สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน องค์ประกอบสองของศิลปะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.97 KB
วันที่แก้ไข12 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน องค์ประกอบสองของศิลปะ _1614 ส่วนหนึ่งศิลปินทางโลก มักจะใช้กามและอัตตาเป็นตัว ขับเคลื่อน มโนปั้น งานศิลป์ อัน วิจิตรขึ้นมา กราบขอความเห็นจากพ่อครูด้วยครับ/the sun พ่อครูว่า จริง เพราะว่า ศิลปะมีอยู่ 2 อย่าง 1 สุนทรียศิลป์ 2 สารศิลป์ ไม่รู้เขาเรียนกันมาหรือเปล่าว่ามี 2 อย่างนี้ สุนทรียศิลป์คือสิ่งที่หุ้มห่อ เป็นสิ่งที่ชวนให้ดู ส่วนเนื้อแท้ธรรมะนั้นคือยา ยาต้องมีน้ำตาลหุ้มหน่อยมีสีสัน คือศิลปะ ถ้าไม่มีสีสันหุ้มก็เป็นสารคดี เป็นงานเนื้อแท้สาระเป็นแก่น การทำงานศิลปะจึงต้องมีสีมีน้ำตาลหุ้มห่อ เป็นสุนทรียศิลป์ เพื่อชี้ชวนให้คนมาเอาสาระ แต่ถ้าสารคดี มันเป็นเนื้อแท้ ไม่มีอะไรเป็นเครื่องชี้ชวน ศิลปะต้องมี 2 อย่างนี้ จัดสัดส่วนให้คนมาสนใจมาเอาเนื้อหา สุนทรียศิลป์เขาก็เรียกว่าเป็นอัตตลักษณ์ เป็นที คือ เทคนิค ของแต่ละศิลปิน ที่จะมีเทคนิคชี้ชวนสาระศิลป์ผสมส่วนให้คนมารับสาระไป โดยไม่หลงแต่น้ำตาลและสี ต้องได้เนื้อของสาระศิลป์ คนทำงานทุกวันนี้ไปพัฒนาแต่เทคนิค คือที ทั้งนั้นเลย ไม่ได้เข้าใจว่างานนี้สื่อสาระอะไร อาตมาเคยพูด ว่า เขาประกวด งานชาติ รางวัลเหรียญทอง รางวัลศิลปะแห่งชาติ ประกวดภาพเขียน มีอยู่ครั้งหนึ่ง เดี๋ยวนี้เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณไปแล้วเขียนภาพมาส่ง หนังสือพิมพ์เขาก็ซักถามว่างานของอาจารย์มันสื่ออะไร เขาบอกว่าผมก็เขียนไปตามอารมณ์ศิลปินไม่รู้หรอกว่าสื่ออะไร แล้วได้รางวัลเหรียญทองด้วยนะ เป็นภาพเสื้อสวมเก้าอี้หรืออะไรอยู่ อาตมาว่าผู้ส่งงาน กับผู้ตัดสิน ก็ต่างคนต่างไม่รู้แต่ให้รางวัลเหรียญทองอาตมาก็ว่า คนตาบอดจูงคนตาบอดไปดูหนังใบ้ คนตาบอดก็ไม่เห็นแล้วไปดูหนังใบ้อีก จะไปรู้เรื่องอะไร ศิลปะทุกวันนี้เพ้อคลั่งกันทั้งโลกเป็นการหลอกให้คนไปหลง

อ่านต่อ

ในเทคนิคทั้งนั้นเลย ไม่เข้าใจสาระศิลป์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าศิลปะเป็นมงคลอันอุดม ศิลปะนั้นนำพาไปสู่ที่สูงสุด อุดมคืออุตมะคือนิพพานนั่นเอง ศิลปะเป็นโลกุตระ ศิลปะไม่ใช่เครื่องมอมเมา อะไรที่มอมเมาให้เกิดกามเกิดพยาบาท มอมเมาให้เกิดนิวรณ์ทั้งหลาย มอมเมาให้เกิดโลกียะหลงลาภยศสรรเสริญ ยิ่งขึ้นหลงกามหลงอัตตาเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ศิลปะ งานศิลปะควรจะให้คนได้รับสัมผัสแล้วได้มีความออกจาก การติดลาภยศสรรเสริญ มากๆก็ต้องลด ติดกามติดอัตตามากๆก็ต้องลด แต่ศิลปินกลับไม่รู้ แสดงอัตตาเต็มบ้องเลย ก็หลงเลอะ ฝันเฟื่องไปตามภพชาติ จนไปตั้งชื่อเป็นศิลปะสาขาใหม่จำไม่หวาดไม่ไหว เป็นศิลปะแอ็บสแตรค ศิลปะเหนือศิลปะ ตั้งชื่อมาอย่างประหลาด นานาสารพัดจนจำไม่ได้ เป็นภาษาฝรั่งลอกเขามา ในเมืองไทยก็หลง อาตมาจึงได้เห็นว่าเลอะเทอะมากมาย พระพุทธเจ้าเป็นยอดของศิลปินอันดับ 1 ของจักรวาล ไม่ใช่แค่ของโลกนะ นำพาให้คนออกจากทุกข์ ในการหลงลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อันประกอบไปด้วยอัตตา แต่งานศิลปะนั้นทำหลงจมกับกามกับอัตตา คุณจะเขียนรูปตุ๊กตา หรือเขียนรูปคนเปลือย เขียนรูปนี้แล้วคนสัมผัสรูปนี้แล้วกิเลส กามลดมันคือศิลปะ แต่ถ้าเขียนรูปเปลือยมาแล้วคนสัมผัสทำให้เกิดกิเลสมากขึ้น อันนั้นคือลามก อันนั้นคืออบายไม่ใช่ศิลปะ ศิลปะจะต้องไม่ยั่วยวนให้เกิดหลง ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ในกามในอัตตา นี่คือความรู้พระพุทธเจ้า ทางต่างประเทศเรียนจนจบศิลปะปริญญาเอกเขารู้เรื่องเหล่านี้ไหม ไม่รู้หรอก เขาไม่รู้เรื่องเลย ก็เลยเขียนรูปโป๊แล้วบอกว่าเป็นศิลปะ ในการเสริมลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เขาไม่รู้หรอก ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ที่จะสื่อสารให้คนไม่ติดในลาภยศสรรเสริญ อะไรแค่ไหน ศิลปะที่ออกมาในตลาดที่เห็นว่าเป็นศิลปะโลกุตระ ที่สื่อให้คนเห็นได้ง่าย คือภาพตัวเป็นคนใส่สูทแต่หัวเป็นสัตว์ มันพวกนักการเมือง เป็นการสื่อสารได้ง่ายและชัดเจนดี คนดูแล้วก็เห็นว่า ดูท่าทีเป็นคนชั้นสูง ใส่สูท แต่ที่แท้เป็นหัวสมองของสัตว์ มีมันสมองเป็นสัตว์ ไม่ได้มีความเจริญอะไรเลย นักการเมืองพวกนี้ ก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยมีแต่ทำให้เกิดการเมืองกับรัฐศาสตร์ที่เสียหายล้มเหลว เอาแต่กิเลสแย่งชิงมาสร้างอำนาจใส่ตัวเอง เพื่อจะได้บัลลังก์อำนาจเข้าไปบริหาร เข้าไปจัดการกับงบประมาณ ลาภยศต่างๆเละไปหมด ไม่ใช่การเสียสละ ที่เป็นการเมืองเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

601011_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พระญาธัมมิกราชผู้ประกาศทฤษฎีแบบคนจน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน