สื่อธรรมะพ่อครู(บุญ) ตอน สภาวะของอักขระคำว่าบุญ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.88 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(บุญ) ตอน สภาวะของอักขระคำว่าบุญ อาตมาก็เอาเนื้อหาสาระของธรรมะ เรียงร้อยไว้ ก็คือเรื่องของบุญ จะต้องพูดกันอีกนานพอสมควรเพราะเป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องสำคัญมากเลย บุญ บุญ เป็นโลกุตรธรรม แต่ทุกวันนี้เขาไปปู้ยี่ปู้ยำแต่เรื่องโลกียะเละ น่าสงสารธรรมะพระพุทธเจ้า บุญ เป็นโลกุตระแท้ๆที่มีความหมายพิเศษสุด “บุญ”ของศาสนาพุทธมี“คุณค่า”ในแบบ“อุตุนิยาม” มี“คุณสมบัติ”แค่“พลังงาน”ไม่จับตัวกันเป็น“สสาร”เลย “บุญ”ไม่มีรูปร่างดัง“สรีระ”ด้วย “บุญ”ไม่ใช่“ชีวจร” บุญจึงไม่มี“ชีพ” ยังไม่เข้าเขต“พีชนิยามหรือจิตนิยาม” “บุญ”ไม่มี“หน้าที่”อื่นเลยนอกจาก“ฆ่ากิเลส”ที่พิเศษสุดๆ จึงไม่มี“หน้าที่”เหมือนใคร และไม่มีอะไรเลยในโลกเหมือน“บุญ” “บุญ”เป็นคำเฉพาะที่พระพุทธเจ้าทรง“บัญญัติ”ขึ้นมาใช้เรียก“พลังงานวิเศษของจิตนิยาม” แต่ทุกวันนี้คนเอาไปใช้ผิดเอง “บุญ”เป็นภาษาไทย ที่มาจากบาลีคำว่า“ปุญญ” จากพยัญชนะ“ป” สระ“อุ” สะกดด้วยพลังงาน“อัญญะหรืออัญญา”(ธาตุรู้พิเศษ) “ป” คือ ภาวะที่มีขึ้น บ่งบอกทิศทางของ“ความเคลื่อนไหว”ไปข้างหน้า ซึ่งเป็นพยัญชนะที่หมายถึง ภาวะดำเนินไปกระทั่งถึง“ม”ท้ายสุดของวรรค ถึงขั้น“จิตนิยาม”เลย ส่วนสระ“อุ” คือ ขั้นที่ ๓ ของ“สระคี่” ซึ่งมี“อะ,อิ,อุ” เป็น“พลังงานที่ผันไปถึงรอบ” เกิดพลังงาน“วงวน”หมุนถึง“จุดเกิด”ของความเป็น“ตน(อัตตา=ISH)” เริ่มขึ้นจาก“พีชนิยาม” หากเจริญขึ้นๆได้ จึงจะพัฒนาขึ้นเป็น“จิตนิยาม” หรือ“จุดตาย”ของ“บุญ(ปุญญ)”ที่สลายความเป็น“ตน”ลงได้สำเร็จ และถึง“อู”ก็“๐” สระ“คี่”มีนัยะต่างจากสระ“คู่ (อา,อี,อู)”คือเด็ดเดี่ยว มีพลังเป็นของตนเอง เป็นเอกบุรุษ ดังนั้น เมื่อเกิดอาการของ“สระ(“ส”กับ“ร”)”ขึ้น ๓ ตัว คือ “อะ-อา-อิ” ก็เป็น“รอบหนึ่ง” ของ ๓ สระ” เรียกว่า“อิสระ(

อ่านต่อ

เอาสระ“อิ”มาใช้เรียก)” ก็เป็นตัวของตัวเองได้“วงหนึ่ง”หรือ“ตัวตนหนึ่ง” เกิดเป็น ๑.เธอ ๒.เขา ๓.ประธานผู้ควบคุม‘เธอ-เขา’(ประธาน=I, เธอ=S, เขา=H)”ได้ภาวะ(วงวน ๓ เส้า)นั้นขึ้นมา แต่เป็น“เอก”ในตัวเอง มิใช่ ๒หรือ ๓ อาตมาพูดเพื่อสื่อสภาวะธรรม ไม่ได้รู้แต่พยัญชนะแต่รู้สภาวะและพยัญชนะถึงรากเหง้า เอามาอธิบายซึ่งเป็นความลึกมากไกล แต่ถ้าไม่พูดเอาไว้มันก็จะจมหายไปในโลก อาตมาจำเป็นต้องพูดเอาไว้ใครพอรู้เรื่องก็จะได้เก็บเอาไว้ช่วยกันไว้ ไม่อย่างนั้นไม่ถ่ายทอดเอาไว้มันก็สูญหายไป ที่สำคัญสุดๆขอย้ำคือ “บุญ”ทำหน้าที่แล้วเสร็จ ก็หายวับไปจากปัจจุบันนั้นๆทันที “บุญ”ยังมีความละเอียดยิ่งๆ ผู้เขียนจะพยายามสาธยายออกมาดู ก็ตามภูมิที่มีนะ “บุญ”ไม่ใช่“ตัวตน” “บุญ”ไม่มีสถานที่ “บุญ”ไม่มีอะไรจะข้ามกาละเวลาไปจาก“ปัจจุบัน”เลย จึงไม่“ตั้งอยู่หรือทรงไว้”ในที่ไหนเลย “บุญ”จึงมิใช่“ธรรม” “บุญ”จึงเป็น“ธรรม”ก็มิใช่ เป็น“อธรรม”ก็มิใช่ “บุญ”เป็น“อัพยากฤต” คือ กลางๆ “จบ”ปัจจุบันใด “บุญ”ก็จบด้วย ณ ที่นั้น “ตัวตน”ของ“บุญ”ก็ไม่มี สถานที่ตั้งของ“บุญ”ก็ไม่มี และพ้นจาก“ปัจจุบัน”ไปแล้ว “บุญ”ก็ไม่มี แล้วจะเอาอะไร ข้ามชาติไปเป็น“ผลในอดีต”กันอีกเล่า บุญมีแค่ปัจจุบัน “บุญ”ทำงานได้ผลในขณะ“ปัจจุบัน”เท่านั้น แล้วก็หายไปพร้อมกับ“ปัจจุบัน” นอก“ปัจจุบัน”ไม่มีใครทำ“บุญ”ได้ “บุญ”ทำได้ในขณะที่มี“ความต่อเนื่อง ของปัจจุบัน(continuing)”อยู่เท่านั้น ไม่สะสม บุญจึงไม่มี“ภพ” ไม่มี“ชาติ”ตั้งขึ้นในที่ ไหน นอกจากมี“อาการ”ในปัจจุบันแค่นั้น จะว่าเกิดว่าเป็นว่ามี ก็เกิด-ก็เป็น-ก็มีในขณะที่“พลังงาน”กำลังทำหน้าที่“บุญ” ณ ปัจจุบันนั้น เท่านั้น ทำหน้าที่เสร็จก็สิ้นไป จึงมิใช่“การเกิด”ที่เป็น“ชาติ”ข้ามชาติ

ส.ฟ้าไท สรุปจบ 620712_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ บุญต้องลืมตาปฏิบัติจนกว่าจะหมดบุญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน