สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ญาณ 7 ของพระโสดาบันเป็นเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ญาณ 7 ของพระโสดาบันเป็นเช่นไร _SMS วันที่ 9 ก.ค. 2562 (พุทธศาสนาตามภูมิ) _พันธุ์ พอเพียง · เมื่อ 20 ปีล่วงมาแล้ว ท่านซาบซึ้งเคยสอนผมว่า ลูกผู้ชายถ้ามีเรื่องชกต่อย จะยอมแพ้ และถึงขั้นต้องวิ่งหนีก็ยอม ตอนนั้นผมงงมากในการสอนของท่าน แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วครับ ว่าถ้าเป็นพุทธบริษัท จะทำร้ายกันอย่างแรงที่สุดก็แค่คำพูด คือใช้ปากเป็นหอกทิ่มแทงกัน กราบขอบพระคุณครับ พ่อครูว่า…ฟังให้ดีนะ พระโสดาบันขึ้นไปจะมีความรุนแรงอย่างมากก็แค่ปากหอก ไม่มีการใช้ไม้หน้าสามไม่มีอาวุธ ทัณฑะ หรือเอามือไปชก ไม่มี จะมีอย่างมากก็ปากหอก ในญาณ 7 พระโสดาบัน สอนว่า 1. รู้จักปริยุฏฐานกิเลสกลุ้มรุม คือกิเลสนิวรณ์ 5 (ยังวิวาทกันด้วยหอกคือปากเพราะคิดเรื่องโลกนี้/โลกหน้า) แม้ยังละปริยุฏฐานกิเลสไม่ได้ ก็รู้ ไม่มีที่จะไม่รู้จักปริยุฏนั้น และย่อมมีทิฐิตั้งปณิธานจิตไว้เพื่อไปสู่การตรัสรู้สัจจะทั้งหลาย พระโสดาบันจะรู้จักกิเลสแล้วทำกิเลสเบื้องต้นลดได้ รู้จักกิเลส กิเลสอันหนึ่งก็ลดลงไปได้แล้วรออยู่ในขั้นของกิเลสขั้นต่อไป ปริยุฏฐานกิเลส เป็นกิเลสชั้นที่ 2 คนรู้อย่างนี้คือญาณปัญญาของพระโสดาบัน ถ้าไม่รู้อย่างนี้ยังไม่ใช่ญาณข้อที่ 1 ไม่อย่างนั้นจะรู้ไม่รอบถ้วนว่ากิเลสมันเกิดอยู่ตอนนี้เป็นกิเลสระดับต่อมา ปริยุฏฐาน ไม่ใช่กิเลสที่เคยผ่านมาได้แล้ว ของใครของมันไม่เท่ากัน อันหยาบหลุดไปแล้ว มันละเอียดกว่านะอันนี้ ไม่ใช่กิเลสหยาบจะหยาบทางรูปธรรมนามธรรมก็แล้วแต่ว่า กิเลสของคนที่มันเป็นชั้นต่ำมันหมดไปแล้วไม่เกิดในจิต จิตเราไม่มีกิเลสอันนี้แล้ว อันนั้นไม่เกิด คุณจะมีเปรียบเทียบเป็นเทวดาเป็น 2 อย่างหยาบกับชั้นต่อมา ยังไม่เรียกว่าเป็นกิเลสละเอียด ผู้ใดที่รู้เห็นจริงๆของตนเองพระโสดาบันขึ้นไปจะต้อง
อ่านต่อ
ชัดเจน ต่อวิติกมกิเลส ปริยุฏฐานกิเลส ถึงจะเรียกว่ามีปัญญาญาณข้อที่ 1
2. อริยสาวกเมื่อได้ความระงับเฉพาะตน (ลภามิ ปัจจัตตัง สมถัง ลภามิ ปัจจัตตัง นิพพุตตินติ). ย่อมเสพคุ้น(อาเสวนา) ทำให้มีผลเจริญ.(ภาวนา) ย่อมทำให้มากในทิฐินี้(พหุลีกัมมัง). . 3. อริยสาวกเชื่อมั่นในทิฐิฝ ใเช่นนี้ ไม่ทั่วไปกับสาธารณะปุถุชน หรือไม่อาจหาทิฐิเช่นนี้ได้จากลัทธิอื่นนอกธรรมวินัยนี้เลย 4. อริยสาวกผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ มีธรรมดาของผู้สำนึกรีบออกจากอาบัติ เปรียบเหมือนกุมารอ่อนนอนหงาย ที่ถูกถ่านไฟด้วยมือหรือด้วยเท้าเข้าแล้ว ก็ชักหนีเร็วโดยฉับพลัน นี้ญาณที่ ๔ เป็นอริยะ เป็นโลกุตระ ไม่เป็นของดาษดื่นทั่วไปกับพวกปุถุชน . 5. อริยสาวกถึงความขวนขวายในกิจใหญ่น้อยที่ควรทำ . ของเพื่อนสพรหมจารีโดยแท้อย่างไร ถึงอย่างนั้นความเพ่งเล็งกล้าในอธิศีลสิกขา อธิจิตสิกขา และอธิปัญญาสิกขาของอาริยสาวกนั้นก็มีอยู่ เปรียบเหมือน แม่โคลูกอ่อนย่อมเล็มหญ้ากินด้วย ชำเลืองดูลูกด้วย ฉันนั้น ฯลฯ 6. มีพลังทำประโยชน์ ทำไว้ในใจ กำหนดด้วยจิตทั้งปวง เงี่ยโสตฟังธรรมวินัยของตถาคต อันบัณฑิตแสดงอยู่ . 7. ได้ความรู้อัตถะ-รู้ธรรม ปราโมทย์ รู้จริงครบถ้วนธรรม (เป็นทิฐิที่นำออกซึ่งบุคคลผู้ทำตาม ให้ไกลจากข้าศึก (กิเลส) เป็นนิยายิกธรรม เป็นญาณมีองค์ 7 เพื่อตรวจสอบดีแล้วแก่ผู้แจ้งในผลโสดาบัน โกสัมพีสูตร ล.12 ข. 5 – 550) สังคมที่มีพระโสดาบันเป็นต้นไปจะไม่มีการทำร้ายร่างกายกัน มีอย่างมากก็ปากหอก อย่างอาตมานี้หอกคมและลึก ไม่ใช่หอกทื่อภายนอก แต่หอกเสียบถ้ารู้แล้วจะรู้ว่าองค์นี้หอกทั้งแหลมลึก แรง 620710_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาทำใจในใจให้เป็นพระอาริยะ