191127-B โอวาทปาฏิโมกข์ ตอน2-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2519 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้แสดงธรรมะภาคเช้าแก่หมู่และพุทธสถานแดนอสูรดังต่อไปนี้ข่าววันนี้เราก็มาทำวัดต่อจากเมื่อวานนี้ได้หยิบยกเอาโอวาทปาฏิโมกข์ออกมาขยายสู่กันฟังสิ่งใดกล่าวถึงโอวาทปาฏิโมกข์อย่างย่อรวมความแล้วว่ารัก ประพฤติดีทำจนบริสุทธิ์จนจิตบริสุทธิ์ถามตอนที่ 7 บริสุทธิ์ไปทีเดียวสั้นๆขยายออกให้บริษัทหมดให้เป็นไปได้ดีให้มีทิศดีให้มีกฎมีอะไรหรอกครับมีองค์ประกอบเข้าไปอีกขยายออกเป็น 6 ข้อมีอณูก็ว่าโทอนุบาลโตปาฏิโมกข์เค้กจะสังคโลกวัดกันนิกาจะพัฒนา 2 ข้อแรกอยากพิสดารไปแล้ว 4 หัวข้อหลังนี่ก็จะไม่ได้อธิบายอย่างพิสดารล่ะก็จะอธิบายพอสมควรที่จะอธิบาย 2 หัวข้อแรกไปอย่างพิสดารก็เพราะว่าต้องการเน้นที่เป็นประโยชน์ทางปฏิบัติเป็นประโยชน์ตามตัวเนื้อแท้ๆที่เราจะประพฤติทางวชิรธรรมและทางกายกรรมซึ่งมันมาแต่จิตทั้งสิ้นถ้าเราจะปฏิบัติสำรวมทั้งวอนทั้งวจีสำรวมสังวรทั้งกายกรรมเข้าไปมันก็จะลอบกัดมันก็จะทำให้มีอำนาจครับเราทำให้จิตของเราเป็นอธิษฐานจิต สุดเป็นข้อที่ 6 เลยได้ที่ทำทั้งหมดน่ะที่สุดท้ายก็อาทิตย์จิตเตให้จิตบริสุทธิ์ให้จิตบริสุทธิ์เป็นที่สุดให้จิตมันเป็นจิตที่ดียิ่งขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นเป็นสุดท้ายนั่นแหละเพราะเราต้องรู้ชั่วรู้ดีตามทีโออาจจะปาฏิโมกข์อย่างหัวข้อสั้นๆต้องรู้ชั่วและละชั่วต้องทำสิ่งที่ดียืนยงสิ่งที่ดีอยู่เพราะเรายังเป็นคนเรายังมีวจีกรรมเรายังมีกายกรรมเราก็จะต้องสำรวมให้มันวจีกรรมดีกายกรรมเราก็ดีแต่ยังเป็นคนอะไรจะต้องรู้ดีรู้ชั่วมันขนาดไหนมันมากไปมันลามกไปมัน เป็นบาปเป็นกรรมเป็นชั่วร้ายเป็นอเนสนาเป็นสิ่งที่เลี้ยงชีวิตไว้อย่างเลวทรามเป็นการยังชีพยังชีวิตไว้ด้วยอาชีพที่เลวทรามต่ำช้าเร็วอเนสนาแสวงหาอยู่อย่างต่ำๆหยาบๆเราก็จะต้องรู้เป็นบาปสมาจารย์เราก็ต้
อ่านต่อ
องรู้หมายความว่าเป็นความประพฤติอันเลวร้ายกาจบาปสมาธิเป็นความเลวร้ายกาจความเสื่อมทรามหรือแม้เป็นแค่อนาจารย์เพียงแค่แอนนาจานคือเป็นความไม่ดีไม่งาม คำว่าความไม่ดีไม่งามนี่ก็หมายความว่ามันเป็นพฤติกรรมของอาจารย์อาจารย์พฤติที่ไม่เขาไม่ยอมรับกันสังคมไม่ยอมรับซึ่งเน้นๆแล้วเมื่อวานนี้ว่าสมมุติมันเป็นเรื่องของสมมุติเป็นคนเป็นหมู่กลุ่มเป็นประเทศเป็นสังคมเป็นประเทศนี้ที่อื่นเขาไม่ยกว่าดีก็ได้เพราะเราจะต้องรู้สมมุติตามกลุ่มตามหมู่ตามบุคคลด้วยเขาว่าไม่ดีเราจะเป็นการทดลองว่าเราสุจริตใจเราดีแล้วเราก็จะแสดงอยู่เขาก็ดันออกเขาก็มีพอเขาก็ บอกเขาไม่รับเพราะสิ่งนี้เขารู้ว่าเขาไม่เอาอย่างนี้ต่ำชั่วหยาบอย่างนี้ไม่ดีอย่างนี้เขาไม่เอากันมันก็เป็นธรรมดาเราจะต้องรู้รู้มีบุคลากรโลกรัมยุทธตามีปริมาณยุทธตาต้องมีความรู้ที่จะรู้ในบุคคลเขายึดถืออย่างไรเขามีจิตใจอย่างไรเราจะต้องคอยสำเนียงสังเกตหมู่กลุ่มเขารับอะไรเขามีระเบียบแบบแผนก็มีกติกาก็มีกฎเขามีวินัยเขามีจารีตประเพณีมีวัฒนธรรมมีความรู้สึกรักอย่างนี้ไม่รับอย่างนี้แต่อุปทานหรือว่าเป็นความรู้ถ้ารู้โดยยึดระบบอุปทานถ้ารู้โดยไม่ยึดแต่รู้ว่าเขาใช้ บ้านพักเราไม่เรียกว่าอุปทานเราเรียกว่าความรู้สมมุติที่สัจจะและเราก็ทำให้ถูกตามสัจจะนั้นๆสัจจะที่เป็นสมมตินั้นๆเพราะโลกหรือเพราะสิ่งเกิดอยู่ด้วยเสมอจึงเกิดมาอยู่ด้วยสมมุติทั้งสิ้นปรมัตถ์นั้นมีญาณกับวิทย์มีปัญญาที่รู้ตามสมมติสัจจะเค้าแล้วก็เราก็รู้ขอบเขตที่สุดเรียกว่าวิมุติแล้วเราก็ปล่อยไปเพราะฉะนั้นผู้ใดที่ถึงซึ่งปรมัตถ์ไม่ได้ถึงอะไรถึงซึ่งยานถึงปัญญาปัญญาจะรู้ตามสมมติเขาแล้วก็ดำเนินไปด้วยดีไม่เดือดร้อนไม่ขัดแย้งไม่ลำบากไม่ผลักไสและก็เราก็ไม่ติดสิ่งนั้น แม้เราจะทำสิ่งนั้นด้วยใจจริงด้วยจริงๆก็ทำได้จริงๆใจจริงแต่เราก็รู้เราทำเท่านั้นแหละสักแต่ว่าทำขึ้นมาเพื่อให้เกิดสิ่งนี้อย่างดีที่สุดไม่มีประชดประชันแดกดันไม่มีแกล้งเสแสร้งไม่มีมีแต่ความจริงใจและทำสิ่งนี้ดีขึ้นมาสำเร็จบริบูรณ์แล้วก็แล้วไปไม่ได้ติดเป็นของของเราไม่ได้เหลือเชื่อว่าเราจะต้องเอาต้องเป็นต้องมีต้องได้อะไรไม่มีประโยชน์ที่เป็นของฉันเป็นของเรานี่เป็นเราสร้างเราก่ออะไรไม่มีจึงเรียกว่าหมดวิมุติจึงเรียกว่าเกลี้ยงใจที่วางได้อย่างนี้แล้วก็มีหมดสัญญานั้นก็คือตัวรู้สมมุตินั่นแหละญาณปัญญาและรู้สึกถ้า ถ้ายิ่งไม่ค่อยรู้อะไรเลยก็เป็นกบในกะลาไม่รู้เรื่องอะไรเขามีอะไรจะใดไม่รู้เรื่องข้างนอกเขาเข้าไปสมมุติอะไรแต่ไม่เข้าใจทั้งนั้นก็อยู่ยากอยู่ไม่ได้หรอกตายถูกบีบน้ำตายผมไม่รู้สมมุติเขาแล้วก็อนุโลมตามสมมุติเป็นไปตามที่เขาเป็นไปตามที่เขาถืออันนี้ก็ถือว่าดีอันนี้ก็ถือว่าชั่วต้องตามกันไปเราไม่ได้มีส่วนที่เกี่ยวข้องเราไม่มีส่วนไปจะได้กำหนดอัตราที่มันตายกับฉันนี่เห็นอันนี้ก็ดีอันนี้ไม่ดีไม่นี่หมายความว่าความเป็นอยู่ของพระอรหันต์ถ้าเป็นอยู่อย่างนี้แล้วท่านจะเป็นพระโพธิสัตว์นี้ติดตั้งก็ใช้ปัญญาฉลาดรู้ว่าอันนี้ของเขายึดเนี่ยมันยึดมากไปแล้วเขาทุกข์ท่านจะช่วยเขาดึงขึ้นมา ตลาดไม่ให้บาดหมางไม่ให้แตกแยกให้เป็นไปอนุโลมปฏิโลมมีท่านมีตอนให้เขาพักเขาต้องอาศัยอันนี้ต้องให้เขาอาศัยแต่มีอนุโลมบ้างไปตามควรจะเคร่งขึ้นมาก็สำหรับบางคนก็ให้เขาเคร่งของเขาเองแล้วก็ขันของเขาเองไม่ใช่เราไปบังคับให้เขาเคร่งเราไปบังคับเขาเคร่งก็บังคับให้เธอเท่านั้นเองเราจะบังคับข่มขี่ใครไม่ได้หรอกในโลกศาสนาพุทธไม่บังคับข่มขี่ตามสภาพศาสนาพุทธใช้ปัญญาเอ่อให้สิทธิมนุษยชนมาก่อนที่เขาจะมีหลักสิทธิมนุษยชนศาสนาพุทธให้มาแล้วตั้งแต่ 2,500 กว่าปีเพราะฉะนั้นพรุ่งนี้หลักการอันนี้หลักการให้สิทธิมนุษยชนอิสระเสรีภาพไม่กด ถึงแม้จะเกิดปัญญาเดี๋ยวนี้มาพูดกันเพิ่งจะรู้ว่าเป็นเป็นการกดขี่ทางปัญญาถึงจะรู้ทันสมัยนี้สมัยพระพุทธเจ้าโดยเฉพาะพระพุทธเจ้าเองนะท่านให้สิทธิมนุษยชนโดยทางปัญญาให้มาแล้วแต่ต้นถ้าไม่กดขี่ทางปัญญาให้แค่ปัญญาตัดสินใจแค่ปัญญาเลือกและให้กระทำเอาผู้ที่จะมีแนวโน้มเปิดทางเปิดอะไรก็ต้องฉลาดที่จะทำให้เขาเข้าใจเจาะช่องเจาะรูอะไรให้เขารอดไปให้เขาเห็นเขากระจายก็มีความฉลาดของพระโพธิสัตว์หรืออาจารย์หรือผู้ที่จะทำแนวโน้มไปให้เขาสู่อยู่ได้จริงใจจริงใจเห็นว่านี้ดีแล้วก็ให้เขาพยายามอันนี้ดีไปบางคนไม่รู้ว่าดีแต่ไม่อยากเอาออกไม่อยากเอา ทำให้เป็นอย่างนั้นเพราะหวงกิเลสรู้ว่านี่เป็นกิเลสรู้ว่านี่เป็นสิ่งชั่วไม่อยากวางหรอกใจนะมันไม่อยากวางใจนอกนอกนี่สำนึกปกติเนี่ยเข้าใจด้วยเหตุผลแล้วก็คิดว่าเราอยากวางแต่ใจแท้ในใจจริงๆตัวเจโตมันไม่อยากวางไม่ก็อยากวางเพราะงั้นถ้าผู้ใดไม่อยากวางเอามากๆหรือว่าใจดื้อดื้อด้านๆเป็นธรรมพระนะก็จะแสดงบทประท้วงหรือบด 4 ย้อนขัดแย้งอะไรออกมาอย่าง Later ลาดพร้าวคิดว่าออกมาอย่างเละเละเทะๆไม่ติดการกวนรบกวนทำให้ไปเป็นอยู่สุขทำให้หมู่ลำบาก ทำให้สังคมอยู่หมู่ไหนหมู่นั้นก็ลำบากมันก็ไม่ค่อยเข้ากับเขานั่นเป็นลักษณะที่เรียกว่าตัวในใจมันมีตัวดื้อใจนะแต่สำนึกข้างนอกดีกว่ายอมแต่ว่าสุดใจสุดใจโตเนี่ยมันเป็นแล้วตัวไม่มีปัญญาเข้าไปจับเจโตของตัวเองไม่มีปัญญาเข้าไปอ่านรู้จิตเป็นนายของตัวเองว่ามันดื้อนะมันไม่เอาบันทึกประท้วงออกมาเป็นการขัดแย้งหรือเป็นการฝ่าฝืนหรือเป็นการไม่เป็นไปได้ตามสมมติเขามันจึงเข้าหมู่เข้าสมมุติเป็นไปโดยกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมันจึงเป็นไปไม่ได้อันนี้เรียกว่าการขัดแย้งเพราะฉะนั้นการขัดแย้งแค่ว่าพระก็เป็นกิริยาที่พูดไปเมื่อกี้นี้เป็นอุปสรรคกิริยาที่มีอนาจารย์เรียกว่า ไม่ดีไม่งามประพฤติไม่ดีไม่งามทางวาจาก็ไม่ดีไม่งามทางกริยากายก็ไม่ดีไม่งามไม่ดีในงานพอรู้ว่าความไม่ค่อยดีไม่ค่อยงามแค่นั้นก็ให้แก้ไขแล้วก็นายอาจารย์ถ้าไม่ดีไม่งามมากไปแล้วเรื่องลำบากสมาจารย์หรือว่าเลวทรามต่ำช้าเป็นความเลวทรามต่ำช้าเป็นบาปสมาจารย์ท่านใช้คำว่าบาปแล้วก็เป็นบ่อยเรียกว่าสมาชิกเรียกว่าบาปบาปมีแต่ว่าเลวหรือว่าต่ำหรือว่าชั่วธรรมะแปลว่ามันเสมอมีบ่อยๆเนืองๆอยู่อาจารย์ลักษณ์อันเดียวกันอาจารย์ อันสุดท้ายอันสุดท้ายเป็นอันนี้จะมาอันนี้จะหนาแน่นเป็นปกติเลี้ยงชีพเลยยังชีพอยู่กับสิ่งที่ไม่ดีอย่างนี้เลยเป็นปกติเลยจนโตก็ไม่รู้ว่าตัวเป็นชั่วหรือไม่ชั่วไม่รู้เรื่องเรียกว่ายังพี่ไปได้อย่างนี้เลยเส้นรักกันแต่ว่าอาชีพเลยเป็นอาชีพตามนั้นไม่เกี่ยวใครจะพูดยังไงไม่คิดด้วยเลยแต่ว่ามีการเลี้ยงพืชคือการเลี้ยงชีพหรือว่ามีการยังชีพอยู่ด้วยสิ่งที่แสวงหาเร็วตามแสวงหา มีอย่างนั้นแหละเป็นปกตินิสัยเป็นการเป็นขนส่งที่มาเลี้ยงชีพด้วยเพราะถ้าเรามีชีวิตอยู่ด้วยกิริยาที่เลวตามขนาดที่ว่าบาปสมาจารย์ก็ยังวันหนักแล้วอเนกว่าเป็นคนอย่างนั้นอยู่เลยไอ้ความไม่ดีไม่งามก็มีอยู่ด้วยบาปสบายใจด้วยเป็นอย่างนั้นเลยชีวิตของเขาเป็นทั้งชีวิตเห็นได้ง่ายนี่ก็แปลอย่างธรรมดาผมเคยอธิบายแล้วเรื่องอนาจารย์บาปสมาชิก อเนจอนาถกลับอนุโลมปฏิโลมปัจจุบันอย่างลึกละเอียดก็อธิบายไว้แล้วเพศมีอยู่แล้วประสิทธิภาพจะฟังก็ฟังกันอันนี้อธิบายอย่างง่ายๆฟังถูกฟังเท่านั้นคำว่าผู้ใดจะปรับปรุงกิริยาให้มีกิริยาที่ดีขึ้นไม่เกิดการทะเลาะบาดหมางแบ่งแยกเป็นค่าทำลายด้วยว่าจะใช้ไฟฟ้าอธิบายไปมากมายแต่ว่าการอำเภอซึ่งเป็นวาจาที่ไม่ดีเลยถึงขั้นทำลายแตกหักวาจาเป็นหอก มันต้องให้วาจาที่จะใช้ก็ใช้แค่วาจาแค่มีดหมอวาจาที่เป็นมีดหมอจะใช้ผ่านตัดขอบที่ควรเหมาะแก่โลกเหมาะแก่บุคคลถ้าไม่งั้นก็ไม่ต้องใช้นี่ถ้าเผื่อว่าเห็นว่าเกินแก่การแล้วจะต้องถึงการฆ่าทำลายได้ขึ้นแทนได้ออกไปดาบคือยิ่งจะต้องใช้ระเบิดแล้วเลิกเด็ดขาดไม่เอาวาจาระเบิดไม่เอาแม้แต่วาจาที่เป็นหอกเป็นดาบแสนหลายจะมีอาวุธก็เป็นเครื่องมือหมอสำหรับผ่าตัดสำหรับ สำหรับขัดเกลาหรือทำส่วนร้ายออกให้แก่เขาอยากให้พระบาดเจ็บผ่าตัดต้องวางยาผ่าตัดไม่วางยาก็ต้องฉีดยาชาอยากให้เขาเจ็บก็ปวดพยายามที่สุดจะเจตนาเลยหมอนี่จะวางยาต้องการให้เป็นที่สุดแล้วเวลากระทำอะไรเวลาจะใช้ภาษาจะใช้การสอนจะใช้การอะไรก็ได้ต้องระวังให้ดีใครวาจาที่ดีนอกจากจะเป็นที่จะต้องผ่าตัดโดยไม่วางยาบางครั้งบางคราวมันไม่มีเวลาวางยาอย่างวงกลมที่บางคนเนี่ยเป็นอนุบาลถ้าเราพูด แต่หมู่ยายเนี่ยเป็นผู้ที่เข้าใจได้เป็นผู้ที่รับได้ถ้าใช้ภาษาใช้ความใช้คำอย่างนี้ไม่เบียดเบียนไม่ทิ่มแทงเขารับได้และก็ถึงใจดีเข้าใจดีอย่างนั้นแล้วก็เรียกว่าจำเป็นที่จะต้องผ่าตัดไม่ต้องวางยามันเป็นอย่างนั้นหรือเราเข้าใจแน่นอนรู้อย่างเด็ดขาดเลยว่านี่เขาศรัทธาเลื่อมใสดีจริงแล้วเราก็จะต้องให้ให้อำนาจแห่งการสอนนี้แรงพูดลงไปถึงแม้คำนี้จะตั้งชื่ออื่นตั้งเป็นครั้งแรกเป็นคำหยาบกร้าน แต่เราก็จะต้องแสดงให้รู้ว่านี่เป็นคำหยาบกร้านเป็นคำแปลให้เขารู้ตัวว่าเราต้องใช้เพื่อที่จะโยงนำหรือสื่อความหมายเข้าไปให้มันถึงความหมายให้ไปถึงที่สุดให้มันเข้าใจได้ลึกๆเพราะต้องใช้อำนาจในการแรงๆอันนี้ไปมันถึงจะถึงแล้วก็จำเป็นต้องใช้คล้ายๆกับว่าใช้พาไปที่อื่นแล้วก็ถือเป็นหอกแหวนหลาวแต่ของที่ของแพงของเสียของตามเจ็บปวดแต่สำหรับบางคนที่เรารู้แล้วในจิตใจแล้วก็ใช้ให้เป็นอย่างนั้นเพราะเป็นอย่างนั้นถ้าพวกที่รู้แล้วก็ใช้การแรงๆเนี่ยเพื่อที่จะให้ออก พวกนั้นก็เข้าใจว่าที่ขี้เกียจกันนานดีถ้าพูดให้เข้าใจพูดไม่มีเจตนาดีก็ถือสาถ้าผู้ที่ไม่เข้าใจก็ถือสาเพราะนี่เจตนาร้ายเราก็เจตนาร้ายที่พูดแรงพูดอะไรก็ได้เอานี่ไปเจตนาร้ายก็ถือสาแล้วก็ไม่ชอบแต่คนที่เข้าใจอย่างแท้จริงแล้วก็รู้กาละรู้เวลารู้ที่จะรับจากผู้ที่มีเจตนาเป็นอันสุดท้ายว่าผู้เจตนาเนี่ยจะทำแรงหรือทำเบาหรือทำกลางก็ทำตามฐานที่รู้เราจะตียุงเราก็ตีขนาดยุงเรารู้ว่ายุงเป็นสัตว์ แค่นี้ก็ตียุงดีแค่ไหนมันตายก็รู้ถ้าจะตีหมาให้ตายขนาดหนึ่งก็ตีขนาดนึงจะตีข้างให้ตายก็ตีขนาดนึงกวนตีนจะรู้ว่าจะตียุงหรือตีหมาหรือตีช้างได้เจตนาที่จิตสำนึกผลอันนั้นเขาจะไม่ไปตียุงเอากำลังตีช้างมาตียุงหรอกเหนื่อยขึ้นแรงเปลืองพลังงานไม่จำเป็นที่จะเอากำลังอยากตีช้างเขาจะไม่เอามาตียุงเลยคนที่เอากำลังตีช้างมาตียุงบ้าเค้าจะไม่ทำหรอกแต่รู้ว่านี่มันค้างจะต้องใช้กำลังขนาดนี้ตีช้างๆถึงจะล้มเขาจึงจะใช้ ถ้าไม่ใช้กำลังอย่างนี้ค้างไม่ล้มเพราะฉะนั้นผู้รู้จะต้องรู้ว่าจะใช้กำลังอย่างไรแต่โดยทางเองไม่รู้หรอกเขาจะฆ่าช้างนั่นแหละช้างเองไม่รู้หรอกไม่รู้ตัวหรอกถ้ารู้จะไม่โวยวายถ้าช้านั้นรู้ว่าเขาจะสำเร็จผลอันนี้เขาจะทำให้เราตายเพราะยิ่งใช้แรงขนาดนี้ทางนั้นรู้และยินดีที่จะยอมตายทั้งนั้นจะไม่บ่นสักคำหนึ่งแต่ทางที่บ่นก็ช้างยังโง่อยู่ยังไม่รู้เจตนาไม่รู้เจตนาอารมณ์ว่าเราเป็นช้างนะเราใหญ่เราหนักเขาจึงใช้แรงขนาดนี้เพื่อล้มช้างเพื่อทำการยึดผลในการตายจะได้ สบายง่ายเพราะลักษณะต่างๆที่การทำงานหรือว่าการที่จะเป็นโพธิสัตว์จึงยากมากติดตัวเองนั้นเรานึกว่าเรารู้แต่ถ้าประมาทแล้วเราก็จะได้รู้ตื่นๆจิตนั้นโดยแท้จริงแล้วมีความลึกสูงคัมภีรภาพประณีตนักอย่าประมาทว่าเรารู้จิตเราได้ง่ายๆปัญญานั้นอันหนึ่งจิตนั้นอีกอันหนึ่งปัญญานอกนอกนี่ก็เป็นปัญญาธรรมดาเป็นปัญญาเป็นจุดตัดเป็นปัญญาแต่ปัญญาจะไปจับจิตได้จนถึงขั้นรู้แจ้งละเอียดแทงทะลุ อย่างนี้เรียกว่ายังต้นอย่างนี้เรียกว่าอย่างพรางอย่างนี้เรียกว่ายังลึกเป็นมหากษัตริย์จิตอย่างนี้รู้ว่าโลภะโทสะโมหะก็รู้จริงไล่เข้าไปจะเป็นตังค์เก็บตังค์เก็บตังค์เป็นลิตรมีตังค์ติดตั้งเป็นระดับลึกละเอียดตอนท้ายก็ไปเป็นระดับยากเพราะฉะนั้นเราจะต้องมีใจมีจิตมีปัญญารู้จริงๆว่าจิตของเราละเอียดเข้าไปนี้เป็นมหากษัตริย์ที่ลึกซ้อนๆๆต่อไปนี้เป็นระดับๆเป็นชั้นเชิงอย่างนี้ไม่ใช่มหัศจรรย์คือเป็นปากมหากษัตริย์ก็รู้ต้องพยายามรู้จริงๆถึงจะเรียกว่าเจโตก็พยายามรู้ก็ไปจนกระทั่งรู้ว่าติดขนาดนี้กำลังขนาดนี้เรามีสิ่งที่กำลังปรับปรุงแก้ไขอยู่ กำลังปรับปรุงอยู่ดีกว่านี้มีอีกแล้วก็พยายามอยู่หรือแม้กระทั่งจิตของเราขนาดนี้แหละดีที่สุดแล้วเป็นอนิจจังจิตที่ดีกว่านี้ไม่ดีไม่ดีที่สุดแล้วปานกลางที่สุดแล้วมีนิทานปล่อยสบายเบาไม่มีลูกค้ายากทุกกะไม่มีโทรมานัดไม่มีปฏิเสธว่าโทรกลับอะไรไม่มีแล้วก็เข้าใจเป็นไม่ไปปลูกป่าทานไม่เป็นชาติไม่เป็นภพทุกท่านไม่เป็นปัญหาอะไรรู้ชัดเจน โลภะโทสะโมหะผู้นั้นก็เข้าใจผิดที่แท้จริงแม้จะทำได้ผิดอย่างนั้นก็จะต้องทำให้มั่นคงเป็นสมาชิกมั่นคงให้เป็นประโยชน์อย่างนั้นน่ะอยู่ดีอยู่เป็นกิจที่ดีอยู่เสมอๆถ้ามันยังไม่ตั้งมั่นยังไม่มั่นคงยังไม่เป็นประโยชน์อยู่เสมอแต่กลายเป็นโทษกลายเป็นภัยอยู่เราก็รู้ว่าเป็นอสมหรือต้องปรับปรุงให้เป็นสมาชิกให้ได้ให้เป็นประโยชน์อยู่หรือไม่มั่นคงเข้าไปอยู่เรื่อยๆติดต่อกันอยู่อย่างนั้นเรียกว่าเที่ยงแท้มั่นคงเรื่อยๆว่าเป็นประโยชน์อยู่ไม่รู้จักประโยชน์สมาชิก สวยจริงๆนั่นก็เป็นผิดที่ทำให้ดีที่สุดเป็นอนิจจังและทำให้มั่นคงต้องมีการมั่นคงต้องมีการรู้ประโยชน์ในประโยชน์อยู่ด้วยจึงจะเรียกว่าจิตวิมุตวิมุตต้องมีปัญญาปัญญามันไม่ได้ไปรู้ข้างนอกมันก็จะรู้ว่าเรื่องอะไรทั้งหลายแหล่นะแต่ก่อนหรอกปัญญาตัวที่จะเป็นวิมุตปัญญาโตเป็นมนุษย์ก็คือรู้สึกของเราเป็นประโยชน์อยู่และก็ทำได้อยู่เสมอต่อเนื่องอยู่พร้อมกันนั้นก็รู้ว่าจิตอย่างนี้แหละสบายแล้วบริบูรณ์แล้วไม่มีสิทธิ์อะไรดีแต่นี้เราปล่อยวางเราว่าเราสะดวกอยู่ไม่มีทุกอะไรทั้งหมด แต่รู้ความจริงตามความเป็นจริงแม้จะเข้าใจในทุกอริยสัจและนี่เป็นทุกข์โดยธรรมในความตั้งอยู่ของมันสิ่งที่ตั้งอยู่หรือสิ่งที่มีอยู่หรือสิ่งที่เกิดอยู่มันก็เป็นความเกิดมันก็ทุกข์ของมันโดยธรรมแต่เราทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากเรารู้อยู่เป็นใจอยู่อย่างดีแล้วกำลังเป็นประโยชน์อย่างงามพร้อมงามทั้งนอกงามทั้งกายกิริยางามทั้งวจีงามทั้งใจเพราะใจมันถึงที่สุดใจมันเก่งแล้วมันก็ทำให้งามพร้อมสมุดปรมัตถ์ก็บริบูรณ์อย่างนี้เรียกว่างานทั้งเบื้องต้นงานทั้งกลางงานทั้งวันตายเราก็จะต้องเข้าใจและเรียนรู้แล้วก็กระทำจริงๆเป็นวิมุติ ฟังแล้วเป็นตัวสุดท้ายของลิเกโตแล้วต้องแยกออกจริงๆไม่ใช่ได้แต่ภาษารู้ลักษณะของจุดจริงๆทำไม่ถึงจิตไม่ใช่ของง่ายปิดประณีตสุขุมพอจะรู้ละเอียดละออแล้วก็ทำให้พึงได้ค่อยๆไปค่อยๆละเอียดดีๆอย่าเร่งเร้าเกินไปอยากจะทับถมกันเกินไปหาอุบายช่วยกันผู้ที่ผูกพันแปลก็ค่อยๆไปแล้วก็ให้รู้ฐานผู้ใดสูงขึ้นมากว่านั้นแล้วก็ให้รู้ว่าสูงขึ้นไปตามฐานจริงๆเป็นไปตามขั้นตอนการแกะอยู่อย่างเก่าอยู่มันก็ไม่ได้เลยเหมือนกันต้องดูเป็นจังหวะ ถ้าเป็นขั้นตอนมันก็จะได้กระทืบสถานะขึ้นเขารู้หมดแม้แต่คำว่าคาตะอธิบายแล้วว่าอย่าแรงร้ายจนถึงขั้นเรียกว่าฆ่ากันเลยตัดขาดกันไปทำลายโดยเฉพาะหมายเอากายกรรมด้วยทั้งหมดวิธีกรรมก็อยู่ในนั้นจงอธิบายถูกฟังแล้วเมื่อวานนี้ทั้งกายและกรรมทั้งเวทีกรรมจนกระทั่งแม้กระทั่งอยู่นอกนอกไปทำลายสิ่งข้างนอกเลยว่าขันทำงานอธิบายกันถ้ามาให้ฟังแม้แต่นอกนอกเป็นพันธะเป็นความประชุมเป็นกลุ่มเป็นก้อนจนกระทั่งถึงเป็นปฐวีธาตุเป็นอาโปธาตุอะไรก็แล้วแต่อธิบายไปแล้วซึ่งจิตของเราเองไปยึดมั่นเอามาเป็นกิเลสประมาณเวลาเราก็ยังมีสัง ยังปลงยังแต่งยังทำอยู่นั่นแหละทั้งๆที่รู้อยู่ก็ยังมีอย่างนั้นอยู่เอามายุ่งมาเกี่ยวอยู่ไม่ว่าอย่างหยาบอย่างกลางอย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นขนาดประชุมกันเป็นก้อนแข็งก้อนใหญ่หรือว่ายังมีเป็นก้อนพอสมควรเกาะกลุ่มกันอยู่พอสมควรหรือแม้แต่เป็นอำนาจเหลวไปดันมาเป็นวาโยธาตุหรือแม้แต่ขนาดเป็นอุณหภูมิแค่นั้นก็ตามโดยที่สุดเป็นอุปทานหรือว่าเป็นจิตเป็นอัตราอยู่ในจิตเป็นวิญญาณธาตุที่ผสมกระแสความได้ดีอยู่เป็นกิเลสประมาณอยู่ในใจก็เอามาปรุงเป็นอาชีพสังขารประมาณที่ว่าความตายมันคือความตายให้ฟัง ไปแล้วก็แม่ที่สุดเราตายจากความดีตายจากความเจริญตายจากประโยชน์โดยที่เรายังควรจะเป็นประโยชน์ก็เป็นเรื่องของมัจจุมารแม้แต่ชีวิตอยู่ไม่มีอะไรเพิ่มขึ้นไม่เป็นวุฒิทั้งๆที่เรายังมีรูปขันนามขันมีสิ่งที่จะก่อความเจริญหรือก่อประโยชน์ได้แต่ทำเป็นก้อนดินก้อนหินเราเป็นคนแก่ทำคนเป็นก้อนขี้ก้อนดินก่อนอื่นก็เห็นไม่มีประโยชน์อย่างนั้นก็เราเองเราก็ไม่มีปัญญาเราเป็นคนควรจะเป็นมิตรภาพเป็นกับเครื่องกลเป็นเครื่องจักรที่นี่คือภาพสูงสุดให้อำนาจสูงสุดเพราะฉะนั้น เดินเครื่องจักรนี่มันไปเครื่องจักรนี่มันยังไม่ได้ตายยังไม่ได้ดับเครื่องก็ให้มันเป็นจักรกลที่จะสักเสริมสารโดยเฉพาะเราเข้ามาในพุทธจักรแล้วเราจะต้องเป็นสังกัดก่อนธรรมจักรเสริมสารยืนยงพุทธจักรนี้ต่อไปอยู่เพราะเราเป็นเครื่องจักรกลคนอื่นจะมาทำพฤติกรรมหรือให้ยืนยงคนอื่นจะมาสร้างธัมมจักไม่ได้สัตว์โลกไหนก็ทำไม่ได้นอกจากคนคนนี้แหละจะทำเพราะงั้นเรามาทำงานสูงสุดแล้วมาทำงานพุทธจักรมาทำงานทำมาจากเราคือสังกัดเราเป็นเฟืองเล็กๆใหญ่เฟืองโตเฟืองระดับไหนก็ช่วยกันเสริมสารเดินเครื่องของพุทธจักรนี้ไปเรายังเป็นคนเราก็ทำงานนี้ โพธิสัตว์หรือเรียกว่าเป็นผู้รู้ตามขั้นตอนอธิบายแทรกแล้วแม่โสดาก็ทำแค่โสดาสกิทาก็ทำสกิทาอนาถาก็ทำอย่างอนาถาอรหันต์ก็ทำอย่างอรหันต์โพธิสัตว์ท่านก็จะทำอย่างโพธิสัตว์ดำเนินกิจไปดำเนินจักรกลนี้ไปเป็นงานอันสูงสุดเป็นประโยชน์ต่อโลกผู้ที่เกื้อกูลโลกเมตตาค้ำจุนโลกก็เป็นพวกหมู่นักธรรมะนี่แหละถ้าเราอยากจะไปแย่งโลกอยู่เป็นคู่ต่อสู้ของชาวโลกหากินแย่งลาภยศสรรเสริญสุขอยู่มันก็เป็นไม่ใช่ผู้เสริมสารพุทธจักรไม่ใช่ผู้เป็นตัวทำที่เมตตาค้ำจุนโลกแต่เป็นตัวที่เป็นตัวแย่งลูกตัวเองหรือเป็นตัว นั่นแหละที่จะเป็นเครื่องให้แก่พวกชาวหมู่พุทธจักรนี้ก็ทำงาน 9:00 น ผู้โดยสารจะต้องสะสางพวกนี้แหละเขาแย่งกันตีกันต้องจัดระเบียบต้องอบรมต้องกล่อมเกลานิสัยใจคอต้องให้เขารู้ว่าอันนั้นควรทำนี่ไม่ควรทำแบ่งบาปแบ่งบุญแบ่งดีแบ่งชั่วแบ่งปันแบ่งสูงแบ่งความพอไม่พอให้รู้ไอ้ที่ควรไม่ควรต้องช่วยเขาถ้าคนหมู่นี้ไม่มีในโลกโลกนี้แตกแล้วแตกเราโลกนี้ก็เลยยุบแล้วก็วอขึ้นมาพอยังไม่เกิดปัญญาก็อยู่อย่างคนหรือว่าสัตว์โลกที่เกิดยังไม่เป็นปัญญาจนสัตว์โลกมีปัญญามีสมองมีความรู้มากก็โกงกันแย่งกัน เปลี่ยนกันเอาเปรียบเอารักกันกดขี่ข่มเหงฆ่าแกงกันเริ่มเป็นสัตว์ก็เริ่มรู้จักการฆ่ากันแล้วเริ่มเป็นสัตว์ก็เริ่มรู้จักการฆ่ากันตั้งแต่สัตว์เล็กๆน้อยๆตั้งแต่เป็นตัวมีบ้าเป็นตัวอะไรต่ออะไรมามันเริ่มรู้จักการฆ่ากันและจนกระทั่งมาเป็นสัตว์มนุษย์ถ้าโง่มันก็จะฆ่ากันอยู่ถ้าฉลาดเลิกการฆ่าไม่มีค่าปรับทั้งปวงไม่มีการฆ่าไม่มีการทำลายมีแต่การจะช่วยเขาขัดเกลาจะช่วยเขาทำให้สูงขึ้นดีขึ้นจึงเรียกว่าอานุภาพโตไม่ฆ่าเขาและเราก็รู้ทะลุว่าเราเองเรา ประโยชน์อย่างไรมีชีวิตก็อยู่อย่างรู้ว่ามีชีวิตแล้วก็มีชีวิตก็ทำตนเหมือนคนไม่มีชีวิตคนเป็นเครื่องจักรกลก็ทำตนเป็นเครื่องจักรกลสลายหรือเครื่องจักรกลที่ไม่เกิดงานแล้วเครื่องจักรกลไม่เดินเครื่องแล้วยังไงก็ผิดความจริงแต่เราจะต้องรู้ความจริงถึงความเป็นจริงอันเป็นที่สุดให้ได้แล้วอย่าทำเกินหน้าที่จะทำเกินแรงของเราเราเฟืองเล็กก็ไปทำหน้าที่เฟืองใหญ่เกินไปถ้าเราฟื้นใหญ่ก็มาทำหน้าที่เฟืองเล็กทั้งหมดมันผิดขนาดถ้ายายจริงโดยทำแล้วเครื่องใหญ่ท่านมาทำเฟืองเล็กก็ได้ถ้ามาทำหน้าที่เล็กก็ได้ถ้าไม่มีเฟืองเล็กจะช่วยงานอย่างจำเป็น แบบเฟืองใหญ่ท่านแบกงานไม่หลายแบกงานไม่มากท่านก็จะทำหน้าที่ส่วนใหญ่เหมือนลานโบราณที่จะขายดันไปหมดทั้งหมู่เลยตั้งแต่ท่านก็จะทำนอกจากมันไม่มีจริงๆท่านก็ถึงจะมาทำเฟืองเล็กเพราะฉะนั้นใครที่ได้อะไรมานิดหน่อยก็เอาทำไปตามหน้าที่ของเราเหมือนกับเฟืองเล็กๆค่อยๆดันค่อยๆเดินไปเท่าที่เรามีแรงปล่อยให้เปลืองที่โตกว่าท่านจะทำให้ท่านไปอย่าไปยุ่งไปขึ้นจานไปแย่งงานกันทำนะหรือว่าเด่นขึ้นไปเกินแดงนักลุยลอยง่ายๆและเปลือกเล็กๆอ่ะทำเป็นเล่นกันพังง่ายๆนะทำให้มันถูกก็ดับโดยการยึดถือหลัก ธรรมะอันอยู่ด้วยความผาสุกของความเป็นหมู่เรามีศีลบริสุทธิ์ได้สีนี้เป็นเครื่องวัดธรรมะเท่านั้นตอนนี้ก็ดีแล้วล่ะอย่าเอาศีลติดต่อไปตีเขามาคนที่ต้นดูต้นจะได้แจ้งผู้อื่นตามหลักดู 5 ข้อนี้ไม่งั้นมันเป็นอยู่ผาสุขอยากให้ท่านผู้อื่นเช่นตนดูตนไปดีๆอะไรจะเป็นประโยชน์ก็ทำไปตามที่อาจารย์เมตตาประมาณตนแล้วก็ช่วยกันได้ก็ได้ไม่ได้ก็แล้วไปยังไม่มีชื่อเสียงอย่าดิ้นรนแสวงหาชื่อเสียงนะไม่ต้องดิ้นไม่ต้องแสวงหานักเรียนยังไม่มีชื่อเสียงก็ทำแต่ไม่เป็นผู้ที่จะทำให้หารอยู่ อยู่ได้โดยไม่ลำบากไม่ผ่านทั้ง 4 จะให้ได้นี่ก็คือถ้าอยู่ได้โดยไม่ยากก็ 5 ปิดให้มันถึงที่สุดก็แล้วกันดีเจโตวิมุตมีปัญญาๆเข้าถึงแล้วแลอยู่ได้จริงๆเป็นอีกทีเป็นที่สุดท้ายถ้าเป็นเครื่องถ้าผู้ใดมีอาการข้อที่ 5 แล้วจะมีปัญญาที่จะรู้จริงแม้มีข้อที่ 5 และมีหมดตั้งแต่ตอนนี้มันเป็นปัญญาที่สุดแล้วแต่ถ้าไม่รู้แม่งสีไม่รู้สมมุติพี่จะได้แจ้งผู้อื่นอยู่มันก็ไม่ใช่รถแท้ต้องรู้ติดศีลมีสมมุติสมมุติ จารีตเป็นประเพณีเป็นวัฒนธรรมเป็นสมมติที่หมู่ทำอย่างนู้นอย่างนี้อะไรก็ต้องรู้และก็จะต้องรู้ว่าตนคืออะไรเขาคืออะไรเพ่งจิตตนหรือเป็นผู้อื่นคืออย่างไรจิตมันเพ่งไปออกไปเป็นอธิษฐานในความเป็นเพ่งคนนั้นคนนี้อาจจะว่าจะเดินอยู่อย่างนั้นยังไม่ใช่ตัววิมุติอาสวะไม่เพ่งผู้อื่นหรอกเพราะฉะนั้นคำสอนทั้ง 5 ข้อนี้เป็นคำสอนของตามท่านถ้าท่านยังไม่รู้ศีลยังไม่รู้ว่าไปแจ้งผู้อื่นอยู่มันยังไม่ถึงตัวสุดท้ายตัวเองมันก็หายไปถึงกล้าแล้วเวรกรรมแล้วจะรู้สึกจะใช้สีนี้เป็นจะแจ้งผู้อื่นหรือว่าผู้อื่นดูได้แต่มีรูปผู้อื่นได้แต่ไม่แพงแต่มีชื่อเสียงได้โดยไม่ต้องอยากมีชื่อเสียงไม่ดีแต่ มีที่จะทำสุขกับวิหารอยู่ตลอดไปไม่ยากจริงๆมันเรียนจบพอได้จริงทุกอย่างก็เป็นบริบูรณ์เพราะคนที่ยังไม่บริบูรณ์ต้องพยายามได้ตามลำดับขั้นสรุปย้ำมาอีกทีทบทวนพอสมควรสำหรับธนูประวัติอาโปต่อไปปาฏิโมกข์เอจะสังวโรเฮ้ยสังวรในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปาฏิโมกข์ปาฏิโมกข์แขก็คือปาติโมกข์ทั้งหลายที่เป็นโอวาทปาฏิโมกข์ทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์เรียกว่าปาติโมกข์ทั้งนั้นถ้าเป็นคำสอนเป็นเพราะว่าโอวาทปาฏิโมกข์แต่โอว่าเป็นคำสอนคำกล่าว พี่ตาตึกโมกกะคือจะต้องรู้ทุกข์รู้ทวนปาติแปลว่าทบแปลว่าทวนกลับไปกลับมาเพียบไปเพียงไปรู้แล้วรู้อีกให้เกิดโมกขะเวสเพื่อให้เอามาใช้ใช้แล้วใช้อีกคันก็เอาไปขัดเกลามาแล้วก็เทียบเคียงจนกระทั่งรู้ลงตัวเป็นจริยธรรมปฏิบัติและก็ลงปฏิเวธจนทำการทำจากเป็นอะไรทั้งหมดแล้วก็มา บัตรลงตัวลงชนกันจนกระทั่งบรรลุแทงทะลุลอกให้ผลบอลทั้งหมดปาฏิโมกข์สังวโรจากก็คือเป็นคำเที่ยงแต่ถ้าสังวรในปาฏิโมกข์ทั้งหมดเท่าที่เรามีปัญญารู้ปาฏิโมกข์หรือรู้ปริยัติเพราะฉะนั้นที่ผมอธิบายมาก็ดีจะไม่ใช่ปาฏิโมกข์โดยตรงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นอาคมของผมเป็นคำอธิบายของผมประกอบให้ลึกซึ้งเทศกาลบาลีเรียกว่าคำภีระละเอียดลึกซึ้งบางทีเสียเป็นปัญญาแต่เล่นๆเลยเราเรียกว่ากรรมขยายเป็นคำกริยามีฤทธิ์มีสาธยายมากมายเรียกว่าคัมภีร์ได้บางอันจะเย็นยายจันทร์ เป็นคาถาเป็นบทสั้นๆเป็นอาคมของผมผมย่อเองบ้างผมขยายเองบ้างเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive