191106-B สุขวรรค ตอน2-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์193 KB
วันที่แก้ไข25 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นเช้าวันที่ 16 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2519 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำของพวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกข่าววันนี้เรามาทำวัดกันต่อคาถาธรรมบทเรื่องสุขและลองฟังภาษาเป็นคาถาภาษาสั้นๆคาถาธรรมบทผู้มีเหตุมีปัจจัยซึ่งมันเป็นของลึกซึ้งมันเป็นของละเอียดถ้าเราไม่มีสภาวะอะไรท่านยืนยันอย่างนี้ อธิบายเมื่อเปิดเมื่อไปถึงจุดที่อธิบายถึงเมื่อวานนี้ทำเพื่อพวกมนุษย์มีเวรกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีเวรอยู่เมื่อพวกมนุษย์มีเวรกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีเวรอยู่เป็นอยู่สบายดีหนอเมื่อพวกมนุษย์มีเวรกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีเวรอยู่เมื่อพวกมนุษย์มีเวรกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีเวรอยู่เป็นอยู่สบายดีหนอคำว่าเป็นอยู่ ต้องพยายามนึกถึงจิตจริงๆใครมีใครรู้ทีนี้มันจะรู้ได้ว่าเป็นอยู่สบายดีหนอเนี่ยก็ต้องรู้คำว่าพวกมนุษย์มองเห็นมนุษย์ทั่วไปในโลกนี้เขามีเวรกันอยู่แต่เราจึงเป็นผู้ไม่มีเวรคำว่าไม่มีเวรคืออะไรเมื่อเราไม่มีเวรแล้วเราจะสบายดีน้องไอ้ตัวสบายดีหนอนี่มันเห็นชัดถ้าผู้นั้นมีถ้าพูดได้ไม่มีแล้วที่มันเป็นยังไงไม่สบายหรือสบายเป็นยังไงไม่รู้แต่คำว่าไม่คำว่ามีเวรอยู่ก็บอกแล้วมันต้องเกี่ยวพันมันต้องยุ่งมันต้องไปปรุงไปแต่งมันต้องไปทำอะไรร่วมกันอยู่ แล้วมันก็เป็นสภาพสืบต่อเป็นเจ้าภาพที่จะต้องเป็นภาระเป็นโพยเป็นไทยเป็นความยุ่งยากเป็นความเดือดร้อนเป็นความหนักต่างๆเนี่ยมีเวรเป็นเวรทางเต้าเจี้ยวต้องคล่องต้องยุ่งต้องยากต้องอะไรต่ออะไรไปไม่มีช่วงจังหวะที่จะขาดตอนได้ต้องรับต้องรับผิดชอบต่ออะไรต่ออะไรอยู่อย่างหนักหน่วงไม่อิสระไม่ขาดตอนไม่ลอยตัวท่านเป็นลักษณะอย่างนั้นเพราะสิ่งใดที่เราขาดตอนมาได้เราลอยตัวออกมาได้เราพ้นมาได้แล้วเราเป็นไปด้วยดีได้แล้วเราก็ลอยตัวออกมาอยู่ที่จะฟังดีอยู่ที่ส่วนดีส่วนที่ไม่ ให้เกิดการแสวงไม่ก่อให้เกิดการ

อ่านต่อ

จะต้องไปมีอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นเคียวอย่างนั้นอยู่ไม่ต้องนะคนนั้นก็จะรู้คำว่าเวรมันมีละเอียดกว่าที่พูดนี้อีกแต่นึกเอาเราเข้าใจเท่าไหร่เรานึกเอาเราพยายามดูว่าอะไรที่เราไม่ข้องแล้วเราโหลดเกมมาแล้วสิ่งที่เราเดินละได้จากในภาคเหนือมาแล้วแต่เราก็ดูจิตของเราที่บอกว่าท่านบอกว่าแม้เป็นอยู่สบายดีเนาะเมื่อพวกมนุษย์มีเวรกันอยู่ก็เห็นชัดเมื่อเราเป็นผู้ไม่มีเวรอยู่แล้วก็รู้ว่าอะไรคือเวรที่เราไม่มีอะไรก็คือเวรที่เราละมาแล้วเราเป็นอยู่สบายดีน้อ พวกมนุษย์มีความเร่าร้อนกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีความเร่าร้อนอยู่เป็นอยู่สบายดีหนอลองนึกดูให้เห็นจริงๆผู้ที่มีผู้ที่เป็นแล้วจะยิ่งซาบซึ้งยิ่งจะเห็นชัดยิ่งจะแน่ใจเข้าใจได้อย่างดีทีเดียวเป็นอยู่สบายดีน้อเราเป็นผู้ไม่มีความเร่าร้อนเมื่อพวกมนุษย์มีความเร่าร้อนกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีความเร่าร้อนอยู่เป็นอยู่สบายดีน้อนี่ท่านตรัสไว้ตั้งหลายพันปีแล้วมันจริงไหมเห็นไม่จริงรู้ให้จริงถ้าเราไม่มีซะจริงๆไม่ทราบถึงบอกมันได้เลยถ้าใครไม่มีสภาพนี้จึงไม่มีสภาวะนี้จริงนะไม่ทราบถึงถ้าใครมีจริงแล้วจะเห็นแบบใหม่มันซาบซึ้ง ยิ่งลึกซึ้งยิ่งมากเห็นชัดเท่าไหร่วะเขาเร่าร้อนอยู่มากๆแล้วเราไม่เร่าร้อนอยู่นี่เห็นชัดๆเลยมองไปในมนุษย์ตึดๆทำความรู้สึกกับมนุษย์ในโลกนี้มองไปเห็นมันจะเห็นชัดแต่มันเราเป็นอยู่สบายดีน้อตัวนี้มันไม่ใช่ภาษาน้อยๆแค่นี้เลยมันจะเห็นชัดซาบซึ้งเข้าใจแหมเราเป็นอยู่สบายดีหนอสบายจริงๆเมื่อพวกมนุษย์มีความขวนขวายอยู่เราเป็นผู้ไม่มีไม่มีความขวนขวายอยู่เมื่อพวกมนุษย์มีความขวนขวายกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีความขวนขวายอยู่เป็นอยู่สบายดีน้อเขาต้องค้นขวายเขาต้องพากเพียรเขาก็ต้องกระทำอยู่ตลอดเวลาในสิ่งที่มัน เขาคิดว่านั่นแหละเป็นสิ่งที่ช่วยก็ต้องทำไปจนตายจนอีกกี่ชาติก็จะต้องมาทำอย่างนี้อีกเราไม่ต้องไปทำอย่างนั้นเราไม่ต้องไปขนขวายถึงกันขนาดอย่างนั้นมันก็แสนเบาแสนสบายง่ายดีเนาะมันจะเห็นชัดเราไม่ต้องขวนขวายอย่างนั้นอย่างที่เขาเป็นกันน่ะสอนน่ะตัวขวนขวายนี่ชักลึกประเดี๋ยวมันจะกลับกันอีกกลับกันตรงที่เรียกว่าเราไม่ขวนขวายอะไรซะเลยในความคิดเป็นความพอดีของเราคือเราเป็นมนุษย์มีรูปขันนามขันอยู่เป็นสัตว์อุปาทานที่เสกคือเป็นผู้เหลือความจริงตามความเป็นจริงหรือว่าเราเหลือรูปขันหรือนามขันธ์หรือปัญญาหรือสมองหรือแรงเราเหลืออยู่ด้วยความเป็นจริงแต่ถ้าเราเป็นผู้ที่เหลือ แล้วเราก็ทำเหมือนคนที่ไม่เหลือตามความเป็นจริงเลยเถิดไปอีกฝั่งนึงสุดโต่งไปเหมือนคนตายไม่มีจิตวิญญาณแล้วเหมือนก้อนดินก้อนหินที่ไม่มีไม่มีการช่วยตัวเองได้ไม่มีมือมีไม้ที่จะทำบทบาทในนี้ได้เหมือนกับดินก้อนหินเหมือนอะไรที่เขาทิ้งแล้วเศษทิ้งแล้วเหมือนเหมือนเศษหญ้าแห้งเศษดินเศษของทิ้งที่เรียกว่าแม้ที่สุดเรียกว่าขี้เหมือนขี้ไม่ใช่คนไอ้นั่นเลยเถิดนะเพราะฉะนั้นจงระวังความจริงตามความเป็นจริงความกลางเราเป็นคนนะเราเป็นคนเราเป็นสิ่งที่มีชีวิตยังไม่ตายยังมีรูปขันธ์ยังมีนามขันธ์และมีนามขันที่แสนประเสริฐ จิตวิญญาณที่แสนประเสริฐรู้เข้าใจอะไรได้ลึกซึ้งและมีประโยชน์ต่อโลกได้มากที่จะเป็นสัตว์สัตว์โลกที่มีประโยชน์สูงสุดมีกายมีแรงกายมีแรงปัญญามันยังไม่ถึงวาระต้องแตกสลายมันก็มีประโยชน์ได้แต่เรากลับทำตนที่ไม่มีประโยชน์เลยให้เลยเถิดไปเพราะฉะนั้นการที่เรากลับทำตัวเองให้สุดต่อไปอีกฝั่งหนึ่งคือจุดที่เลยจะพาไปอีกขนขวายนั่นแหละเป็นจุดที่เราขวนขวายขนขวายเพื่อที่จะหยุดให้มากกว่าความพอดีความเป็นมนุษย์ที่มีกายมีขันธ์พอดีแล้วแล้วก็ทำอะไรต่ออะไรตามบทบาทของมนุษย์ที่ควรเป็นจุด ฟังให้ดีหยุดนะจริงเลิกกันจริงสบายพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าให้เห็นหน้าในระยะต้นนี่ว่าถ้าเราไม่ค้นคว้าได้เลยหยุดเฉยๆเนี่ยเป็นไปได้ยากสำหรับมนุษย์เพราะมนุษย์มันเคยคิดก่อคิดสร้างคิดทำดิ้นรนไม่หยุดมาตั้งไหนไหนไหนไหนไหนไหนไม่รู้จริงบางทีกลับเป็นสัตว์โลกมันก็มาขนควายตามฐานะของสัตว์โลกสัตว์เดรัจฉานจนกระทั่งสั่งสมมาและพัฒนามาเป็นมนุษย์ต่างๆมาประติดประต่อกันเข้ามาจนกระทั่งเป็นมนุษย์ได้มันได้ค้นขวายสร้างก่อมามากแล้วมากจนสูงสุดแล้วเป็นมนุษย์ที่สูงสุดแล้วสร้างก่อมาพอเป็นมนุษย์ที่สูงสุดและ พอได้สูงสุดแล้วเราเองเราก็ยังไม่รู้จุดสูงสุดของเราเรากลับค้นคว้าวนเวียนลงไปต่ำใหม่เป็นมนุษย์โลกแล้วกลับไปเป็นสัตว์กันใหม่เป็นสัตว์อยู่ในร่างมนุษย์ด้วยนะเอาไปเป็นสัตว์อยู่ในร่างมนุษย์ด้วยจึงวนเวียนไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวทำความลงตัวไม่ได้สุดท้ายเรากลายเป็นคนหยุดอีกหยุดเลยเถิดไปอีกไม่ทำประโยชน์ที่สูงสุดตามฐานะของมนุษย์มนุษย์เนี่ยเป็นผู้ที่มีค่าหรือเป็นเครื่องกลก็เป็นเครื่องกลที่คนผลิตพยายามประดิษฐ์ประดอยพัฒนามันเป็นเครื่องกลชิ้นสูงที่สุดทำแรงงานอะไรให้แก่โลกได้ดีเยี่ยมที่สุด แล้วก็เอามาโยนทิ้งเสียพัฒนามาได้แล้วปรับปรุงมาได้แล้วเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดว่าให้มีแรงงานที่ดีที่สุดมีของที่มีค่าที่สุดที่จะให้ฆ่ากันสิ่งอื่นได้มากที่สุดทำงานให้แก่โลกได้มากที่สุดกลับไม่ให้มันทำเสียให้มันหยุดไปซะเลยไม่มันทำประโยชน์อะไรเลยเอาไปเผาทิ้งแล้วเอาไปดองเก็บฝังทิ้งไปเยอะเพราะฉะนั้นมันมาทำไมแล้วพัฒนามันมาทำไมบ้าเลยพัฒนามาแล้วมาเอามาโยนทิ้งแม่มันทำอะไรก็ทำได้ฉันนั้นเพราะเราพัฒนาตัวเราเองเราหลงนะเราหลงพัฒนาตัวเราเองมาตั้งแต่เป็นสัตว์เดรัจฉานตั้งแต่เป็นสัตว์เซลล์เดียวจนกระทั่งมาเป็นสัตว์ไม่รู้กี่ล้านเซลล์จนกระทั่งประเสริฐสุดถ้าเป็น คนก็มีเซอร์กิตมีอู้หูยยกจับเลยยุ่งที่สุดเลยมากวิจิตรพิสดารมากที่สุดจนกระทั่งให้ฆ่าที่ดีที่สุดพอได้แล้วพัฒนาได้แล้วเอออย่าทำอะไรเลยในชิ้นนี้เอาไปกองทิ้งเสียปล่อยให้ชิ้นอื่นที่เขากำลังพัฒนาอยู่ยังไม่ประเสริฐสุดเลยมาทำงานมาทำข้าไอ้ขอที่น่าจะเกิดสุดแล้วกลับกลายเป็นของทิ้งไปเลยอันนี้มันก็ผิดเพราะนายประเสริฐสุดเราก็ทำให้มันถูกฆ่าต้องมาแล้วก็ทำไปจงวางตัวที่จะปล่อยจะวานนั้นคือตัวจิตอีกชั้นยอดที่สุดเพราะเออก็ทำงานเป็นเรื่องของสิ่งที่ประเสริฐของโลกแล้วก็ทำงานให้แก่โลกและมันก็ตายเป็นธรรมดาใจของเราวางเสียใจเพราะเรา เราก็พัฒนาว่าเราจะพัฒนาต้นไม้เป็นสิ่งประเสริฐของโลกและเพื่อที่จะเป็นเครื่องกลที่ทำงานให้แก่โลกนี้เท่านั้นเองมันไม่ใช่ตัวเราเราเหมือนเครื่องกลแต่มันซ้อนอยู่ในตัวเราเหมือนเราเมื่อเรามันโง่มันมายึดถือตัวเราจิตก็เป็นเราวิญญาณก็เป็นเรามันจิตเนี่ยมันเป็นเราวิญญาณก็เป็นเราแล้วมันก็จะแอบเอาความสุขมันนึกว่าได้อย่างนู้นได้อย่างนี้เป็นสุขมันไม่ใช่หรอกมันมีแต่ความดีเมื่อเราทำดีได้อีกเท่าไรเท่าไรตามที่พลังงานของเราจะสามารถผลิตความดีออกมาทำความดีออกมานั่นแหละเป็นสิ่งที่จะแสดงผลหรือแสดงค่าของอันนี้ของเครื่องกลอันนี้นี่แหละคือสิ่งผลิตผลที่มันผลิตออกมาหรือ ไอ้ตัวเครื่องกลอันนี้ทำได้ก็นั่นแหละตัวนั้นน่ะเป็นตัวพิสูจน์แล้วเป็นตัวยืนยันแล้วว่านี่แหละเป็นเครื่องกลที่ถูกแล้วล่ะที่เราได้พัฒนามันมาแล้วก็ทำให้แก่โลกมันไม่ใช่เรามันไม่ใช่เขาอะไรมันไม่ใช่เรามันไม่ใช่อะไรหรอกเรามันหลงเราเองเพราะเรามันโง่ด้วยจิตปัญญาสร้างปัญญามาให้แก่ตนเองและปัญญามึงโง่หลงตัวเองว่าเป็นตัวเองเพราะมันมีตัวอะไรมันก็เหมือนกับอะไรทุกอย่างในโลกแต่มันไม่เหมือนตรงที่มันเก่งที่สุดมันทำอะไรได้ดีที่สุดและสิ่งที่ดีที่สุดก็คือสอนผู้ที่หลงอยู่ในสอนลงไปอีกสอนมนุษย์โลกมันมันหลงไอ้สิ่งนี้เพราะมันเกิดลงมามาที่เดียวกันเลยมาเหมือนกันหมดแหละสัตว์โลกมันมามันหลงมาที่เดียวกันหมด สุดยอดแล้วอ๋อเราเลิกลงแล้วก็สอนให้มนุษย์นี่แหละมันเป็นสัตว์ที่สูงแล้วสอนอย่าให้มันลงอีกแล้วมนุษย์ที่จะได้สอนมนุษย์ต่อไปอีกมนุษย์จะสอนมนุษย์ต่อไปอีกมนุษย์เหล่านั้นก็จึงจะได้ไม่หลงแล้วก็เลิกแกล้งเลิกฆ่ากันเลิกแกล้งแย่งกันเลิกโลกว่าจะเอามาเป็นตนมันเอามาเป็นตนอย่าว่าแต่มันเอาจิตวิญญาณเป็นตนมันเอาความรู้สึกที่มันจะเสพสมเป็นตนมาเป็นสุขแล้วมันก็เอาวัตถุโลกแล้วมันก็เอาอำนาจมันก็เอาอะไรไปทุกอย่างมาเป็นตนหมดแล้วก็คนจะไม่รู้จักจบในการที่จะเอาสิ่งเหล่านั้นสะสมสะสมแล้วก็แก่งแย่งกันไม่รู้จะแต่งไปทำไมวันสุดท้ายแล้วมันมีแต่เพียงเครื่องประกอบรถคันนี้กินน้ำมันทางนี้ให้น้ำมันเท่านี้มันก็จบแล้ว คนเป็นแต่เพียงให้มันมีร่างกายมีกำลังวังชาของการเคลื่อนไหวของเซลล์และสมองทำงานได้เต็มที่เก็บอาหารพอประมาณมีเครื่องหนึ่งผมก็พอไปตามคนยึดถือกันเกื้อกูลเขาไม่ให้เค้าไอ้นั่นมากไปก็พอแล้วที่อยู่ที่พักก็พอไปพอมาก็พอแล้วให้เป็นตัวอย่างเขาด้วยว่าไม่มากๆในมักมากเป็นตัวอย่างก็เป็นเชิงมากน้อยมักน้อยมักน้อยเพื่อเป็นแนวนอนแนวโน้มอัญชันฉลาดของมนุษย์และเราก็เป็นอยู่อย่างนี้และเราก็จะตายตัวที่ทำได้เราทำได้นั่นแหละเป็นค่าหรือเป็นผลผลิตเป็นความดีและเราก็เป็นคนมีความดีอันนั้นไปตลอดตายมันก็จบกันมันก็จบกันและมีดี มากที่สุดเท่าที่เราจะมีได้ก็เกิดเป็นมนุษย์ที่มีค่าที่สุดพระพุทธเจ้าเกิดมาเป็นคนที่รู้จักจุดนี้แล้วท่านจะทำจุดนี้ให้แก่ตนตั้งแต่ท่านรู้ความจนกระทั่งตรัสรู้ 35 ปีท่านก็ไม่ท้อถอยจนกระทั่งถึงวาระเออพอดีและมากที่สุดและการทำงานให้แก่โลก 45 ปีและท่านก็เลิกผู้อื่นก็เหมือนกันสาวกของท่านผู้อื่นก็เหมือนกันเพราะจงขวัญขวายนี่ต้องอธิบายซ้ำทุกทีต้องอธิบายแทรกทุกทีระบบต้นๆเนี่ยใช่เราต้องหยุดแม้แต่ขนขวายฟังดูง่ายๆเหมือนศาสนาพุทธสอนให้คนนี้หยุดดูดายไม่ทำอะไรทำให้เป็นคนขี้เกียจสันหลังยาวถึงถูกสู่ง่ายๆทำเมื่อมนุษย์มีความ ฟ้าอยู่เราเป็นผู้ไม่มีความขวนขวายอยู่เมื่อพวกมนุษย์มีความขวนขวายกันอยู่เราเป็นผู้ไม่มีความขวนขวายอยู่เป็นอยู่สบายดีหนอเราไม่มีกิเลสชาติเครื่องกังวลเป็นอยู่สบายดีหนอเมื่อเราไม่มีกิเลสมีกิเลสที่เป็นการเกิดมีกิเลสนี่แหละมันเกิดอะไรเกิดไม่ว่ามีกิเลสไม่มีกิเลสเป็นการเกิดไม่ไม่เกิดกิเลสทั้งนั้นแหละไม่ต้องกังวลในเรื่องของจิตของเราจะเป็นกิเลสอะไรเมื่อเราไม่มีพวกเครื่องกังวลในจิตของเราที่จะมีกิเลสอะไรขึ้นมาแล้วไม่ว่าจะกินเลยยังอยากอย่างกลางอย่างละเอียดมันไม่มีแล้วมันจะเห็นจริงๆว่ามันเป็นอยู่สบาย