191105-A สุขวรรค ตอน1-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อจากนี้ไปเป็นเช้าวันที่ 5 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2519 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกต้องการทำวัดวันนี้ก็ตั้งใจว่าจะเอาคาถาธรรมบทสุขภาพ แล้วก็จะอธิบายแยกแยะให้ฟังเพราะว่าไม่เช่นนั้นเข้าใจผิดได้หรือว่าย้อนแย้งได้แล้วเราจะต้องรู้ว่ามันโน้มไปทางไหนเป็นทางถูกโน้มไปทางไหนเป็นทางผิดภาษาพูดอย่างนี้ถ้าผู้ใดมีทิฐิความเห็นไปในทางที่เราเองเราชอบหรือว่าเราติดเราก็จะโน้มไปในทางที่เราชอบถ้าเผื่อว่าภาษานั้นเราตีความหมายหรือว่าเราเข้าใจถ้าเรามีที่เป็นอีกอย่างหนึ่งเข้าใจถูกแล้วดีแล้วแม้เราจะยังไม่ได้แต่เกิดปัญญาอันยิ่งแล้วว่าอย่างนี้แหละดีอย่างนี้แหละถูกอย่างนี้เป็นไปในทิศทางที่เป็นไปเป็นจุดหมายที่เรียกว่านิพพาน รู้สึกยังไม่กินอามิดสุขยังเจริญสุขยังเป็นผู้ก่อความเจริญอยู่ไม่ใช่เป็นผู้ก่อความเสื่อมน่ะคำว่าสุขเป็นผู้ก่อความเจริญสุขอย่างที่ไม่เป็นผู้ก่อความเสื่อมนั่นแหละรวมลงแล้วมันไปอยู่ที่บุญกิริยาวัตถุบุญกิริยาวัตถุเป็นการเจริญถ้าเผื่อว่าเสื่อมมันไม่ใช่บุญมันเป็นโทษหรือมันเป็นบาปกับพวกเราได้ปฏิบัติธรรมแต่พยายามเป็นไปอยู่ทุกวี่ทุกวันด้วยความพากเพียร รายการฟังปริยัติฟังภาษาฟังกันอย่างขยันดีถึงไม่ขยันก็ได้รับการเรียกว่าบังคับเชิงบังคับแต่ก็ไม่ได้บังคับกันถึงขนาดอะไรแต่ก็เชิงบังคับการเร่งเร้าในการรับปริญญาบางคนเห็นดีบางคนเห็นชอบอ่านเองค้นคว้าเองฝ่ายเพียรหาปริยัติเองจากเพื่อนฝูงจากหนังสือนั้นหาจากตำรับตำราต่างๆรู้จักคนอื่นอะไรที่จะพึงหาได้บางคนไม่เอาถ่าน ไม่เอาถ่านก็ให้ฟังมีกิจจะลักษณะมารับฟังกันรับอบรมเป็นปริยัติไปประกอบพระศาสนาเป็นสมาชิกพระพุทธเจ้านั้นมีทั้งปริยัติปฏิบัติปฏิเวธอย่าดูถูกผู้ปฏิบัติโดยถูกปริยัติเสียทุกรายหรือปริยัติดูถูกปฏิบัติไม่มีการปฏิบัติประกอบอย
อ่านต่อ
่างถูกต้องดีจริงก็เสียผลเพราะปฏิเวธธรรมนั้นมันเกิดเพราะปริยัติและปฏิบัติคือการรู้และการกระทำรู้และก็ทำได้จริงรู้ก็จริงทำได้ก็จริงทำได้จริงและรู้จริงบางคน จริงแต่ไม่รู้ว่านี่ผิดหรือถูกรู้ว่ามีสมเด็จแล้วยังนึกถึงเป้าหมายที่เรียกว่ามัชฌิมาหรือสัมมาแล้วยังพอดีเลยอย่างนี้เป็นนิพพานนะสถิตย์กรนะและยังไม่แก่ไม่รู้ว่าสภาพนี้แหละเป็นการชนะเป็นกิจเป็นการเป็นงานหรือเป็นองค์ประกอบเป็นสภาพธรรมที่เรียกว่านิพพานไม่รู้เข้าใจเลยเถิดไปสุดต่อไปเป็นดับหรือสิ้นก็เป็นสิ่งแบบตายซากหรือเป็นแบบชั้นดีไปอย่างนั้นก็ไม่เข้าใจว่าเป็นที่ผ่านก็มีแล้วเข้าใจผิดๆไปหลายๆอย่างหรือแม้แต่ว่าเข้าใจผิดเลยไม่รู้ด้วยว่าสภาพอย่างไรเป็นนิพพาน อยู่ในอารมณ์ยังไงอยู่ในกรรมยังไงอยู่ในกิริยาอย่างไรเป็นนิพพานไม่รู้นิพพานมันมีอารมณ์ซ้อนอยู่ที่จิตของเราสภาพจิตรู้ก็เป็นเรื่องของฉันสภาพวัตถุสภาพอากาศกิริยาอะไรต่างๆก็เป็นเจ้าภาพของฉันสภาพคนสังขารส่วนสภาพของจิตที่ซ้อนอยู่ในจิตของเรานั้นน่ะมันมีสภาพของจิตที่เรียกว่าอสังขตะเป็นจิตที่มันไม่ตรงเป็นจิตที่มันรู้ในสังฆทานเป็นสิ่งที่เป็นรูปแต่เป็นรูปเป็นสิ่งที่เป็นสังฆกรรมแต่เป็นอสังขตะ เป็นสิ่งที่เรียกว่ารู้แต่เป็นสิ่งที่ไม่รู้เรียกว่ามะตะมะตะแปลว่ารู้แต่เป็นอมตะเป็นสิ่งที่ไม่รู้ไม่รู้คำนี้พูดแล้วฟังแล้วมันน่างงที่ว่าไม่รู้ก็คือว่าไม่ยึดเอามาวุ่นวายจิตที่เป็นธาตุรู้เพราะมันรู้สัจจะที่จริงแล้วก็จบที่สัจจะที่จริงมีแค่นี้นอกจากนี้เราไม่รับรู้นอกกว่านี้เราไม่ปรุงด้วยนอกก่อนนี้เราไม่เอาภาระด้วย มันไม่เข้าใจจัดกับภาระจากรอบของสิ่งที่เราเองเรารู้เช่นเรามีหน้าที่เรามีจิตเรามีการเรามีงานเรามีความเป็นของจิตของเราว่าจะรับร่วมด้วยขนาดนี้แล้วก็รู้ตามสมมติว่าควรจะร่วมด้วยขนาดนี้เกินกว่านี้ไปแล้วเราไม่ร่วมด้วยไอ้ไม่นั่นแหละคือว่าเราไม่เอาเราไม่รู้เราไม่เป็นภาระเราไม่ยุ่งเพราะว่านี่ก็พอแล้วตามประมาณเรามีอัตตันยึดตาเรารู้ตนว่าเราเองเราแค่นี้เต็มที่แล้วมากพอแล้วสมควรแล้วถูกต้องตามสัจธรรมแล้วตามหน้าที่ตามระเบียบตามกฎตามวินัยตามความสามารถตามสิ่งที่เห็นว่าดีที่สุดที่เราควรจะรับนอกวันนั้น เราไม่รับไม่ควรแล้วเราไม่รับไอ้ที่ไม่นั้นจึงเรียกว่าไม่รู้หรือไม่รับไม่เอาไม่เป็นไม่ร่วงไม่คลุกคลีไม่เกี่ยวข้องกับเข้าใจจุดตัดจุดไม่เอาพระเรียกง่ายๆว่าไม่รู้ที่จริงก็คือไม่เอามายุ่งในชีวิตมักจะแปลว่าเป็นไปในความเป็นไปในจิตเราไม่เอามาเป็นแล้วไม่เอามาปล่อยเขาไม่เอามาเป็นฝ่ายเราไม่เอามาฝังอยู่ในจิตเราไม่เอามาปรุงมาทำขึ้นมายิ่งขึ้นในจิตจึงเรียกว่าไม่สำหรับแปลศัพท์ง่ายๆสั้นๆว่าไม่รู้ภาษา แต่เรามาหมายความว่าตายกันเน้นว่าอย่างบางครั้งตายมากไปเอาชาตะเป็นเกิดเอามาตัดเป็นตายแต่มาตรานี้แปลว่าทั้งตายทั้งเป็นแปลว่ารู้หรือไม่รู้ก็ได้ทีนี้อาจมาตอบก็คือเหมือนๆกับคำทั้งหลายเป็นคำอ่านรู้คำว่าอมตะอะรูปหรือเปล่ามันไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีสิ่งนั้นมีมีอะไรขาดบ้างก็ ไม่มีสิ่งที่ไม่เป็นสังฆาตที่เราจะเอาที่เราจะรู้ดีว่าสิ่งนี้เป็นอย่างนี้สังกัปปะที่เป็นบุญก็มีสังกัดที่เป็นบาปก็มีสิ่งที่มันเกิดขึ้นอยู่ในโลกนี้มันปรุงขึ้นมาในโลกนี้เป็นบาปก็มีเป็นบุญบุญก็มีสังขารทั้งหลายเป็นบาปก็มีสังขารทั้งหลายเป็นบุญก็มีใครที่ถ้าเราจะยังอะไรให้เกิดอยู่เราก็ยังบุญกิริยาให้เกิดบุญกิริยาวัตถุทั้งหลายและให้เกิดอยู่เราไม่ยังบาปให้เกิดส่วนจิตของเรานั้นมีนิพพานอยู่ตลอดเวลาความเกิดก็เกิดไปแต่ไม่ใช่เกิดเป็นเรา หาครอบครัวก็เกินไปแต่ไม่ใช่เกิดเป็นเราไม่ได้เกิดมาเพื่อเราจะเอาไว้เป็นเชื้อที่เราจะต้องไปหลงหลายฝ่ายยึดหลงใหลไปเกี่ยวข้องเป็นของเราเป็นตัวเราเป็นอะไรเป็นเชื้ออะไรไม่ใช่แต่เรารู้ดีดีแล้วก็จบได้ดีของมันเองเป็นปัจจุบันดีแล้วก็มีดีแล้วก็จบดีของมันเองในปัจจุบันเสมอและเป็นสภาพของนิพพานหรือเป็นสภาพของความลงตัวเป็นสภาพความรู้ยิ่งเป็นยอดแห่งการที่จะเกิดนิพพานได้เป็นที่สุดที่บุคคลทุกคนจะรู้ความจริงตามสมมติว่าเราเองยังเป็นคนยังไม่ตายเน่ายังมีจิตจึงมีรูปซึ่งมีนามธรรมยังมีรูปประธรรมยังมีกาย แล้วกว่าเราจะทำนิพพานให้แก่ต้นเราจะต้องรู้สภาพนั้นว่าเป็นนิพพานที่ยังเป็นของคนเป็นแฟนของคนที่ยังมีทุกอย่างบริบูรณ์และใสแจ๋วสว่างรู้ชัดรู้เจนรู้ความจริงเป็นไปได้ดีมีทั้งประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ต้นก็คือการวางการวางการอสังขตะถึงไม่ยุ่งไม่ปรุงรู้จักหรอกรู้จักขอบเขตของการที่ไม่ยุ่งไม่วุ่นวายเบาว่างงานปล่อยอยู่ปล่อยอยู่ไม่มีสิ่งที่เป็นทุกข์นั้นคนเขาเป็นคนเขาตัดไม่ได้คงเพราะคนเขารับอันนั้นมาปรุงคนก็วุ่นกับอันนั้นอยู่แล้วเขาก็ไม่รู้เหตุว่าเขา เพราะอะไรแล้วก็กำลังนับไปได้แต่เราจะระงับได้ไม่รู้อยู่ว่าสิ่งที่เขาวุ่นอยู่เขาวุ่นแล้วก็เขาลำบากอยู่เนี่ยเราไปพูดกับเขาด้วยไปรับรู้กับเขาด้วยเราก็ยังไม่ทุกข์กับเขาเลยมันเก่งออกปานนั้นแค่ว่าเรื่องนี้เขารับรู้เขาแล้วก็ทุกข์เหลือเกินเขารับรู้แล้วก็ทนไม่ได้ข้ารับรู้แล้วเขาก็ลำบากใจลำบากใจเหลือเกินรับมาแล้วก็รับมาแล้วก็ต้องปรุงไม่ได้รับมาแล้วเขาก็จะต้องวุ่นวายแต่ผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้วแม้เรื่องนี้รับรู้กับเขาด้วยรับมาช่วยเขาคิดด้วยซ้ำไป ก็ไม่วุ่นไม่ทุกข์บางทีเรื่องนี้เป็นเรื่องตรงของท่านด้วยซ้ำไปคนอื่นซะอีกไม่ตรงคนอื่นซะอีกไม่ไม่อยู่ห่างเกี่ยวข้องน้อยด้วยซ้ำไปส่วนท่านเองเกี่ยวข้องมากไม่ซ้ำไปท่านยังไม่ทุกข์เลยเช่นยกตัวอย่างขณะนี้เนี่ยอโศกจะถูกจับมีเรื่องตรงข่าวคราวออกมารอบมันก็จะต้องมาจับมาสอบสวนมาเอาเรื่องยึดจะยื่นข้อหาหนักหนาอันนี้เป็นเรื่องตรงข้อสอบเราเป็นตัวอักษรเราเป็นเนื้อข้อสอบส่วนใดด้วยซ้ำไปชนกันข่าวคราวนอกมาผู้ที่ไม่รู้ พระอโศกเหมือนกันถือว่าเป็นอโศกเหมือนกันแต่ยังอยู่ส่วนนอกในซ้ำไปแต่ก็จิตอินทรีย์พละยังไม่แก่กล้ายังไม่เป็นอรหันต์ยังไม่เป็นอริยะขั้นสูงเพราะรับข่าวคราวเกี่ยวข้องแค่นั้นทุกข์มาเลยโอ้โหเดือดร้อนร้องไห้ปลิวยุ่งสังกะตะแต่ผู้ที่รู้แล้วเข้าใจอยู่แล้วว่ามันไม่มีอะไรถึงมีเราก็ไม่หวั่นไหวถึงมีเราก็ไม่เดือดร้อนเรามีสัจธรรมเป็นเครื่องยึดเรามีสัจธรรมเรามีความจริงที่แท้เรารู้การปรุงการเป็นการฝ่ายการก้าวการย่างองค์ประกอบด้วยเหตุปัจจัยมันจะเป็นไปเข้าใจดีแม้ได้รับข่าวก็รู้ออเดือนนี้กำลังโลกกำลังมีเรื่องอย่างนั้นอย่างนั้นก็มีความเข้าใจอย่างนั้นยังมีสิ่งอย่างนั้นเกิดมันเข้ามาเราได้รับเรื่องนี้เราเองเป็นตัวตรง ทำไปเราก็ไม่ได้ทุกข์อะไรไม่เดือดร้อนไม่ปรุงไม่วุ่นวายไม่แล้วจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะสอนเขาพูดที่เขาไม่ใช่ตัวแก่นแท้ๆถ้าไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องของเราเองแท้ๆแต่เขาสิเขาทุกข์กว่าเราเขาเดือดร้อนเขาร้องไห้เขาลำบากเขาอาวรณ์อาลัยเขาหนักหนาเพราะอินทรีย์มันรักก็ยังไม่กล้าแล้วก็เข้าใจความจริงอันนี้ยังไม่ได้เขาวางใจยังไม่เป็นเขาไม่มีเนื้อแข็งที่เขาได้ยึดถือมากเท่าเราเขากำลังได้รับแค่นี้แล้วเขาก็แทงสัจธรรมลึกกว่านี้ไม่ได้เขาจะกลายเป็นทุกข์เห็นอยู่เขาจึงเกิดสังฆธรรมมากอยู่แต่เราอ่ะสังฆธรรมไม่ยุ่งไม่ปรุงไม่เดือดร้อนไม่เป็นภาระวางใจสนิทไม่หวั่นไหว สบายเบาน่าอยู่นี่เป็นสภาพธรรมจริงๆที่เกิดแต่เพราะว่าเป็นจิตเป็นการเป็นงานหรือเป็นการปรุงการสังขารหรือว่าการดับอยู่มันเป็นการดับสนิทอยู่หรือว่าการสังขารหรือการปรุงอยู่จิตเราไม่แม้กระทบมาทางเสียงไม่กระทบมาทางตาทางจมูกทางลิ้นทางกายกระทบมาหรือแม้แต่ใจของเรานึกคิดขึ้นเองเป็นจิตในจิตเราก็ไม่หวั่นไหวแล้วอ่ะสังขละเป็นผู้รู้เป็นผู้เข้าใจในทุกอย่างที่มากระทบมาสัมผัสทุกเรื่องบางเรื่องอาจจะแรงมาเอาอันนี้ไม่เคยได้ยินไม่ได้ตั้งใจไม่ได้ตั้งหลักเหมือนเราถูกอะไรมาผ่าน มากระทบและเราก็ยังไม่ได้ตั้งสติเราก็ไม่ได้เจตนาเพราะว่าเราใส่ใจอย่างอื่นก็ตกใจวาบแต่พอหันไปรู้ความจริงอันนั้นแล้วหรือว่ารู้สิ่งที่กระทบสัมผัสนั้นแล้วเราก็ไม่มีอะไรแม้สิ่งนั้นจะแรงจะมากจะเกินเราก็ตั้งใจขึ้นได้มันก็เป็นแต่เพียงชั่วที่ไม่รู้เราไม่มีสติรับเพราะว่าสติเราเอามาใช้อื่นอยู่ชั่วขณะหนึ่งแว๊บนึงแป๊บนึงแล้วเราก็เข้าไปรับรู้ตั้งใจเราก็จะอยู่กับอันนั้นโดยอสังขตะหรือไม่หวั่นไหวอยู่อย่างเย็นสบายวางได้ปลงได้อยู่จะต่อสู้อย่างไรหรือว่าจะกระทำอันนี้กับอันนี้ กอดมีปัญญากำลังคิดกำลังอ่านกำลังกระทำอยู่กับส่วนนั้นได้อย่างผู้อาจหาญแก้วกลางไม่ยนต์ยอจิตใจอย่างนี้เรียกว่าจิตใจเป็นสุขจิตใจอย่างนี้เรียกว่าจิตใจสบายจิตใจของพระอริยเจ้าชั้นสูงเป็นกิจของพระอรหันต์กระทบในส่วนใดที่มีในปัจจุบันใดและมีในคราวใดก็ยังเป็นฝ่ายโดยความเป็นอยู่แต่ที่กระทำสุดพระวิหารกับวิตกวิจารณ์อะไรก็วิตกวิจารณ์ไปมีปิติอยู่บ้างก็มีไปรู้ดีอยู่เข้าใจดีอยู่แต่มีสุขก็เป็นสุขที่เรียกว่าเป็นสุขอย่างนิราศเป็นสุขได้ไม่เดือดร้อนเบาว่าง ไม่ร้อนไม่รนไม่มีอัดไม่มีไม่มีสังขตะจริงๆเป็นอสังขตะไม่ยุ่งแต่ก็รู้ไม่ได้ขาดความรู้ไม่ได้ขาดความรู้ในสิ่งที่กระทบสัมผัสในสิ่งที่เป็นไปร่วมด้วยไม่ใช่ไม่รู้รู้เพราะคำพูดเมื่อกี้ที่พูดอย่างสั้นๆที่ว่าเป็นผู้ที่รู้และไม่รู้ที่อธิบายไปอธิบายไปเป็นคาถาต่อมาตามมาตราที่ว่าเป็นผู้ที่รู้และไม่รู้นะมันเป็นภาษาสั้นแต่โดยสัจธรรมแล้วต้องอธิบายอย่างที่อธิบายมาแล้วเพราะการย้อนแย้งและการเอาภาษามาตีมาข่มมาทะเลาะเบาะแว้งกันทะเลาะได้ทุกจุดทะเลาะกันได้เสมอ เราเองเราก็ต้องเข้าใจว่าเขาเองเขาจะเถียงเขาเองเขาจะโตอาจจะโต้ในจุดไหนจะพยายามทำความเข้าใจกันและกันให้ได้อย่างไรก็พยายามแล้วเราก็ทำให้ได้จริงเมื่อรู้เข้าใจแล้วแล้วก็กระทำจุดนั้นให้ได้จริงเดี๋ยวเรามาภาคเรียนรู้ปริยัติรู้ภาษาทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งเข้าไปเรื่อยๆแล้วเราก็ทำจริงในบาตรฐานของเราอย่าหลงตะกายอย่าหลงทางสักกายะก็ทำให้มันน้อยลงน้อยลงน้อยลงน้อยลงเรื่อยๆจนกระทั่งเรารถเราทำให้หมดสิ่งที่เป็นอัตตาได้ไม่เหลือแม้กระทั่งว่าเราเองเราไปยึดในอัตรานั้นจนที่สุดกระทำ ตอนนั้นได้สำเร็จเป็นอรหัตตาแม่เป็นอรหัตตาแล้วเราก็ไม่ถือว่าหัดอรหัตตาแล้วอัตราสุดท้ายนั้นเป็นของเราเราทำอันนี้ได้เป็นเครื่องพักเป็นวิหารรักเป็นวิหารมันเป็นศิลปะวิหารหรือเป็นแชมป์เก่าวิหารมันเป็นเครื่องพระเครื่องพระอยู่ในราวมันเป็นทิศทางสุดของวิหารมันเป็นเครื่องอาศัยไม่ใช่เครื่องเกาะติดแล้วก็ติดแกไปเลยจะมีตัวมีตนไปด้วยโรคเกิดโรคเป็นลมไม่มีก็ได้มีก็มีไม่มีก็ไม่มีสุดท้ายปล่อยวางไม่มีก็เพราะว่าโดยสมมุติโดยความเป็นจริงที่มันยังมีอยู่มันยังไม่ตายมันก็ต้องมี มีเหตุปัจจัยอยู่รองรับมันก็ต้องมีเหตุปัจจัยเหตุปัจจุบันนี้เราก็เป็นนิพพานเหตุปัจจุบันนี้เราก็เป็นทิฏฐธรรมสุขขาวิหารปัจจุบันนี้เราก็เป็นสันตะวิหารปัจจุบันนี้เราก็เป็นศุลกากรวิหารเราเป็นสุขแม้ปัจจุบันนี้อยู่มีกิจการอะไรดีอยู่เป็นกุศลกรรมเป็นอะไรที่เราควรยังไปตามกาละเทศะเราก็จะเป็นผู้ที่อยู่อย่างที่เรียกว่าหมดปัญหาแล้วอยู่สุขแล้วเป็นไปด้วยดีแล้วถ้าจะขวนขวายน้อยหรือขนขวายมากก็เป็นไปเอาความขวนขวายก็เป็นบุญกิริยาวัตถุโบราณ ความขวนขวายขวนขวายน้อยจนไม่ทำอะไรเลยก็เป็นเรื่องชิบหายของโลกอีกเหมือนกันแล้วพระพุทธเจ้าถึงบอกโอ้ถ้าเราจะขนขวายน้อยมันก็ไม่ถูกอีกก็ต้องขวนขวายมากพอสมควรในฐานะการเป็นพระพุทธเจ้าเราก็ทำไม่ได้ถ้าเราขวนขวายแล้วเราก็ไม่ทุกข์เราก็ทำไม่ได้แล้วก็ควรจะขนขวายมาเป็นคนสุดท้ายแล้วเราได้ดีแล้วหนอก็ได้แล้วเพราะฉะนั้นคนอื่นก็ควรได้ดีแล้วหนออย่างนี้บ้างแทนที่เธอเกิดมาแล้วมาเล่าเราเองนั่นเห็นใจตัวเราเองบ้างว่าเพราะว่าสัจธรรมเนี่ยมันไม่เด่นมันไม่ชัดสัจธรรมนี่มันยากมันไม่ปั้นรูปโตมาให้เรามันไม่มีมากไม่ให้เราเราจะค้นคว้าเอาได้ยากเราได้ก็ได้ไม่ยากเพราะฉะนั้นสงสาร ผู้อื่นที่จะตามมาด้วยเถิดว่าเขาเองเขาคนได้อย่างที่เราได้นี่เหมือนกันแต่ว่ามันยิ่งบางเบามันยิ่งน้อยถ้าเรายิ่งไม่ขวนขวายช่วยปั้นรูปให้มันโตเช่นกันลูกให้มันมากคนอื่นๆเขาก็ยิ่งไม่ได้เพราะเราเองเราจะได้กระแสยากเพราะฉะนั้นเราเองยิ่งได้แล้วเรายิ่งไม่ช่วยขนขวายยิ่งไม่ช่วยปั้นไม่ช่วยสร้างไม่ใช่กอไม่ใช่ทำไม่ช่วยทำให้ลูกโตไม่ช่วยทำให้รูปมีชัดเด่นคนอื่นจะได้จับได้รู้ง่ายมีมากเอาได้ง่ายถ้าเราไม่ทำอย่างนี้แล้วมันก็ยิ่งแย่คนก็ยิ่งไม่ได้สัจธรรมนี้ก็ยิ่งไม่เกิดโรคก็ยิ่งผายทุกกรณีคนก็ยิ่งทุกข์หนักคนก็ยิ่งทุกข์หนักเพราะเราได้แล้ว ก็ต้องมีบุญคุณบ้างกตัญญูกตเวทีบ้างวะเออเราได้ธรรมะเราก็ควรจะช่วยธรรมะเราได้พรหมจรรย์เราก็ควรจะช่วยพรหมจรรย์เราได้นิพพานแล้วก็ควรจะช่วยที่ผ่านบ้างให้คนได้รับสิ่งนี้มีต่อสืบโรคเอาไว้ถ้าไม่มีสิ่งนี้สืบโลกเอาไว้โรคชิบหายโรคแย่เลยโลกบรรลัยเลยเพราะฉะนั้นเรานี่แหละจึงจะเป็นผู้ค้ำจุนโลกถ้าเราไม่เมตตาเสียถ้าเราไม่มีใจช่วยเห็นแก่ผู้อื่นบ้างเห็นแก่โลกบ้างเห็นแก่ประโยชน์ที่โลกควรได้บ้างและเราเองเป็นผู้ได้ประโยชน์อันนี้โลก ได้ประโยชน์อันนี้โลกเขาไม่รู้ประโยชน์ทางธรรมอย่างนี้โลกก็ไปได้แต่ลาภยศสรรเสริญสุขอย่างอินคามีสุขอย่างโลกียสุขเขาเป็นคนคว้าไปแสวงหาแต่สิ่งอย่างนั้นเขาไม่รู้สิ่งอย่างนี้โลกก็ไม่ได้สิ่งนี้แต่เราสิเป็นผู้ได้ถ้าเราเป็นผู้ได้แล้วเราไม่เอาออกไว้ให้แก่โลกเราไม่เมตตาโลกแล้วไม่ช่วยโลกไว้ใครจะทำถึงโลกไว้โลกก็มีแต่ทางดับไปแต่ทางแก่งแย่งมีแต่ทางรบราฆ่าฟันกดขี่ข่มเหงทำลายกันเท่านั้นเองโลกก็มีแต่อย่างนี้เท่านั้นเองสูญสิ้นทำลายไปสู่กลียุคอย่างเร็วที่สุดพระพุทธเจ้าท่านยืนยันนะว่าเมตตาธรรมค้ำจุนโลกถ้าไม่มีเมตตาถ้าเราคนอย่าง อริยะพระอรหันต์ขาดเมตตาไม่มีหรอกพระอรหันต์ขาดเมตตาไม่ได้พระอรหันต์ต้องมีเมตตาธรรมผู้ที่ยังไม่เป็นอรหันต์ทั้งนั้นแหละขาดเมตตาพระลงเต็มตามพุทธะแล้วต้องมีเมตตาต้องมีพรหมวิหาร 4 ต้องมีอัปปมัญญาผมต้องสิงสถิตขึ้นที่ใจผมต้องสิงสถิตคือจิตใจได้แล้วก็ทำไปกินค้นคว้ามีการขนขวายจะน้อยจะมากอะไรก็ขวนขวายไปแล้วก็ทำตามควรมีประมาณไม่พยายามหลงมานะตนใหญ่ก็ไม่รู้ใหญ่เล็กก็ไม่รู้เล็กจนมีความสามารถเท่าใดก็ไม่รู้ความสามารถทนทำเกินตัวก็ไม่เอาทำให้พอดีมีอัตรามี ประมาณตนมีการประมาณผู้อื่นการกระทำให้มันได้รับผลสะสมกระแสให้มันได้ประโยชน์สูงสุดให้มันได้ฆ่าหรือให้ได้ราคาให้ได้ผลผลิตให้ได้เกิดคุณเกิดประโยชน์ที่สูงที่สุดนะแล้วพวกคุณพยายามมีการกระทำอยู่โดยปริยัติคือการเรียนรู้ซึ่งภาษาซึ่งสมมุติซึ่งบัญญัติและคุณก็มาเรียนปฏิบัติไปพร้อมกันทั้งวันระวังเป็นไปด้วยตัวเราที่มีความรู้ว่าอะไรที่เราควรต้องวอนระวังมากเรื่องไหนที่เรายังหนักหนาที่เรายังผ่อนคลายยังไม่ได้มีการสัมผัสรู้มีการวิปัสสนารู้ในหลักวิปัสสนารู้ในการกระทำที่เรียกว่าวิปัส ยืนเดินนั่งนอนมีชีวิตไปวันหนึ่งคืนหนึ่งแล้วก็มีสิกขามีหลักเกณฑ์มีกฎกดเลือกตั้งในตนเองบ้างก็รับมาจากอาจารย์บ้างแล้วเราก็เอากฎนั้นมาปฏิบัติให้มันได้ผลไม่ใช่เอามากินแหนงแคลงใจต้องกดเอาหลักนั้นมามาประพฤติปฏิบัติมาทำให้เป็นผลเกิดปฏิเวธธรรมแล้วก็เอากฎเอาหลักเหล่านั้นมาปฏิบัติเมื่อเป็นปริยัตินั้นรับมาหรือเป็นสีเงินรับมาแล้วเราก็เอามาทำให้เกิดจิตให้เกิดสมาธิเกิดจิตที่มันหลุดมันร่อนมันหน่อยมันคลายมันวางซ้อนลงไปเรื่อยๆเป็นอาทิตย์ปัญญาอาการของทีมชาติก็ไม่มีไม่ กระติกเต็มรู้แจ้งมีสัมปชัญญะอ่านรู้เข้าใจอยู่แล้วก็เราก็พยายามให้มันปรุงหรือว่าให้มันคิดที่เป็นประโยชน์มึงคิดเห็นจริงก็ไปทำหรือคิดค้นเป็นปัญญาเป็นสำคัญเป็นความรู้ลึกรู้ซึ่งยิ่งประทับใจเกิดศรัทธาเสริมเข้าไปอีกเกิดหิริเติมเข้าไปอีกเกิดซ้ำเข้าไปอีกเกิดพหุสัจจะชัดขึ้นไปอีกมันก็เติมให้สติของเรายิ่งเต็มยิ่งพร้อมยิ่งใสสติขึ้นมาอีกทางหนึ่งชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ของเราก็ยิ่งเป็นเป็นปรากฏการณ์หรือเป็นคุณธรรมหรือเป็นธรรมะที่เกิดสั่งสมลงที่เราขึ้นไปอีกมากขึ้นอีกมันส่งเสริมกัน แล้วก็ทำช่วยเหลือ Profile เกื้อกูลเป็นขั้นตอนเป็นขั้นตอนสืบสานกันอยู่อย่างนี้มันก็เจริญไปแบ่งกันไปคนนั้นคนนี้อันนั้นคนนั้นทำวันนี้คนนี้ก็ไปทำอันนู้นคนนั้นแบ่งอันนู้นคนนี้ถนัดอันนี้ก็ให้คนถนัดทำก่อนก็ได้หรือคนไม่ถนัดอยากจะไปทำบ้างฝึกปรือขึ้นได้ถนัดสิ่งนั้นสิ่งนี้บ้างหรือว่าจะเหมาะสมควรเรามีความพอดีพอควรดำเนินไปด้วยวัดที่มาเราดำเนินไปด้วยสัมมาแล้วพอเหมาะสมอยู่ทีเดียวแต่เราก็พยายามจัดรู้ให้ได้และอะไรที่เราที่เราจะต้องจัดการกับมันก็ต้องให้รู้ชัดอะไรอะไรเป็นกิเลสอะไรเป็นปัญหาอะไรเป็นเรื่องร้ายกาจอะไรเป็นเรื่องที่ยังทำ คุยกับเราเรายังเอาชนะมันไม่ได้เรายังลดละไม่ได้เอ้าจัดการกับมันนั่นแหละจัดการขยะของเราแก้ไขปรับปรุงบอกว่ามันไม่มีอะไรอวิชชานั้นมีนิวรณ์ 5 เป็นอาหารเอาวิชาน่ะมีนิวรณ์ 5 เป็นอาหารเพราะฉะนั้นเรื่องความและศาสนานี้ทำอะไรพูดศาสนานี้ดับนิวรณ์ 5 แค่นั้นก็เป็นพระอรหันต์แล้วก็ดับวิชาดาบอิจฉาเมื่อให้อาหารแก่อวิชชาอวิชชาก็ตายเมื่อเอาวิชาตายก็เพราะมันไม่ได้นิวรณ์ 5 เป็นอาหารมันหมดอดอาหาร กลัวมันหมดหมดหมดแม้กระทั่งอย่างละเอียดก็หมดตอนที่ยึดฐานกิเลสอย่างกลางก็หมดอนุสัยกิเลสอย่างละเอียดซ้อนก็หมดแล้วก็รู้ยังไม่สงสัยให้ได้อ่านจิตรู้จิตของเรากระทบสัมผัสอะไรก็ได้ก็กลายเป็นอยู่ไม่มีอะไรลำบากลำบนเป็นอยู่เราก็สบายเพราะเรามีปฏิกิริยาแล้วก็ปฏิบัติได้จริงวันหนึ่งคืนหนึ่งของเราทุกวันทุกคืนเพราะภาคเรียนไปมีไปพอได้ประโยชน์แล้วก็ทำตามกาละขณะนี้เราไปออกทำงานขนขวายมากกว่านี้ไม่ได้แล้วก็ขนขวายประมาณเท่านี้มีอะไรก็ช่วยไหม มือกันเบิ่งงานนอกไม่มีเราก็ทำงานในงานในอันใดที่จะพึงควรทำก็ไม่ดูได้ช่วยกันคนละไม้คนละมือตามพอควรตามระเบียบตามวินัยตามกฎตามจารีตตามขอบเขตของผู้ที่ถือว่าผู้นี้มีกฎนี้นะมีศีลตอนนี้ผู้นี้มีศีลเท่านี้พรุ่งนี้มีขอบเขตนี้เท่านี้แล้วก็กระทำช่วยเหลือเกินเป็นขั้นตอนเป็นขั้นตอนสืบสานกันอยู่อย่างนี้มันก็เจริญไปแบ่งกันไปคนนั้นคนนี้อันนั้นคนนั้นทำวันนี้คนนี้ก็ไปทำอันนู้นคนนั้นแบ่งอันนู้นคนนี้ถนัดอันนี้ก็ให้คนถนัดทำก่อนก็ได้หรือคนไม่ขนาดอยากจะไปทำบ้างฝึกปรือขึ้นได้ถนัดสิ่งนั้นสิ่งนี้บ้างหรือว่าต้องเหมาะสมควรเราก็ไม่ดู LINE เราก็ทำอยู่แต่ผู้ที่ขนขวายอยู่ วันต่อวันวันต่อวันเราเดินทางไปสู่ลุงฝังศพเท่านั้นเวลาเดินทางไปสวนหลวงฝังศพมันยังไม่ถึงแล้วก็ดำเนินประโยชน์ไปพร้อมกันนั้นเราก็มีทิฏฐธัมสุขาภิบาลอยู่ที่สันป่าวิหารอยู่มีการมีเครื่องอยู่ที่เป็นทิศทางวัตถุมีทิศทางประสบการณ์ทุกอย่างดีอย่างสงบสบายเบาง่ายแต่ในขณะเบานั้นก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอะไรเลยมันไม่มีกิเลสเลยแต่มีงานมีกรรม มีกรรมมันโตมีการงานมีการเป็นไปมีความดำเนินอยู่ตามฐานะสิ่งที่เรามีขันธ์ 5 โดยเราไม่หนักหนาอะไรกับจิตกับกายอะไรของเรามีการงานก็ทำไปตามสมองสมควรมีอะไรก็ทำไปช่วยเหลือเกินไปกันไปอย่างนี้จึงเรียกว่านักนิพพานณัฐศักดิ์พิจารณาก็รู้แจ้งถึงจุดที่มีสภาพนิพพานมีทั้งความวางความเบาความง่ายมีทั้งความไม่มีกิเลสตัณหามีประโยชน์ท่านอยู่ตรงธรรมและก็เกิดผลแก่ผู้อื่นผลประโยชน์ท่านก็อยู่ในตัวผลประโยชน์ตนก็อยู่ในตัวซ้อนกันอยู่เลยเพราะมันอยู่จริงๆผู้กระทำได้อย่างนี้ชัดเจนผู้ที่รู้จริงอย่างนี้แหละจึงเรียกว่าพูดถึงจุดยอด เราลองมาอ่านคาถาธรรมบทสุขวัฒนะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดูซิเมื่อพวกมนุษย์มีเวรกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีเวรอยู่เป็นอยู่สบายดีหนอเมื่อพวกมนุษย์มีความเร่าร้อนกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีความเร่าร้อนอยู่เป็นอยู่สบายดีหนอเมื่อพวกมนุษย์มีความขวนขวายอยู่เราเป็นผู้ไม่มีความขวนขวายอยู่เมื่อพวกมนุษย์มีความขวนขวายกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีความขวนขวายอยู่เป็นอยู่ เราไม่มีกิเลสคลาดเคลื่อนกังวลเป็นอยู่สบายดีหนอเรามีปิติเป็นภาษาเหมือนเหล่าเทวดาชั้นอัจฉริยะผู้ชนะย่อมก่อเวรผู้แพ้ย่อมเป็นทุกข์ศักดิ์ศรีและความชนะความแพ้ได้แล้วย่อมอยู่เป็นสุขใจเสมอด้วยราคะโทษเสมอด้วยโทรศัพท์ ความสงบไม่มีความหิวเป็นโรคอย่างยิ่งสังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่งบัณฑิตกล้ามเนื้อความนี้ตามความเป็นจริงแล้วย่อมทำให้แจ้งซึ่งนิพพานพระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่งต่อหน้าทั้งหลายมีความไม่มีโรคเป็นอย่างที่มีความสันโดษเป็นอย่างยิ่งยากทั้งหลายมีความคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่งนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่งบุคคลผู้ที่ติดในถ้ำ เพลงรักวันเกิดแบบจนเกิดแต่วิเวกและรสแห่งความสงบแล้วย่อมไม่มีความกระวนกระวายไม่มีบาปการเห็นพระอริยเจ้าทั้งหลายเป็นความดีการอยู่ร่วมกับพระอริยเจ้ากับเหล่านั้นเป็นสุขทุกเมื่อบุคคลพึงเป็นผู้มีความสุขเป็นมิตรได้เพราะการไม่เห็นคนพาลทั้งหลายด้วยว่าบุคคลผู้สมทบกับคนพาลเที่ยวไปย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนานการอยู่ร่วมกับคนพาลเป็นทุกข์ทุกเมื่อเหมือนกันอยู่ ส่วนนักปราชญ์มีการอยู่ร่วมกันจบเหมือนสมาคมแห่งชาติเพราะเหตุนี้แหละบุคคลค้นพบบุคคลนั้นผู้เป็นนักปราชญ์มีปัญญาเป็นพหูสูตมีปกติทำธุระไปมีวัดเป็นพระอริยะเป็นสัปบุรุษผู้มีปัญญาเช่นนั้นเหมือนกันคบครองของรัฐบาล เราเป็นผู้ไม่มีเวรอยู่แล้วพวกมนุษย์มีเวรกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีเวรอยู่คือเขาก็ยังถูกยังพันเวรเวลานี้หมายความว่ายังวุ่นวายยังจองเป็นจองจำเวรนี้แปลว่าการจองจำยังจองจำยังถูกยืดเยื้อกันอยู่อะไรอยู่แต่เราไม่ได้ผูกยืดเยื้อแล้วเราตัดแล้วจะวางแล้วก็ปล่อยแล้วเป็นผู้ที่ไม่มีเวลาหนูเวรไม่มีเวรไม่มีภัยไม่จองไม่จำไม่ถูกไม่ถึงไม่เกี่ยวไม่เกาะกันอีกแล้วเมื่อเราเป็นผู้ไม่มีเรียนอยู่เมื่อพวกมนุษย์มีเวรกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีเวรอยู่เป็นอยู่สบาย รูปพวกมนุษย์มีความเร่าร้อนคนเดียวกลายเป็นผู้ไม่มีความเร่าร้อนดีเป็นผู้สบายดีนะพวกพวกมนุษย์มีความขวนขวายอยู่ดาวเป็นผู้ไม่มีทางขนขาอยู่เมื่อพวกมนุษย์มีความสนใจกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีความสงสัยอยู่เป็นอยู่สบายดีนะถ้าเราไม่ขนขวายไอ้การเป็นคนขายมันเป็นหนี้มันก็เงียบมันก็สบายมันก็สงบเพราะฉะนั้นจุดสงบรู้สึกสบายใจไม่ได้ตอนแรกก็ต้องไม่ขนขวายก่อนเพราะฉะนั้นบางคนจะหยุดจะอยู่เฉยๆจะอะไรก็ต้องรู้บทบาทเหมือนกับคนเค้าเลี้ยงเด็กเนี่ย รถนี่มันไม่รู้หรอกเด็กมันเกิดมามันจะดิ้นเพราะมันมีตัวสัญชาตญาณมันจะเกิดนะมันจะดิ้นนะมันจะปรุงแล้วมันจะพยายามเป็นตัววิ่งวุ่นให้มากมายขึ้นมานะเด็กมันเกิดมาก็จะดึงพอดิ้นแล้วมันทุกข์แต่เด็กไม่รู้ทุกข์หรอกเด็กไม่หยุดเนี่ยมันไปของมันด้วยมันเกิดมันมีอะไรเกิดเกิดร้ายเกิดดีมันไม่รู้เพราะไม่มีสัมปชัญญะไม่มีปัญญาที่จะวินิจฉัยตัดสินวันนี้ควรก็ไม่ควรทำไอ้โน่นทำไอ้นี่หยิบไอ้โน่นไอ้นี่ก่อนเลยก่อนจะเรื่องเด็กเนี่ยจึงจ้างกุ๊กกิ๊กต้องมีโน่นไอ้นี่ผู้ใหญ่ก็ต้องคอยดูแลเพราะฉะนั้นเรานี่เหมือนผู้ใหญ่เราเหมือนคนดูแลเด็กเราจะต้องทำให้มันหยุดซะก่อนให้แดงนี้หยุดให้หยุดเพราะฉะนั้นดูแล ดูถ้าเด็กทำอะไรเราก็คอยดูเออเด็กทำอันนี้ดีเราก็เอ็นดูเออทำให้เป็นประโยชน์ทำให้ดีๆแล้วคอยดูเด็กเด็กมันทำไอ้นี่มันขนขวายมันเป็นของมันเองมันก็ต้องทำๆๆเด็กมันก็จะทำทำไอ้นี่เออน่ะอันนี้มันควรเป็นคนเก่งคนหัดขึ้นก็ให้เด็กหัดก็เหมือนกันแล้วก็หัดทำอะไรก็หัดขึ้นอยู่ในตัวอันใดที่มันมากไปแล้วนั่นยุ่งมากไปแ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive