ความจบกิจของประชาธิปไตยไทยอยู่ที่จุดไหน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ความจบกิจของประชาธิปไตยไทยอยู่ที่จุดไหน พ่อครูว่า... มันอยู่ตรงไหน เรื่องของความจบ ก่อนจะสาธยายต่อไปอาตมาก็ขอยืนยันว่า ในประเทศไทย ความเป็นประเทศไทย ณ ปัจจุบันนี้ เรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันนี้ ก็เป็นเศรษฐกิจที่ดีที่สุดในโลกแล้ว มันไม่นิ่งหรอก มันไม่เที่ยงหรอก แต่ว่าสะพัดหมุนอยู่ อย่างได้สัดส่วนที่ดีที่สุดกว่าประเทศใดๆในโลก คำว่าดีคำนี้ ทั้งความสะพัดก็เร็ว Static กับ Dynamic ก็ความนิ่งแน่นก็นิ่งแน่น ความสะพัดก็เร็ว กว่าประเทศใดๆ แต่นัย ละเอียดอย่างนี้โดยอธิบายธรรมะ นักเศรษฐศาสตร์ที่ไม่มีธรรมะก็ไม่รู้เรื่อง มีความพอดี มีความลงตัว มีความเป็นไปอยู่ดีที่สุด เหนือประเทศต่างๆอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น 1. หนี้ของประเทศ หรือ สิ่งที่เอามาใช้เป็นองค์ประกอบในการสะพัด ทั้งที่บอกว่า เงิน หรือที่เรียกว่า อัตรา ของประเทศนี้ชื่อว่า ดอลลาร์ หยวน รูปีอะไรก็แล้วแต่ ที่เราไปกู้ไปยืมมา และเราเองก็สร้างสรรค์และเราก็มี สะพัด จะไปใช้หนี้คืนเขาหมุนเวียนอยู่นี่แหละไม่มีจบหรอกมัน สะพัดกันทั่วโลก ที่มันสัมพันธ์กันระหว่างต่อประเทศที่ยังเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน มีการค้าขายใช้จ่าย มีการหมุนเวียน ธนบัตรของชาติตัวเองอยู่กับของแต่ละชาติ มันก็สัมพันธ์กันไป มันไม่มีหยุดมันไม่มีจบหรอก แต่มันมีตัวจบที่อยู่ในความพอเหมาะพอดี อยู่ในความพอเหมาะพอดีของมัน มันเป็นความจบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประชาธิปไตยก็มีความจบพอดี ความเป็นประชาธิปไตยคืออะไร ความเป็นประชาธิปไตยคือ ความเป็นดีอยู่ดีของมวลมนุษย์ อยู่ดีแล้ว อยู่ดีกินดี อยู่กันอย่างสบาย ไม่ทะเลาะวิวาทกันเกินควร แน่นอนคนมีกิเลสทั่วไป ก็มีทะเลาะวิวาท มีเรื่องมีราวต้องมีขึ้นโรงขึ้นศาล มีตำรวจมาจับ มันก็เป็นธรรมดาธรรมชาติ แต่งานมันจะน้อย ถ้าสังคมใดที่สงบ เอาตัวอย่
อ่านต่อ
างสังคมของชาวอโศก ชาวอโศกไม่ต้องมีตำรวจ ไม่ต้องมีศาล มีผู้ดูแลเป็นชั้นเป็นตอน พิจารณาตัดสินกันไป ตามลำดับได้ แล้วก็หยุดได้ง่ายดาย ไม่ต้องเรื่องมาก ทุกวันนี้ ยกตัวอย่าง เรื่องที่พวกเราไม่ค่อยลงตัวกัน ไม่ค่อยมาถึงอาตมา เขาจัดการตกลงตัดสินกันเป็นขั้นตอนไม่ค่อยมาถึงอาตมา อาตมาไม่ค่อยได้ยุ่งยากที่จะไปช่วยตัดสินอย่างนี้เป็นต้น เพราะมันลงตัวสมบูรณ์แบบแล้ว เพราะฉะนั้นการขัดแย้งกันการทะเลาะกัน การตกลงกันให้สำเร็จจบยุติ ยุติกันได้ โดยไม่ต้องลำบากลำบนขึ้นมาถึงสูงสุด ระดับประเทศก็ไม่ขึ้นสูงสุดถึงนายก จบได้ก่อน อย่างนี้ก็เป็นความสงบความสบายของสังคม เพราะฉะนั้นเรื่องสังคมที่ประชาชนที่แต่ละคนมีอธิปไตย แต่ละคนมีพลัง แต่ละคนแสดงอำนาจบาตรใหญ่ของตนเอง แต่ความเป็นกิเลสในตนเองนั้นไม่มาก มันจึงออกไปทะเลาะกันไปแย้งกันไปแข่งดีแข่งเด่นกันน้อย มันก็เลยเรื่องไม่มาก เมืองไทยเรื่องไม่มาก แต่คนไม่รู้ความพอเหมาะพอดี ยังไม่เข้าใจความเป็นจริงของความสงบ ของสภาพของรัฐศาสตร์หรือการเมืองหรือประชาธิปไตย หรือแม้แต่การแย่ง แก่งแย่งชิงดีชิงใช้เรื่องของเศรษฐกิจก็ตาม เมืองไทยไม่มีปัญหามากเลย สบาย สบายถึงขนาดว่าชาวอโศกปีนี้ ชาวอโศกเป็นคนจน นี่ไม่ได้พูดเล่นเป็นสังคมคนไม่ได้สะสมเงิน ไม่ได้ไปเอาเปรียบเอารัดโลกเขา ไม่ได้ไปเอาเปรียบเอารัดสังคม มีแต่เสียสละให้สังคมตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเงินกองกลางเงินก้อนของตนเองนั้นจะมีน้อย แต่มันก็พอหมุนมาได้ ปีนี้เสียสละจัดงานตลาดอาริยะ ขาดทุน 10 ล้าน ทั้งที่เป็นคนจนนะ ไม่ใช่คนรวย นี่พูดยากที่คนจะเข้าใจ และคนที่จะมาได้รับประโยชน์จาก 10 ล้านที่เราพยายาม และเราก็ไม่ได้แจกเงินไปให้ใช้สุรุ่ยสุร่าย เราก็มีวิธีแจกโดยใช้วิธีซื้อของจำเป็นที่จะต้องใช้กันในย่านนี้ ไม่ใช่พวกไฮโซ ของที่เราจะขายไม่มีสินค้าแบบไฮโซ มีจอบ มีเสียม มีตะกร้า มีกระบุง มีครก มีสากอะไรต่ออะไร มีกระทะ มีหม้อ อย่างนี้ จะว่าพวกเรานี้เป็นคนชั้นต่ำ ชั้นพื้นๆก็ใช่ เราไม่ใช่คนชั้นสูงตามโลกที่เขาตั้งค่า แต่เราเป็นคนชั้นสูงชนิดที่เป็นโลกุตระ เช่นเราเป็นคนจนนี่เป็นโลกุตระ คุณเป็นคนรวย คุณเป็นพวกไฮโซ แล้วคุณก็นับถือกันคนรวย แต่เรานับถือคนจน เห็นไหมว่าทิฐิความเข้าใจความเห็นมันยึดถือกันคนละทิศ เพราะฉะนั้นไม่แย่งกัน คนที่จะมาเอาทิฏฐิ คนจนกับคนรวยมันไม่ทะเลาะกันมันสงบเป็นสังคมที่สงบสบาย ดีไม่ดีพวกคนจนนี้ มีทิฏฐิ มีความฉลาดช่วยเหลือคนรวยด้วย แจกให้คนรวยด้วย เพราะฉะนั้นคนรวยที่เขาเองเขายังไม่พอเขาก็มาเอาจากพวกเรา แต่พวกที่จริงของเขาก็ไม่มาเอา ไม่ใช่ของที่เขาจะเอาด้วย มันก็มาแต่คนระดับอย่างนี้ มันก็ไม่ทะเลาะกันอีกไม่แย่งกันอีก ก็มีคนที่มันอยู่ในเกณฑ์ที่จะอยู่ อย่างพอเหมาะพอดีกันมา สบายสงบ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอา เปรมใจ เกษมใส ใจเกื้อกูลแท้จริงเลย
เพราะฉะนั้นเรามาพูดถึงรายละเอียด ความจบมันอยู่ที่ไหนรู้ไหม อยู่ที่หาที่สุดมิได้ อยู่ที่รัฐบาล อยู่ที่ห้างขายยา ความจบอยู่ที่ไหน อยู่ที่เราหรืออยู่ที่ตัวคน ความจบอยู่ที่เรา แต่ละคนจบจริงๆคือ จบกิจ เป็นพยัญชนะภาษาคำว่า จบกิจ เป็นผู้ฉลาด อาริยะ ครบจบกิจแล้ว สมบูรณ์แบบไม่มีอะไรลึกลับ เรียกว่า อรหันต์ เป็นที่สุด อรหะ + อันตะ อันตะ แปลว่า ที่สุด อรหะ แปลว่าไม่ลึกลับแล้ว ชัดเจนแล้ว จบแล้ว หมด ไม่มีอะไรเป็นเรื่องแล้ว _สู่แดนธรรม... นอกจากคำว่า จบกิจแล้วยังมีคำพ่วงอีก 1 คำครับคำว่า ปลงภาระครับ พ่อครูว่า... ปลงภาระได้ เป็นคำซีโนนีม คำที่ใช้แทนกันได้ จบกิจหรือปลงภาระสนิทแล้ว แถมไม่เวียนวนอีก หมดความยึดมั่นถือมั่นเป็นคำซินโนนีม คำที่ใช้แทนกันได้ เป็นคำที่คล้ายกันใกล้กัน เพราะฉะนั้นจะเป็นประชาธิปไตยก็ดี เศรษฐกิจก็ดี หรือว่าสังคมมนุษยชาติก็ดี มันจบ หรือลงตัวตรงไหน ตรงไหน? มีความลงตัวอย่างไร หรือว่า มันไม่มีที่สิ้นสุดลงได้ ไม่มีที่จบกันสักที นี่ มันต้องสอบสวนตรวจสอบกันจริงๆ ประเทศไทย พ.ศ.นี้แหละ มันไม่ดีเอามากๆหรืออย่างไร ประเทศไทยพุทธศักราช 2566 65 ผ่านมา 64 ผ่านมา ในช่วงที่พลเอกประยุทธ์เป็นนายกผ่านมา 8 ปีมาถึงปีนี้ปีที่ 8 พวกที่อยากได้อำนาจอยากจะมาแสดงฤทธิ์เดชบริหารอวดเก่งก็แย่ง แม้ที่สุด เห็นแล้วก็น่าสงสาร น่าสังเวชใจ พี่ป้อมก็จะแย่งน้องยุทธ ทั้งๆที่วัยก็ดีสังขารก็ดีเห็นแล้ว โถ…พี่ป้อม อยากเป็นนายก ในชีวิตนี้เป็นนายกฯบ้างขึ้นทำเนียบชีวิตเอาไว้เพื่อเป็นเกียรติของชีวิต ก็คงไปฮึดอย่างไรไม่รู้ชีวิต แล้วก็มีพรรคพวก มีกองเชียร์ เชียร์กันใหญ่เลย เราไม่ได้ไปลบหลู่ บิ๊กป้อมหรอก เรากำลังพูดถึงสัจจะของจิตวิญญาณของคนจิตนิยามของคน มันเป็นไปอย่างที่แสดงออกมา เห็นแล้วก็ เออเนาะ…มันเป็นจริงของสัจจะเช่นในยุคพระพุทธเจ้ามีพระเทวทัตก็แสดงอย่างนั้นจริงๆ มันก็จริง มีคนนั้นคนนี้แสดงที่เป็นพวกค้านแย้งกับพระพุทธเจ้าหรือสนับสนุนกับพระพุทธเจ้าออกมา มันก็เป็นความจริงของความจริงทั้งนั้น ทุกวันนี้มันก็เป็นการแสดงความจริงของความจริงของคนแต่ละคน ยิ่งกว่าละคร มันไม่ใช่ละครแต่มันเป็นเรื่องจริง ถ้ามีปัญญา เราก็จะเห็นได้ คำว่า ประชาธิปไตยมันก็ลงตัวแล้ว คำว่า เศรษฐกิจ มันก็ลงตัวแล้ว ความเป็นสังคมมนุษยชาติของประเทศไทยใน พ.ศ. นี้ จึงอยู่ในสภาพที่ลงตัวที่พูดได้ว่าดีที่สุด ของโลก อาตมาพูดแล้วต้องปรามพวกเราว่า เราอย่าหลงตัวเองอย่าประมาท ก็ให้รู้ความจริงเรียนรู้แล้วก็ระมัดระวังไว้ อย่าประมาทเป็นอันขาด ชีวิตทุกอย่างไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงได้เร็วไวด้วย ถ้าขืนหลงตัวเหลิงๆ แป๊บเดียวตีลังกาเลย หกคะเมน อยู่สวรรค์ตกนรกพรวดเลย นั่นคือประมาทไม่ได้ 660101 พ่อครูเทศนาธรรมต้อนรับปีใหม่ 2566 งานตลาดอาริยะครั้งที่ 41