สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐศาสตร์ขั้นสุดยอดของโลก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข12 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐศาสตร์ขั้นสุดยอดของโลก พ่อครูว่า...คนที่เป็นพุทธศาสนิกชนหากทำตนเป็นคนรวยก็กบฏต่อศาสนาพุทธทั้งนั้น มีประเทศไทยประเทศเดียวในโลกที่ชัดเจนในการบริหารแบบนี้ได้ พวกที่ทำอาวุธขายคือทำอาวุธไปฆ่าคน ทำแล้วพยายามทําให้มีประสิทธิภาพฆ่าคนให้ได้เด็ดขาดให้ได้มากมาย บาปหนาบาปหนักบาปอย่างยิ่ง แถมทำอาวุธของตัวเองได้ทำลายเก่งยอด ขึ้นราคาอาวุธให้แพงเพราะว่าไม่มีใครสู้ได้ ประกาศศักดาว่าอาวุธของเราประสิทธิภาพสูงก็ขายให้แพง พวกนี้บาปกินหัวจึงได้ถอยหลังอย่างมาก พระโพธิสัตว์จะหยั่งรู้ความจริงอย่างนี้จริงๆ แต่ถ้าร่วมมือบริหารแบบที่เรียกว่าแบบคนจน นี่เป็นคำตรัสที่ยิ่งใหญ่ของโลกของสังคมมนุษยชาติ ประเทศไทยเข้าใจคำศัพท์นี้แล้วปฏิบัติตาม ก็บอกกันว่าเราจะทำตามคำสอนพ่อ ก็ต้องตีคำสอนให้แตกแล้วปฏิบัติจริง จะเป็นประเทศที่เจริญ เป็นประเทศประเสริฐที่สุด ประเทศไทย เพราะว่าจำนนว่ามันรวยไม่ได้หรือเปล่า แต่ยังอยากจะรวย แต่ในหลวงไม่ใช่อย่างนั้นเลย ได้ตรัสบอกไว้ ผู้บริหารประเทศจะต้องศึกษาให้ดีแล้วบอกแล้วว่า เขาจะทำตามคำสอนพ่อก็ต้องศึกษาคำสอนพ่อให้ดี แล้วจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง เมื่อปฏิบัติถูกจะได้ผลสูง ขอพูดพาดพิงมาถึงชาวอโศก ชาวอโศกเข้าใจปรัชญาอย่างนี้ของศาสนาพุทธ เข้าใจปรัชญาอันนี้ของพระโพธิสัตว์ในหลวงเป็นต้น อาตมาก็บอกแล้ว ว่าเป็นธรรมิกราชอีกคน ที่มาขยายธรรมะพระพุทธเจ้า ประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธมาตลอดตั้งแต่เกิดประเทศไทยมาจนถึงเดี๋ยวนี้ แล้วก็ช่วยกัน ในหลวงแสดงรูป อาตมาแสดงนาม อาตมาแสดงภาษา ในหลวงทรงพระจริยวัตรเลย อาตมาก็เอาแต่พูดบรรยายแต่ก็สอดคล้องกันไม่ได้ขัดแย้งกันเลย เป็นสัจจะ แต่คนเข้าใจไม่ได้ นับถือในหลวงไปเหยียบอาตมา ก็ไม่เป็นไร อาตมาเข้าใจไม่มีปัญหาอะไรหรอก

อ่านต่อ

อาตมาเข้าใจดีจะต้องเป็นเช่นนั้นเพราะไม่มีอะไรเป็นเครื่องช่วย มาในครั้งนี้ต้องเป็นเช่นนั้น อาตมามั่นใจว่าไม่ได้มาทำลายศาสนาไม่ได้มาทำร้ายประชาชนไม่ได้มาทำลายโลก กำลังมาช่วย ชาวอโศกกำลังประพฤติตามคำสอนพระพุทธเจ้าตามคำสอนในหลวง เพราะพวกเรามาเอาแบบคนจน พวกเราจนจนสำเร็จเป็นขั้นตอน สำเร็จในขณะนี้ ผู้ที่ยังไม่ยอมจนก็ยังมีในชาวอโศกที่ยังไม่ยอมจน แต่ผู้ที่ยอมจนและมาตามฐานะ ก็มีมากในชาวอโศก ไม่ได้อยากจะไปรวยตาม แต่ก่อนนี้ที่ไม่ได้เคยได้ฟังได้ยินได้รู้สึก ตอนนี้ก็บอกว่ารวยมากๆไม่ดี ดีไม่ดีมาเป็นคนจนเลย จึงได้เกิดชุมชนชาวอโศกที่เป็นชุมชนคนจน อาตมาเคยท้วงว่า ผู้ที่มาสำรวจหมู่บ้านคนจน บอกว่าที่นี่จนอันดับ 5 ที่จริงแล้วน่าจะมาเป็นอันดับ 1 เขาจะคำนวณอย่างไรไม่รู้ แต่มันต้องคำนวณรายหัวชาวอโศก ทำงานแล้วมีรายได้ส่วนตัวคนละเท่าไหร่ ต้องเสียภาษีเท่าไหร่ ไม่มีใครมีรายได้ที่จะเสียภาษีเลยในหมู่บ้านชาวชุมชน เพราะว่าต่ำกว่าอัตราของประเทศที่เขากำหนดไว้ว่าจะต้องเสียภาษีรายได้เท่านั้นเท่านี้ มันต่ำกว่ามากๆ เสร็จแล้วชาวอโศกให้ภาษีแก่รัฐสูง เพราะอะไรเพราะเงินพวกเราไปอยู่หน่วยกลาง ทางรัฐก็บอกว่า ให้เสียภาษี เป็นอัตราที่สูงด้วยเพราะว่ามีเงินก้อนใหญ่ อัตราภาษีที่เขาตั้งมาเอาไว้สำหรับคนที่มีกิเลสมากก็ต้องสูงหน่อย แต่คนที่ช่วยสังคมอยู่แล้วให้แก่ประเทศชาติอยู่แล้ว ก็ควรจะต้องมีอัตราที่ต่ำมีการยกเว้นบ้างแต่ก็ไม่เป็นไรเราไม่ว่าอะไร เราไม่อยากมี exception มีอภิสิทธิ์อะไร เราก็อยู่ได้ไม่มีปัญหาอะไร ก็พูดตามรายละเอียดที่จะชัดเจน ขอสรุปให้เข้าเป้าว่าชาวอโศกมาเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่เป็นเศรษฐศาสตร์ชั้นสูงสุดยอด แม้แต่คอมมิวนิสต์ก็ต้องการ ประชาธิปไตยก็ต้องการ เพราะพวกเราทำงานแล้วเสียภาษีให้ 100% คอมมิวนิสต์ก็สู้ไม่ได้ คอมมิวนิสต์พยายามตั้งเกณฑ์การเอาภาษีที่ถูกต้อง ใครมีรายได้มากก็หักเข้าส่วนกลางมาก อาตมาเป็นคนไม่มีเครดิตไม่มีชื่อเสียงอะไร ทำไปตามแบบลูกทุ่งไม่เข้าเกณฑ์เขา แต่ที่อาตมาทำนี้ขอยืนยันว่า เรื่องเศรษฐกิจก็ดี ที่ได้นำพาชาวอโศกมาเป็นถึงได้สาธารณโภคี เป็นสังคมตัวอย่างของโลก เอาทฤษฎีของพระพุทธเจ้ามาทำ แล้วพวกเราก็เข้าใจได้และเต็มใจ ยังมีอิสระเสรีภาพในชาวอโศก ไม่ได้บังคับไม่ได้หลอกลวงไม่ได้อ้อนวอน ไม่ได้พูดประเล้าประโลม พูดอย่างแข็งๆด้วย แต่ผู้ที่มีมีภูมิปัญญาเข้าใจ จึงมีคนสามารถมารวมกันอยู่ที่นี่ได้ มารวมจนเป็นหมู่บ้านชุมชนสังคมแล้วมาช่วยกันรังสรรค์เผยแพร่ ยืนยันความจริงในรูปธรรมนามธรรม ก็ขอขอบคุณพวกเราทุกคนที่มีความจริงใจ และก็มีความเข้าใจ ที่มาช่วยให้เกิดรูปธรรมของศาสนาพระพุทธเจ้า จนเป็นสังคม ยอด เรียกว่าสังคมโลกุตระ สังคมที่มี ลาภธัมมิกา ถึงขั้นสาธารณโภคี อยู่ในสาราณียธรรม 6 เพราะว่ามีพุทธพจน์ 7 1. สาราณียะ (รู้จักระลึกถึงกัน คำนึงถึงคนที่ควรเอื้อ) 2. ปิยกรณะ (รักกันสัมพันธ์ดี-ปรารถนาดีต่อกัน) . 3. ครุกรณะ (เคารพกัน รู้จักฐานะ รู้จักคุณวุฒิ) 4. สังคหะ (สงเคราะห์เกื้อกูลช่วยเหลือกัน) . . . 5. อวิวาทะ (ไม่วิวาทแตกแยกกัน) . 6. สามัคคียะ (พร้อมเพรียงกัน มีพลังรวมยิ่งใหญ่) . ๗. เอกีภาวะ (เป็นปึกแผ่น มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน) (โกสัมพีสูตร พตปฎ. ล.22 ข.282-283) จึงเกิดผลเป็น 1. เข้าไปตั้งกายกรรมประกอบด้วยเมตตา ทั้งลับ-แจ้ง . 2. เข้าไปตั้งวจีกรรมประกอบด้วยเมตตา ทั้งลับ-แจ้ง 3. เข้าไปตั้งมโนกรรมประกอบด้วยเมตตา ทั้งลับ-แจ้ง 4. แบ่งปันลาภผลให้กับเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย (ลาภา ธัมมิกา - มีลาภตามธรรมแห่งสาธารณโภคี) . . 5. มีศีลเสมอสมานกันกับเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย (สีลสามัญญตา) 6. มีความเห็นเสมอสมานกันกับเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย . (ทิฏฐิสามัญญตา) . . (ล.22 ข. 282-283) ยืนยันว่าพระพุทธเจ้าทำได้จริง เป็นสาธารณโภคี กินใช้ร่วมกันอยู่ในนี้หมด และก็มี ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ศีล 5 เสมอศีล 5 ศีล 8 เสมอศีล 8 ศีล10 เสมอ ศีล10 โอวาทปาติโมกข์ศีล ก็ไม่ใช่ถือศีลแต่ปาก ในเถรสมาคมบอกว่าต้องสร้างหมู่บ้านที่มีศีล แต่ชาวอโศกเป็นหมู่บ้านที่มีศีลมา 30 40 ปีแล้ว ไม่เห็นว่าทางรัฐบาลจะรู้เรื่องเลย แล้วชาวอโศกมีศีลจริงๆไม่ใช่มีศีลเล่นๆ ปฏิบัติจริงๆ ใครผิดศีลตั้งแต่ศีล 5 ก็ต้องออกไป ถึงขั้นที่ไม่ควรจะอยู่ในหมู่ ก็ต้องให้ออกจริงๆ ไม่ใช่พูดเล่น ไม่ว่าใครก็ตาม 601011_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พระญาธัมมิกราชผู้ประกาศทฤษฎีแบบคนจน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน