สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐกิจบุญนิยม) ตอน ก้าวหน้าอย่างมาก มีแต่ถอยหลังอย่างน่ากลัว.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐกิจบุญนิยม) ตอน ก้าวหน้าอย่างมาก มีแต่ถอยหลังอย่างน่ากลัว ต่อไปจะอ่านบทกวีที่อาตมาได้แต่งขึ้นมา
ความก้าวหน้าอย่างมากนั้น มีแต่ถอยหลังอย่างน่ากลัว
( ๑ ) เพชรไทยมีหนึ่งให้ โลกเอย ล้ำยุคกว่าใครเคย กล่าวกล้า เกินปราชญ์ชาติใดเฉลย แก่ภพ เลยแล คำตรัสหยัดฟ้องฟ้า ชัดท้าโลกีย์
( ๒ ) คงมีเคยสดับบ้าง วิเศษพจน์ ภูวนารถไทยกำหนด ตรัสไว้ คือเศรษฐกิจใหม่สด กว่าโลก มีแฮ ทำ แบบคนจนให้ สำเร็จไซร้เป็นเจริญ
( ๓ ) เกินยินเกินคิดได้ สามัญ เพราะโลกตีบตื้นตัน หมดแล้ว ก้าวหน้า แข่งรวยกัน จนสุด ทางพ่อ ผู้ชนะจึ่งบ่แคล้ว เล่ห์ล้วนกลเลว
( ๔ ) ลงเหวกันหมดถ้วน มวลมนุษย์ โลกตกต่ำถึงจุด โปรดรู้ ก้าวหน้าอย่างนั้นสุด เสื่อมหนัก แล้วนา มีแต่ถอยหลังกู้ บ่ได้น่ากลัว
( ๕ ) เพราะมัวแต่มุ่งหน้า สะสม โลภจัดทุนนิยม ใหญ่เบิ้ม สร้างอาวุธรวยจม บรมจัด จิตวิทยาเยิ้มเคลิ้ม คร่าซื้อเครื่องประหาร
( ๖ ) บ้านเมืองเรืองรุ่งด้วย กลลวง แข็งนอกแต่ในกลวง โง่เหง้า มารยาททุกชาติหวง จริงกลบ ไว้เลย มีแต่ลิงหลอกเจ้า ทั่วแคว้นโลกา
( ๗ ) ก้าวหน้ากันอย่างนั้น พึงคะนึง เถิดเทอญ รวยแข่งกันจนตึง เครียดแค้น กับจนแต่เข้าถึง ธรรมเมต - ตารา เผื่อแผ่แม้ดูแม้น ต่ำต้อยแต่จริง
สไมย์ จำปาแพง ๒๗ ม . ค . ๒๕๕๙ นัยปก เราคิดอะไร ฉบับ ๓๐๘ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๕๙
มาพัฒนาตนเองให้มีจิตที่เป็นพรหมวิหาร อย่างชาวอโศกที่ทำได้ก็ยังไม่ดีนัก บอกได้ว่าชาวอโศกดี แต่ยังไม่ดีนัก แต่มีเนื้อหาของเมตตา กรุณา มุทิตาอุเบกขาแล้ว ยังไม่ดีนักแต่เป็นจริง พูดอย่างไม่ได้ลำเลียง ไม่ได้เข้าข้างพวกตัวเอง ปฏิบัติธรรมแบบพระพุทธเจ้า สามารถอยู่ได้แบบคนจนแล้วเผื่อแผ่แก่คนอื่นด้วย ใครจะด
อ่านต่อ
ูว่าอโศกนี้ต้อยต่ำ เป็นคนไม่มีอะไร ไม่ได้หรูหราใหญ่โตเหมือนทั้งโลกเขาเลย แต่จริงใจ จริงจัง จริงแท้ มีสัตย์มีคุณธรรม เป็นคนจนที่เกื้อกูลช่วยเหลือผู้อื่นช่วยเหลือโลก ถ้าไปมุ่งมั่นไปรวยแบบทั้งโลก ก็ต้องแก่งแย่งแข่งขัน ไปทางโลกีย์ก็ถูกลากจูงถูกปั่น เหมือนเครื่องปั่นเราเอาอะไรใส่เข้าไป เอาลูกท้ออินเดียนี้ใส่เข้าไป เอาชมพู่ใส่เข้าไป ที่นี่มีผลไม้พืชผัก ที่ปลูกแล้วได้ผลดี ชาวอโศกปฏิบัติธรรม พยายามให้ถูกตรงตามสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้า ก็ได้ผลตามที่บอก แต่ยังไม่ได้มากนักหรอก แต่ก็เป็นจริง เพราะที่นี่ไม่ได้เน้น quantity แต่ที่นี่เน้น quality ไม่ได้เน้นปริมาณ แต่เน้นคุณภาพได้จริง ปริมาณยังไม่ได้มาก คนโลกๆนี้หลงปริมาณมาก ไปหลงโฟมแทนที่จะเอาปรอท ความหมายของคำว่าก้าวหน้าอย่างมาก ที่ในหลวงบอกว่าเป็นการถอยหลังอย่างน่ากลัว ถอยลงไปในเหวยังไม่รู้อีก ตายไปแล้วก็ยังไม่รู้ ถอยไปหาเหวอีก ลงไปก็ยังไม่รู้ตัว ลุกขึ้นมาใหม่ก็ถอยต่อไปอีก เหวยิ่งเน่าใหญ่เลยยิ่งเน่าต่อไปอีก นี่คือถอยหลังอย่างน่ากลัว ที่นี่ขุดคลองถอยหลังเข้า ใครจะมาที่นี่มาถอยหลังเข้ามา เดินเข้ามาแบบโลกโลกไม่ได้ ถอยหลังดู
บทความที่สี่ มาดูบทความของสำนัก bloomberg แปลแล้ว จากเว็บ http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-03-03/the-15-happiest-economies-in-the-world 15 เขตเศรษฐกิจที่มีความทุกข์จากสภาพเศรษฐกิจน้อยที่สุดในโลก ตามลำดับ รู้สึกหดหู่ในเรื่องเศรษฐกิจหรือไม่ ถึงเวลาเก็บกระเป๋าไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์แล้วล่ะ นั่นคือวิธีหนึ่ง ที่จะอ่านโชคชะตาของเศรษฐกิจของ 51 ประเทศ (รวมประเทศที่ใช้เงินยูโร ) ปีนี้ ตามการคำนวณของ bloomberg ที่ใช้ดัชนีชี้วัดที่รู้จักกันในนามว่า Misery Index ( ดัชนีความทุกข์ยาก ) ปัจจัย 2 ประการที่ทำให้ผู้บริโภคไม่มีความสุขคือ ภาวะเงินเฟ้อและอัตราการว่างงาน ซึ่งต่ำมากๆใน 15 ประเทศที่เห็นในแผนภูมิด้านล่าง ซึ่งได้รับการจัดอันดับจากการสำรวจของนักเศรษฐศาสตร์ของสำนักข่าว bloomberg เพราะว่าฉันมีความสุข แผนภูมิ : ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับว่าทำได้ดีที่สุด จากดัชนีวัดความทุกข์ยาก 2015 ในขณะที่ธนาคารชาติของสวิส ได้ตกเป็นหัวข้อข่าวความสับสนวุ่นวายเมื่อตอนต้นปี แต่ดินแดนสวรรค์ของนักเล่นสกีและดินแดนที่ขึ้นชื่อของช็อกโกแลต ก็ยังคงโดดเด่นเปล่งประกาย ในการสำรวจครั้งนี้ ว่าเป็นประเทศที่น่าอยู่ สำหรับแรงงานในวัยงานแล้ว สวิตเซอร์แลนด์มีอัตราการว่างงานเพียง 3.3 % ปีนี้ ( ประมาณการว่ามูลค่าเงินที่ลดลง 0.9 % ในปี 2015 ช่วยผ่อนคลายสถานการณ์อัตราการแลกเปลี่ยนเงินที่สูงขึ้น ) ทั้งสองเหตุผลก็เพียงพอที่ทำให้ สวิตเซอร์แลนด์มีดัชนีความทุกข์ยากที่ต่ำ ( ดัชนียิ่งต่ำยิ่งดี ) นั่นคือข่าวดี สำหรับประเทศที่มั่งคั่งอยู่แล้ว สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศร่ำรวยเป็นอันดับ 4 จากการจัดอันดับของ IMF ( กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ) โดยวัดจาก GDP per capita ในปี 2015 ประเทศในความฝันอื่น ขึ้นไปตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่นอร์เวย์ ดัชนีราคาผู้บริโภค consumer prices เท่ากับราคาขายปลีกของสินค้าและบริการที่ใช้ในการบริโภคเพิ่มขึ้น 2.2 เปอร์เซ็นต์ปีนี้ อาจจะสูงกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ ธนาคารหลักๆส่วนมากตั้งเป้าหมายไว้ อัตราการว่างงานคาดว่า 3.75 เปอร์เซ็นต์ในปี 2015 ส่วนรายได้ดีที่สุดของในกลุ่มคาดว่าสูงถึง 67,619 ดอลล่า GDP per capita ปีนี้ และที่น่าจะนำความประหลาดใจมาให้ คือประเทศที่มีดัชนีความทุกข์ยากต่ำสุดในการวิเคราะห์ของเรา คือประเทศที่ไม่ได้ร่ำรวยอย่างประเทศไทย ส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณอัตราการว่างงานที่ต่ำมากอย่างไม่ปกติ ต่ำกว่า 1 % เสียอีกทำให้เงินเฟ้อไม่ถูกกระตุ้นขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามดินแดนแห่งรอยยิ้ม (the land of smile) ที่ปัจจุบันอยู่ใต้กฎอัยการศึก หลังจากการปฏิวัติของทหารปีที่แล้ว ยังมีหนทางอันยาวไกลที่ต้องเดิน กว่าจะใกล้เคียงกับมาตรฐานการครองชีพของประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศอื่นๆในเอเชียมีสองประเทศหลักๆ ที่มีความแตกต่างกัน แต่ประชาชนมีมาตรฐานการเป็นอยู่ที่ดีเหมือนกัน ญี่ปุ่นที่ต้องต่อสู้กับภาวะเงินฝืดที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงปี 1990 ที่เห็นว่าค่อยๆลดลงจนได้เห็นเงินเฟ้อ 1% ปีนี้อัตราการว่างงานมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยอัตราการว่างงานอยู่ที่ 3.5 เปอร์เซ็นต์หลังจากเฉลี่ยที่ 3.6% ปีที่แล้ว ประเทศจีนที่เงินเฟ้อและอัตราการว่างงานค่อยๆลดลงทำให้ประเทศเป็นอันดับ 7 ที่เป็นประเทศที่มีความสุขเลื่อนขึ้นมา 2 อันดับจากปีก่อน อเมริกาพิสูจน์ได้ว่า ขนาดไม่ใช่ทุกอย่างประเทศที่จัดว่าเป็นประเทศทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุด ถูกจัดอันดับเป็นอันดับ 8 ในการจัดลำดับความทุกข์ยาก เนื่องจากภาวะอัตราการว่างงาน GDP per capita ของอเมริกายังตามหลังนอร์เวย์และฮ่องกง ประเทศไทยมีอัตราการว่างงานต่ำเพียง 0.6 เปอร์เซ็นต์นี่คือเหตุผล อัตราการว่างงานอย่างเป็นทางการของประเทศไทย ณ ปลายปี 2014 คือ 0.56 เปอร์เซ็นต์ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในโลก เทียบกับ 94 เปอร์เซ็นต์ในอินเดีย และ 6 เปอร์เซ็นต์ในภูมิภาค นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ล่าสุดในประเทศไทยที่คนว่างงานต่ำกว่า 1000 เส้นตั้งแต่ปี 2011 อัตราว่างงานสูงสุดคือ 5.73% ได้เดือนมกราคม 2014 แห่งชาติเปิดเผยข้อมูลพูดเตือนเป็นครั้งแรก อัตราการว่างงานของเราต่ำ เพราะคำจำกัดความของเราต่างจากประเทศอื่นและปัญหาที่ต่างกัน ธีรเทพ เสรีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกของธนาคารแห่งประเทศไทยกล่าว ภาคการเกษตรมีการทำงานสูงสุด และคนที่หางานทำไม่ได้ก็จะทำงานได้แบบไม่เป็นทางการ หรือจากอะไรทำตามประสาของตนเอง เนื่องจากการไม่มีหลักประกันสำหรับผู้ว่างงานในประเทศไทย คนจึงว่างงานไม่นานนัก คนที่ตกงานก็จะรับหางานที่เรียกว่าไม่เป็นทางการ หรือหางานไม่ประจำทำ หรือทำงานส่วนตัว ดินแดนแห่งเกษตร มากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในประเทศไทยทำการเกษตร ที่จะมีการงานให้ทำตลอดเวลา จะว่างงานเพียงนอกฤดูการเกษตรเท่านั้น การทำงานในภาคเกษตร นับรวมในการทำงานด้วย เช่น ถ้าคุณตกงานจากการเป็นพนักงานธนาคาร และกลับบ้านก็สามารถไปช่วยพ่อทำงานในนาในสวน ๑ ชม . ต่อสัปดาห์ก็ถือว่าไม่ตกงานแล้ว มีลูกน้อย ปี 2014 ปี 2015 un คาดการณ์ว่าอัตราการมีบุตร 1.4 เปอร์เซ็นต์เทียบกับ 3.4 เปอร์เซ็นต์ในฟิลิปปินส์ ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้น 15% ปีที่แล้วต่ำกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ได้ ปี 1994 จะมีประชากรเกษียณจากงานประจำ และส่วนอื่นก็ยังทำงานไม่ประจำ เทียบกับญี่ปุ่นมากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ของประชากรอายุมากกว่า 65 ปีและผู้ไม่มีงานทำสูงกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ มีแรงงานต่างชาติสามล้านคนจากเขมร ลาว พม่า ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ลงทะเบียน รัฐบาลไทยพยายามให้มีการลงทะเบียน แต่ปัญหาเรื่องภาษายังเป็นอุปสรรคอยู่ ภาคเศรษฐกิจที่ไม่เป็นทางการหมายถึงผู้ที่ไม่ได้ทำงานอย่างเป็นทางการมีประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนแรงงานทั้งหมดในปี 2013 รวมถึงคนขายของตามถนน คนขับวินมอเตอร์ไซค์ ทำงานส่วนตัวฯลฯ ซึ่งจัดว่าเป็นผู้มีงานทำ ตอนนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนนโยบายเรื่องตลาดแรงงาน และเงินเฟ้อลดลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2009 การคาดการณ์ของธนาคารกลางช่วง 1-4% ยังคงเป็นไปอย่างไม่มีสัญญาณที่รัฐบาลหรือสถาบันการเงินจะกังวลในเรื่องอัตราการว่างงาน ดังนั้นอัตราการว่างงานยังคงต่ำอยู่ตลอดไป พ่อครูว่า...อาตมาเข้าใจเศรษฐกิจตามแนวของพระพุทธเจ้า อาตมาตั้งชื่อว่าบุญนิยมไม่ใช่ทุนนิยม ตรงกับที่ในหลวงบอกว่าให้มาแบบคนจน แบบขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ซึ่งโลกเขาก็ยังมึนอยู่ว่าใครจะมาบริหารแบบคนจนได้ ที่นี่เอาแบบพระพุทธเจ้า ให้มาเป็นคนหมดเนื้อหมดตัว ทำงานแล้วรายได้เอาเข้ากอง กลางหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ทำแค่วันสองวัน แต่ทำมา 30 ถึง 40 ปีแล้ว ทุกคนในนี้เป็นสมาชิกก็ได้รับสวัสดิการของชุมชน ทำเงินฟรีทุกคน ไม่มีใครได้มากได้น้อยกว่าใคร ไม่มีใครได้ส่วนตัวได้เบี้ยเลี้ยง นี่เป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ยิ่งที่สุดที่พระพุทธเจ้าค้นพบและเอามาให้ประชาชนทำ ยุคของพระพุทธเจ้ายังทำไม่ได้กว้างเพราะเป็นยุคของทาส ไม่รู้จักสิทธิมนุษยชน ก็เลยทำได้เฉพาะในวงการของสงฆ์ ในยุคนี้คนเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนกันแล้ว มีสิทธิในการแสดงออกถึงความเป็นมนุษย์ การแสดงออก ท่าทาง ความนึกคิดอะไรต่างๆ เข้าใจหมดแล้ว ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่สมบูรณ์แบบทุกอย่างทั้งด้านเศรษฐศาสตร์ ทั้งด้านรัฐศาสตร์ทั้งด้านสังคมศาสตร์ ที่บอกว่าพาล้ำสมัยนี้ถูกต้องที่สุด เพราะอาตมาเป็นลูกของพระพุทธเจ้า เป็นคนที่ทำถูกต้องสนองพระราชดำรัสของในหลวง มาเป็นคนขาดทุนของเราคือกำไรของเรา มาเป็นคนอยู่กันแบบคนจน เราจะมีจิตเมตตาเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม มีลาภโดยธรรมแล้วเอาเข้ากองกลางเป็นสาธารณโภคี แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ได้ดี ใครมาอยู่ในนี้ก็ได้รับการเลี้ยงดู ตอนนี้ราชธานีอโศกสิ่งแวดล้อมกำลังจัดสรรอยู่ ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยที่ตอนนี้ทัวร์จีนก็มาแล้ว อาตมารังเกียจนักเที่ยว แต่ยินดีต้อนรับนักศึกษา ผู้ที่จะมาศึกษามาได้ ก็ไม่ค่อยได้เครียดอะไร มีสวัสดิการมีการต้อนรับอะไรให้ดี แต่ผู้ที่มาเที่ยวแล้วไม่มีมารยาท ไม่มีหลักเกณฑ์ก็ไม่ไหว เลอะเทอะพูดกันไม่รู้เรื่อง นักเที่ยวที่ไม่มีมารยาทก็มี ขาดจริยธรรมของสังคมในประเทศเขาไม่มี ควรมาดูสังคม วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของที่นี่ ก็เข้าใจตามภูมิและทำตามภูมิที่จะพอเป็นไปได้ แล้วเราไม่ไปเป็นหนี้ใคร พี่ช่วยน้องน้องช่วยพี่ เป็นภราดรภาพไป เพราะเราไม่เป็นหนี้ หลักเกณฑ์ของชาวอโศกคือ ๑. เราไม่เป็นหนี้ ๒. พึ่งตนเองรอด ๓. สร้างให้มากเกินกินเกินใช้ของเราเอง ๔. สะพัดแจกจ่ายเจือจานเกื้อกูลช่วยเหลือผู้อื่น แม้แต่ธรรมชาติก็เข้าข้าง ขนาดลูกท้ออินเดียนี้ก็สมบูรณ์ ชมพู่ดีก็ลูกใหญ่ รสชาติใช้ได้เลย พูดตามโลกเขาก็เนื้อดีกลิ่นดี แต่ใจอาตมาว่าอาตมาไม่ได้ชอบไม่ได้ติดใจ โลกหลงความก้าวหน้าที่เป็นโลกียะ แข่งรวยแข่งเด่นแข่งได้เปรียบเชิงแย่งชิงฆ่าแกงข่มขี่กันทั้งโลก ซึ่งเราก็ช่วยได้ประมาณหนึ่ง ไม่เป็นการเตี้ยอุ้มค่อม เป็นคนจนที่ไม่สะสม อยู่ในครรลองของพระพุทธเจ้า ในวรรณะ ๙ สุภระ สุโปสะ อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ สัลเลข ธูตะ ปาสาทิกะ อปจยะ วิริยารัมภะ ๑. เลี้ยงง่าย (สุภระ) ๒. บำรุงง่าย ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) ๓. มักน้อย กล้าจน (อัปปิจฉะ) ๔. ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ๕. ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) ๖. เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) ๗. มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ๘. ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ๙ ๙. ขยันเสมอ ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) อยู่อย่าง อิสรเสรีภาพ (Independent) มีอิสรภาพ พ้นอำนาจกิเลส ภราดรภาพ มีภาวะแห่งรักกว้างออกไปดุจดั่งญาติ สันติภาพ มีภาวะสงบแท้ ไม่มีตัวเหตุเบียดเบียน สมรรถภาพ มีความสามารถสรรสร้างประโยชน์สุข บูรณภาพ ปรับปรุงพัฒนาให้เจริญ ให้เต็มบริบูรณ์
มีความเป็นสาราณียธรรม ๖ เกิดพุทธพจน์ ๗ มีเมตตากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ลาภธัมมิกา(สาธารณโภคี) ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา เกิด สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ
อาตมาชาตินี้เหมือนถูกสาป ทำไปก็ไม่ได้รับความร่วมมือยอมรับ แต่ก็ได้ค่อยทำไป จนเกิดหมู่กลุ่มเกิดเป็นชุมชนที่เป็นตัวอย่างเป็นโมเดลให้แก่โลก
590131_วิธีอาริยธรรม บ้านราชฯ ให้เรียกเราว่าสมณะอย่าเรียกพระ