สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่ดีสุด.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่ดีสุด อาตมาพูดถึงประชาธิปไตยก็ขอเข้าเรื่อง วันนี้ วินาทีนี้ ประเทศไทยในขณะนี้ เป็นประเทศที่มีการเมืองประชาธิปไตยที่ดีที่สุด ในโลกเลย ขณะนี้นี่ เป็นการเมืองที่มี Activity ที่ชัดเจน ถ้าจะว่า อังกฤษเป็นเจ้าของประชาธิปไตยเป็นต้นแบบ เขาก็ไปสุขุมๆของเขาไป ก็เป็นต้นแบบไป แต่ประเทศไทยเป็นตัวปฏิกิริยามี activity ความเป็นประชาธิปไตยที่คนเข้าใจได้ยากมาก โดยเฉพาะสิ่งที่ยืนยันแสดง เป็น Phenomenal คือในหลวงของเราเป็นนักประชาธิปไตยที่ขานรับกันทั่วโลก ท่านทรงแสดงความเป็นประชาธิปไตยมา 70 ปี ชัดเจนที่สุด แสดงอย่างมีสัปปุริสธรรม 7 อย่างงดงามมากเลย ในฐานะอันพอเหมาะพอควรของท่าน อาตมาก็แสดงอย่างพอเหมาะพอควรของอาตมา ในฐานะธรรมิกราชอีกคน ที่ว่าพอเหมาะพอควร คือท่านทรงรูปธรรมชัดเจน สวยงามสมบูรณ์ของท่านแล้วแต่ของอาตมาก็สมบูรณ์ของอาตมา รอดูว่าอาตมาทำไป ถึง 70 ปีอย่างท่านบ้าง แต่แน่นอนคนจะต้องเข้าใจได้ยากและใช้เวลานานกว่า ถ้าอาตมาทำไปจน 70 ปีก็เพิ่มอีก 23 ปี แล้วไปจน 144 แล้วไปอีก 7 ปีก็ 151 ปี อาตมาจะอยู่ถึงหรือไม่ก็ตั้งใจเอาไว้ แต่ในหลวงก็ทรงของท่านสมบูรณ์แล้ว แต่ในนามธรรมก็จะได้รับการยอมรับด้วย ในฐานะธรรมิกราช พูดไปก็ขออภัยที่คนจะมีอาการหมั่นไส้ได้ ในหลวงทรงเป็นพุทธมามกะกันทุกองค์ ก็ได้พยายามนำพามาตามแต่ละพระองค์ เป็นพระราชูปถัมภก มาตลอดเวลาทุกพระองค์ ในยุคนี้ได้ถูกยกโดยในหลวงพระองค์นี้มากพอ แต่ท่านไม่ตำหนิใคร ท่านมาทำงานในปางพระเตมีย์ใบ้กับพระมหาชนก ท่านก็ไม่สอนสังฆราชทำตามหน้าที่ของท่าน แล้วท่านก็ตรัสธรรมะของท่าน อย่างที่ท่านบอกว่าให้มาเป็นแบบคนจน มาเป็นคน ตามวรรณะ 9 (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจ
อ่านต่อ
น (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) ศาสนาพุทธต้องมากล้าจนไม่ใช่มาเอาความรวย แต่คนไม่เข้าใจธรรมะโลกุตระของพระพุทธเจ้า มันเป็นเรื่องจริง ถ้าประเทศไทยเข้าใจความจริง ในปรัชญานี้ ต้องมาเอาแบบคนจนไม่ใช่ไปแข่งรวยกับเขา ท่านตรัสไว้ชัด มีรัฐมนตรีของเกาหลี “เราเลยบอกว่า ถ้าจะแนะนำได้ ต้องทำ “แบบคนจน” เราไม่เป็นประเทศร่ำรวย เรามีพอสมควร พออยู่ได้ แต่.. ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก เพราะถ้าเราเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก ก็ จ ะ มี แ ต่ ถ อ ย ห ลั ง ! ประเทศเหล่านั้นที่เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมก้าวหน้า จ ะ มี แ ต่ ถ อ ย ห ลั ง และถอยหลังอย่างน่ากลัว ! แต่ถ้าเริ่มมีการบริหารที่เรียกว่า “แบบคนจน” แบบที่ไม่ติดกับตํารามากเกินไป ทําอยางมีสามัคคีนี่แหละ คือ เมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป...” “...คนที่ทํางานตามวิชาการจะต้องพึ่งตํารา เมื่อพลิกไปถึงหน้าสุดท้ายแล้ว ในหน้าสุดท้ายนั้น เขาบอก “อนาคตยังมี” แต่ไม่บอกว่าให้ทําอย่างไร ก็ต้องปิดเล่ม คือ ปิดตํารา ปิดตําราแลวไม่รู้จะทําอะไร ลงทายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรกก็.. เริ่มต้นใหม่ ถอยหลังเขาคลอง แต่ถ้าเราใช้ตํารา“แบบคนจน” ใช้ความอะลุ่มอล่วยกัน ตํารานั้นไม่จบ.. เราจะก้าวหน้า “เรื่อยๆ”
(พระราชดํารัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษา : 4 ธันวาคม 2534) . 601011_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พระญาธัมมิกราชผู้ประกาศทฤษฎีแบบคนจน