สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิ การชม) ตอน ปรับปวาทะผู้หลงเข้าใจผิด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข30 ตุลาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิ การชม) ตอน ปรับปวาทะผู้หลงเข้าใจผิด _One Once • พระอรหันต์นักการเมือง ผู้นำกองทัพทัพธรรมที่ยิ่งใหญ่ ไปหาความสงบวิเวกด้วยการประท้วงอยู่บนถนน ท่านผู้มีความเมตตตาสรรพสัตว์ ทำให้รถราติดขัดบนถนน เมตตาของท่านทำบ้านเมืองลุกเป็นไฟ โอท่านสมณะผู้ยิ่งใหญ่ ท่านผู้ละเรื่อนออกบวช อยากไปเป็นนักการเมืองอยู่ในสภา โอท่านผู้เหนื่อยกว่าพระพุทธเจ้าท่านอดอาหารประท้วงเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ จากคนโง่เพราะคนโง่มากกว่าคนฉลาด ทุกวันนี้ท่านไม่รับเงินและทอง รูปิยะของรัฐอิสระอโศก หาใช่เรียกว่ารูปิยะ แต่เรียกว่าเงินซึ่งไม่ใช่รูปิยะ จึงไม่ต้องอาบัติเพราะรูปิยะไม่ใช่เงิน ๕๕๕แต่เรียกว่าธาตุดิน โอสมณะอรหัตนที่เสพมังสะวิรัตเช่นเดียวกับเทวทัต โอท่านผู้ไปแล้วด้วยดี ท่านผู้กระหายหิวเช่นนักการเมือง พระพุทธเจ้าชี้ทางให้เดินบนถนนของนักการเมืองโอ โอมาดูเร็วพระอรหันต์ ทำงานเหนื่อยกว่าพระพุทธเจ้า ท่านละป่าออกมาประท้วง อยู่ในที่สงบวิเวกท่ามกลางฝูงคนที่ก่นด่านักการเมืองที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้าม โอสมณะผู้ทรงสาก โอพ่อท่านที่ดีแต่พูด พูดแล้วทำไม่ได้ สักแต่พูดบาลี ทำให้ดูขลังน่าเชื่อถือ ท่านผู้มากด้วยอาสวะกิเลส โอมายก็อด มรรคมีองค์๗ แล้วอีกข้อนึ่งไปไส คิดคำใหม่แปลกๆแผลงๆ มั่ว จัดฉาก พ่อครูว่า..ให้อาตมาเป็นอรหันต์นักการเมือง ก็ขอรับไว้ ไม่ได้รับอย่างประชดประชันนะ เราทำอย่างเป็นผลสำเร็จ ทำให้เกิดความสงบได้ เราทำรถติดก็ขออภัยกันไปแล้ว ก็มีช่องทางให้รถไปได้อยู่ ตำรวจก็เข้าใจอนุโลมอยู่ ก็ติดขัดบ้าง แต่พวกเราไม่ได้ทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ แต่มีคนทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟคือคนโง่คนชั่ว เราไปทำเพื่อให้คนโง่คนชั่วหยุดทำชั่ว แต่เขาก็ยิ่งทำความชั่วให้ปรากฏ ตามประสาคนชั่ว เราไม่ได้อยากให้ทำ แต่เขาก็ไปทำตามประสาที่ม

อ่านต่อ

ันเป็นธรรมดาธรรมชาติของสังคมที่มันมีอย่างนี้ ขอบคุณที่ให้เกียรติเป็นสมณะผู้ยิ่งใหญ่ อาตมา ละเรือนออกบวชไม่ได้ละล้าละลังเลย แต่เราไม่ได้อยากไปเป็นนักการเมืองในสภา อันนี้เป็นความเข้าใจผิดของคุณ เอามาให้อาตมาผิด จะเป็นการประชดแดกดันอะไรก็แล้วแต่ ขอแก้นะ อาตมาไม่ได้จะไปเป็นนักการเมืองในสภา ไม่เข้าไปในระบบ คุณเข้าใจผิดก็ขอแก้ แต่ว่าคุณน่าจะโง่กว่าพระพุทธเจ้าเยอะนะ คุณไปบอกว่าพระพุทธเจ้านั่งประท้วงเพื่ออดอาหารเรียกร้องเพราะว่าคนโง่มากกว่าคนฉลาด คุณคนนี้นับถือศาสนาพุทธหรือเปล่านะว่าพระพุทธเจ้าได้ขนาดนี้ แล้วอโศกเป็นรัฐอิสระหรือ? คุณมาให้ข้อหาเรานี้ผิดกฎหมายนะ เป็นข้อหาเท็จ แต่เราไม่ฟ้องร้องหรอกแต่เราบอกว่านี้เป็นอกุศลเป็นบาป คุณก็อธิบายรูปียะ กับเงินต่างกัน เลี่ยงพยัญชนะอีก อันนี้คุณเป็นพระหรือเปล่าแต่มันชอบกลอยู่ แต่บอกไปแล้วอาตมาเป็นอรหันต์ อาตมามีสุคโต สุคติแล้วจริงๆ คุณว่ากระหายหิวเช่นนักการเมือง อันนี้คุณว่าอาตมาผิด ในพระไตรปิฎกว่า จิตไม่มีเพื่อนสองเป็นจิตวิเวกจิตสงบอาตมาทำได้ แล้วพวกเราก็พากันทำได้ ไม่ใช่ทำได้แต่คนเดียวด้วย เราก็ตำหนิหรือด่านักการเมืองเลว ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามเพราะอาตมาอยู่ฝ่ายถูก อาตมาไม่เกี่ยวกับสากเลย อาตมาเป็นสมณะผู้ทรงศีล แต่คุณแดกดันมา อาตมาไม่ใช่ดีแต่พูด อาตมาทำดีด้วย อาตมาเป็นยถาวาที ตถาการี อาตมาพูดอย่างไรทำได้อย่างนั้น อาตมาไม่ใช่พระพุทธเจ้า ไม่ใช่โพธิสัตว์ระดับ 8 ระดับ 9 แต่เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็ทำอย่างเท่าที่ทำได้ อาตมาไม่ได้สักแต่พูดบาลี อาตมาขยายความด้วย ก็มีผู้ที่เชื่อถืออยู่นะ ถ้าหากทำให้ไม่น่าเชื่อถือจะทำไปทำไมมันโง่ คุณจะทำให้ไม่น่าเชื่อถือไม่นับครั้งก็ช่วยไม่ได้ คุณว่าอาตมามากด้วยอาสวะกิเลส อันนี้คุณว่าผิด อาตมาไม่มีอาสวะกิเลส อาตมาเปิดเผยไปหมดแล้วอย่างไม่ติดขัด(พ่อครูไอตัดออกด้วย) แต่ไอนะ นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สมณะฟ้าไท พ่อครูเอาคำตำหนิมาอ่านให้ฟัง พ่อครูว่า..คุณตำหนิมาดี เขาอุตส่าห์พิมพ์มาเสียแรงนะ ก็ขอบคุณ oh my god ของคุณก็ไปทางเทวนิยมอีก ส่วนมรรค 7 องค์ อาตมาไม่ได้พูดเองด้วย เอาตำราพระพุทธเจ้าด้วย ปฏิบัติมรรคทั้ง 7 องค์เพื่อให้เกิด สัมมาสมาธิคือมรรคข้อที่ 8 ไง ก็ต้องปฏิบัติด้วยมรรค 7 องค์ ถึงจะเกิดสัมมาสมาธิ สมาธิคือจิตตั้งมั่น ในจรณะ 15 วิชชา 8 ซึ่งเป็นความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้เองโดยชอบทุกพระองค์ หากไม่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาก็จะไม่มี วิชชาจรณสัมปันโน เกิดจรณะ 15 วิชชา 8 จรณะ 15 เป็นมรรค แล้วมีวิชชาเข้าร่วมสังเคราะห์สังขาร ออกผลมาเป็นจิตสะอาด ปริสุทธา เจริญขึ้นเป็นปริโยทาตา เจริญขึ้นไป มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา เป็นอุเบกขา 5ที่ยิ่งใหญ่ ทำได้สำเร็จเป็นภาวนาแปลว่าการเกิดผล จิตบริสุทธิ์สะอาดจึงมีได้ ทำทุกปัจจุบัน การกระทำทุกปัจจุบันก็เกิดอุเบกขา 5 ก็เกิดจากการมีความรู้ในเวทนา ในกระบวนการเวทนา 108 มีปัจจุบัน 36 ก็กระบวนการ 36 ปฏิบัติให้กิเลสดับสูญ ก็ทำซ้ำอาเสวนา เกิดอนาคตใหม่อีกเป็น 36 ทุกปัจจุบันมี เวทนา 2 กายิกเวทนา เจตสิกเวทนา เวทนา 3 สุข ทุกข์ อุเบกขา (รู้กำลังของเวทนาทั้ง ๕ ได้แก่) สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเบกขินทรีย์ (แยกเป็น ๖ เวทนา ได้แก่) จักขุสัมผัสสชาเวทนา ความรู้สึกจากประสาทตา โสตสัมผัสสชาเวทนา ความรู้สึกจากประสาทหู ฆานสัมผัสสชาเวทนา ความรู้สึกจากประสาทจมูก ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา ความรู้สึกจากประสาทลิ้น กายสัมผัสสชาเวทนา ความรู้สึกจากประสาทกาย มโนสัมผัสสชาเวทนา ความรู้สึกจากใจปรุงแต่งเอง เวทนา 18 ได้แก่ มโนปวิจาร ๑๘ (คือ เวทนา๓ ร่วมกับอายตนะ๖) สุขเวทนาแบบโสมนัสสูปวิจาร (๖ทวาร+โสมนัส) ทุกขเวทนาแบบโทมนัสสูปวิจาร (๖ทวาร+โทมนัส) เฉยๆ ที่เป็นอุเบกขูปวิจาร (๖ทวาร+อุเบกขา) ทำให้หมดสุขหมดทุกข์เป็นเนกขัมสิตอุเบกขา ซึ่งต่างจากเคหสิตอุเบกขาเวทนา ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าต้องแยก 2 อย่างนี้ให้ได้ด้วยอาการ ลิงค นิมิต อุเทส ต้องรู้อาการ แยกความแตกต่างของอาการ ปฏิบัติให้เกิดลงตัว เป็นเนกขัมสิตอุเบกขาสำเร็จ เกิดภาวนาปธานให้เกิดอุเบกขาตกผลึกเป็นอเนญชา ตั้งมั่นไม่หวั่นไหว นี่คือสมาธิ สมาธิไม่ได้เกิดจากไม่มีกระบวนการแต่เกิดจากเวทนา 108 นี้อย่างสำคัญเลย มีความรู้และปฏิบัติได้พูดได้ปฏิบัติได้ ตรงนี้แหละเป็นหัวใจแท้ๆสามารถทำเวทนาในเวทนา เพราะศาสนาพุทธเรียนรู้จุดสำคัญคือสุขกับทุกข์ ซึ่งก็คืออาการของเวทนา ต่างกับการปฏิบัติของพวกหลับตาหรือเพ่งกสิณ เอากองขี้หมา 1 กองมาเพ่งกสิณก็ทำได้ อย่างนั้นมันไม่ใช่ของศาสนาพุทธ จะเอาดินน้ำไฟลมเป็นกสิณก็ได้หมด อรรถกถาจารย์ท่านพุทธโฆษาจารย์ในวิสุทธิมรรค 40 อย่าง ปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าถ้าไม่เข้าใจสัมมาทิฏฐิว่าวิธีปฏิบัติคืออย่างไร จะเกิดฌาน สมาธิก็ดี หากไม่อยู่ในแบบแผน ทฤษฎีของพระพุทธเจ้ามันก็เป็นความล้มเหลวก็ออกนอกศาสนาพุทธอย่างที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้ไปนั่งหลับตาสะกดจิต ไม่เข้ารูปเข้ารอยเข้าร่อง ฌาน นอกจรณะ 15 ไม่ใช่ฌานของพุทธ ฌานในจรณะ 15 จึงเป็นฌานของพุทธ เมื่อปฏิบัติฌานของพุทธได้ถูกต้องจึงจะเกิดพลังงานไฟฟ้า อุณหธาตุ กำจัดไฟราคะโทสะโมหะ จิตสะอาดปราศจากกิเลส สั่งสมลงเป็นสัมมาสมาธิ วิชชาจรณสัมปันโน จนถึงปลายข้อที่ 8 คือสิ้นอาสวะ จากเตวิชโช 3 เป็นตัวสุดท้ายของวิชชา 8 เตวิชโช บุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณ พยัญชนะเหล่านี้สื่อให้รู้ถึงสภาวะ รู้ทุกอย่างของอาการจิตเจตสิกต่างๆ แล้วปฏิบัติจัดการเรียกว่าอภิสังขาร ทำให้จิตเกิดบุญ เกิดปุญญาภิสังขารแล้วก็กำจัดไฟกิเลสได้จริง จนกิเลสหมดก็หมดน้าที่ของบุญ เรียกว่า อปุญญาภิสังขาร แต่ต้องสั่งสมที่เรียกว่า อนุรักขณาปธาน การรักษาผล อาเสวนา ภาวนา พหุลีกัมมัง เป็นอนุรักขณาปธานให้ตั้งมั่นตกผลึกเป็นสัมมาสมาธิบริบูรณ์ จิตสะอาดด้วยอุเบกขา ถ้าคนทำแล้วทำซ้ำก็บริสุทธิ์ได้อีก จนจิตก็รวดเร็วว่องไว ทั้งเวทนา สัญญา สังขาร มีการกระทำการงานก็มีการประมาณได้อย่างดีกับสังคมก็ทำได้อย่างเหมาะควร อย่างอาตมาพาทำ ทำให้เกิดกัมมัญญาได้ดี เกิดจิตปภัสสร อาตมาจิตปภัสสรได้เสมอๆ ช่วยให้พวกเราเกิดจิตปภัสสรไปด้วยได้ อาตมาก็นำเอาคำสั่งสอนนี้มาปฏิบัติแล้วก็ทำได้มาให้พวกคุณปฏิบัติ ทุกคนก็ทำได้จะไม่เก่งเท่าอาตมาก็ไม่เป็นไร แต่ทำได้มันก็เป็นการสื่อสารรักษาธรรมะพระพุทธเจ้าสืบทอดต่อไปอย่างแท้จริง ดี นี่คือสัจจะที่อาตมาใช้ อนุสาสนี คําสอนพระพุทธเจ้ามาขยายความให้ฟัง เพื่อยืนยันสืบทอดธรรมะพระพุทธเจ้า อาตมาขอพูดตรงๆว่าคุณอย่าเพ่งโทษอาตมา อย่ามองอาตมาเป็นคนต่ำ อาตมาเป็นผู้เจริญแล้วเป็นอริยะเป็นขั้นอรหันต์ ไม่ได้พูดอย่างเก้อยากด้วย พูดอย่างตรงๆ ก็คุณ one once คอมเม้นท์มานี่ก็ขอบคุณ ขอบคุณทุกคนที่คอมเม้นท์มา คุณว่าคิดคำใหม่ แปลกๆ จัดฉาก มั่ว เป็นคำขี้ตู่ว่ามั่ว เราก็ไม่ได้จัดอะไรมากมาย คนจัดก็ไม่ได้จบปริญญาศิลปะกันหรอก ก็จัดตามประสาเราๆนี่แหละ ก็ดูสดชื่นดี เป็นศิลปะอันเป็นมงคลอันอุดมของพระพุทธเจ้า แต่ทุกวันนี้มีแต่สิ่งที่มอมเมาทำให้เกิดกิเลสเพิ่มขึ้น ไม่ได้ทำให้เกิดความเจริญทางจิตวิญญาณเลย แต่กลายเป็นเครื่องประดับตกแต่ง แล้วถือว่าเป็นของศิลปินใหญ่อีก คำว่าศิลปะคืออุปกรณ์ที่คนไปหาเทคนิคหลอกชาวโลก แล้วกลายเป็นคนมีชื่อเสียงเอาสิ่งเหล่านี้มาเลี้ยงตัวเองตลอดชีวิต อาตมาไม่ได้คิดคำใหม่แปลกๆ มีแต่ขยายความให้ฟังได้ลึกซึ้งขึ้น แต่คุณยังไม่มีปัญญาแสดงความฉลาดพอ ไม่มีปัญญาพอที่จะรับฟังอาตมารู้เรื่องเข้าใจ คุณก็เลยว่าอาตมา คุณไม่เข้าใจก็ว่าก็ด่ามา อาตมาไม่ได้มีปัญหาหรอก ไม่ได้ติดยึด 620830_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คิดต่างมุมกันได้แต่อย่าโกรธกันเลย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน