สื่อธรรมะพ่อครู(ทักขิเนยบุคคล) ตอน ทางปฏิบัติของคนสายศรัทธาหรือปัญญา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ทักขิเนยบุคคล) ตอน ทางปฏิบัติของคนสายศรัทธาหรือปัญญา _กราบนมัสการหลวงปู่ครับผม เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรา บรรลุ อรหัตมรรค หรือ มี อรหัตผล แล้วน่ะครับผม ……ช่วยกรุณาตั้งชื่อให้กระผมด้วยนะขอรับ กระผม นาย(หนุ่ม)(เด็กชาย)สันติ จรูญวิทยากร 0897816577ครับ พ่อครูว่า...จบวิศวกรด้วย ถ้าปฏิบัติอย่างไม่มีปัญญา ธาตุรู้ไม่เก่ง เช่นสายศรัทธา พระพุทธเจ้าแบ่งไว้ 2 3 สายศรัทธากับปัญญา สัทธานุสารี กับ ธัมมานุสารี ธัมมานุสารีคือสายที่ค้นหาตามหาธรรมะที่ควรได้ สายศรัทธาจะได้ปัญญาเกิดปัญญาได้ช้าได้ยาก ปัญญาจะเกิดได้ต้องเริ่มจากทิฏฐิเป็นสัมมาทิฏฐิ แล้วจะปฏิบัติไล่ไปเป็นปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ตามการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าด้วยสัมมาอริยมรรค แล้วต้องมีธรรมวิจัยไปตลอดกับธรรมะ เป็นธรรมะสองๆ ไปเรื่อยๆ จึงจะรู้จักรู้แจ้งรู้จริงความจริงจริงๆ แล้วจะสั่งสมลงเป็นปัญญา สายศรัทธา จะไม่ค่อยมีปัญญาเป็นตัวจริงเป็นแก่น พระพุทธเจ้าจึงได้จัดแบ่งคนไว้ในสายศรัทธา ปฏิบัติธรรมก็จะบรรลุเป็นสัทธาวิมุติ เป็นกายสักขี แล้วอีกนานกว่าจะบรรลุอุภโตภาควิมุติ มี สัทธานุสารี กายสักขี สัทธาวิมุติ ส่วนปัญญานั้นท่านไม่ได้ตรัสว่าเป็นปัญญาแต่ธัมมานุสารี แล้วจะได้สัมมาทิฏฐิเป็น ทิฏฐิปัตตะ ปัตตะแปลว่าการเข้าถึงบรรลุด้วยทิฐิ ถ้าสัมมาทิฏฐิ หากไม่สัมมาทิฏฐิไม่ได้ สายศรัทธา จะเป็นสัมมาทิฏฐิได้ยากและไม่ชัดเจน ยิ่งไปนั่งหลับตายิ่งนาน เพราะว่าจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องต้องเปิดตาเป็นสัมมาอริยมรรค มีตาหูจมูกลิ้นกายใจทวารทั้ง 6 ปฏิบัติให้ถูกต้องเป็นลำดับ แล้วจะพัฒนาเป็น ทิฏฐิปัตตะ เป็นผู้บรรลุด้วยสัมมาทิฏฐิไปตามลำดับ เมื่อบรรลุทิฏฐิปัตะ อันที่สามจะได้อรหันต์เลย เป็นอรหัตตผล จะได้รู้ถึงอรหัตตผลก็ต้องรู้อรหัตสมาธิสัม
อ่านต่อ
มาทิฏฐิตามมรรคมีองค์ 8 ตามโพธิปักขิยธรรม 37 ซึ่งจะต้องมี โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 เป็นกระบวนการ 37 ไม่ออกไปนอกกว่านี้ นี่ก็พูดให้สันตินะ ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้ คนอื่นก็พลอยรับฟังไปด้วย ตอบอีกทีหนึ่งจะรู้ได้อย่างไร ก็ต้องมีญาณรู้ตั้งแต่สักกายทิฏฐิ คือรูปนามของเราคือธรรมสอง แล้วทำให้เป็นธรรมะหนึ่ง จะรู้ว่าธรรมะสองละลดเป็นธรรมะหนึ่งได้คือละลดตัวไม่จริง เก๊ เป็นทุกขสมุทัย กำจัดมันให้เป็นหนึ่งได้ จะรู้จักรู้แจ้งรู้จริงว่าถูกต้อง จะมั่นใจในสภาวะ ปฏิบัติไปนิดหน่อยจนได้มาเรื่อยๆถูกแล้ว แล้วเราจะมีหมู่กลุ่ม คบคุ้นกัน ถามไถ่ตรวจสอบเช็คกัน ก็จะมีทุกอย่าง การอยู่กับหมู่กลุ่มมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี เป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ การอยู่กับหมู่บัณฑิตอาริยบุคคล พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ขนาดพระอานนท์ก็ว่าเข้าใจแล้วพระเจ้าข้าว่า มิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีเป็นครึ่งหนึ่งของพรหมจรรย์ แต่พระพุทธเจ้าบอกว่าไม่ใช่หรอกอานนท์ แต่คือทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์เลยทีเดียว สำคัญมากเลย มิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี ใครไม่อยากมาก็ไม่ต้องมาไม่มีปัญหา ไม่เรียกร้อง ไม่และเล็มเลียบเคียงไม่หลอกล่อ จะมาก็มา ขนาดมาแล้วก็ต้องคัดเลือกนะ ถ้ามาแล้วก็จะมีการคัดเลือกเอง จะรู้เองว่าอยู่ไหวไหม บางทีบางคนก็เกินดึงดัน เพราะที่นี่ก็มีเรือดันน้ำเหมือนกันนะ ก็มาเจอกันหน่อยมาศึกษาฝึกฝน หมู่มิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีไม่รุนแรงหรอก สุภาพ แต่เขาแรงชนิดหนึ่งนะจะรู้ได้ นี่เป็นสังคมที่ต้องเชิญมาดูมาศึกษาฝึกฝน มีอยู่ในสังคมมนุษย์ในยุคนี้ก็น่าเสียดายนะ คุณเกิดมายุคนี้ได้วิบากมาชุดหนึ่ง ได้เจอพระโพธิสัตว์ได้เจอพระอาริยะเป็นความโชคดี ยุคอื่นอาจมีพระโพธิสัตว์เกิดแต่คุณอาจไม่รู้จัก พระโพธิสัตว์ไม่ได้ตั้งหมู่กลุ่ม แล้วคุณจะได้อยู่กับหมู่มิตรดีที่ไหน ยุคที่ไม่มีพระโพธิสัตว์เกิด ยิ่งยุค พระพุทธเจ้ายิ่งยากใหญ่ ยุคนี้มีพระโพธิสัตว์ตั้งหลายองค์ หรือใครเป็นโพธิสัตว์ก็ต้องเอาข้อมูลมาศึกษามีหลักฐานมาศึกษา อย่างอาตมายกตัวอย่างคานธี ไอน์สไตน์ ในคนไทยเราอาตมาก็ค่อยเปิดเผย แต่ในคนไทยนี้ก็ต้องขอเวลา ซึ่งมีอีกหลายองค์หลายระดับหลายชั้น ยุคนี้ดีที่ยังมี แต่ยุคหน้าไม่แน่ วิบากคุณอาจพาไปเกิด เอธิโอเปียนิวกินี อะไรก็แย่ อย่าประมาท ในเวลาโอกาส พยายาม ยุคที่มีสิ่งนี้แล้วอย่าช้า 600821_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พ่อครูคือสยังอภิญญา