คนจนที่ขยันสร้างอาหารมาให้ คือคนที่ได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจสำเร็จ.docx
เนื้อหาในไฟล์
คนจนที่ขยันสร้างอาหารมาให้ คือคนที่ได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจสำเร็จ พ่อครูว่า... มาพูดถึงเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เขาแก้ปัญหาเศรษฐกิจกันอย่างวัวพันหลัก แก้ปัญหาเศรษฐกิจตามทฤษฎีของเทวนิยม ทฤษฎีของตะวันตก ทฤษฎีไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า แม้แต่ในประเทศไทยก็เอาทฤษฎี นักเศรษฐศาสตร์ตะวันตกมา มันก็แก้ไม่ตก ชัดๆง่ายๆก็คือจะต้องแก้ปัญหาให้ทุกคนไปรวย มี Concept อย่างนั้น มีทิฏฐิอย่างนั้น แล้วก็ทำจริงด้วย ซึ่งมันไม่จบไม่มีสิ้นสุดไม่มีการสำเร็จ ต้องมาทำคนให้เข้าใจว่าต้องรู้จักพอ มีน้อย จนแต่อุดมสมบูรณ์ มีกินอยู่ พออยู่พอกิน ดี ชีวิตน้อพออยู่พอกิน ไม่ต้องมีมากมีมาย พออยู่พอกิน เกิดการสะพัดหมุนเวียนแล้วรู้จักเหตุปัจจัยที่เราจะต้องกินต้องใช้ ไม่ต้องเอาแรงงานไปสร้างอาวุธฆ่ากันเป็นอันขาด ใครจะสร้างอาวุธมาฆ่ากันเองขนาดไหนก็ตาม พิเศษขนาดไหนก็ตามเชิญโง่สร้างนรก- ให้แก่ตัวเองไป มันเป็นเรื่องนรก มันเป็นเรื่องเลวร้ายกันสร้างอาวุธขึ้นมาในสังคมมนุษยชาติ สัตว์เดรัจฉาน มันไม่เลวเท่าคนสร้างอาวุธ มันสร้างไม่เป็น เพราะฉะนั้นมันไม่ทำความเลวร้ายนั้น ไม่มีเดรัจฉานจะสร้างอาวุธด้วยความเลวร้าย มีคนนี่แหละโง่กว่าสัตว์เดรัจฉานไปสร้างอาวุธมาเป็นความเลวร้ายเพราะสร้างอาวุธมาเพื่ออะไร สร้างมาเพื่อฆ่าคน แย่งอำนาจเรียกทรัพย์สินแย่งความเป็นใหญ่ในโลกจะเป็นเจ้าโลก เหมือนอย่างประเทศใดๆก็แล้วแต่ที่อวดเก่งแล้วก็คิดว่า เราจะต้องเอาอำนาจของอาวุธ ยกตัวอย่างตั้งแต่เกาหลีเหนือเขาเชื่อเลยว่าจะต้องเป็นอาวุธนี่ถึงจะทำให้เขาอยู่ได้และยิ่งใหญ่ ถ้าเขารู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นผู้ที่ยอมเสียสละเป็นตัวเล็กตัวน้อย แล้วก็ให้คนอื่นเมตตาช่วยเหลือนะ เกาหลีเหนือจะไปรอด แต่เกาหลีเหนือไม่มีความคิดนี้ในความคิดเลย มีแต่ความคิดจะสร้างอาวุธเพื่อที่
อ่านต่อ
จะชนะเขาให้ได้ ชนะเขาให้ได้ แล้วจะได้เป็นใหญ่ นี่คือความคิดของพวก มิลักขะ ไม่ใช่ อาริยกะ ไปบังคับความคิดเขาไม่ได้หรอกเขาเห็นอย่างนี้ตกทอดมาตั้งแต่ทวดเขา มาถึงคิมจองอึน เขาก็ยังคิดอยู่อย่างนั้น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ แต่คนเขาไม่มีใครไปโหดร้ายกว่านั้นอีกแล้ว เขาก็มีมวล ที่เป็นความเห็นเดียวกันความจำเป็นหรือความจำนน เขาก็ต้องอยู่ด้วยกัน ทิฏฐิเดียวกัน เห็นด้วยกันหรือมันไปไม่ออก มันต้องจำนนอยู่อย่างนี้ เขามีกฎหลักไม่ให้หนีออกจากประเทศนะลัทธิของเขา หนีออกจากประเทศเขาตามจับได้เขาฆ่าเลย เช่น พี่ชายเขาออกต่างประเทศเขาตามฆ่าเสร็จเลย เห็นไหม อย่างนั้นเป็นต้น ที่อาตมาอธิบายไปนี้อาตมาไม่ได้ไปดูถูกดูแคลนไปข่ม แต่มันเป็นสัจจะของคนของสังคม ของประเทศ ของพฤติกรรม มนุษยชาติ มันเป็นอย่างนั้น สรุปอีกที อาตมาถึงบอกว่าอาตมาเทียบเคียงระหว่างประเทศนั้นประเทศนี้ มันมีพฤติกรรมพฤติการณ์ ของความจริงแต่ละประเทศมันเป็นอย่างไร อาตมาก็เอามาอธิบายให้ฟัง กลับมาเทียบในทางประชาธิปไตย ประชาธิปไตยอเมริกากับประชาธิปไตยไทย ชัดเจนมากสำหรับอาตมา ประชาธิปไตยอย่างอเมริกากับประชาธิปไตยอย่างไทย ประชาธิปไตยอย่างอเมริกาเป็นประชาธิปไตยขาเดียว อย่างที่อาตมาอธิบายอย่างสำนวนภาษาอาตมา คือเป็นประชาธิปไตยของคน กเฬวราก ใครก็ได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี บ้าๆไปตามกฎเกณฑ์ของเขา 4 ปีแล้วก็เลือกตั้ง สร้างอำนาจก็ได้หลายสมัย กฎหมายออกบ้างจะให้ได้แค่ 2 สมัย 3 สมัยไม่ได้ เขาก็แก้กฎหมาย หรืออะไรพวกนี้ เหมือนอย่างเขมร ไม่มีอะไรว่าเวลาจะหมดเป็นนายก เป็นทั้งนายกเป็นทั้งประธานาธิบดี เป็นทั้งพระเจ้าแผ่นดิน แต่เขาอยู่อย่างเขมร ไม่เหมือนเกาหลีเหนือ มันมีนัยยะต่างกันเท่านั้นเอง อย่างนี้เป็นต้น ที่นี้มาพูดถึงเศรษฐกิจคือการกระจายสิ่งที่กินที่ใช้ มันไม่ใช่ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยคือการบริหารการให้ประชาชนแต่ละคนอยู่กันอย่างสามัคคีอยู่กันอย่างสงบอย่างพอเป็นไปได้อาศัยเศรษฐกิจ อาศัยความเป็นสังคม มาถึงการกระจายสิ่งที่กินที่ใช้ก็ไปหลงเฟ้อ จะต้องเสพความสนุกสนาน จะต้องเสพความชนะความแพ้ จะต้องเสพรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เขาไม่รู้จักความติดยึด เขาไม่รู้จักกิเลส ชาวอโศกรู้จักกิเลสแล้วไม่ไปแย่ง ไม่ไปแย่งความชนะแบบนั้น จะชนะแบบรวย ก็ไม่แย่ง ชนะแบบสวยก็ไม่แย่ง ชนะแบบมีอำนาจก็ไม่แย่ง ชนะแบบได้ยศศักดิ์ ก็ไม่แย่ง แม้แต่ชนะแบบจะได้รับการยกย่องสรรเสริญก็ไม่แย่ง จนที่สุดเรามาเข้าใจว่าแม้แต่สุขก็ไม่ไปแย่ง เพราะเราไม่เสพสุข เรารู้ว่าสุขคือความติดยึด คือมายาตัวหนึ่ง คือสิ่งที่หลอกของอารมณ์ สิ่งหลอกอารมณ์ เวทนาของมนุษย์ เพราะฉะนั้นผู้ที่รู้แล้วก็ชัดเจน มันลึกซึ้งละเอียดนะ อารมณ์เสพ อาตมาไล่ตั้งแต่หยาบจนถึงละเอียด อารมณ์สุขอะไร สุขว่างๆ ได้อยู่ว่างๆ ว่างเป็นอย่างไร ก็อยู่เฉยๆ ใครจะทำอะไรก็ทำไปสิ เราอาศัยกินเป็นปลิงเกาะกินอยู่กับพวกคุณ ก็จะรู้สึกว่า เราเป็นปลิงไปเกาะกินเขามันเบียดเบียนนะ มันเป็นหนี้นะ ไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรนะ เราก็ไม่เอา เราก็ไปทำประโยชน์สร้างสรรค์ เราเห็นว่าอะไรสำคัญเราก็สร้าง ปลูกกล้วยปลูกผลไม้อะไรต่ออะไรมากินกัน เราก็ไปช่วยทำโน่นทำนี่เล็กๆน้อยๆ แม้เราจะไม่มีฝีมือไปช่วยอย่างโน้นอย่างนี้ก็ได้ แล้วเราก็เข้าใจลึกซึ้งอย่างนี้ขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นอาหารโดยเฉพาะ กวฬิงการาหาร อาหารคือคำข้าวที่กลืนกินเข้าไปจึงเป็นที่หนึ่ง คนที่มีความรู้ว่ามาเป็นกสิกรนี้สุดยอดของคนแล้ว แล้วการสร้างอาหารการกินมาให้คนอื่นเอาไปกินไปใช้ด้วย ต้องถูก จะแพงไม่ได้ ราคาแพงมันบาปมันโหดมาก ราคาอาหารต้องถูกหรือแจกให้ ให้เลย จำเป็นจะต้องแลกมาบ้างจะต้องให้ถูกที่สุด ถ้าไม่จำเป็นต้องแลกก็ให้ให้ ให้เลย ถ้าเราเหลือพอก็ให้เลย อย่างที่ชาวอโศกเราทำ มันเป็นสิ่งประเสริฐ มันเป็นสิ่งที่มีความรู้อย่างนี้ก็ต้องทำอย่างนี้ คนไม่มีความรู้อย่างนี้เอาเวลาไปสร้างอาวุธฆ่ากัน เอาไปเต้นไปดีด เอาไปแข่งฟุตบอล เต้นแร้งเต้นกา สารพัด เอาไปทาไปขีดเขียน ต่างๆนาๆเสียเวลา เสียแรงงาน เสียทุนรอน ไม่ค่อยเข้าใจ เราไปบังคับให้เขาเข้าใจไม่ได้ เขายังติดยังข้อง แต่เราก็ต้องพูดให้เข้าใจ ใครที่มีปฏิภาณก็พูดให้เขาเข้าใจว่าถูกตำหนินะ จริงๆไม่แคร์ตอนนี้หรอกด่าเลยนะ ทำไมเราไม่รู้จักเจ็บ ท่านด่าเราแล้วนะไม่ใช่ตำหนิธรรมดาตำหนิหนักๆตำหนิแรงๆเลยนะ ทำไมเราไม่ละอายสักที คนที่เกิดหิริโอตัปปะ คนนั้นคือเริ่มเป็นคนที่มีความเจริญ เทวธรรม เทวะ แปลว่าเจริญเริ่มมีความรู้เจริญ เราทำอย่างนี้อยู่ในสังคมมนุษยชาติ ผู้รู้ท่านพากันมาเจริญแล้ว มาเป็นคนจนมาเป็นคนไม่ติดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ไม่ติดแม้แต่สุข โอ้โห… ท่านเจริญแล้วนะ คนที่รู้อย่างที่อาตมาพูดสรุปๆนี่คือคนเจริญ นอกนั้นยังไม่เจริญ ยังเป็นมิลักขะ ไม่ใช่อาริยกะ เพราะฉะนั้นความเจริญที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่อาตมาเอามาขยายให้ฟัง ตามความรู้อาตมาที่อาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้า ขอยืนยันว่านี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ของศาสนาพุทธ สอนอย่างนี้ เมืองไทยเป็นเมืองพุทธที่ยืนยันได้ตั้งแต่ในหลวง ร. 9 ตรัสไว้เลย เอาคำเดียวคำว่า มาเป็นคนจน เอาแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเราอีกขยายความ ขยายไปอีกว่าเอาอย่างพอเพียง ในหลวงท่านขยายไม่ค่อยออกเหมือนอย่างโพธิรักษ์ เป็นหน้าที่ของโพธิรักษ์ ในหลวงมีหน้าที่บริหารท่านทำหนัก อาตมาก็หนัก หนักอย่างเบา แต่ท่านหนักอย่างหนักก็ว่าไป เพราะท่านจะต้องทำหน้าที่อย่างหนักอยู่ มันก็ต้องหนัก แต่อาตมา มันค่อยยังชั่วแล้วมันเบาลงมาได้เรื่อยๆ อาตมาก็ไปอย่างเบา ท่านก็ไปอย่างหนัก อย่างเบา ก็ไปได้นานกว่าท่านท่านอายุ 89 ปีไปแล้วอาตมาอายุเพิ่ง 89 กำลังจะหนุ่ม (ฮา..) อย่าหัวเราะเยาะกันสิ นี่พืดความจริงนะ กำลังจะหนุ่มขึ้น ก็พยายามจะหนุ่มขึ้นไปให้เรื่อยๆให้ได้นานที่สุด ตามที่เราได้เรียนความรู้จากพระพุทธเจ้ามาว่า อานนท์ เราจะมีอายุถึงกัปหรือเกินกว่ากัปก็ได้ นั่นแหละที่พระพุทธเจ้าตรัสอาตมาเป็นลูกท่าน ก็ทำได้ ได้มากได้น้อยมันก็จะเกิน 89 อยู่แล้วนะ ในหลวงร. 9 ท่าน 89 ใช่ไหม อาตมาดูสิ ทำท่า....กสิกรแข็งขันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ... ไทยจะเรืองอำนาจเพราะไทยเป็นชาติกสิกรรม (พ่อครูไอตัดออกด้วย) _สู่แดนธรรม... พ่อท่านไอไม่ถึง 10 วินาทีก็ต่อได้เองครับ พ่อครูว่า... นี่เขียนมา ลูกอโศกทุกคน วันที่ 1 มกราคม 2566 เนื่องในวโรกาสขึ้นปีใหม่นี้ ลูกๆชาวอโศกขอกราบอาราธนาพ่อครูให้อยู่กับลูกๆไปนานๆ ไปตราบนานเท่านาน เพื่อสืบสานศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองจนถึง 5,000 ปี และ อาราธนาให้พ่อครูมีสุขภาพแข็งแรงเป็นวัยฉกรรจ์ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกๆสืบไป ... ลงชื่อว่าลูกอโศกทุกคน ...สาธุ 660101 พ่อครูเทศนาธรรมต้อนรับปีใหม่ 2566 งานตลาดอาริยะครั้งที่ 41