เรามีปิติเป็นภาษาเหมือนเหล่าเทวดาชั้นอาภัสระเรามีความยินดีบอกแปลอย่างง่ายๆอย่าๆก่อนยังโลกมีความสบายใจร่าเริงปิติยินดียินดีเพราะว่ามีดีนั้นกำลังมีดีนั้นอยู่ที่เราดีนั้นเรารู้เท่าไหร่ตามประสาตามฐานะของเราเรารู้ว่าเออเราได้ดีขนาดนี้แล้วเราก็ได้ดีนี่แหละหล่อเลี้ยงใจเราพ้นฐานะสบายมาได้ก็หล่อเลี้ยงใจคันนี้ก็เออดีจะยินดีปรีดาอยู่เพราะว่าเห็นคนอื่นเขามีเวรกันอยู่เห็นคนอื่นเขาเร่าร้อนกันอยู่แต่เราไม่มีไม่มีเวรเราไม่เร้าร้อนเหมือนอย่างเขาถ้าเราไม่ต้องขวนขวายกับอบาย จะต้องหาอะไรมาให้ตนเองเสกเหมือนอย่างเขาไม่ได้ขนขวายเลยได้จุดขนขวายแล้วสบายดีแต่เขาต้องขนขวายหาอบายมุขมาเสพอย่างนี้เป็นต้นเราเองเราได้เห็นดีอันนี้อยู่ว่าเราหลุดมาแล้วพ้นมาแล้วสบายดีน้อมีพิธีอยู่เป็นภาษาอันนี้แหละเป็นอาหารไอ้ที่ตัวยินดีแม้เราดีเขาไม่ดีแต่ในเชิงปิติยินดีเนี่ยเราได้น้อเขาไม่ได้หนอนี่เป็นมานะอยู่ไหนๆมันเป็นมานะอยู่ในๆมีตัวปิติยินดีมากก็มีมานะมามีมาม่ามากอยากจะเอาไปอวดไปโชว์เขามากอยากจะทับถมเขามากมันมีซ้อนอยู่ในนั้นว่า มันอยากให้เขาได้ดีอย่างนี้บ้างเหมือนกันนะมันซ้อนมันซ้อนแต่เราเองเรายังไม่ฉลาดพอที่จะรู้ว่าแม้เรายิ่งเจตนาของเราดีเราอยากให้เขาได้สิ่งนี้อยากได้อยากให้เขาได้อย่างแรงๆแต่เขารับไม่ได้เหมือนเขารับไม่ได้แล้วเขาก็จะรำคาญเอาไปจัดไปแหย่ไปแยงไปย้อนอะไรเขาอยู่ไปทิ่มไปตามให้แก่เขาเขาไม่เอาไม่เอาไม่เอาเพราะเขาไม่รู้ว่าเขาจะเอาเขาไม่รู้ว่าควรเอาแต่เราจะรู้แสนรู้ว่าควรเอาไปเอาทำไมล่ะแสวงหาอบายอยู่ทำไมเลิกสบายมาเสียสิหยุดซะสิถ้าหยุดแล้วจะสบายสบายดีน้อนี่ไม่ต้องขนขวายไม่ต้องรอร้อนไม่ต้องเป็นเวรผูกพันอยู่เลยเราแสนจะเห็นชัด มองไม่เห็นนะแต่เราก็เจตนาดีอยากให้เขามันอยากให้เขานี่ผิดที่แล้วมันก็จะไปทิ่มไปตามคนอื่นเป็นอยากจะแสดงออกก็ให้แต่คนอื่นถ้าตั้งจุดแดงจะแสดงให้คนอื่นเขาศรัทธาแล้วหรือยังไม่ศรัทธานอกจากไม่ศรัทธาแล้วคนอื่นเขารู้สมมติกับเราแล้วหรือเขารู้ว่าไอ้นี่ดีไอ้นี่ชั่วกับเราแล้วเขาไม่รู้เพราะฉะนั้นเราต้องค่อยๆให้เขารู้ไปว่าชั่วอย่างไรค่อยๆสู้ค่อยๆดูถ้ารู้ได้แรงตามปัญญาของเขาดีจริงเขามีปัญญาดีก็แรงได้แต่ถ้าเขาไม่มีปัญญานั้นจริงแล้วจะเป็นการเหยียดยังไงเขาจะรู้เขาไม่รู้เราจะไม่รู้แล้วโกรธด้วยเมื่อไปยัดเข้ามามากครับเปรี้ยงเลยไปๆๆไม่ต้องยุ่งและจะได้ช่วยอะไรกันเมื่อโกรธกันแล้วไม่ อะไรกันเพราะฉะนั้นคนที่ไม่รู้อันนี้มีมานะคนที่ไม่รู้อย่างนี้ตอนแรกยิ่งได้ดีจริงๆแต่มีมานะมีความปิติแรงมีความหลงตัวหลงสิ่งที่ได้อันนั้นอยากให้คนอื่นอันนั้นได้อันนั้นดีจริงมีมานะแรงจนไม่มีประมาณไม่มีการประมาณว่าเราจะให้เขาได้หรือไม่เขาศรัทธาเราได้หรือยังเราจะเป็นยอดมหาเศรษฐีเท่าไหร่ถ้าคุณเอาของที่คุณได้เนี่ยไปให้คนอื่นเขาคุณเป็นเศรษฐีอะไรอ่ะมันเป็นเศรษฐีเพชรคุณจะเอาเพชรไปให้แก่คนที่เขาไม่สนใจเพชรเขาไม่เอาคุณเป็นเศรษฐีข้าวคุณจะเอาข้าวไปให้เขาไม่เอาคุณเป็นเศรษฐีขนมปังคุณจะเอาขนมปังไปให้เขาถ้าเขา สนใจขนมปังเขาไม่เอาคุณเป็นเศรษฐีเสื้อผ้างามคุณจะเอาเสื้อผ้างานไปยัดเยียดให้เขาเขาไม่เอาฉันใดก็ฉันนั้นเขาไม่สนใจมันก็ไม่สนใจหรอกมันเอาไปให้ยังไงเขาก็ไม่เอาแล้วจะไม่เอาแล้วมันรำคาญด้วยมันรำคาญด้วยเพราะเขามีกิเลสอยู่อ่ะเขาจึงทำการจริงๆด้วยเพราะงั้นไปให้เขารำคาญแล้วเราไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเราจะให้เขาอีกเขาก็ไม่เอามันก็เกิดรำคาญอย่าพูดอะไรก็เกิดการผลักดันแต่ก็ให้เกิดอาการบอกไม่ชอบต้องค่อยๆเรียนจะค่อยๆเอาตัวอย่างไม่ค่อยชินทีละน้อยทีละน้อยได้ตัวอย่างดีๆแล้วแต่เขาจะค่อยๆอยากได้ ยกขึ้นยกขึ้นหาแล้วทีนี้เราก็ป้อนได้เพราะเขาสะท้านเลื่อมใสก็เห็นมีจริงแล้วทีนี้ป้อนได้มากนะป้อนได้มากเลยเพราะเรามีปิติเป็นภาษาเหมือนเหล่าเทวดาชั้นอภัสราเทวดาชั้นอภัสราก็มีเก่งรังสีคนอื่นเขาไม่รู้รังสีนี่หมายความละเอียดเป็นรัศมีเป็นสิ่งที่แผ่ออกไปสร้างกระจายทองงามเรียกว่าของงามละเอียดเล็กสุขุมก็มีเราต้องหาทางเอาสิ่งสุขุมวิทแทรกออกไปอยู่ให้แก่ตนเองเป็นนักพัชราภาผู้ไม่มีมานะผู้นั้นรู้ผู้นั้นจะมีรังสีมีรัศมีมีฉับพลันรังสี ขายอยู่ตลอดเวลาจ่ายไปก็ไม่รู้ตัวแทรกซึมไม่เข้าอยู่ตลอดเวลาเราเหมือนกับเครื่องยนต์อย่างใหญ่หลวงปั่นพลังงานให้แก่เขาอยู่ตลอดเวลาให้ยาที่เราไม่ต้องแดกดันไม่ต้องอยากให้แรงๆเป็นกระจัดจางๆมันก็ไปแล้วก็รับเองน้อยก็อยู่ในส่วนน้อยนั่นเองมันจะเป็นไปตามลำดับเองอ่ะพัฒนาถ้าคนไม่รู้แล้วก็จะหลงแสงตัวเองหรือว่าเรามีแสงมุมขวาของรัฐจะมีมากและจะมีอยากโชว์แล้วปั่นแข็งตัวให้จัดจ้านขึ้นไปก็เผาใหม่คนอื่นคนอื่นกลัวคนอื่นร้อนมันแรงไปมันจะไปอธิบายลักษณะของอาภัสราให้ฟังแต่ที่จริงอภัสราอยู่ในขณะ อยู่ในขณะที่เป็นรังสีที่มีการสัมผัสอื่นและการกระทบและรู้ไอ้นี่แรงไปแล้วหยุดมาอันนี้เบาไปก็ให้แรงขึ้นหน่อยนึงซึ่งเขาไม่รู้สึกซึ่งเขาไม่รู้สึกเข้าใจแล้วจะมีพวกนี้เป็นแสงพิเศษและอธิบายเหมือนอย่างกับมีวัตถุแต่จริงๆไม่ใช่หรอกที่จริงไม่ใช่วัตถุอย่างที่ว่านี่คือตอนมีปัญญารู้ว่าเราจะทำอุบายเราจะสอนคนอื่นสอนยังไงเราจะให้แก่คนอื่นให้ได้อย่างไรให้อะไรอะไรมันก็ให้ง่ายมีวัตถุดิบยื่นให้เลยทำงานมีอะไรก็ให้ง่ายในโลกในวัตถุแต่ในทางธรรมเนี่ยมันเป็นนามธรรมหยิบยื่นให้กันยากแสนยากละเอียดแสนละเอียดแม้เรามีปัญญาแล้วแม้เรามีความรู้หรือแม้เรามีธรรมะเป็นสมบัติแล้วเราจะหยิบทำมาให้แก่คนอื่นแสนยาก พระผู้ชนะย่อมก่อเวรผู้แพ้ย่อมเป็นทุกข์ถ้าเรามีปิติอย่างที่ว่านี้แล้วแล้วเราก็พยายามที่จะเลี้ยงตนอยู่ได้เหมือนอภัสราสบายแล้วก็มีรังสีมีรัศมีนั่งแผ่กระจายอยู่ถ้าบอกว่าผู้ใดเป็นผู้ชนะผู้นั้นในโลกเราเรียกว่าเป็นผู้ก่อเวรอยู่ผู้แพ้คนในโลกเป็นผู้แพ้ก็ย่อมเป็นทุกข์หากคนในโลกนี้เป็นผู้แพ้นี่ก็ย่อมเป็นทุกข์มันลำบากใจมันมันห่อเหี่ยวมันอับเฉามันด้อยมันนึกว่าตัวน้อยมันแพ้แต่พวกคนบางคนที่ พูดผิดเป็นพระขีณาสพหรือเป็นผู้ที่พ้นแล้วนี่ทุกข์ไม่มีแพ้ก็ไม่ใช่ทุกข์ชนะก็ไม่ใช่อายุอะไรกันอยู่ก่อเวรก่อภัยอะไรกันก็ไม่ใช่เราไม่ใช่ชนะเพื่อที่จะยึดความเป็นผู้ชนะเราชนะก็เพื่อที่จะให้เขาได้เพื่อที่จะเข้าได้ได้สิ่งที่ดีที่สุดถ้าเราเป็นผู้แพ้แพ้ก็เพราะว่าไม่ดึงดันเบียดเบียนเขาอยู่ไม่เหมือนกันภูมิแพ้เราก็ไม่ทุกข์เขาเองเขาจะเบียดเบียนเราเขาก็เบียดเบียนเราโดยเขาไม่รู้เขาไม่รู้เขาจึงเบียดเบียนเรา เราก็ยอมเสียถ้าเผื่อว่าเราเองไม่ฉลาดพอจะมีถ้าเราไม่ฉลาดพอจะหลบเลี่ยงไปได้แล้วก็แพ้ไปเสียการแพ้นั้นก็เป็นแต่เพียงว่าเราไม่ให้ก่อเวรไม่ก็บาปเขาเองก็มาทำการเบียดเบียนเราเขาก็เป็นบาปเราไม่เบียดเบียนเขาน่ะเป็นบุญแล้วแล้วก็มาเบียดเบียนเราเป็นบาปเราก็หลีกเลี่ยงเสียเพื่อที่จะให้เขาไม่ก่อบาปแก่ตัวเขาจึงดูอย่างโลกเหมือนเรายอมแพ้เหมือนเราหลีกเล่นเหมือนเราไม่ให้เขาทำบาปไม่เหมือนเราไม่ให้เขาได้ชนะเราเราที่จริงหรือว่าเราไม่สู้หรือว่าเราหลบเลี่ยงเสียเนี่ยถ้าดูโดยส่วนตัวเหมือนเราแพ้คนอื่นมองข้างนอกคนนั้น คนนี้ได้ชนะคนขี่เอาเปรียบทำการข่มทำการชนะอยู่คนละ 1 หนีไปดูบอลโลกดูโล่งๆแล้วเหมือนผู้แพ้แต่ผู้ที่แพ้นั้นโดยรู้เหตุผลแล้วมันก็ไม่ทุกข์มันก็ไม่สุขมันก็ไม่มียายไม่มีเนื้อแต่มีเจตนาดีมีความเป็นจริงมีสัจธรรมเพราะถ้าเรารู้ว่าไอ้นี่เป็นเสือร้ายอยู่เป็นคนเลวอยู่จัดจ้านอยู่เขาไม่รู้บาปไม่รู้บุญแล้วปล่อยให้เขาทำบาปอีกเขาก็มีแต่บาปในตัวของเขาไม่เกิดผลดีอะไรเลยเพราะฉะนั้นเราหรอกเชื่อใครเขาจะว่าเราขี้แพ้ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเรารู้อยู่ว่าเราไม่ได้เราไม่ได้แพ้เราเองเราเป็นผู้ชนะตรงที่เขาเราไม่ให้คนทำบาปลงไปในโลก เพราะงั้นผู้ใดที่ยังมีบาปมีทุกข์มีภัยมีเป็นผู้แพ้เป็นผู้ชนะอะไรอยู่ชนะแล้วก็หลงตัวก็ก่อเวรผูกพันแพ้ก็กอดทุกข์ก็ผีหน้าศพผู้สงบระงับและความชนะความแพ้ได้แล้วย่อมอยู่เป็นสุขฝันถึงจุดสุดท้ายแล้วสุดท้ายไม่มีแพ้ไม่มีชนะอะไรแล้วไม่ได้ไม่มีเสียมีแต่ของมันเป็นไปของมันเองหมดเป็นผู้ที่แทงทะลุพันนักศึกษา ผ้าเช็ดตัวไม่ใช่ต้นอะไรแต่มันก็เป็นตัวตนโดยสมมติแล้วเราก็ทำสิ่งดีขึ้นมาเป็นกอบเป็นกำเป็นชิ้นเป็นอันเป็นตัวเป็นตนด้วยซ้ำไปแต่ก็ไม่ใช่เรายึดมาเป็นเราเป็นเขาไม่ใช่ว่าให้ได้เสียอะไรอยู่ให้ได้เกิดมาในโลกในสิ่งที่ดีได้สิ่งที่สิ่งที่จะสูญเสียอย่าไปสูญเสียในสิ่งที่มันไม่ค่อยเข้าท่าอย่าไปสูญเสียอยู่แต่ละความชั่วก็รักความชนะความแพ้ได้แล้วย่อมอยู่เป็นสุขไฟเสมอด้วยราคะโทษเสมอเสมอด้วยโทรศัพท์ไม่มีราคะโทสะ ราคาที่มันจัดจ้าเหมือนไฟหรือแปลว่าปลาที่แปลให้ฟังแล้วมาจากคำว่าเตโชไฟหรือจะมาจากอัคคีก็ตามมันแปลว่ากล้าแปลว่าร้อนร้าวเผาไหม้เผาผลาญถ้าสิ่งใดเผาผลาญไปเลยไม่ใช่ความฉลาดมันต้องค่อยๆซึมค่อยๆทำไปเหมือนไฟเย็นถ้าไฟต้องเป็นไฟเย็นอย่าเป็นฝ่ายร้อนและเอาพรรษานะถ้าไฟต้องเป็นไฟเย็นให้มันสุขุมประณีอย่าให้เบียดเบียนเบียดเสียดจนเจ็บแสบมันทารุณน่ะคือทุกข์เพราะถ้าเป็นรถไฟเย็นไฟเสมอด้วยราคะไม่มีราคะเนี่ยคำว่าราคะจึงหมายความว่าสิ่งที่ร้อนจัดจ้าน สิ่งที่แฟนราชธานีแรงโลกจัดเทวดาค่ะเพราะยังโลภยังรอพระอยู่ยังอยากสมใจอยู่ในส่วนที่อยากสมใจในสิ่งดีก็มันก็ดีแล้วล่ะอยากสนใจในสิ่งร้ายและอย่าสนใจในสิ่งร้ายที่แรงจัดด้วยเรียกว่าราคะใครเสมอด้วยราคะไม่มีเพราะฉะนั้นความร้อนหรือฝ่ายและสิ่งที่เผาผลาญมันจะเผาผลาญไปเร็วที่สุดในโลกเพราะจิตเป็นราคะจิตมีความปรารถนารุนแรงและเผาผลาญได้อะไรมาเร็วได้อะไรมาแรงไม่ละเอียดถ้าได้อะไรมาไปเรื่อยๆตามความพอดีจะละเอียดได้ชัดเจนทุกอย่างเป็น ไม่หลงไม่สับสนจะจับกระจ่างที่เดียวไม่ต้องย้อนถ้าได้อะไรเร็วปื๊ดไปแล้วไม่ๆๆไม่ละเอียดแล้วต้องย้อนกลับมาตายไอ้สิ่งเล็กๆอีกเสียเวลาสั่งสอนถ้าไปพร้อมๆอย่าช้าไปทีเดียวเลยพอดีพอดีไม่เร็วเกินไปแล้วก็ไม่ช้าเกินไปช้านะรู้ชัดชัดแล้วมันก็จบแค่นั้นเองแล้วเราก็เป็นคนสร้างเป็นคนเฉื่อยเท่านั้นเองถึงค่อยลองทำอยู่นั่นแล้วค่ะเพราะฉะนั้นมันเร็วหน่อยให้พอมีประมาณขนาดนี้สัมผัสพอดีแล้วแล้วค่อยไปฝั่งกลางอย่างนี้ก็จะพอดีเดินดีที่สุดโทษเสมอด้วยโทรศัพท์ไม่มีโทรศัพท์เป็นทุกอย่างยิ่งโทษเป็น ความโกรธโทรศัพท์มีในภาษาไทยเราโทรสาธารณะแปลว่าความโกรธแต่โทรศัพท์ของภาษาบาลีเขาหรือโทษเนี่ยมันแปลว่าความทำลายความทำลายมันแรงกว่าราคะมันแรงกว่าราคาถูกเสมอด้วยโทสะนั้นรู้ว่าไอ้สิ่งที่มันทำลายสิ่งที่มันเป็นภายในจะเสมอด้วยสิ่งนี้สิ่งที่เรียกว่าโทสะหรือความโกรธถ้าคนใดคนใดที่จะมีโทษภัยสูงสุดความโกรธนั้นมันเป็นสิ่งที่สูงสุดถ้าผู้ใดไม่มีความโกรธแล้ว ยังมีโลภะอยู่ก็ยังเป็นคนที่ยังไม่มีโทษเท่าไหร่โรงพักนะไม่ใช่ราคารูปพระไม่ใช่ราคาการที่จะได้มาสมใจในสิ่งดีมันก็ยังเป็นคุณอยู่ใครจะได้มาสมใจในสิ่งร้ายนั้นเรียกว่าเงินราคะและเมาเมามากมันไม่รู้อะไรมันจะดูท่าเดียวสาขาเหมือนรากไม้มันก็ดูท่าทีแล้วถ้าผู้ใดจะตัดโทษหรือตัดโทรศัพท์ได้ก่อนคนนั้นก็สบายก่อนถูกเช่นกันไม่มีความทุกข์ด้วยสิ่งอะไรที่เอามาเป็นขอเป็นกองนะถ้ากองนี้โตเกินกว่าเหตุแล้วฉันบอกแล้วว่า ธาตุอายตนะมันมีกองแล้วก็มีขนาดภาพเล็กลงไปอีกเล็กลงไปจนคนนี่สามารถเรียกว่าเป็นสิ่งที่เล็กที่สุดถึงเรียกว่าธาตุถ้าเขาสามารถจะพิสูจน์ได้หรือสามารถรู้ได้อายตนะเป็นสิ่งที่ฉลาดยิ่งจึงควรจะรู้สิ่งที่เล็กนี้อายตนะสิ่งที่ละเอียดสุขุมนี้ถ้าคนไม่มีปัญญาท่านอัยการท่านอริยะแล้วจะไม่รู้จักอายตนะไม่รู้จักอายตนะเพราะฉะนั้นอายตนะนี่เรียนกันแต่เฉพาะพวกทางธรรมะทางวิทยาศาสตร์เรียนเป็นแค่ทางบอกว่าเล็กละเอียดเหมือนกันของโตเป็นความประชุมเป็นความ ที่เป็นทาสเป็นทาสใหญ่หาเรียกว่าบรรทัดใจถ้ายิ่งไม่รู้สิ่งเหล่านั้นด้วยแล้วนะก็ยิ่งไม่รู้ทุกข์แล้วก็ทุกข์ใหญ่เหลือเกินทุกสมัยเด็ดขาดอาทิตย์ทุกเส้นเด็ดขาดไม่มีเพราะฉะนั้นทุกข์เสมอด้วยหรือเช่นกับไอ้ที่มันเป็นกอบเป็นกำเป็นก้อนเป็นกองเนี่ยไม่มีแล้วในโลกนี้เพราะถ้าพูดอย่างนี้ไม่รู้แล้วนะคนนี้จะไม่มีทางพ้นทุกข์แล้วจะมีทางรู้ทุกเรื่องมันเป็นกอบเป็นกองประชุมกันอยู่ชนพ่อเหน็ดเหนื่อยหนักหนาอยู่แท้ๆแบกขาอยู่แท้ๆคุณยังไม่รู้ว่าไอ้นี่เป็นการเป็นขันแล้วเป็นกองแล้วเป็นความประชุมอยู่อย่างหนาแน่นแล้วถูก เขาเห็นอยู่เนี่ยเป็นบทบาทเป็นรูปร่างเป็นอะไรก็ตามแต่เป็นกอบเป็นกำใหญ่โตแล้วคุณยังไม่มีทางรู้ก็ไม่มีทุกข์อะไรที่จะไปหนักกว่านี้ให้คุณอีกแล้วเพราะเราจะต้องรู้ทุกข์เราจะต้องรู้ว่าโอ้โหไม่ต้องใหญ่ขนาดนี้เชียวเหรอเมื่อเรารู้อันนี้แล้วเราจึงจะมีโอกาสที่จะไปรู้ทุกข์ที่ละเอียดขึ้นเป็นภาพแม้แต่เป็นวิญญาณธาตุหรือเป็นรูปภาพนามธาตุอะไรท่านละเอียดลงไปอีกเป็นรูปเสียงกลิ่นรสเป็นทาสทั้งนั้นและก็จนกระทั่งที่สุดละเอียดสืบต่อมาเป็นความรู้สึกทางเพศ อายตนะโดยหลงมันว่าเป็นกำไรหลงมาเป็นประโยชน์สำหรับตนจึงเรียกว่าอายะตนและอายตนะที่จริงมันเล็กมันละ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

191106-B สุขวรรค ตอน2-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt | สารานุกรมชาวอโศก