สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน การเมืองสองแบบ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน การเมืองสองแบบ การเมืองสองแบบ ที่เราได้เห็น แบบหนึ่งคือการเอาการเลือกตั้งเป็นหลักอย่างที่อเมริกาเป็นต้น ส่วนอีกแบบนึงที่ไม่ได้เอาการเลือกตั้งเป็นหลักก็คือแบบที่ประเทศไทยกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ ที่บอกว่าแบบที่เอาการเลือกตั้งอย่างอเมริกานั้น มันเป็นประชาธิปไตยขาเดียว ยังไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มเต็ง เป็นประชาธิปไตยพิการ กระโผลกกระเผลก ประชาธิปไตยอยู่ในคราบเผด็จการ พากันมุ่งมั่นเอาที่การเลือกตั้ง เมื่อเลือกตั้งมาได้ก็ยกอำนาจให้คนที่เขาเลือกมาได้นั้นใช้อำนาจเต็มที่ ก็มีคนพยายามจะแย้งพยายามจะดึงดันว่า ต้องได้คนที่เลือกตั้งมาเท่านั้นจึงเป็นประชาธิปไตย ถ้าไม่ได้ไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย แล้วก็เอาสูตรนี้ทฤษฎีนี้ไปครอบงำประเทศต่างๆ ประเทศไหนไม่มีการเลือกตั้งถือว่ายังไม่ใช่ประชาธิปไตย เอาแต่แค่การเลือกตั้งปักไว้ ข้อเดียวคือประชาธิปไตย คนพวกนี้โง่สนิท ถ้าไม่มีการเลือกตั้งแล้วเขาจะไม่เชื่อว่า ประชาธิปไตยคืออะไร เขาปิดประตูฉลาด จึงเต็มไปด้วยความโง่ทั้งโลก ความฉลาดไม่มีให้เลย นี่คือประชาธิปไตยที่เขายืนยันว่าต้องเลือกตั้งเท่านั้น ผู้ที่จะเอาเลือกตั้งๆทุกวันนี้ ดิ้นรนอยู่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนพวกยึดมั่นถือมั่นต้องเอาเลือกตั้ง หากไม่มีการเลือกตั้งเขาไม่มีสิทธิ์ใดๆเลย ถ้าแน่จริงนะ ทักษิณแน่จริง ปล่อยให้คุณประยุทธ์บริหารไปสัก 10 ปี 20 ปี แล้วคุณประยุทธ์จะคว่ำเอง หากว่าเขาบริหารไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้ สัก 10 ปี 20 ปี กล้าไหม เขาไม่กล้าต้องเอาให้ได้เพื่อจะได้อำนาจบริหาร ประชาธิปไตยแบบที่ทักษิณประพฤติมานั้น ก็จะต้องพยายามที่สุดเลย วิธีของเขา เบื้องหลังก็คือการซื้อนักการเมืองซื้อพรรคการเมืองซื้อผู้ใหญ่บ้านซื้อกำนันซื้ออบต.แม้ที่สุด ได้นายกรัฐมนตรีขึ้นมา ก็เป็
อ่านต่อ
นนายกรัฐมนตรีนอมินี ที่อยู่ในอาณัติที่เขาเป็นผู้สั่งการ นี่คือปรากฏการณ์จริง เขาเป็นผู้เผด็จการเต็มอำนาจ ก็เก่งนะ เก่งทำได้ จนมีนอมินีในประเทศไทยไม่ใช่ของเล่นผ่านปรากฏการณ์จริงในประเทศไทย ด้วยเขายอมรับว่านี่คือตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขึ้นทำเนียบในประเทศไทย นายกฯสมัคร สุนทรเวช นายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อะไรอย่างนี้ ซึ่งเก๊ๆ ทำลายประเทศฉิบหายไปไม่รู้เท่าไหร่ เขาทำร้ายคนเดียวไม่พอยังสร้างนอมินีมาเป็นนายกฯและประเทศไทยต้องจำนน มีความสามารถมากจริงๆเลยทักษิณ ซึ่ง ขอให้เป็นตัวอย่างอย่ามีอีกในประเทศไทยเป็นอันขาด จงอุจจาระอ่อนอุจจาระแก่เข็ดกันเลย พูดขี้อ่อนขี้แก่มันไม่สุภาพ จริงๆแล้วเนื้อหาประชาธิปไตยที่แท้นั้นคือ อาตมาสรุปออกมาเป็นพยัญชนะง่ายๆคือ 1. อิสระเสรีภาพ เป็นของมนุษยชาติเป็นของประชาชน ตั้งแต่นายกฯลงไปถึงประชาชนทุกคนมีอิสระเสรีภาพ 2. จะต้องเป็นคนที่ ลดอัตตาตัวตน จนไม่มีอัตตาตัวตนได้นี่แหละ ได้ก็เป็นอรหัตตภูมิ 3. มีปัญญา มีจิตมีปัญญามีความเฉลียวฉลาด ปัญญาทางโลกุตรธรรม ตรงข้ามกับเฉกาที่เป็นความเฉลียวฉลาดทางโลก แต่คนไม่ค่อยใช้ จะเป็นฉลาดทางโลกียะหรือโลกุตระก็เอาคำว่าปัญญามาเรียกหมด คำว่าปัญญาก็เลยเสีย อาตมาพยายามอธิบาย มันผิดไปหมด หากไม่อธิบายมันก็หนักเข้าซ้ำเติมกันไปเรื่อย เนื้อหาโลกุตระก็หมดลงไปสิ อาตมาจึงต้องดึงขึ้นมาไว้ ได้มากได้น้อยก็แล้วแต่พวกเราได้ขึ้นมาเยอะแล้ว อาตมาดึงขึ้นมาคำว่า บุญ คำว่าปัญญา คำว่า สมาธิ คำว่า กาย คำว่าอะไรอีกเยอะแยะ ซึ่งมันได้ผิดๆจากธรรมะพุทธเจ้าไปอีกเยอะ ธรรมะพระพุทธเจ้าเป็นประชาธิปไตยแบบโลกุตระ ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบโลกียะที่เขาเป็น โลกียะเป็นแบบตื้นๆที่มีสุขมีทุกข์ สุขก็เป็นโลกียะ ทุกข้อเป็นโลกียะ โลกุตระนั้นไม่สุขไม่ทุกข์ หมดสุขหมดทุกข์นั้นคือโลกุตระสมบูรณ์แบบ ถ้ายังมีเหลือสุขหรือทุกข์อยู่ ก็ยังมีโลกียะอยู่ มีสุขเท่าไหร่ก็คือโลกียะเท่านั้นในความสุขความทุกข์ โลกุตระนั้นหมดสุขหมดทุกข์คือสภาพนิพพานสภาพนิโรธหมดสุขหมดทุกข์ หมดสวรรค์หมดนรก ศาสนาพุทธมีความรู้นั้น วัสดุอย่างนั้น อาตมาไม่มีสภาพสุขทุกข์นั้น แต่เขาเป็นก็สงสารพยายามช่วยคนให้หลุดพ้นได้อย่างนั้นมาตามลำดับ ในรัฐบาลของทักษิณ เห็นได้ชัดเจนเลย สังคมไม่ได้อิสระ แต่รัฐบาลของ คุณประยุทธ์นี้พยายามปลดหนี้ อิสระจากเจ้าหนี้โหด พยายามปลดออกมาบ้าง เอาอย่างสัจจะเลย ที่ได้ทำกันมาบ้างแล้ว ริบ ปลด เลิกอย่างไม่กลัวเกรง เป็นสัจจะมากเลยไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำอย่างนี้ เอาพวกร่ำรวยมนุษย์พวกนี้เข้าคุกได้ ในยุคไหนก็ไม่เคยมีตัดสิน ไม่เคยมีตัดสินให้นายกรัฐมนตรีเข้าคุกได้ รัฐบาลนี้ตัดสินให้นายกรัฐมนตรีเข้าคุกได้อย่างน้อยก็ 2 คนทักษิณกับยิ่งลักษณ์ ที่ผ่านมาไม่มีนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาได้รับการตัดสินให้ติดคุก จริง ไม่ใช่ทักษิณจะถูกตัดสินให้ติดคุกในรัฐบาลนี้ แต่ถ้ายังยืนหยัดยืนยันอยู่ก็เข้ามาสู้สิมีอีกคดีก็เข้ามา แต่ยิ่งลักษณ์นั้นแน่นอนในรัฐบาลนี้นั่นแหละ ที่จริง ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ประชาชนปฏิวัติ ประชาชนรัฐประหาร รัฐบาลพวกนี้ออกไปหมด ตัดสิน นี่เป็นประชาธิปไตยของประเทศไทย นายกฯตู่นี่แหละนายกฯประยุทธ์เข้ามารับช่วงในช่วงที่ประชาชนทำรัฐประหารแล้ว ประชาชน ล้มล้างรัฐบาลต่างๆนั้นล้มหมดแล้ว นายกฯตู่ก็มารับหน้าที่ตามฐานะที่มีอยู่ แล้วก็บริหารก็เข้าตาประชาชนจนทุกวันนี้ 4 ปีผ่านไปแล้ว 1 สมัย ก็ได้รับคำนิยม โพลก็ยอมรับ ซึ่งยังไม่มีปรากฏการณ์นี้ เป็นปรากฏการณ์ที่นักรัฐศาสตร์ต้องเก็บรายละเอียดบันทึกไว้จะรู้ว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่ประชาธิปไตย โดยประชาชนเพื่อประชาชนของประชาชนจริงๆ จริง นักรัฐศาสตร์บันทึกให้ดีๆไม่ใช่ว่าเอาอคติใดๆ แต่เอาสัจธรรมของวิชาการความจริงนั้นมายืนยัน ในขณะนี้ก็ยังเหลือเศษของนักเผด็จการแต่มาเรียกตัวเองว่านักประชาธิปไตย บอกว่าพวกอื่นเป็นนักรัฐประหาร เอาภาษามาตีกิน แยก dualism กับเทวะไม่ออก สภาพสภาวะเป็นประชาธิปไตยที่แท้ๆ แต่เอาพยัญชนะมาบอกว่าเป็นเผด็จการเป็นรัฐประหาร ไม่ใช่ นายกฯตู่ไม่ได้ทำรัฐประหาร ประชาชนต่างหากทำรัฐประหารในประเทศไทย ประชาชนเป็นผู้ไล่รัฐบาลออก โดยความจริง เอาอะไรไล่ เอาปืนหรือ ไม่ ประชาชนไม่ได้เอาปืนไม่ได้เอาอาวุธไปไล่ แต่ไล่ด้วยความสงบด้วยความจริงความถูกต้อง ประชาชนออกไปประท้วง ออกไปทำ protest ขับไล่ ประเทศไหนๆเขาก็มีการประท้วงขับไล่รัฐบาลออกไป เป็นการขับไล่ที่ถูกต้องตามสากล ไม่มีอาวุธไม่มีความรุนแรง มีแต่ความสงบ ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ ผู้รู้ความจริงก็ออกมาเปิดเผย เราก็มีโทรทัศน์ประกาศเปิดเผยความจริงออกไป ที่ถูกต้องเป็นอย่างนี้ไม่ถูกต้องเป็นอย่างนี้ เนื้อหาสาระการเมืองแท้ๆเลย ตลอด อาตมาพาไปนอนกลางถนนเป็นปีเลย นี่คือลักษณะของประชาชนที่เป็นประชาธิปไตยที่ทำกันอย่างสงบ ก็มีพวกเขานั่นแหละโดนเราขับไล่ต่อต้านก็มาแอบยิงระเบิด มีพวกเราผู้บริสุทธิ์ที่ตายไปก็มี เป็นบาปเป็นกรรมเป็นเวรเป็นภัยของเขาทั้งนั้น มีความผิดเป็นอาชญากรรมของเขาทั้งนั้น อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งก็ต้องจับสภาวะกับพยัญชนะให้ถูกตรง ให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่าสลับสับสน การสลับซับซ้อนอันนี้เป็นเรื่องลึกซึ้งสำคัญที่สุดสภาวะกับพยัญชนะสมมติสัจจะกับปรมัตถสัจจะ อันนี้แหละเป็นสิ่งที่สุดยอด เพราะฉะนั้นถ้าเขามีปัญญาที่มีความรู้ประชาธิปไตยเขาหยุดแล้ว แต่เขาไม่มีเลย มีแต่ความจะเอาชนะคะคานเผด็จการกูมีอำนาจ ประชาธิปไตยไม่มีที่คนไหนจะมาเบ่งอำนาจว่าตัวเองมีอำนาจนั้นผิดไปจากประชาธิปไตย แต่คนที่ไม่เอาอำนาจไม่เบ่งอำนาจไม่ใช้อำนาจแต่ประชาชนยกอำนาจให้เขา นั่นคือประชาธิปไตย ฟังความข้อนี้ให้ชัด อธิปไตยนั้นเป็นพลังงานธรรมดา แต่ละคนมีพลังงานของแต่ละคนด้วยความรู้ความคิดความจริงจะยกให้ อำนาจหรือแรงพลังพวกนี้ยกให้คนนี้เป็นเจ้าของให้ใช้อำนาจเต็มที่เลย แต่ผู้นี้ก็ไม่ เหลิง หลง ไม่อวดเบ่งว่าฉันมีอำนาจประชาชนให้มาแล้วก็ไม่ ก็ทำงานไปยังไม่มีอคติทำไปอย่างบริสุทธิ์ใจ เสียสละ ขยัน รับใช้ มีแต่ให้ ไม่มีอคติ นี่คือแกนหลักของประชาธิปไตย เติมอีกคำหนึ่งก็ยิ่งชัดเจนคือ หมดตัวตน ตัวตนไม่มี แต่ทำงานรับใช้ประชาชนไป นี่คือแกนหลักของประชาธิปไตย เมืองไทยขณะนี้ทำได้ดีมากแล้ว ซึ่งอาตมามั่นใจว่าไม่มีประเทศไหนทำได้ดีเท่า แน่นอนไม่มีใครกล้าพูดอย่างอาตมา อาตมาที่กล้าพูดเพราะอาตมาเข้าใจความเป็นประชาธิปไตยตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ความเป็นประชาธิปไตย แต่คนไม่เข้าใจรัฐศาสตร์ก็ไม่เคยศึกษาไปถึงขั้นนี้ว่าพระพุทธเจ้านั้นคือยอดประชาธิปไตย ท่านปลดแอกปลดวรรณะมาตั้งแต่ในยุคของท่าน ท่านสร้างธรรมนูญของท่านไว้ที่ยิ่งใหญ่คือจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล นี่คือธรรมนูญที่ยิ่งใหญ่ ถ้าเอาธรรมนูญที่ยิ่งใหญ่นี้มาใช้ได้ในประเทศไหนนั้น ประเทศนั้นคือประเทศสุดยอด ใครอยากดู มาดูโมเดลตัวอย่างได้ในอโศก นี่ ธรรมนูญของพระพุทธเจ้า ไม่มีมหาศีล ไม่มีสิ่งที่เป็นเดรัจฉานวิชาเดรัจฉานกถาในมหาศีล ในสังคมชุมชนนี้ไม่มี และมีจุลศีล มหาศีล ตามระดับฐานะของบุคคลในชาวอโศก เพราะฉะนั้นสังคมนี้จึงเป็นสังคมที่มีเศรษฐกิจถึงขั้นระดับสาธารณโภคี พ้นมิจฉาชีพ 5 กุหนา ลปนา เนมิตกตา นิปเปสิกตา ลาเภน ลาภังนิชิคิงสนตา คนชาวอโศกมีอาชีพที่สุดยอดอยู่ในนี้ทำงานเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ นี่คืออาชีพสุดยอด ทำงานแล้วเอาเงินเข้าส่วนกลาง แล้วก็มีคณะบริหารกรรมการดูแลเงินส่วนกลางมีค่าใช้จ่ายต่างๆนานาอยู่อย่างดี ไม่เป็นหนี้ พออยู่พอกิน สำคัญที่สุดก็คือ ไม่ต้องรวย เป็นกลุ่มสังคมที่ไม่ต้องไปรวยแข่งใคร ถ้าไปเทียบกับที่อื่นก็จนกว่าเขาด้วย จึงเป็นประเทศคนจนที่มีแบบเป็นประเทศคนจนสุขสำราญเบิกบานใจ เป็นประเทศที่ขาดทุนให้แก่ชาวโลก เพราะขาดทุนคือกำไร คนที่เอากำไรจากประเทศอื่นจากคนอื่นคือ คนขาดทุน คนที่ขาดทุนให้แก่คนอื่นๆคือคนที่ได้กำไร นี่คือ สิริมหามายา Dialectic นี่คือ dualism นี่คือภาษาสองคือ เทวธัมมา เป็นผู้เข้าใจจุดสำคัญของชีวิต ชีวิตเป็นผู้แพ้ ชีวิตเป็นผู้ขาดทุน แต่อยู่ได้ เพราะเรามีอุดมสมบูรณ์มีกินมีใช้ (พ่อครูยกต้นและหัวบีทรูท) อุดมสมบูรณ์ไม่อดไม่อยาก รู้จักสาระของชีวิต สิ่งที่ฟุ่มเฟือยสิ่งที่มอมเมาของชีวิตไม่สร้างไม่เสียเวลา เอาแรงงานไปสร้างอาวุธไม่เอาเลย เอาพลังงานไปสร้างอาวุธ อาวุธสร้างขึ้นมาทำไม เอาไปฆ่าคน คนสร้างเครื่องมือมาฆ่าคนมันฉลาดหรือโง่กันแน่ ..โง่ ถ้าสร้างอาวุธที่ฆ่าคนได้อย่างเด็ดขาดมันยิ่งแย่ใหญ่เลย มันคนหรือเปล่า มันเอาความเฉลียวฉลาด เฉโก มาสร้างสิ่งเหล่านี้ทำไม นี่คือเขาไม่รู้จักสัจธรรม สังคมไหนประเทศไหนสร้างอาวุธไม่เป็นนั่นแหละ อย่าไปนึกว่าตัวเองมีปมด้อยเด็ดขาด แต่เป็นประเทศที่สุดประเสริฐแล้วสร้างอาวุธไม่เป็น นอกจากสร้างอาวุธไม่เป็นแล้ว เราก็ไม่ไปเบียดเบียนลูกหลานใคร เขามาฆ่าเรา เราก็ยอมแพ้ เราตายนั้นการเกิดการตายก็ไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ เพราะเราเข้าใจกัน Rebirth เพราะเข้าใจว่ามนุษยชาติมีการเวียนตายเวียนเกิด พระพุทธเจ้าตรัสรู้ว่าจิตวิญญาณหรือจิตนิยามนี้ สามารถที่จะรู้จิตนิยามของตนเองได้ จนสุดท้าย จะตายโดยที่ธาตุจิตวิญญาณนี้สูญเลย สลายธาตุจิตวิญญาณได้ ท่านตรัสรู้ถึงขนาดนั้น ถ้ายังไม่สูญ ขออภัยยกตัวอย่างอาตมา อาตมาทำให้จิตสูญได้ อาตมาพูดจนหมดเปลือกแล้วว่าอาตมาเป็นอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ไม่ได้พูดเล่นหรอกเป็นความจริงใจเลย จนกระทั่งไม่เหลือแล้วเปิดหมด เพราะฉะนั้นทุกวันนี้มันไม่เปิดไม่ได้ มันอึมครึม อำพรางกันมานาน จนไปหลงผิดว่าอรหันต์เก๊เป็นอรหันต์จริง อาตมาว่าอย่างนี้เสียอรหันต์หมด ของพระพุทธเจ้าเสียหมด ไปหลงอรหันต์เก๊ได้อย่างไร แล้วมีกฎเกณฑ์ตั้งขึ้นมาเองว่าบอกไม่ได้ เป็นพระอาริยะเป็นอรหันต์บอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์ไม่ได้ ถ้าหากว่าบอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์คือคนนั้นไม่ใช่เป็นพระอาริยะ พระพุทธเจ้ามีคำสอนอย่างนี้ที่ไหน มีแต่สอนว่า ถ้าเราเป็นอาริยะแล้วเราต้องบอก ใครมาถามก็ต้องบอก ถ้าไม่บอกนี้ก็เก้อเขิน จิตไม่กล้า แต่คนที่มีของจริงแล้วจิตใจทำไมจะไม่กล้าบอก เขาถามก็บอกสิ ในอภิณหปัจเวกขณ์ข้อที่สิบมีบอกไว้ ในโลหิจสูตรก็ว่าได้ หากบอกว่า เป็นอรหันต์แล้วบอกไม่ได้นั้นเป็นคติที่ไปสู่เดรัจฉาน กับนรกสอนกันว่ามันรู้แล้วไม่บอกใคร คนที่บอกว่าบรรลุแล้วบอกใครไม่ได้มีแต่คติที่ไปนรกเดรัจฉาน เขาว่าอรหันต์อาริยะต้องเป็นคนหลับตาปี๋อย่างหลวงพ่อเกษม อรหันต์แบบนี้ไม่เอา แม้นั่งหลับตาก็นั่งไม่รับรู้เรื่องราวโลกเขาไม่รู้เรื่อง การเมืองเป็นอย่างไรไม่รู้ไปช่วยเขาไม่ได้ พวกนักการเมืองขี้หมูขี้หมามันเลวร้ายแล้วเราไม่ช่วยได้อย่างไร ช่วยโดยอย่าไปตกเป็นทาสของนักการเมืองขี้หมาพวกนั้น นักการเมืองเลวร้ายพวกนั้น เพราะฉะนั้นก็พยายามคัดนักการเมืองที่ดีที่ถูกต้องไว้ นักการเมืองที่ดีเราก็ให้ทำดี แต่พวกนักการเมืองไม่ดีเอาออกไป อาตมาไม่ได้จะแย่งตำแหน่งไม่ได้ทำหน้าที่อะไรหรอก อาตมาพูดความจริงแยกแยะให้ชัดเจนว่าอะไรดีอะไรไม่ดีอะไรเป็นการเมืองที่ดีอะไรเป็นการเมืองที่เลวร้าย พูดให้รู้แล้วคุณจะไปหลงคารมไปช่วยคนผิดมันบาป นอกจากบาปแล้วก็มันทำลายสังคมประเทศชาติมนุษยชาติด้วย คุณอาจจะเจตนาดีแต่คุณหลงผิดกัน ก็บอกความจริงว่าหลงผิดก็ให้ไปตรวจสอบเสีย พยายามเลือกเฟ้นให้ดี611214_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมะ 2 ของประชาธิปไตยเก๊กับเผด็จการโดยธรรม