สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน ทำอย่างไรจึงจะรู้ทุกข์ได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.02 KB
วันที่แก้ไข30 ตุลาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยสัจ 4) ตอน ทำอย่างไรจึงจะรู้ทุกข์ได้ _เพื่อน "ทำอย่างไร จึงจะรู้ว่า สภาวะปัจจุบัน เป็นทุกข์ ในเมื่อ สภาวะที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ก็ไม่เดือดร้อน หรือเป็นทุกข์ตรงไหน" พ่อครูว่า…ตอบยากเหมือนกับถามว่าทำไงจะรู้ว่าสีดำมันดำ (สม.กล้าข้ามฝัน เขาอาจจะหมายถึงว่าการเห็นทุกข์จะเห็นอย่างไร?) สู่แดนธรรมว่า...พระพุทธเจ้าบอกว่าการเห็นทุกข์นั้นเห็นยากเหมือนกับการ จักเส้นผมเป็น 7 แฉกเท่าๆกัน เห็นยาก พ่อครูว่า..มันยากที่จะรู้ทุกข์ ในอริยสัจ 4 ต้องรู้ความทุกข์รู้เหตุแห่งทุกข์รู้ความดับทุกข์รู้วิธีปฏิบัติที่จะหมดทุกข์ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ส.ฟ้าไทว่า...เราปฏิบัติศีลจะเห็นทุกข์ เราเคยกินอะไรเราไม่กินจะเห็นทุกข์ สู่แดนธรรมว่า...คนปุถุชน หากตั้งตนสบายจะไม่เห็นทุกข์ แต่คนโลกุตระ การตั้งตนบนความลำบากกุศลธรรมเจริญ ก็คือเห็นทุกข์ พ่อครูว่า...ความสุขคือความทุกข์นี่แหละ พยัญชนะจะเรียกว่าความสุขหรือความสบาย ก็เป็นภาษาที่ใช้เป็นไวพจน์ ส่วนผู้ที่เข้าใจอาการที่มีความสุขตั้งอยู่แล้วก็เสพรสสบาย พระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์ก็พูดว่ามีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป ที่คุณอาศัยอยู่มันไม่มีสุขอะไรหรอก มันมีแต่ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เพราะฉะนั้นถ้าคุณทำให้ความทุกข์ดับไป แล้วมันก็หมดก็จบ คุณก็เป็นพระอรหันต์ คุณรู้ความทุกข์ รู้เหตุแห่งทุกข์ รู้ความดับทุกข์และทำให้ทุกข์มันดับ คุณก็เป็นพระอรหันต์ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องไปรู้สภาวะ คนที่นั่งอยู่บนกองของความสุข นอนอยู่บนกองของความสุข จะรู้จักความทุกข์ได้ยากมาก จึงต้องเลิกความสุขที่คุณเสพ มาพบกับสิ่งที่มันไม่ได้ตามที่คุณต้องเสพเสวยอยู่มาก ถ้าคุณไม่เลิกไม่ลดมาคุณก็ยังอีกนานนนนนนนนนนนน คนที่จ

อ่านต่อ

ะรู้ความทุกข์ได้ยากมากมีน้อยมาก เหมือนเอาเล็บจิกลงไปในดิน มีจำนวนเท่านั้นแหละ ส่วนดินนอกเหนือจากนั้นเป็นคนทั่วไปที่ไม่รู้จักทุกข์ คำเปรียบเทียบของพระพุทธเจ้าที่สุดยอดจริงๆ คนที่มีกิเลสมาก ปิดบังไว้แล้ว หยั่งลงสู่ความหลง คนนี้จะไม่สามารถทำให้ตัวเองสงบสงัดจากความหลง หรือสงบสงัดจนวิเวก เลิกสิ่งที่คุณติดยึดไปได้ง่ายๆ ไกลแสนไกล คนที่ยังจมอยู่กับกิเลสมากแล้วปิดบังไว้แล้ว แล้วตั้งอยู่ และยังแถมจมสู่ความหลงอีกว่าอันนั้นเป็นความดี อะไรคือกิเลสมากเป็นของดี กิเลสมากเป็นความสุขแล้วคุณก็ได้บำเรอความสุขสมใจคุณตลอดเวลา คุณไม่ได้รู้ง่ายๆเลย เพราะฉะนั้นวิธีของพระพุทธเจ้า คือให้เลิกมันมาจากสิ่งที่ทำให้เกิดความสุข เราก็ต้องรู้ว่าอะไรที่เราเวียนวน เป็นกรรมกิริยาที่ทำเรียกว่า อบาย มันควรเลิกได้แล้วเราควรจะเลิกได้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น สร้างแต่อาวุธมาฆ่าคนนี่มันบาปมหาศาลต่ำมากเลิกได้แล้ว ผู้ที่สร้างอาวุธอยู่ทุกวันนี้เขาจะฟังเข้าหูไหม หรือคนที่หลงอยู่ในโลกแห่งความบันเทิงเริงรมย์ หน้ามืดตามัวเป็นรสเป็นชาติ แล้วได้ทรัพย์สินเงินทองหน้าตาได้เกียรติยศอีกที่โลกเขาสมมุติ ถ้าบอกให้เลิกมาเขาก็ไม่เลิก เขาก็ยังไม่เห็นเป็นทุกข์อยู่ตรงนั้น เขาก็จะเจอความทุกข์มากไปตามวิบาก แต่เขาคิดไม่ออก เขาได้ตำแหน่งลาภยศอะไรอย่างนี้แหละมาบำบัดอันนี้ได้มาบำบัดความทุกข์ได้ เขาก็จะเห็นว่าเอาโลกีย์ไปดับความทุกข์ ซึ่งมันไม่ได้ดับไม่ได้ฆ่ากิเลส มันมาหลอกให้หลงหนักซ้ำ เอาเงินมาทำให้ไม่มีทุกข์ได้ เอาอำนาจมาทำให้ไม่ทุกข์ได้ เอาอำนาจสรรเสริญโลเกียสุขมาทำให้ไม่ทุกข์ได้ หรือเอาตัวสุขมาดับทุกข์เอาดื้อๆ ตามพยัญชนะจะสมมติอะไรก็ตามใจคุณก็มีทำอยู่แค่นี้ แล้วคุณก็ติดจมอยู่ตรงนี้ไปตลอด มันไปไม่รอดมันไปไม่ออก เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรจะให้รู้จักสภาวะปัจจุบันว่าเป็นทุกข์ คุณต้องเลิกจากสิ่งที่คุณมีความสุข สรุปได้ คุณว่าคุณไม่เดือดร้อนคุณสบาย คุณต้องเลิกจากสิ่งที่คุณสบายใจ ในเทวตาสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่า ต้องตั้งตนบนความลำบากแล้วความเจริญจึงจะเจริญ กุศลจึงจะเจริญ ถ้าหากตั้งตัวบนความสบายอกุศลธรรมก็เจริญยิ่ง ยถาสุขังโขเมวิหรโต ถ้าเรายังอยู่ตามสบาย เสพสุข อกุศลธรรมจะเจริญยิ่งขี้น กุศลธรรมจะเสื่อม เพราะฉะนั้นคุณต้องออกจากความสบายสิ่งที่คุณติดยึด คำตอบนี้ตอบชัดแล้วนะ คุณเพื่อน แล้วเมื่อเราเริ่มตั้งตนเพื่อความลำบาก เพราะฉะนั้นคุณเห็นอะไรที่คุณจะต้องลำบาก ที่คุณทำได้ ที่ทนไม่ได้คุณก็คงไม่เอา เอาที่คุณทำได้มันลำบากบ้าง ทนเถอะ อยู่กับหมู่มิตรดีสหายดีพาให้ลำบาก แต่ไม่ได้ตกต่ำ เป็นสิ่งที่เป็นกุศลทั้งนั้น ทำให้เต็มที่เลย ทุกขายะ ปนเมอัตตานัง ปทหโต ตั้งต้นบนความลำบากอกุศลธรรมย่อมเสื่อม 621020_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ปฏิบัติชอบปฏิบัติดีต้องพลีกิเลสเพื่อศาสนา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน