191126-A โอวาทปาฏิโมกข์ ตอน1-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์196 KB
วันที่แก้ไข26 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2519 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้แสดงธรรมแก่หมู่และพุทธสถานแดนอโศกดังต่อไปนี้ข่าววันนี้เรามาทำวัดกันด้วยโอวาทปาฏิโมกข์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโอวาทปาติโมกข์รวมย่อสั้นขึ้นสั้นๆจริงๆเป็นคาถาสุดท้ายรวมเอาเนื้อ ความรักก็หมายความว่าให้รู้ลักษณะที่เรียกว่าดีกับลักษณะที่เรียกว่าชั่วแล้วก็เลิกชั่วละชั่วคราวชั่วให้ได้ก็ให้เกิดดีทำให้มันถึงเจ็บไม่ใช่ชั่วดีอยู่แต่อยากๆหาคำว่าให้ถึงจุดนั้นขาดชั่วอย่างสนิทแล้วจิตมันรู้ดีถึงจิตอย่างสนิทและไม่ติดดีนั้นด้วยจึงเรียกว่าติดบริษัท พระคาถาสั้นๆที่พูดกันว่าละชั่วประพฤติดีทำให้บริสุทธิ์ถึงจิตหรือบางคนก็แปลว่าทำให้จิตบริสุทธิ์ผ่องใสที่จริงคำว่าบริสุทธิ์มันหมายถึงมันขยายคำว่าทำให้ดีกับชั่วมันเกิดจนถึงจิตมันไม่ติดมันสะอาดบริสุทธิ์คือสะอาดหมดรู้ชั่วรู้ดีทำดีในขณะที่เราจะต้องทำในขณะที่เรายังมีบทบาทยังมีกรรมยังมีกิริยาเราก็จะต้องมีดีแต่ต้องติดสะอาดและดีแล้วก็ไม่หลงเอาดีนั้นมาเป็นอาสวะหรือเป็นอันอาศัย หรือเป็นเชื้อเหง้าที่จะตีตลกซ้อนให้เราเองกลายเป็นผู้เกิดกลายเป็นผู้ร้ายกาจกลายเป็นพูดทำอะไรที่มันร้ายขึ้นมาได้อีกมันจะทำร้ายขึ้นมาได้อีกก็ตรงที่มันจะออกมาอยู่ในใจมันก็เป็นผีร้ายอยู่ในใจมันยึดมันสั่งสมและอุปทานเป็นตัวผีร้ายที่มันตรามันตรึงใจมันทำเครื่องหมายไว้ที่ใจในวันนี้มีสาระดี ขอโทษไม่ใช่นิมิตรปราณนิมิตวัดสวัสดีมันจะทำเครื่องหมายไว้ในใจเป็นนิมมานรดีก่อนมันจะเป็นตัวใคร่อยากตัวที่เรียกว่ายังกรุ่นฝังเป็นเครื่องหมายไปก่อนแล้วถึงจะเป็นกรณีนิมิตรวสวัตตีจนกระทั่งเป็นเครื่องหมายตราตรึงมีอำนาจอยู่ในใจจะกลายเป็นสัตว์โลกอีกตัวหนึ่งเรียกว่ากรณีถ้าตัวพวกนี้สองภาษานี้ที่เรียกว่านิมมานรดีกับกรณีนี้ไปสวัสดีคืออุปทานแท้ๆคือตัวที่ฝังลงที่จิตทำลงท

อ่านต่อ

ี่จิตแท้ๆมันจะเกิดเพราะตัวไหนที่มันคอยตี หรือว่ามันคือตัวที่มันทำให้ตาตรึงใจไปขณะที่เราโมหะไปไม่รู้เท่าทันหรือแม้ผู้รู้เท่าทันก็ตามแต่ยังไม่สามารถตัดขาดได้ไม่สามารถละได้มันก็จะเป็นร้อยทรัพย์ลงไปซ้ำลงไปอยู่ในใจเหมือนกันแต่ก็ยังดียังมีใจรู้ยังมีปัญญารู้เท่าทันแม้จะทรัพย์ลงไปคนนั้นก็จะต้องซับลงไปไม่แรงเต็มที่หรอกเพราะว่ามันมีรู้ยับยั้งไว้แม้มันจะซับลงไปในใจซ้ำลงไปในใจตราลงไปในใจตอกลงไปที่ใจยังไงมันก็ต้องยั้งไว้หรือว่ามีอะไรกั้นอยู่หน่อยๆเหมือนกันถ้า รู้เท่าทันแต่ถ้าใครโมหะเลยเนี่ยตอกเส้นๆเลยตีตราหรือว่าซ้ำลงไปเปรี้ยงเปรี้ยงผนึกเลยอุปทานหรือตัวที่ย้ำใส่จิตตั้งแต่ผนึกเห็นแน่นจะมีค่าหรือว่ามีเรี่ยวแรงมากมีมีอำนาจหรือว่ามีผลมากเป็นอุปทานที่มีน้ำหนักมากถ้าตัวมองหาเลยถ้าตัวที่ว่าไม่มีโมหะหรือว่ายังพอรู้บ้างแต่ว่าเราไม่สามารถห้ามมันได้อย่างเด็ดขาดเขาเรียกว่ายังก็ยังรู้ไอ้ตัวรู้นั่นแหละมันจะยับยั้งไว้หน่อยนึงเป็นอุปทานที่ไม่ฝังลึกนักแต่ก็ฝังฝังและตีตราลงไปที่ใจเสมอ เพราะฉะนั้นแม้แต่ดีก็ให้ระวังแล้วยิ่งชั่วด้วยแล้วอย่าให้มันลงไปในใจอยากให้มันเคยอย่าให้มันเป็นอย่าให้มันทำอยู่เมื่อเราไม่ได้หมดจิตสะอาดไม่ชั่วจิตลามกติดชั่วแล้วก็รู้ชั่วไม่มีชั่วจิตไม่ได้สั่งให้ทำชั่วนั้นเลยจริงๆหรือแม้จิตสั่งให้ทำดีก็ไม่มีประมาทไม่เมาไม่ดีไม่เมาแล้วไอ้ดีนี่แหละชวนให้เมาได้ง่ายที่สุดส่วนมากชวนให้เมามันเป็นตัวหลอกดีนี่มันเป็นตัวหลอกง่ายหลอกล่อให้เราหลงติดง่ายมันชวนให้เมามายที่เก่งต้องระวัง อาทิตย์นี้ขยายขยายโอวาทปาติโมกข์ออกเป็นภาษาพระพุทธเจ้าท่านขยายเองแหละขยายออกมาไม่ยาวหรอกพระพุทธเจ้าไม่อธิบายอะไรยาวมากพระพุทธเจ้าขยายก็ขยายออกมาเป็นจากหนึ่งมาเป็นศาลจากศาลมาเป็น 5 จาก 5 เป็น 7 อะไรไปงั้นน่ะเป็นก้าวเป็น 10 เป็น 12 ซึ่งน้อยเกิน 10 แล้วเกิน 10 ท่านก็ไม่พยายามนอกจากจำเป็นมากละเอียดละออแล้วยากแก่การรู้ยากแก่การจำแต่ทีนี้ขยายพระพุทธเจ้าท่านขยายโอวาทปาฏิโมกข์ออกเป็นหัวข้ออีก 6 ข้อถ้าขยายออกเป็น 1 อะโนปวาโท 2 อานูปาโต 3 ปาฏิโมกข์จัดสังวโร 4 ปัตตานีตามี 5 ปันปันจะเซียนนาสานัง 6 อาทิตย์ขยายออกไปอีก 6 ข้อนี้ ผมจะขยายอย่างละเอียดของจักรยานให้ฟังไปทีละข้อทีละข้อทีละข้อพิสดารซ้ำซ้อนยอกย้อนระวังบนนะระวังมันจะวนจับให้มั่นจับให้ดีมันจะคาบเกี่ยวกันมันจะกลืนกันมันจะสัมพันธ์กันไปทุกๆข้อและในตัวมันเองนั้นมันก็จะคล้ายกันข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ก็เดี๋ยวคล้ายกันเข้าไปก็จับให้ดีแยกให้ดีแต่มันมีคุณภาพหรือว่ามันมีปริมาณที่ไม่เท่ากันอยู่ต้องพยายามเข้าใจให้ดีเป็นชั้นๆเชิงเชิงอันที่ 1 ท่านให้ขัดระวังอย่างมากก็คือท่านบอกว่าวาทะที่มันหยาบ วาทะหรือภาษาหรือวจีกรรมนั้นลงมาที่วัดกี่กรัมวาทะมันหยาบได้ง่ายอยากโดยไม่รู้ตัวแต่ว่าถ้ายิ่งหยาบได้ง่ายอยากโดยไม่รู้ตัวระวังระวังให้ฉันเกิดไวปั้นได้เร็วภาษานี้ออกมาจากใจแล้วก็มาถึงก็ดีก่อนพอทำเป็นกายกรรมมันก็จะหนักขึ้นทำเป็นว่าจีนเนี่ยเร็วกว่าง่ายกว่าไวกว่าเป็นที่ใกล้กว่าเป็นที่ใกล้จากใจก็มาหาว่าจีมันจะใกล้แล้วมันออกมาจากใจทั้งนั้นแหละอะไรๆมันก็ออกมาจากใจมนุษย์ มโนเสฏฐามโนมยาแกบอกว่ามันไม่มีที่ใจแต่มันออกมาไม่ได้มันมีที่ใจนอกจากว่าเราไม่รู้ทำออกมาแล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราทำอะไรนั่นอีกต่างหากเพราะฉะนั้นพูดออกมาแล้วเราไม่รู้ความหมายเราไม่รู้สำนวนเราไม่รู้สำเนียงเราไม่รู้สมมติกับโลกเขาว่าที่เรากล่าวว่าพระหรือกล่าววาจานั้นออกมานั้นน่ะอยากแหละอย่าและหยาบไม่แปลว่าต่ำแต่ว่าเลวแปลว่าหนักแรงถ้าไม่เอาไม่ดีก็คือไม้ว่าไม่ดีอย่างแรงแล้วอย่าไม่ดีอย่างแรงแล้วอย่างมากแล้วแต่เราก็ไม่รู้ว่ามันอยากรู้ว่ามัน อย่างแรงแล้วมันไม่ดีอย่างมากแล้วล่ะตามที่สมมุติตามที่โลกเขายึดถือเขานับเอาตามที่โลกเค้านับเอากันโรคนี้น่ะมันยุ่งอยู่ที่สมมตินี่แหละมันยุ่งมันทุกข์มันสุขมันชั่วมันดีมันจะเป็นสุขหรือไม่เป็นสุขจะเรียบร้อยหรือไม่เรียบร้อยมันอยู่ที่สมมตินี่แหละมันไม่ได้อยู่ที่อื่นหรอกเพราะตอนนั้นน่ะปรมัตถ์เฉพาะตนผิดเฉพาะตนนั่นน่ะทำตัวเป็นคนดีก้อนหินเสร็จแล้วก็จบมันก็หมดทุกข์หมดเรื่องเฉพาะตนน่ะมันยุ่งตัดพวกตัวเองแล้วก็หมดเรื่องไม่ต้องยุ่งไม่ต้องอะไรก็ได้คนถูกแล้ว แต่อรหันต์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามันไม่ได้หมายความว่าตัดหัวพ้นทุกข์ตัวเดียวมันมีประโยชน์ตนประโยชน์ท่านได้ประโยชน์ตนที่ตนพ้นทุกข์มันยังมีประโยชน์ท่านกับเขาอีกจะต้องทำจะต้องมีสมมุติเพราะว่าเรายังไม่ตายจริงถ้าเราทำตนเป็นก้อนดินก้อนหินหรือตายไปหมดขาดลมหายใจนิ่งให้เขาเผาไปเลยเป็นธาตุดินน้ำไฟลงไปเลยถ้าอย่างนั้นมันก็ยังเรียกว่ามันเป็นตัวจบจริงๆแต่แท้จริงเราก็ยังไม่จบจริงเรายังไม่ตายเน่าเรายังไม่ถูกเผาเรายังมีลมหายใจเราจะกินอาหารเรายังอยู่บนแผ่นดินยังเปลืองที่ยังเปลืองผ้ายังเปลืองอาหารยังเปลืองยาอยู่ยังยิ่งอยู่บนโลกเขาเพราะฉะนั้นจะบอกว่าเราตายมัน ใช่มันไม่ใช่สัจจะเรายังไม่ตายน่ะเพราะฉะนั้นอรหันต์แท้ๆที่เป็นคนเป็นๆของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงต้องรู้ความจริงซ้อนลงไปว่าเราตายแล้วคือจิตของเราเหมือนก้อนหินก้อนดินเหมือนแผ่นดินเหมือนอะไรที่มันนิ่งสนิทมันตัดพวกไปแล้วจิตของเราน่ะแต่เราก็มีจิตอีกอยู่จิตเราก็รู้อยู่รับรู้อะไรต่ออะไรแล้วก็จะมีตัวปัญญารู้สมมุติรู้ค่าของที่โลกเขายึดถือแล้วเขากำหนดเอาอย่างนี้ก็ยึดถืออย่างนี้สังคมนี้ยึดถืออย่างนี้คนคนนี้ยึดถือเขายึดน่ะเราก็ต้องพยายามรู้ให้ได้ว่าเขายึดนี่เขากำหนดสำคัญมั่นหมายกันนะนี่เขากำหนดอันนี้ อย่างนี้กันนะนี่ก็ถือว่าอย่างนี้เป็นคำหยาบนี่ก็ถือว่าอย่างนี้เป็นความชั่วนี่ก็ถือว่าอย่างนี้เป็นของที่หน้านิยมก็ถือว่าอย่างนี้ไม่ใช่ของที่น่านิยมนะเขาถือนะถ้ายกเว้นอดีตสูงนะอันนี้ต่ำนะเขาถือนะเพราะฉะนั้นเราต้องรู้ถึงจะต้องรู้บุคลากรโบราณยึดตาจะต้องอย่างรู้ถึงบุคคลเนี่ยแต่เฉพาะคนแต่เฉพาะคนนี้คนนี้ถือคนนี้ถือคนนี้ถืออันนี้เขาไม่ถือเขาไม่ถือเขาไม่ถือและแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีกเพราะฉะนั้นเมื่อรวมกลุ่มกันเข้าแล้วเป็นบริษัทหรือเป็นบริษัทก็ต้องมีประวัติศาสตร์อันนี้เขาถือนะนี่วงกลุ่มคนเหล่านี้อย่างนี้แหละส่วนใหญ่ก็ถือเอาอย่างนี้อย่างนี้เขาไม่ ไม่อย่างนี้เขาถือว่าเป็นสูงอย่างนี้ก็ถือว่าดีอย่างนี้ก็ถือว่างามอย่างนี้เขาไม่ถือไม่เอาเขาอย่างนี้เขาไม่ถือว่าดีว่างามเขาสมุกกันจริงๆแล้วมันเป็นไปอยู่จริงๆตอนนั้นถ้าเราไปขับไปขวาถ้าเราไปทำพิลึกกว่านั้นเกินไปกับเกินไปแตกต่างเกินไปอะไรไม่เข้าเรื่องของเราเกินไปมันก็อยู่ในสังคมเขายากอยู่ยากต้องถูกบีบออกต้องถูกบีบออกแม้ตนจะอยากอยู่สักปานใดก็อยู่ไม่ได้อยู่ไม่ได้จนจะอยากอยู่สักปานใดรักชอบสักปานใดก็ถูกบีบออกถูกบีบออกนั่นจงรู้ว่าตัวเองไม่รู้ยังโง่อยู่ จึงได้ถูกสังคมเขาบีบออกหมู่กลุ่มคนบริษัทนี้บีบออกไปตัวอะตัวเองนั่นแหละยังโง่อยู่ยังไม่มีปัญญาก็รู้สมมุติเขาถือและผู้ใดถือถือจริงๆด้วยพูดให้ถือก็ถือจริงๆเลยมือถือจริงๆแล้วมันก็หยุดข้าวมันก็เอาอย่างงดเอาอย่างนี้กันจริงๆเพราะฉะนั้นนายสมมติถึงไม่เท่ากันแม้แต่พระอรหันต์แล้วก็ยังมีตัวสมมุติไม่เท่ากันพระอรหันต์บางองค์เคร่งจัดพระอรหันต์บางองค์ไม่เก่งเพราะความยึดของแต่ละพระอรหันต์ไม่เท่ากันแต่พระอรหันต์นั้นมีตัวตัดมี สบายใจมีตัวที่รู้จักการตัดที่ต่อหรือความตัดสิ่งที่มันยังสื่อไปแล้วเขาตัดของเขาได้จริงเขาบอกว่าไม่แล้วเขาก็ไม่เลยแล้วเขาก็สบายใจสบายจริงๆก็สบายมันก็ตัดแล้วสิ่งนั้นแล้วก็แล้วกันพระอรหันต์เป็นอย่างนั้นน้าเลยว่าสบายแต่ตนแต่นั่นก็เป็นการตัดของอนาคามีจิตเฉยๆตัดต้องเป็นอรหันต์สัตว์ตัดลงเป็นตัวนั้นเรื่องนั้นอันนั้นจบความเป็นสูงสุดหรืออรหันต์ตาอรหันต์โตหรืออรหันต์สัตว์มันจะต้องวางได้แล้วแล้วก็จะมีมีเมตตายังมีความไม่ถือสาแล้วก็กระทำตามไม่ใช่ว่าขัดขวาง แค้นยังมีเศษของพยาบาลก็ไม่มีจะผูกโกรธผูกเครื่องผูกถือผูกสายอะไรอยู่ก็ไม่มีแล้วเลิกกับพระอรหันต์เพราะนั้นแม่ตัดแล้วก็ยังอยู่ร่วมได้สิ่งนี้ขัดกันก็อยู่กับสิ่งที่ขาดมิได้โดยใจไม่ทุกข์ร้อนไม่ถูกบีบถูกคันอะไรสบายดีๆก็ไม่ถูกตัวเพราะว่าท่านตัดแล้วก็หมดจบใครจะบีบใครจะขันอะไรขัดแย้งกันคำถามก็ทำเมื่ออนุโลมเมื่อตัดแล้ววางแล้วถ้าเป็นหมู่กลุ่มตัดสินก็ทำเลยก็อาหารตัดแล้วทำกับหมู่และหมูตกลงว่าทำอย่างนี้ท่านตอนแรกท่านก็ไม่เห็นด้วยหรือมากที่สุดก็ไม่เห็นด้วยก็ตามสุดท้ายก็ตัดแล้วก็ท่านก็ต้องกลับไปเห็นด้วยเรียกว่าปฏิสันศักดิ์ศรีสลัดคืน ไม่คิดจะกล่าวไม่เอาอย่างเก่าเมื่อเรารู้เรานี่สังคมคือสังคมของพระอรหันต์สังคมของหมู่พระอริยะสังคมของเรียกว่าไม่มีสังคมอื่นอีกแล้วที่เราจะเลือกเป็นบริษัทนี้เรียกว่าพุทธบริษัทเอาอย่างนี้เอ้าก็ต้องเอาอย่างนี้ตัดแล้วก็จบกันแล้วท่านก็อยู่สบายก็เดือดร้อนแต่อันสุดเพราะฉะนั้นเมื่อจิตมีตัดจิตมีอย่างนี้จึงเรียกว่าจิตสะอาดจิตปล่อยแล้วก็วางร้านไม่ค้างดีไม่ค้างชั่วเป็นการตัดสินตามปัญญาและพระอรหันต์แต่ละองค์จึงมีการยึดไม่เท่ากันจึงเกิดการขัดแย้งกันได้แม้ที่สุดพอพระพุทธเจ้าปรินิพพานลงพระ กระบะบ้างพระอานนท์บ้างพระอุบาลีบ้างพระอรหันต์ 500 รูปเข้าไปทำสังคายนาพระอรหันต์ไม่ใช่มีแต่เพียง 500 ลูกเท่านั้นน่ะพระอรหันต์มีมากกว่านั้นพระอรหันต์อื่นที่ไม่ได้เข้าด้วยก็จัดหมู่กลุ่มใหญ่เป็นมหาสังฆิกะเป็นหมู่มหายานไม่ใช่เถรวาทรวมกลุ่มกันเข้าทำสังคายนาใหญ่นอกเหมือนกันและกลายเป็นนักมีพระไตรปิฎกแล้วก็เกิดเป็น 2 หมู่ขึ้นมาอันนู้นก็ร่วมรบทั้งหมดส่วนบ้านก็รวบรวมว่าจะเฉพาะส่วนที่รวบรวมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นการเป็นดอกซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ไว้ก็เลยเกิดแยกกันขึ้นมาโดยธรรม ต่างคนต่างหมายดีแตกต่างคนต่างยึดในเรื่องของพระอรหันต์ด้วยแล้วก็พระอรหันต์ด้วยเพราะถ้าเกิดมันมีเยอะอยู่แต่ผู้ที่แต่เพ่งดีแต่มีหมายดีเมื่อท่านทำท่านก็ทำโดยที่ไม่มีอะไรก็เป็นการรักษาไว้ซึ่งทุกคนหวังดีรักษาพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งนั้นมันจบอยู่ที่ต้นไม้ดีด้วยกันทั้งคู่มีเจตนาเป็นที่สุดเจตนาดีด้วยกันทั้งคู่ใครทำได้มากใครทำได้น้อยใครทำได้อย่างไรก็ทำเพราะอาหารเองแล้วก็ไม่โกรธไม่เคืองอะไรกันเราจะทำก็ทำคนนั้นจะทำก็ทำคนนี้จะทำวันนี้ก็ทำงานนี่ยกตัวอย่างให้ฟังว่าพระอรหันต์นั้นน่ะก็ยังมีความหมายดีที่ไม่เท่ากันเพราะแล้วแต่ถ้าผม แล้วแต่ใครจะหมายดีไปขนาดไหนที่ท่านจะทำก็ทำถ้าไม่ทุกข์ถ้าท่านเห็นว่ายังควรจะทำก็ทำคนไหนที่เห็นว่าเออไม่ควรแล้วอย่างนี้เอาไปไม่ดีหรอกทำลายถ้าไม่ทำมันจะลำบากก็ตามมันเป็นยังไงก็ตามแล้วท่านก็ไม่ทำไม่ดันทุรังตอบไปแล้วท่านก็พอรู้จบรู้พอรู้ตัดสินโดยคำนวณตัวเองเป็นหลักเพราะตัวเองสามารถแถวนี้มีอาการยึดประกอบกับหมู่ประกอบกับบุคคลประมาณจริงๆมีมัสยิดตาประมาณแล้วแต่ละกาละมันมีสิ่งเกิดมันมีสิ่งประสมมันมีอะไรต่ออะไรมากมายต้องเอามาประกอบเอามาพิจารณาร่วมด้วยพระ อริยะหรือว่าเสขบุคคลก็จะต้องรู้รู้ตั้งแต่ว่าย้อนออกมาตั้งแต่ว่าจากใจแล้วมันจะออกมาที่วจีเป็นตัวแรกจะต้องระวังแม้แต่เศษน้อยหรือแม้แต่ตัวที่ไกลๆต้นอนุวัฒน์อุปทานอนุรักษ์แปลว่ามันไม่ใช่จริงมันเป็นตัวเคียงตัวใกล้เท่านั้นเพราะฉะนั้นแม้ว่าถ้าเป็นตัวใกล้จิตออกมาง่ายก็ให้ระวังระวังว่าอย่างนี้ไม่เอานะอย่างนี้ไม่ใช่แก่นนะเป็นตัวเคียงๆนะไม่ใช่ตัวเนื้อแท้นะเป็นตัวเปลือกที่รองๆอยู่นะ ให้ระวังวาจาหรือวาทะภาษาเพราะมันจะต้องพิจารณาให้มากถึงสัมมากัมมันตะเอ้ยสัมมาวาจาสัมมาวาจารองลงมาจากสัมมาสัมพุทโธสัมมาสังกัปปะคือต้องดำริที่จิตก่อนต้องตั้งต้นที่จิตก่อนจะสังขารจะปรุงจะคิดจะเอาที่จิตก่อนเพราะจิตคิดจิตปรุงจิตตรองไตร่ตรองดีแล้วค่อยปล่อยออกมาเป็นวาจาวาจาจึงจะสามารถถ้าไม่ได้ไกลตรองก่อนปล่อยอัตโนมัติออกมาก็เป็นความเคยของคุณนั้นเพราะถ้าเคยอยากโดยไม่รู้มันก็อยากอยู่อย่างนั้นอย่างเก่าภาษาก็หยาบอยู่อย่างนั้นโดยไม่ตรงไปวิเคราะห์ไม่วิจารณ์ ทำความรู้กับสมมุติโลกไม่ทำความรู้กับสมมุติของบุคคลของหมู่กลุ่มแม้หมู่กลุ่มไหนที่เราคลุกคลีอยู่ด้วยโดยเฉพาะวงกลมที่เราเข้าใจแล้วโดยแก่นเลยว่าหมู่กลุ่มนี้ได้ยอดแล้วเราไม่ศึกษาสมมุติของหมู่กลุ่มนี้เจ๊งเลยเราก็จะขัดแย้งเราก็จะไม่รู้สมมุติเราก็จะทำไม่ถูกไม่ลงร่องลงช่องมันก็จะถูกบีบถูกคันมันก็จะเข้ากันไม่ได้แค่นั้นเองอ่ะปราบโลกแตกมันก็เข้ากันไม่ได้เมื่อไม่รู้สมมติด้วยกันรู้ไม่ได้โรคแปลกแล้วก็ไม่รู้อยู่นั่นเองเข้ากันไม่ได้ทำยังไงก็เข้าไม่ได้เพราะไม่ยอมยึดถือแต่ตัวอยู่ตลอดเวลาไม่ได้เข้าไม่ได้มันต้องระวัง กระทะแม้แต่วาทะหรือแม้แต่ภาษาแม้แต่คำพูดก็มีสมมุติเป็นสมมุติเพราะฉะนั้นจะออกไปให้ได้แก่นก็รู้ว่าแก่แล้วแต่ว่าคำนี้มันมีค่าว่าอย่ามันมีค่าว่าสุภาพมันมีค่าว่าลึกซึ้งภาษาอังกฤษถ้าจะใช้สำนวนอย่างนี้ภาษาอย่างนี้มีความหมายเดียวกันมุ่งไปที่เป้าเดียวกันเป้าหมายอันเดียวกันแต่ว่าถ้าพูดอย่างนี้อย่าแรงจัดสร้างเป็นดีถ้าพูดอย่างนี้สุภาพดีและลึกซึ้งถ้าพูดอย่างนี้ก่อนป่ะ เขาบอกก่อนไปก็ยังเรียกว่าอนูปวาโทไม่หมายเอาแต่ว่าอยากกล้าอย่างเดียวเท่านั้นภาษานี้อ่อนไปไม่ได้แรงพอฤทธิ์น้อยไม่ได้คุณภาพแต่ก็ยังดีมันก็ยังเรียกว่าก็ยังไม่ทำร้ายเป็นแต่เพียงว่ามันไม่ส่งผลเท่านั้นเองมันเป็นแต่เสียงไม่เสริมผลไม่ส่งผลเพียงพอติ๊กมันยังไม่พอก็เรียกว่าอนูปวาโทแต่โดยก่อนอื่นก็ต้องเอาประเด็นที่ว่ามันร้ายแรงมันฆ่ามันหนักมันจัดจ้านไปมันหยาบกร้านไปเอาตรงนั้นก่อนเป็นสำคัญ แล้วก็ให้พิจารณารอบ 2 ก็พิจารณาว่าวาทะนี้เบาไปอ่อนไปพวกปวกเปียกพวกป้อแป้ไปไม่ได้น้ำหนักไม่ได้น้ำยาอะไรเลยพูดเหมือนสูญเปล่าถ้าอย่างนั้นก็เรียกว่าอนูปวาโทเหมือนกันถ้าฟังเป็นขั้นให้ดีนะเป็นขั้นตอนให้ดีนะตอนแรกน่ะต้องพิจารณาว่าอยากย้อนหลังพิจารณาไม่ได้เรื่องก่อนคนฟังแล้วเบาหวิวเหมือนกับไม่ก็ทาอะไรท่านเรียกว่าสัมผัสประหลาดเพ้อเจ้อคือเป็นคำที่คุณพูดอะไรไม่รู้เรื่องไม่เห็นไม่เห็นจะผัดเลยพูดอะไรไป มันไม่มีน้ำยามันไม่มีแรงมันไม่มีฤทธิ์อะไรมันเบาเรียกว่าสัมผัสประหลาดตรงกันข้ามกับผรุสวาทมันตรงกันข้ามมันเพ้อเจ้อลอยลมฟรุ้งฝอยไปเฉยๆเสียพลังงานเปล่าไม่เกิดประโยชน์อะไรไม่เกิดผลอะไรขึ้นมาไม่ส่งผลอะไรไม่เสริมผลอะไรขึ้นมาลักษณะไม่มีอยู่ 2 ด้านเบาไปก็ไม่ได้หนักไปก็ไม่ได้เพราะมันอธิบายยากมากที่มานี่ต้องรู้ให้จริงกลางๆให้ได้น้ำหนักพอดีให้ได้ผลที่สูงสุดยอด ต้นไม้ให้พิจารณาวาจาหรือพิจารณาคำพูดที่มันหยาบนี่ไม่พูดไปจนกระทั่งขั้นโกหกตอแหลหลอกลวงไม่พูดเพราะว่าไอ้นั่นรู้ชัดอยู่แล้วว่าไม่ได้เรื่องแน่ไม่พูดคำนวณถ้าจะพูดขอพูดกับท่านกลางๆนี่มันก็มันแรงอยู่หน่อยแล้วล่ะแต่ว่าต้องพูดกับสอบเสียพูดเพราะรู้ว่าพระเรียกว่ายากับพิษสุนัขวาจา เรียกว่าสเสือดาวทดสอบเสียง 2 อย่างส่อเสียดนี่ก็เกิดมาจากใจจากใจทั้งนั้นแหละใจมันยังค้างๆอยู่มันยังผูกพันอยู่ผูกพันด้วยหมายเลขถ้าเผื่อว่าเรารู้ว่าอย่างนี้ชั่วอย่างนี้เลวอย่างนี้ร้ายไม่ดีแล้วเราก็พยายามจะช่วยเขาแก้ไขขัดเกลาเราก็แก้ไขขัดเราได้เจตนาอันอยากจะให้อันนี้ก็พิจารณาคดีร้ายแท้ไม่ดีแท้หรือชั่วแท้ให้ได้เราจะพูด ตรงตัวก็พูดตรงตัวการพูดตรงตัวภาพไปแว้งเอาคนอื่นเรียกว่ากระทบไปส่อเสียดกระทบไปเบียดเสียดคนอื่นน่ะพูดกับคนนี้แล้วไปกระทบให้มีผลสะท้อนไปถึงคนอื่นและไปถึงสะท้อนคนอื่นโดยที่เรียกว่าเป็นการขัดเกลาไม่เรียกตรวจสอบเสียถ้าเป็นการขัดเกลาให้เป็นกระทบคนอื่นเพราะพวกนี้จะได้รู้ว่านี่หมายถึงคนอื่นนะแล้วคนนี้ก็จะไปช่วยคนอื่นได้ไปช่วยเขาได้อย่างนี้ไม่เรียกว่าส่อเสียดอย่างนี้เรียกว่าฟ้องตรงฟ้อง บอกกล่าวให้ไปกระทำสิ่งนั้นเรียกว่าฟ้องตรงๆไม่เรียกว่าสอบเสียงแต่ถ้าเผื่อว่าพูดให้ผลกระทบคนอื่นโดยหมายให้เขาไม่ชอบใจกันให้เขาเคืองกันให้เขาทะเลาะเบาะแว้งกันหรือให้เขาไม่ชอบแล้วก็เขาไปเข่นฆ่ากันเลยนั่นแหละตรวจสอบสิทธิ์ถ้าแค่ให้เขาไปช่วยขัดเกลากันไปช่วยช่วยผู้นั้นน่ะไปช่วยนะที่เจตนาไปช่วยรู้ด้วยว่าเจตนาไปช่วยไม่ใช่ว่าไปพูดแล้วก็ให้เขาไปทำลายทำร้าย ทำรุนแรงกับคนที่กระทบถึงไม่ใช่อย่างนั้นแต่ก่อนมันพูดกับพูดก็พูดถึงผู้นั้นผู้นี้กระทบไปถึงผู้นั้นผู้นี้ในมันพูดได้ต้องพิจารณาสอนลงไปตรงที่ว่าเมื่อเราพูดไปกระทบถึงผู้นั้นผู้นี้แล้วในใจของเราแต่พวกเราเป็นยังไงแต่พวกเราต้องการที่จะบอกหรือจะฟ้องเพื่อให้ไปช่วยแก้ไขคนนั้นแล้วคนที่เราพูดด้วยนี่เหมาะสมไหมถ้าไม่เหมาะสมไปฟ้องเอาน้องๆน้องๆไม่มีสิทธิ์ที่จะไปแก้ไขพวกโน้นไปพูดต่อเสียงชัดๆเลยแบบนี้ให้น้องไม่ชอบคนโน้นทางดีๆนะอันนี้ถ้าพูดออกไปโดยพูดกับอนุบาลหรือพูดกับรุ่นน้องๆพูดกับรุ่นไม่ค่อยรู้แล้ว แต่ความไม่ดีอันนี้โดยไม่ระวังพูดโดยที่ให้เขาเองเขาเกิดเกลียดเกิดชังเกิดแตกแยกเข่นฆ่าไปเข่นฆ่าพวกนั้นพวกนี้อย่างนี้เรียกว่าไม่ดีแต่ถ้าพูดโดยมีเจตนาให้รู้ว่านั่นเลวนั้นร้ายก็ยกตัวอย่างขึ้นมาแล้วก็บอกซ้ำว่าอย่าไปเปรียบไปโกรธเค้านะเค้าเป็นเขามีอย่างนั้นอย่างนั้นก็ช่างเรารู้ธรรมะอยากจะเอาบุคคลถ้ามีเจตนารู้อย่างนี้แล้วก็เชื่อแม่ว่าน้องๆรู้อย่างนี้แล้วก็กระทำอย่างนี้จริงคือพูดถึงสิ่งเลวร้ายที่ประสบกระเทือนถึงผู้อื่นแล้วน้องๆก็ไม่ได้ไปคิดผูกพันอาฆาตมากมายเกิดทางผู้นั้นผู้นั้นอยู่แล้วก็เรียกว่าดีแล้วก็เรียกว่าไม่สอดเสียแต่ถ้าพูดแล้วเป็น เชิงให้น้องๆไปเกลียดไอ้ช้างไปอาฆาตมาดร้ายตัวบุคคลนั้นๆอย่างนี้เรียกว่าส่อเสียดอย่างนี้เรียกว่าส่อเสียดเป็นอนุภาคโทเป็นปิสุณาวาจาเป็นวาจาสอดไม่ดีมันต้องระวังให้มากเป็นผู้สอนเขาก็ดีเป็นผู้ใหญ่เป็นที่เป็นภันเตแล้วก็ดีเพราะจะกล่าวคำใดออกไปต่อหน้าอนุบาลหรือต่อหน้าน้องๆต่อหน้ารุ่นก่อนรุ่นเล็กก็พยายามพูดกับวังบางทีคำพูดหักหน้าหักตารุ่นพี่ เกินไปต่อน้องๆน้องๆมันไม่ค่อยรู้อะไรหรอกเพราะผู้ใหญ่ไปหักหน้าที่พี่ให้น้องดูน้องก็ไม่สบายใจแต่น้องด้วยความไม่รู้ก็จะเกิดเชือกตามแล้วก็ชังพี่ไปตามเพราะว่าแยกสมมุติไม่ออกแยกธรรมะกับบุคคลไม่ออกเพราะไม่ชอบธรรมะและก็พลอยไม่ชอบบุคคลไปด้วยน้องแล้วไม่นับถือพี่รุ่นโตต่อมาและเป็นการยากคือใครญาติที่เราเองตัวเราผู้พูดเองถ้าเราเป็นผู้ใหญ่อยู่แล้วเราพูดอย่างนี้ให้เขาฟังพี่พี่ก็ไม่ได้ช่วยเราเพราะน้องไม่นับถือพี่เพราะน้องไม่เคารพพี่ต่อๆไปเป็นลำดับลำดับไม่มีลำดับอาวุโสไม่มีลำดับ เราก็ไม่มีคนช่วยงานเราก็ไม่มีการรับช่วงเราขาดทุนตัวเรานี่แหละครับด้วยความรักอันนี้จะต้องให้งามเรียบร้อยเป็นร่องเป็นช่องไม่ใช่ว่าเอาจิตตัวอาฆาตมาดร้ายต้องการเข่นฆ่าต้องการโตมีมานะมีนะฉันเองฉันจะฆ่าพี่นี่ดูต่อหน้าน้องๆจะทำพูดทับถมที่นี่ดูต่อหน้านี่ฉันใหญ่กว่าคนนี้นะถ้ามีสมมุติใหญ่กว่าแล้วมันใหญ่แล้วเราไม่ต้องไปทับถมเขาหรอกไม่ต้องไปฆ่าพี่ต่อหน้าน้องอย่างนี้ระหว่างเป็นตัวเหมือนกันเป็นภาษาที่เราจะต้องระวังระมัดระวังให้ดีถ้าฟังดีๆละเอียดวันนี้จะแจงเอาไปมุมนั้นมุมนี้มุมนั้นมุมนี้แย่ ตาออกไปให้ฟังทำไมแม่การใช้ภาษาที่เรียกว่าแค่วจีกรรม 4 โกหกหลอกลวงต่อเสียที่เรียกว่ามุสาวาทก็ตามอันนั้นก็ยกไว้จะไม่เอามาอธิบายกันให้ยาวความเพราะว่าอย่างนี้มันก็รู้ๆกันอยู่แล้วพยายามรู้ไอ้ตัวนี้อยากจัดโกหกดื้อๆทั้งๆที่รู้กับโกหกทั้งๆที่รู้ก็หลอกอยู่รวมอยู่หล่อๆและๆอยู่ไม่ซื่อไม่ตรงอยู่รู้ทั้งรู้อย่างนั้นเรียกว่าโกหกหลอกลวงตอแหลปลิ้นปล้อนใช้เล่ห์ส่วนน้ำหนักของภาษาที่มันหยาบที่เรียกว่าผรุสวาทพระ ก็ได้อธิบายไปบ้างแล้วทีนี้กำลังอธิบายถึงเรื่องปิสุณวาจาพิษณุโลกวาจาที่มันหมายถึงภาษาที่ยังส่อเสียดนอกจากส่อเสียดแล้วมันก็ยังไปเป็นมานะต่างๆนานาที่มันทำให้เกิดการแตกแยกปากหมาพวกนี้ไปกระทบอันนั้นแล้วก็เกิดผลไม่ดีไม่รวมไม่อยู่เป็นขั้นตอนและเกิดผลสูงภาษาอย่างนี้ก็ยังเรียกว่าส่อเสี่ยมันเสียมันเบียดมันทำให้เลวมันไม่ได้ผลดีมันไม่งามร่วงส่วนเอามันยังไม่งามบริสุทธิ์ผุดผ่อง ยังมีความบกพร่องตรงนั้นให้เราพยายามสำนึกยากไม่ใช่ง่ายนะยากมันก็ยากที่จะรู้ละเอียดละออไปถึงขนาดนั้นโดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์หรือแม้เป็นอาหารแล้วบางทีไม่รู้สมมติพูดออกไปนี่ไม่มีเจตนาไม่มีเจตนาหรอกแต่รู้ก็เพ่งทำไม่ได้ธรรมะอันนี้อยู่ที่ผู้นี้นะแล้วก็เลยรีบยกขึ้นมาเอามาพูดให้น้องๆฟังแล้วเอามาพูดให้ใครฟังโดยไม่ประมาทสมมติว่าไอ้ยาด้วยนะอันนี้ย้อนกลับไปหายาย้อนกลับไปถึงความรู้สึกว่าพูดออกมานี่ไม่มีเจตนาหรอกที่จริงพ้นกรรมไม่มีบาปแต่พ้นกรรมแต่โมหะจะหลง ไม่รู้สมมติเขาโมหะก็ไม่รู้เมื่อไม่รู้ก็พูดออกไปเพราะพูดออกไปน้องๆก็ไม่ชอบใจเมื่อน้องๆไม่ชอบใจก็ไม่เคารพคนนี้เมื่อไม่เคารพพรุ่งนี้ก็เกิดการแข็งข้อน้องก็แข็งข้อกับพวกนี้พวกพี่ทีนี้เราจะให้พี่ลงตัวกับน้องพี่ไม่ลงไอ้น้องไม่ลงไม่ยอมลงมันไม่ยอมลงก็ขัดงานกันทะเลาะเบาะแว้งลำบากก็เป็นวิบากอยู่นั่นแหละเอาวิบากของตัวเองทำไม่รู้เพราะโมหะตัวเองนะไม่รู้ตัวเองมองหาไม่รู้ว่าตัวเอง Spider สมมุติตัวเองทำออกไปโดยสมมติใดๆเนี่ยมันหยาบหรือมันไม่หยาบไม่รู้ก็ไม่รู้ความเป็นจริงที่เขายึดมันหยาบจริงๆเขาไม่ชอบใจมันก็เกิดผลจริงยิ่งน้องๆคือผู้ที่มีกิเลสหรือว่าน้องๆคือผู้ที่ยังไม่บริสุทธิ์คืออนุสัญญาเขายังไม่รู้ยายมันไม่รู้เขาก็ยิ่งยึดมากเขายิ่งถือเอามากมันก็ยึดอำนาจถือเอามาผลก็ยิ่งเกิดยิ่งไม่คลายง่ายๆไม่หายง่ายๆเพราะถ้าเรายังเรายิ่งมองหาแล้วยิ่งไม่เรียนรู้สมมุติภาษาว่าเราพูดไปอย่างนี้เราแสดงอย่างนี้เนี่ยน้องก็ถือเป็นคนนั้นคนนี้ก็ถือนะเราจะแสดงเลยแสดงให้สุภาพแสดงให้ ลึกลึกซึ้งกว่านี้อย่าไปแสดงอย่างนี้อย่างนี้มันภาษาอยากรู้จักจ้านไปลักษณะอาการแสดงอย่างนี้ทั้งสมมุติที่สั่งส่งภาษาทั้งกาละที่ส่งภาษาสมมุติของภาษาหมายคำว่าสำนวนหรือสำเนียงสำนวนหรือคำพูดที่พูดออกมานี่เราไม่รู้สมมุติเราพูดอย่างนี้หยาบหรือเปล่าไม่มีความหมายว่ายังไงเราไม่รู้จะมีความหมายตีเป็นแง่เป็นเงื่อนยังไงแต่เป็นแง่ยังไงไปเป็นเชิงยังไงไม่รู้ก็ไม่รู้มันก็ไปกระทบเขาก็เข้าใจเอาไปตามแง่ตามเงื่อนไขมันเป็นสำลีมันไม่ไหวสำเนียงนี้มันจัดจ้านไปแรงไปดุเดือดไปหรือว่ามัน มันไม่มันไม่มันดูไม่ดูดีไม่สุภาพมันไม่กลมกล่อมมันไม่ดูกัลยาณะมันไม่งามก็เรียกว่ามันไม่ดีเท่านั้นแหละสมมุติเป็นตามสมมุติที่เขาถือกันสำนวนอย่างงี้สำเนียงอย่างนี้หางเสียงหรือว่าตัวเสียงออกไปเองจริงๆก็ตามอย่างนี้แหละม้วนหางเสียงไม่ดีหรือว่าตัวเสียงมันไม่เหมาะกับการหรอกเออไม่เหมาะกับการแล้วมันก็แค่การประชดประชันแดกดันอย่างโน้นอย่างนี้มันมีทั้งสำเนียงที่มันจะให้ความรู้สึกทั้งตัวเสียงและหางเสียงทั้งตัวเสียงและหาเสียงเราไม่รู้เราไม่เข้าใจก็ต้องเรียนต้องเข้าใจ ช้างเสียงหัวเสียงของคนนั้นคนนี้ของเขาคนนี้ว่าสุภาพคนนี้มาเรียบร้อยคนนี้ก็พูดได้จังหวะจากคนคนนี้ได้ใช้สำเนียงดีและตัวภาษาเองตัวคำพูดเป็นคำๆๆเขาก็ยึดกับคนละยุทธ์ชั้น 1 หมู่ 1 บริษัทนึงเขาก็ยึดภาษาอย่างนี้ว่านี่เพราะนี่ใช้ได้นี่พอดีแล้วนี่พอเหมาะสมถ้าเกิดว่าเอาคำสูงเกินไปก็ประชดประชันถ้าเอาคำต่ำเกินไปอย่าเกินไปก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน