ สังฆ 4 รูปขึ้นไป เป็นภาวะที่จะเกิดได้มีได้ต่อไป เกิดภาวะสองของทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูปนามหรืออุตุนิยามที่เกิดสุดท้ายของนิวเคลียส แตกตัวก็เป็นสอง นี่คือรายละเอียดที่อาตมาว่าเป็นที่สุดแล้ว อาตมามั่นใจว่าอาตมาจะเป็นผู้อธิบายรายละเอียดถึงที่สุดได้ ถ้าไม่มีอาตมามาอธิบายนี้ก็ไม่มีใครมาอธิบายในยุคนี้ เพราะฉะนั้น นิสสัคคีย แปลว่า สิ่งที่ควรละควรเลิก สิ่งที่ไม่ควรรับเอา หรือควรทิ้งเสีย พระพุทธเจ้าท่านยันเอากับอัมพัฏฐะว่า วรรณะกษัตริย์ใหญ่สุดในวรรณะทั้งหลาย และพระพุทธเจ้ายืนยันว่า อัมพัฏฐะเป็นลูกนางกัณหะ คือลูกทาส อัมพัฏฐะก็จำนน แล้วตกลงกษัตริย์บริสุทธิ์กว่า พราหมณ์กับกษัตริย์นั้นจะผลัดกันสูงกว่าในแต่ละยุค แต่พระพุทธเจ้าไล่เรียงพบว่า อัมพัฏฐะเป็นลูกทาส พระพุทธเจ้าเป็นลูกกษัตริย์ แม้ความรู้ก็แพ้พระพุทธเจ้า แต่เขาไม่ยอม เลยต้องเอาวรรณะมายืนยัน ยุคนั้นพราหมณ์ห่มขาว พระพุทธเจ้านุ่งผ้าย้อมน้ำฝาด ยุคนี้พระเป็นพระมหาศาล แต่สมณะไม่ใช่สมณะมหาศาลนะ ดูแค่การยึดรถเบ

อ่านต่อ

นซ์นี่สิ แล้วไม่ใช่แค่ว่าที่สังฆราชนะ แม้พระครูก็มีรถจากัวร์นะ ยืนยันว่าเสื่อมเลย คำว่าพราหมณ์หรือกษัตริย์ก็ล้อเลียนกันในยุคโน้น ยุคนี้พระก็ล้อเลียนกับสมณพราหมณ์ ทางโน้นเขาไม่ให้เราเรียกว่าพระ ให้เรียกเราว่าสมณพราหมณ์แทน เจ้าคุณโสภณคุณาภรณ์ที่เป็นตัวตั้งตัวตี จับเราไปขึ้นศาลท่านยังสะดุดเลย มาตกลงกันแล้วว่าเราเรียกว่าสมณพราหมณ์ เจ้าคุณก็อุทานว่าสมณพราหมณ์เป็นคำเรียกพระอรหันต์ ไปให้เขาได้อย่างไร… เขาเลือกเองนะ คำว่ากาย คำว่าบุญ คำว่ากุศล เดี๋ยวนี้ในสังคมไทยเราก็เข้าใจผิดเพี้ยนไปหมด ทำให้การปฏิบัติธรรมไม่เกิดมรรคผลของศาสนาพุทธ กายต้องมีสอง คือรูปกับนาม ไม่ใช่หนึ่งเพียงวัตถุธาตุ ส่วนบุญเป็นเครื่องมือจำกัดกิเลส แต่ไปเข้าใจว่าบุญเป็นกุศลเป็นวิมาน ทั้งที่กุศลเป็นเพียงสิ่งที่พออาศัย ให้ทำได้อย่างสบายบ้างอย่างมีกำลังบ้างเท่านั้น สวดหมายถึงสาธยาย ผู้จะสาธยายได้ก็ต้องมีความรู้จริงที่ถูก ไม่เช่นนั้นก็สาธยายสิ่งผิด ผู้ที่สวดได้ท่องจำได้แต่เป็นแค่จับกังแบกลังทอง จะสาธยายไม่ออก ไม่ครบ ผู้ที่ยังหลงอยากได้อำนาจตำแหน่งฐานะหน้าที่มันน่าอายทั้งนั้น มีคนว่าอาตมาจะพยายามขึ้นเป็นสังฆราช ในความหมายคือผู้มีอำนาจเป็นใหญ่ อาตมาเองอาตมารู้ธรรมะเหล่านี้ดี จะเอามาทำอะไร ทุกวันนี้อาตมาไม่สะสมก็ยังเหลือเฟือ มีแต่ระบายออก อาตมาจะไปเป็นสังฆราชไปทำไม ถ้าอาตมาไม่มีตำแหน่งหน้าที่นี้อาตมาอิสระ แต่ถ้ามีก็ต้องถูกผูกมัดไว้ อาตมาคิดว่าอาตมาไม่โง่นะ ใครโง่จะไปมีตำแหน่งก็เชิญ อาตมาอิสระ ยุคนี้จึงมีพุทธอิสระออกมาโลดแล่น

590302_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปราบอัมพัฏฐมานพ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน