สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน จุตูปปาตญาณ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน จุตูปปาตญาณ จุตูปปาตญาณ จุติคือเคลื่อนไป จะเคลื่อนสู่สูงก็คือเกิด เคลื่อนสู่ต่ำก็เรียกว่าตาย จุติหมายถึงเคลื่อนสู่สูง หรือต่ำ หรือตายก็ได้ ถ้าคุณไปเห็นสัตว์ตัวนี้กำลังเคลื่อนไป ลงหรือขึ้น หรือเห็นคนนี้เกิดหรือเจริญหรือเสื่อม คุณก็เห็นแค่รู้คนอื่นเขา แต่ถ้าคุณมารู้ตัวเอง คุณอ่านการเกิดการดับ คุณก็มาอ่านของตนเอง หากคุณอ่านแค่ร่างก็แค่นั้น แต่ถ้าอ่านจิตว่ามันเลื่อนสูงหรือต่ำหรือเกิด เกิดสูญ ไม่เกิดอีก หรือยังเกิดอีกหยั่งลงอีก ถ้าไม่รู้ก็โอกกันติหยั่งลงเป็นชาติ สัญชาติใส่ความจำใส่เซฟ ก็ชาติสัญชาติโอกกันติไปเรื่อยๆ คนในโลกจะมีชาติสัญชาติโอกกันติเท่านั้น จะหยั่งลงโลกุตรจิตหรือไม่ คุณได้ละหน่ายคลาย ทำให้จิตนิพพัตติได้ มีอภินิพพัตติได้สมบูรณ์เป็นรอบๆของโสดาฯสกิทาฯอนาคาฯอรหันต์ คนในโลกก็มีชาติสัญชาติโอกกันติ คุณห้ ามอกุศลจิตไม่ให้เกิดไม่ได้ ดีไม่ดีหลงอร่อยเป็นเรื่องน่าสะสม ก็สะสมอร่อยไปเรื่อยๆ กิเลสจะหนาขึ้น จะไม่มีที่สิ้นสุด สนุกสนานรสชาติจัดจ้านขึ้นๆ ไม่มีขีดจบ ถ้าไม่พอมาหาสูญก็ไม่จบ ถ้าไม่พอก็ไป infinity คนไปดีดดิ้นสะสมรสชาติ อีกหน่อยจะมีคนเส้นโลหิตแตกตายในสนามฟุตบอล ที่เอาชนะกัน สุดยอดไคลแมกซ์ คนไหนเตะเข้าโกลก็แสดงอาการ อาตมากลัวเส้นโลหิตแตกตาย เขาไม่รู้ว่าเขาบำเรออารมณ์ คนรู้แล้วว่าเป็นมาไม่รู้กี่ชาติ สะสมไปก็ได้มากจัดจ้านมากขึ้นก็นึกว่าคุณเก่ง เช่น กระเทยนี่สะสมความดีดดิ้นของอิตถีภาวะ เขาก็นึกว่าเขาประเสริฐเลิศเลอทุกทีก็น่าสงสาร ซับซ้อนไปเรื่อยๆ คนที่ไม่รู้จักการเกิด การเกิดแล้วเคลื่อนไปสู่สูงหรือต่ำ จึงต้องมาเรียนรู้อารมณ์จิต เรียนเวทนาในเวทนานี่แหละจบ แยกเคหสิตเวทนากับเนกขัมสิตเวทนาได้ ทำให้เกิดลดละจางคลายดับได้ ถ้าอ่านอาการอารมณ์ลั
อ่านต่อ
กษณะพวกนี้ไม่ออก อย่าหวังเลย ใครจะเอาเกิดตลอดเป็นจุติเทพอาตมาไม่เอาด้วย อาตมาจะรู้เกิดรู้ดับ คุมการเกิดการดับได้ เป็นอมตบุคคล คนเป็นอรหันต์แล้วจิตจะดับได้ อ่านของตนเองว่าคุณหยุดจิตตนเองได้ ลืมตาอยู่แล้วกระทบกับอะไรตอนนี้ จะรับรู้แล้วคุณอ่านจิตคุณไม่ปรุงเลย กระทบแล้วไม่ปรุงเลย คุณคิดนี่แหละ ตอนนี้คุณก็กระทบสัมผัสแล้วคุณไม่คิด เฉยเลย บางคนไม่กระทบก็อยู่กับความคิดที่หยุดไม่ได้ อยู่เฉยๆแม้หลับตาก็หยุดคิดไม่ได้ จิตอรหันต์คือจิตหยุดได้ ลืมตากระทบก็หยุดคิดได้ หลับตาก็หยุดคิดได้ ไม่คิดเลย นั่นคือความสามารถ อาตมาสงสารผู้ที่ท่านพากเพียรทำอันนี้เฉยๆ ไม่มาเรียนทางพระพุทธเจ้าเป็น analysis แต่ไปเรียน hypnosis เมื่อไม่กี่วันก็อ่านของ อ.บูรพาว่าให้หยุดคิด มันไม่ใช่ต้องมาวิจัยวิเคราะห์หยุดคิดเป็นอันๆ แล้วสั่งสมความสามารถ พระพุทธเจ้าให้ปฏิบัติมีเหตุปัจจัยลืมตา แล้วหยุดได้ในเหตุปัจจัยใดที่ให้หยุดได้ ไม่ใช่ไม่ให้เกิดความคิดเลย พวกสมถะต่างจากวิปัสสนาเช่นนี้ แต่วิปัสสนานี้อย่างเห็นๆแล้ววิจัย ไม่ใช่เห็นๆแล้วหยุด ของพระพุทธเจ้าวิจัยแล้วดับเหตุอย่างมีปัญญา ไม่ต้องข่มจิตเลย การข่มจิตกับการรู้ว่ามีพลังปัญญาสลายสิ่งเหล่านี้ได้ ถ้าไม่เกิดเช่นนี้ไม่มีวิปัสสนาญาณ การเกิดของศาสนาพุทธไม่เรียกดับ แต่เรียกว่าวุฒิ มีการเข้ากับออก หลุดพ้นไปแล้วรู้ว่าเราเนกขัมมะขาดเด็ดออกมาได้เลย นิโรธคือนิโรธวุฒฐานะ ความเลวกับประณีต ก็ไม่ยาก เลวก็คือหยาบ ประณีตคือละเอียด ผิวพรรณดีกับผิวพรรณทราม ก็คือสิ่งเห็นได้สัมผัสได้ จะเป็นความรู้ชั้นเชิง วุฒิ มันสูงหรือต่ำ มันดีหรือทราม ได้ดีตกยาก สุกฏะหรือทุคตะ ไปดีหรือไปไม่ดี ก็สามารถอ่านออกของแต่ละคู่ได้ ถ้าเรามีอาการหรือกรรม มีความเป็น กรรม มีอาการ ที่เป็นกิริยากรรม ก็แบ่งได้ว่าดีหรือเลว ละเอียดหรือหยาบ ได้ดีหรือตกยาก ไม่เป็นทั้งสองอย่างกลางๆ แต่รู้ว่านี่ดีนี่ทรามโดยสมมุติ แล้วเราไม่เป็นทั้งสองอย่าง ถ้าเราจะเป็นเราก็เป็นแต่ดี ถ้าเราจะอยู่กับสมมุติก็ต้องอยู่กับสิ่งดี ไม่เอาสิ่งไม่ดี แต่ถ้าไม่อยู่กับสมมุตติเราก็ว่าง สัตว์คือจิตเราเป็นไปตามกรรมที่ทำ ได้ดีหรือตกยากก็อยู่ที่กรรมที่ทำจริง ผู้ใดชัดเจนเชื่อกรรมวิบากจะไม่ทำกรรมชั่วกรรมไม่ดีเด็ดขาด จะทำแต่สุวรรณะ ไม่ทำทุวรรณะ จะทำแต่สิ่งปราณีตไม่ทำสิ่งหยาบ จะทำแต่สุกฏะ ไม่ทำทุคตะ ด้วยตาเรามีทิพย์รู้แจ้งของเราเอง อย่าไปใส่เกือกรู้ของคนอื่น แต่ถ้าจะรู้ตามบารมีก็ได้ตามธรรม เราจะช่วยเขาบ้างก็ดี แต่ช่วยเขาไม่ได้รู้ไปก็เท่านั้น แต่รู้ของเราก่อนทำของเราให้ดี สัตว์ย่อมเป็นไปตามกรรม แต่ผู้ที่ติเตียนพระอาริยเจ้านั้นเพราะเขายึดมิจฉาฯ
590128_พุทธศาสนาตามภูมิ นัยละเอียดของวิชชา ๘