สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน จุลศีลข้อ1-6.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข27 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน จุลศีลข้อ1-6 จุลศีล ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงใน พรหมชาลสูตร มีดังต่อไปนี้ พระสมณโคดม ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางสาตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณาหวังประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ พ่อครูว่า...อาตมาพาพวกเรามาเลิกกินเนื้อสัตว์ จิตหิริโอตตัปปะของคุณจะเกิดจริงๆ เห็นสัตว์ตกโถส้วมก็ยังช่วยมันเลย ดีไม่ดีรีบเอามือจ้วงช่วยเลย แต่ก่อนนี้มีแต่ราดน้ำซ้ำอีก อำมหิตน่าดูเลย พอมาเลิกกินเนื้อสัตว์คุณจะเกิดจิตหิริโอตตัปปะเลย จะเกิดความเอ็นดูกรุณาสัตว์ ผู้เกิดร่วมสังสารวัฏ

พระสมณโคดม ละการลักทรัพย์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ รับแต่ของที่เขา ให้ ต้องการแต่ของที่เขาให้ ไม่ประพฤติตนเป็นขโมย เป็นคนสะอาดอยู่ พ่อครูว่า...ถ้าจะรับก็รับแต่ของที่เขาให้ แม้อดข้าวมาสามเดือน ก็ต้องทำใจถ้าเขาไม่ให้ คือต้องการแต่ของที่เขาให้ ต้องการข้าวมากินเหลือเกิน เขาให้ก็อนุโมทนา ต้องถาม อ.ประมวลที่มียายทำข้าวกับแกงเผ็ดมาให้ อ.ประมวลซาบซึ้งมากกับคำว่าต้องการแต่ของที่เขาให้ ถ้าเขาไม่ให้อย่าไปเอาของเขา

พระสมณโคดม ละกรรมเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์ประพฤติพรหมจรรย์ ประพฤติห่างไกลเว้นจากเมถุน ซึ่งเป็นเรื่องของชาวบ้าน พ่อครูว่า...เราก็ทำการเสียสละ แล้วไม่ต้องจดจำเป็นบุญคุณ สิ่งที่เราทำออกไปมีคุณค่าประโยชน์ในตัวแล้วไม่ต้องจำหรอก เพราะสัจจะนั้นบันทึกไว้อยู่แล้ว ทำแล้วเป็นสัจจะของมันเอง เราเสียสละนั่นแหละเราได้ ในหลวงท่านก็ตรัสสั้นๆ ตนพึ่งตนเองรอด แล้วเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้เราคือพระเจ้า คือโลกนาถ ก่อนอื่นก็โลกเล็กๆก่อนแล้วค่อยขยายโตขึ้นๆ โลกของชาวอโศกก็เป็นที่พึ่งของสังคมได้ประมาณหนึ่ง เราก็จะพากเพียรทำให้มากกว่านี้ เพื่อเผื่อแผ่เกื้อกูล ไม่

อ่านต่อ

ใช่เอาสิ่งที่เราทำได้ไปแลกลาภ เอาเปรียบเอารัด เราก็ให้ได้เท่าที่เราทำได้ พาทำถึงทุกวันนี้ได้ และจะทำต่อไป ความประพฤติที่สะอาดให้สูงสุดได้เป็นอรหันต์ ของเราก็เป็นสิ่งนอก (อัตนียา) แต่ถ้าตัวเราก็เนียนเข้ามาหาในเลย (อัตตา)ถ้าเราไม่มีตัวเราของเราก็มีแต่ขันธ์ ๕ ที่เหลือทำประโยชน์แก่คนอื่นไป เราทำเกินกินใช้เพื่อเผื่อแผ่คนอื่นตลอด เราทำได้มากก็เป็นกุศลของเราไป กุศลก็เกิดเองตามจริง อกุศลก็เกิดเองตามจริง

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อีกอย่างหนึ่ง เมื่อปุถุชนกล่าวชมตถาคต พึงกล่าวชม อย่างนี้ว่า พระสมณโคดม ละการพูดเท็จ เว้นขาดจากการพูดเท็จพูดคำจริง ดำรงคำ สัตย์ มีถ้อยคำเป็นหลักฐาน ควรเชื่อ ไม่พูดลวงโลก พ่อครูว่า...พวกสื่อสารมวลชนนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกที่หาเรื่องให้คนทะเลาะกันจะได้มีข่าวขายข่าวได้อีก

พระสมณโคดม ละคำส่อเสียด เว้นขาดจากคำส่อเสียดฟังจากข้างนี้แล้วไม่ บอกข้างโน้น เพื่อให้คนหมู่นี้แตกกัน หรือฟังจากข้างโน้นแล้วไม่บอกข้างนี้ เพื่อให้คนหมู่โน้นแตกกัน สมานคนที่แตกกันแล้วบ้าง ส่งเสริมคนที่พร้อมเพรียงกันแล้วบ้าง ชอบคนที่พร้อมเพรียงกัน ยินดีในคนที่พร้อมเพรียงกัน เพลิดเพลินในคนที่พร้อมเพรียงกัน กล่าวแต่คำที่ทำให้คนพร้อมเพรียงกัน พ่อครูว่า...ผู้ที่รู้ว่าควรตำหนิอะไร ไม่ควรตำหนิอะไร เป็นผู้มีปัญญาใดๆที่คอยตำหนิ พระพุทธเจ้าว่าคบคนเช่นนี้จะมีแต่ดีถ่ายเดียว ไม่มีเลวเลย ยุคนี้อาตมาจำเป็นต้องกระหนาบแล้วกระหนาบอีก ไม่ได้โกรธเคืองใครเลย แต่สงสารเขา อาตมาเวทนาเขา อยากให้มาเรียนรู้เวทนาที่หลงทั้งผลักทั้งดูดอยู่นี่ ยุคนี้จึงเป็นยุคที่ยากที่ต้องพูดเรื่องทุจริต พูดอย่างไรก็กระทบเขาเพราะคนผิดมีมาก ก็เอาแต่คนที่เข้าใจ เห็นว่าเราปรารถนาดีก็จะได้ประโยชน์ อาตมาว่าแสดงอย่างนี้ไม่ได้เข้าใจผิด ทุกวันนี้คนดื้อกิเลสหนา จึงต้องกระแทกให้แรง กระแทกเบาไม่เข้า จำเป็นต้องทำ จะบอกว่าแก้ตัวก็ได้จะทำเช่นนี้ จริงๆแล้วอาตมาเป็นคนสุภาพเรียบร้อยเป็นคนสนุก แม้แต่คำว่ากูมึง ก็ไม่พูด เพื่อนเขาก็พูดแต่อาตมาพูดไม่ได้ พูดได้อย่างเก่งก็ข้าเอ็งหรืออั๊ว ลื้อ พูดมึงไม่ได้ อาตมาทำสงบเรียบร้อยเป็น บวชใหม่ๆนั้นทำการสุขุมเรียบร้อยสงบหลายปีถึงค่อยมาถอดร่างเป็นอย่างนี้ ตอนนี้เป็นกวนอูหน้าแดงถือง้าว ทวน ๘๐ ชั่ง

พระสมณโคดม ละคำหยาบ เว้นขาดจากคำหยาบ กล่าวแต่คำที่ไม่มีโทษ เพราะหู ชวนให้รัก จับใจ เป็นคำของชาวเมือง คนโดยมากรักใคร่ ชอบใจ พ่อครูว่า...คนที่พูดกับเพื่อนด้วยจริงใจ ภาษาดูว่าหยาบแต่ใจเขาไม่ได้หยาบ ใจสนิทจริงใจกับเพื่อนจริงๆ บางคนซื่อสัตย์สุจริตรักกันมาก แต่พูดคำพวกนี้จนกระทั่งไม่พูดคำพวกนี้ก็ว่าไม่รักกันจริงอีก แล้วเป็นจริงด้วย ถ้าวันใดไม่พูดคำแบบนี้ก็หาว่ากินยาผิดหรือโกรธกันหรืออย่างไร นี่คือการกำหนดยึดถือ ข้อสำคัญคือคำไม่มีโทษ แต่แปลว่าคำเพราะหูคำชวนให้รักถือว่าเป็นแค่นักจีบธรรมดาน่ะ อาตมาทำไมต้องชื่อรัก ทั้งๆที่อาตมาชื่อมงคล สมเด็จองค์แรกของเมืองอุบลฯนี่ตั้งให้ สมเด็จติสโส(อ้วน) จนเป็นระดับสมเด็จเป็นรมต.มหาดไทยของสงฆ์นะ เป็นคนตั้งชื่อให้อาตมา ลุงอาตมาเป็นลูกศิษย์ท่าน อาตมามีนามปากกาว่า รัก พงษ์มงคล อาตมาแต่งเพลงใช้นามปากกาแรกว่า ยุบลรัตน์ แล้วค่อยมาใช้ รัก พงษ์มงคล

590203_พุทธศาสนาตามภูมิ อัมพัฏฐสูตร ตอน ๓

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน