สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน อัตภาพและสังสารวัฏ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.82 KB
วันที่แก้ไข15 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน อัตภาพและสังสารวัฏ _สิริมา หายโง่ ...จาก ความอ้างถึง หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งพาดหัวว่า ปัจฉาสมณะ หอกข้างแคร่ แต่เนื้อหาเป็นธรรมะ ดิฉันว่า นี่คือเนื้อหาในระดับตื้น เพื่อให้เกิดการวิพากวิจารณ์กัน เพราะเป็นระยะใกล้เลือกตั้ง สมัยพล.ต.จำลอง ลงสมัครเลือกตั้ง ผู้ว่ากทม.มีการพาดหัวหนังสือพิมพ์ ชายตัดผมสั้นตัดผมเกรียน นั่งดื่มเบียร์อยู่ เป็นวิชามารที่ตื้นเขิน เป็นวิชาเต้าข่าว ของพวกที่ไม่หวังดี ขอให้พี่น้องอย่าหวั่นไหว ต่อไปอาจมีอีก เรื่องนี้หากมีคนมาถามกับดิฉัน ดิฉันจะยิ้มน้อยๆ แล้วตอบสั้นๆว่า ไร้สาระ เป็นการปิดประเด็นคำถาม ที่เขาพยายามเขย่าองค์กรอโศก เพราะว่ารัศมีความจริงแยงตามาร เป็นเรื่องธรรมดาที่มารต้องใช้วิชามาร พ่อครูว่า... อาตมาว่าอาตมาเข้าใจเพราะได้มีชีวิตเผชิญเรื่องเหล่านี้มา มากพอสมควร พระโพธิสัตว์ศึกษาตามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าศึกษาความเป็นมนุษย์กับสังคม สัมผัสสัมพันธ์กับเกิดประโยชน์เกิดโทษต่อกัน ก็เท่านี้ แล้วท่านก็ศึกษาเพื่อจะช่วยให้เขาอยู่กันอย่างไร จึงจะเป็นการอยู่อย่างสงบ สมานกันได้ จะไปบังคับให้คนมีความเข้าใจมีความคิดความรู้เท่ากันไปหมดไม่ได้หรอก จะทำได้อยู่อย่างเดียวเท่านั้น ที่จะให้เท่ากันคือ คุณต้องทำให้ความรู้ที่สูงที่สุดที่คนจะทำได้คือเป็นพระพุทธเจ้า อาตมาก็มีความรู้ยังไม่ถึง แม้จะหนักหนาเหน็ดเหนื่อยยังไงก็สู้ นับวันยิ่งเหนื่อย เพราะว่ามันเสื่อมมาก คนเสื่อมมาก จะกอบกู้ช่วยเหลือคนให้กระเตื้องขึ้นมาบ้าง เข้าใจรู้ทำให้ตนเองเจริญขึ้นก็พยายาม แล้วก็ช่างกระไร เขาก็ยิ่งทำตนให้เก๊มากขึ้นๆ เขาไม่ได้เห็นใจเรา หากเขาเห็นใจเราก็คงไม่ได้ทำให้ตนเองแย่ จนกอบกู้ได้ยาก เขาไม่เห็นใจไม่รู้ว่าเราทำอะไร แต่เขาทำอย่างน้นเพราะว่าเขาไม่รู้ว่ามันเสื่อมต่ำ

อ่านต่อ

แย่ลงๆ อาตมาเองยิ่ง พัฒนาตัวเองขึ้นมา เป็นมนุษย์ที่รู้มนุษย์สังคมขึ้นมาเรื่อยๆ มันหลากหลาย ในความแตกต่างความยึดถือของมนุษย์ นับวันก็ยิ่งมาก (มีดช.ภูมิพุทธมากราบหลวงปู่ที่ตัก) คือลึกๆแล้วเขาซื่อจริงใจ มีมาในตัวของเด็กไม่เดียงสา เป็นความจริงใจของเขา ธรรมดาเด็กไม่เข้าใกล้พระหรอก เขาเกรงกลัว แต่จริงๆมีจิตลึกๆที่ว่าผีกลัวพระ แต่ทีนี้จิตเด็กคนนี้ไม่เป็นเด็กผี จิตเป็นพระลึกๆเขาสนิทสนมกับอาตมาด้วย เขาพึ่งจะมาด้วยซ้ำไป สิ่งเหล่านี้เป็นความบริสุทธิ์ที่ฝังลึกในปัญญา เป็นสัญชาตญาณ ก็มาแสดงบทบาท สัตว์เดรัจฉานก็มีสัญชาติญาณแม้ไม่มีใครสอนก็รู้ตัวเอง (ดช.ธรรมะมากราบหลวงปู่แล้ววิ่งตื๋อออกไปเลย แล้วหลวงปู่ก็เรียกให้ทั้งธรรมะและธัมโมมาหาหลวงปู่) ชีวิตเด็กเข้ามาเขาก็มี osmosis ก็มีสีสัน ไม่งั้นก็จืดๆ ก็ขออนุญาตแซมมาบ้าง อาตมาว่าชีวิตมันสนุก ถ้าสามารถที่จะพ้นความทุกข์ได้ จิตของใครสามารถพ้นทุกข์ได้ อยู่กับโลก หากไม่มีจิตโพธิสัตว์จะเบื่อ สังคมน่าเบื่อชีวิตน่าเบื่อ นิพพิทา เพราะงั้นจิตที่ไม่มีโพธิสัตว์ เมื่ออยู่เหนือสังคมได้ ก็ไม่ยินดีอยู่ต่อ พอตายไปก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานไป จริงมีทุกข์เท่านั้นที่เกิดขั้นตั้งอยู่ดับไป ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกแต่ผู้พ้นจริงๆได้แล้วสามารถพิสูจน์จิตที่หลุดพ้นแล้วไม่อยากจะอยู่กับอันนี้แล้วก็พยายามศึกษาว่าสังคมอยู่อย่างไร จะช่วยเขาได้ไหม ควรช่วยไหม ควรถามว่า ควรช่วยไหม...คุณก็ตอบกันได้ ว่าควรช่วย ถ้าใครบอกว่าไม่ควรช่วยก็ใจดำเลย มันควรช่วยเพราะมนุษย์นี้น่าสงสาาร เขาหมุนเวียนในสังสารวัฏ น่าสงสาร เป็นความจริงที่ควรช่วย ความจริงจึงเป็นสัจจะของผู้ที่เมื่อยกจิตขึ้นสู่ปัญญาสู่ความควรรู้ ทั้งที่มันน่าเบื่อหน่าย เมื่อคนหลุดพ้นความน่าเบื่อหน่ายนี้ได้แล้ว เราไม่ไปแย่งชิงอะไรกับโลกแล้วก็รู้ว่า ตัวจะอยู่อย่างไร ผู้ที่หลุดพ้นแล้วก็คือ 1 อัตตาหิอัตโนนาโถ โกหินาโถ ปโรสิยา ก็รู้ว่าตนก็ต้องพึ่งตนสิ แมวหมาก็ยังพึ่งตัวมันเอง มีหมาที่คนเอามาเลี้ยงจนมันเสียนิสัย หมาเลยเสียหมาเลยเลี้ยงตัวเองไม่เป็นต้องพึ่งคน คนใดที่เอาสัตว์มาเลี้ยงประคบประหงม จนมันเสีย คนนั้นก็บาป แต่เขาเข้าใจผิดว่าเขาได้ช่วยเหลือหมา แต่แท้จริงแล้วเขาทำให้หมาเสียหมา สัตว์มันก็บำเพ็ญเลี้ยงตัวมันเอง มีแต่คนนี่แหละ ประหลาดไหม พอคลอดออกมาพ่อแม่ไม่เลี้ยงก็ตายเลยนะ คนต้องใจไม่ดำ ใจดำไม่ได้ต้องเลี้ยงเด็กเลี้ยงลูก โดยเฉพาะลูกตัวเองต้องเลี้ยง อาตมาว่า อาตมาพ้นขีดที่จะอยู่กับสังคมมนุษย์ว่า เห็นแล้วมีแต่น่าสงสารน่าช่วยเหลือมันเหนื่อยหนัก ยิ่งโลกเสื่อมทุกวันศาสนาพุทธเสื่อมลงก็ยิ่งยาก ศาสนาพุทธไม่ได้เสื่อมแต่คนเสื่อม เข้าใจผิดในความหมายศาสนาพุทธแล้วยึดถือผิด เอาไปปฏิบัติผิดน่าสงสารมาก จนไม่สามารถใช้ธรรมะพระพุทธเจ้าปฏิบัติให้ตนเองพ้นทุกข์ได้ ก็เสียเลย เสียธรรมะพระพุทธเจ้า เพราะท่านสอนไว้เพื่อให้คนเอามาศึกษาเพื่อการพ้นทุกข์ แล้วคำว่าพ้นทุกข์นี้ลึกซึ้งมาก พ้นทุกข์นี้ ทุกข์คืออะไร ทุกข์คือไปหลงลาภ ไม่ได้ลาภมาก็ทุกข์ หลงยศ ไม่ได้ยศก็ทุกข์ ใครมานินทาว่าร้ายก็ทุกข์ หรือไม่ได้สิ่งที่ตนเองอุปาทานไว้ใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส แม้แต่ไม่ได้สมอัตตาก็ทุกข์ นี่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วสอนไว้ชัด ท่านจึงสอนให้อย่าไปยึดถือไปหลงก็เท่านี้แหละมนุษย์ เมื่อมาเรียนรู้ไม่ต้องแย่ง ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขแล้ว ไม่แย่งแล้วทำอะไร กำลังไปไหน กินข้าวกินน้ำเปลืองพืชพรรณธัญญาหาร ที่ต้องใช้สอย ต้องมีที่อยู่ พระพุทธเจ้าว่าพอตรัสรู้มารก็ว่าตายเสียเลยดีกว่า อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน เหมือนกัน บรรลุอรหันต์แล้วจะทำอะไรก็ตายเสียสิ ก็บรรลุแล้วจบแล้วก็เหลือแต่ว่าเราพ้นทุกข์แล้ว พ้นเรื่องที่ตรงข้ามกัน ก็มีธรรมะสองดีกับไม่ดี ควรกับไม่ควร เราก็รู้ความควร ความดี อะไรไม่ควรไม่ดี เราก็แนะนำอธิบายคนอื่นต่อ เพราะเขาไม่รู้ 611210 รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 29

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน