180518-B สัลเลขสูตร ตอน2-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2518 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์73 KB
วันที่แก้ไข21 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการอบรมทำวัตรเช้าเรื่องสัลเลขสูตรโดยพ่อท่านโพธิรักษ์ได้แสดงไว้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมพุทธศักราช 2518 ธรรมสถานแดนอโศกเพชรชุดสรรเสริญพระสูตรนี้พ่อท่านได้บรรยายลักษณะของจิตในจิตซึ่งลึกซึ้งพิสดารเป็นธรรมะชั้นสูงมากอย่างไรก็ตามเนื่องจากเทปชุดนี้ได้บันทึกเสียงไว้นานแล้วดังนั้นระบบเสียงจึงไม่ค่อยชัดเจนนักแต่ทางคณะผู้จัดทำประสงค์จะให้ท่านได้ฟังการบรรยายธรรมะในอดีตแนวนี้จากพ่อท่านบ้าง อยู่ว่างๆอยู่เฉยๆอยู่เนี่ยโดยไม่รู้ว่าอยู่ทำไมอยู่เฉยๆทำไมไม่มีเหตุผลอยู่ไม่เฉยๆงั้นกี่เวลาก็ช่างอยู่ไปวันที่ 12 ชั่วโมงก็อยู่เฉยๆ 2 ชั่วโมงนั่งเฉยๆถ้าผู้ใดเห็นผู้ใดนั่งอยู่เฉยๆว่างๆเอามือล้วนๆไม่รู้เรื่องอะไรนั่งเฉยเฉยจงรู้เถิดว่าคนนั้นบ้าจงรู้เถิดว่าคนนั้นบ้าเพราะว่าเป็นคนแต่ไม่เป็นคนแล้วเป็นคนที่มีสมรรถภาพมีความสามารถที่จะทำงานอื่นได้ดีแต่ไม่ทำงานแล้วนั่งเฉยเฉยถ้า 12 ชั่วโมงพัก ไปได้ยังไงอย่างนี้เป็นต้นนั่งเฉยๆเป็นไปได้ยากยิ่งด้วยแต่ก็มีคนเป็นไปได้เรียกว่าคนบ้าที่เป็นไปได้มันเกินเลยเถิดไปแล้วมันมันไม่ไหวคนแล้วมันไม่ใช่คนแล้วของใครนอกจากไม่นั่งมือเฉยๆลืมตาเห็นได้ชัดเจนแล้วแม้นั่งหลับตาเฉยอยู่ 12 ชั่วโมงเฉยๆไม่ทำอะไรเลยก็อันเดียวกันเป็นแต่เพียงว่ามันไม่ชัดเท่านั้นเองเพราะว่ามือลอยเฉยๆเห็นความกระดุกกระดิกเขาเรียกว่าเขายังไม่ตายหรือว่าเขาไม่หลับแล้วก็บอกว่าไม่หลับแต่มันเหมือนคนตายเหมือนคนหลับมันก็บ้าสิมันตายในความไม่ตายมันบ้า ดูตนเองไม่ตายก็ไม่รู้ตัวเองขยับเคลื่อนกายอยู่ลืมตาอยู่ก็ไม่รู้ว่าตัวไม่ตายแล้วไปทำอะไรก็บ้าแล้วล่ะแต่ถ้าบอกว่าคนหลับตาเข้าเราไม่เห็นความกระดุกกระดิกเราไม่เห็นความลืมตาไม่แสดงบทบาทกระดุกกระดิกหรืออะไรเคลื่อนไหวอะไรเออมันเหมือนคนตายจริงๆคงจะตายหนอคงจะตายอยู่ทีนี้เราก็รู้ส

อ่านต่อ

มมุติอันนึงว่าไม่ตายก็หลับหรือหยุดสนิทอยู่แล้วก็บอกเออคนนี้ก็หยุดสนิทก็ค่อยยังชั่วแต่ถึงกระนั้นก็ตามก็นายเดียวกันถ้าไม่รู้หลับโดยไม่รู้ไปนั่งหลับอยู่เฉยๆ 12 ชั่วโมงโดยไม่รู้เหตุผลว่าทำทำไมถ้าจะทำเพื่อจะให้มันเกิดสมาบัติเพื่อให้เกิดการเป็นไปได้ 1 เดือนเป็นไปได้เสมอ ให้มันเกิดการหยุดให้ได้คงทนให้มันมีวัดศรีแคล่วคล่องให้มันได้ 10 บาทถ้าเรารู้เหตุผลแล้วเราก็ทำให้แก่ตนอยู่เพราะเรายังไม่มีสิทธิ์ปะนั้นก็จงทำถ้าเรารู้เหตุผลก่อนผู้นั้นถือว่าไม่บ้าเพราะรู้เหตุรู้ผลแต่พูดได้ไปทำโดยไม่รู้แล้วไปนั่งเสพด้วยผู้เสพและมีกิเลสไม่ใช่ไม่ใช่คนบรรลุถ้าเกิดว่าไปนั่งเสพติด 2 ชั่วโมงมันเกินแล้วที่จริงจะบอกว่าเพื่อพักผ่อนก็ได้พักผ่อนเกินแล้วแต่ยังอร่อยอยู่จิตนั้นเป็นตัวรู้จะบอกให้จิตเรารู้นะว่าเราเสพเพราะอร่อยแล้วก็เสพต่อไปเรากำลังมีกิเลสแต่ถ้าบอกว่าเราไม่ได้เสพหรอกเราเห็นว่าคนพักผ่อนเท่านี้แล้วก็พักผ่อนแล้วก็ทำหรือไม่เพราะหรือว่าพักผ่อนเท่านี้เราพอแล้วเราก็ ทำงานถ้าไม่ออกมาทำงานเราก็รู้เหตุผลอันสุดท้ายเท่านั้นเองว่าเราทำสมาบัติหรือเราทำความเคยชินแล้วทำให้มันเป็นไปให้หยุดนิ่งๆได้เก่งๆเมื่อเราไม่มีงานอื่นเราก็ทำงานสมาบัตินี้เท่านั้นเองงานอื่นไม่มีแล้วจริงๆเราจะทำงานอื่นใดก็ไม่มีจริงๆก็ทำสมาบัติกันแต่ระวังมันมีบทซ้อนอีกนิดนึงสมาบัติมากๆเข้าแล้วก็ติดนะหยุดมากๆเขาอร่อยยิ่งอร่อยจัดแล้วติดอีกเพราะฉะนั้นที่จะทำนี่ใครรู้แล้วว่าทำไมมันหยุดก็ทำหยุดได้แล้วจะทำให้หยุด 2 ชั่วโมงก็ทำได้ 3 ชั่วโมงก็ทำได้ 4 ชั่วโมงก็ทำได้ 5 ชั่วโมงก็ทำได้ถ้าครบ 12 ชั่วโมงก็ทำได้แล้วพออย่าไปอุตรดิตถ์ทำมากกว่านั้นที่จริงถ้าทำแค่ 7 ชั่วโมง เนี่ยนั่งให้มันได้สนิท 7 ชั่วโมงเท่านั้นแหละเป็นบริบูรณ์แล้วในรอบของรอบเก่งที่สุดแล้วเพราะคนเราพัก 7 ชั่วโมงที่เป็นนิโรธ 7 ชั่วโมงนี่แหละโอ้ยอดแต่ไม่เอาอย่างนั้นหรอกคนไปนั่งทำกัน 7 วันแบบฤาษีนั่งทำเกิน 7 วันแล้วก็เอาถ้าใครจะนั่งทำ 7 วันก็ทำได้ถ้าใครทำได้ถึง 7 วันนะครั้งเดียวก็เสร็จแล้วเพราะคนไหนทำได้ 7 วันได้ผ่าตัดถึงขนาดนั้นทำได้ 7 วันนั่งสมาธิได้แน่วแน่เป็นนิโรธสมาบัติ 7 วันได้แล้วคนนั้นยอดที่สุดแล้วจะทำอีกกี่ชั่วโมงก็ได้แต่นี้จะหยุดจิตที่มันได้กี่ชั่วโมงก็ได้แล้วตอนนี้ ไม่ต้องเป็นนางสาวนั่งทำ 7 วันแล้ว 7 วันอีกหรอกไม่ต้องไม่ต้องเลยไม่ต้องจริงๆขอรับรองไม่งั้นก็พูดได้ก็ทำจะกระทำสมาธิหรือสมาบัติเพื่อที่จะให้มันดับนิโรธหยุดนิ่งจริงๆสักชั่วโมงสองชั่วโมงถ้าไม่มีงานอื่นทำก็ทำเพิ่งทำแต่ปีนี้จะพยายามเสริมในเรื่องที่ว่าหัดทำพวกนี้เป็นสมาบัติเป็นอะไรต่ออะไรพวกนี้และอธิบายภาษาเข้ามาสู่ภาษาแล้วเข้าใจกันได้แล้วทีนี้ก็มีอาการหรือมีกรรมหรือมีบทปฏิบัติฝึกหัดทำไปตามควรแล้วก็เตือนไว้แล้วด้วยว่าถ้าทำมากๆก็ทำผิดนะถ้าไม่รู้ติดถ้าทำได้แล้วจงรู้ว่า ได้แล้ว 1 ครั้งก็พอในโลกอะไรก็ตามแต่ 1 ครั้งเท่านั้นแหละถึงสูงที่สุดยอดที่สุดจุดที่ 2 สูงที่สุดยอดที่สุดนั้นแล้วก็ถึงแล้วก็เป็นจริงถึงแล้วจิตถึงจริงแล้วเป็นจริงเลยถ้าจะถึง 7 เราจะทำ 6 ทำ 5 ได้สบายถ้าจิตถึง 9 เราก็จะทำ 8 3 7 3 6 ได้สบายจริงเราอาจจะทำอีก 9 เนี่ยอาจจะทำอีกใหม่อีกทียากแต่ว่า 8 7 6 5 ง่ายถ้าเราทำถึง 7 6 5 4 3 เราก็ทำง่ายเป็นธรรมดาธรรมดาแต่จะทำ 7 อีกก็คงยากหน่อยแต่ถ้า 6 ง่ายกว่ายิ่งทำให้ง่ายใหญ่ยิ่งทำสีหน้าใหญ่ขอให้เป็นจริงๆก็แล้วกันเราเรียนรู้ขนาดของจิตอารมณ์ของจิต พอมาถึงฌานอุเบกขาแล้วเราก็รู้อุเบกขาเรียกว่ามันเป็นตัวรู้เข้าไปรู้พอรู้แล้วเสร็จเข้าไปยึดมันซะอีกเรียกว่าอาการสามัญประจำเมื่อไปยึดอาการสามัญแล้วต้องรู้ซ้อนรู้เข้าไปอีกว่านี่แน่ะติดไอ้จุดว่างจุดเปล่าๆไม่มีอะไรมีแล้วนะไม่มีอะไรในตัวเองไม่มีอะไรในตัวที่เราไปยึดตัวที่เราไปดับไปนี่ไม่ใช่แต่ไปยึดเอาไอ้ที่รู้จิตมันรู้อยู่มันโปร่งมันโล่งมันสว่างมันปล่อยมันไม่มีอะไรเลยลุงเป็นแบบสว่างฟังฝั่งสว่างกับฝั่งพืชฝั่งสว่างคือมันมี ที่รับรู้อยู่รู้โปร่งรู้โลกรู้สว่างรู้ว่าไม่มีอะไรอย่างชัดเจนยังเปิดโลกอย่างเหมือนกับมีพระอาทิตย์สอดส่องสาดเข้าไปให้กระจ่างกระจ่างรู้รู้สติเต็มโพลงมีสติเต็มทรงรู้ว่ามันไม่มีอะไรรู้จักรู้ไหมลำๆๆฟังให้ดีนะตรงนี้มันจะกำลังจะต่างกันก็อาจกินกันยากตรงไหนกำลังจะอธิบายให้เห็นชัดว่าไอ้อาการสาแล้ววิญญาณนันจาคือตัวรู้เนี่ยไปรู้อากาสานัญจายตนะเพราะมันรู้ว่ามันอ๋อมันยึดความโล่งยุคความโปร่งยุบความว่างยึดความไม่มีขอบเขตยึดเหมือนกับมีแต่แสงสว่างโลกทะลุไม่ไปเลย หมดเลยไม่มีอะไรเลยยึดอันนั้นเรียกว่ารู้วิญญาณหรือตัวรู้วิญญาณที่รู้ยิ่งเดี๋ยวมันรู้อะไรมันไม่รู้อากาศอย่างนี้แหละมันรู้ความโล่งกว่านี้แล้วรู้ด้วยว่าตัวเราเข้าไปยึดไปติดเพราะฉะนั้นวิญญาณใดที่รู้อาการสานันท์จารึกอย่างนี้ก็รู้ว่าอ๋อเราได้รู้ส่วนรวมส่วนว่าเพราะว่าจิตที่มันรู้อย่างนี้มันก็ยังมีบทแห่งการทำงานรู้ชัดเท่าใดก็รู้เท่านั้นเพราะฉะนั้นถ้าคนเข้าใจผิดก็จะคิดว่าไอ้ที่มันยังมีรู้อยู่นี่มันก็ยังมีเกิดน่ะสิมันก็ยังมีจิตเกิดธาตุรู้ยังไม่หมดนี่พวกฤาษีชีไพรเขาแต่ก่อนเขาเคยคิดว่ามันยังมีจิตรู้อยู่มันยังมีธาตุรู้อยู่มันก็ยังดับไม่สนิทซะที่จิตมันก็ยังไม่ดับจิตหมดน่ะสิเพราะฉะนั้นอยากอันนั้นเลยดับ ดูด้วยดับจิตรู้ด้วยแม้มันจะรู้โล่งๆโปร่งๆว่างๆไปปล่อยไม่มีอะไรเลยแล้วก็ตามก็ไม่เอาอ่ะดับเลยไม่รู้อะไรนิดนึงน้อยนึงก็ไม่รู้ดับลงดับลงดับลงดับลงดับให้สนิทไม่รับรู้เลยแม้แต่ความว่างโปร่งความมีอากาศมีความไม่สิ้นสุดความมีความรู้ถ้ารู้ที่มันยังปรากฏอยู่ก็ไม่มีทางรู้ปรากฏดับถ้ารู้ด้วยให้สนิทให้ดับลงดับลงดับลงให้สนิทถือว่าดับยิ่งกว่าถือว่าไม่มีอะไรยิ่งกว่าจึงทำกินกันยาเยอะนะจึงทำการไม่มีไม่มีไม่มีไม่มีดับธาตุรู้ลงไปเลยเพราะถือว่าสูงกว่ามันรู้ไม่มีฤาษีหรือมีอาจารย์ ปาจานสมัยเก่าๆคิดค้นแล้วแล้วก็ได้กระทำแล้วเรียนรู้กันแต่สืบทอดต่อมาแล้วอย่าง Alarm ดาบสเป็นต้นก็ทำอาทิจรรยาชนะให้แก่ตัวแล้วก็นึกว่ามีประโยชน์ยอดแล้วเป็นอากิญจัญญายตนะเป็นกำไรแล้วหนอที่ทำมากินกันได้แล้วทำมากินกันได้แล้วคือทำลงไปจนกระทั่งดับสนิทไม่มีอะไรเลยแต่มีตัวเองรู้ว่าตัวไม่มีอะไรฟังดูดีๆซ้อนตัวเองรู้ว่าตัวเองไม่มีอะไรแล้วตอนนี้ไม่รู้ไม่มีอะไรจริงๆออกมากลับเข้าสู่ความรู้ ถอนจิตขึ้นมามีสัญญารู้ว่าอ๋อเมื่อกี้นี้ที่ผ่านมาเมื่อกี้เราไม่รู้อะไรเลยโลกก็จะแตกฟ้าก็จะร้องอะไรเป็นอะไรนิดอะไรน้อยขนาดไหนหรือว่าอะไรแรงขนาดไหนก็ตามเราไม่รู้เลยหนอแม้แต่ในจิตของเราเองเราก็ไม่รู้ว่าเรามีตำราถ้าติดมันคือธาตุรู้มันไม่มีอะไรเลยมันก็รู้สิ่งที่เริ่มเกิดคือเรื่องมีแสงสว่างเริ่มมีความรู้เริ่มมีค่าติดรู้โล่งๆไม่มียังไม่มีอะไรมาปรากฏมีแต่เฉยๆความโล่งๆเฉยๆในระหว่างอากาศแม้แต่อากาศลงๆอยู่เฉยๆก็ยังไม่ปรากฏยังไม่มีอะไรเลยมีแต่ความมืดสนิทความมืดกับความสว่างนี่มันอยู่กับคนฆ่า 2 อย่าง 2 ข้างแค่นั้นเองเหมือนเลิกความสว่างก็มาหาความ แล้วก็มายึดเอาความรู้สึกทางด้านมืดไม่ยึดอำนาจไม่รู้พอออกมาจากความไม่รู้นั้นจิตถอยออกมาจากความรู้เริ่มรู้ก็รู้ว่าอ๋อเมื่อกี้นี้เราไม่รู้อะไรเลยไม่มีอะไรรู้เลยแม้แต่สว่างนิดนึงก็ไม่รู้มืดตึ๊ดตื๋อเลยพูดอย่างคนก็คือโง่สะบัดช่อเลยมันไม่รู้อะไรจริงๆมันมืดตึ๊ดตื๋อจริงๆมันไม่ดูอะไรเลยแม้แต่ความไม่มีอะไรมันก็ไม่รู้ว่าไม่มีอะไรมันไม่รู้ว่าด้วยแต่อันอาจจะกินจรรยาจะชนะนี่มันตรงกันข้ามอยู่นิดนึงมันรู้แล้วว่ามันไม่มีอะไรมันรู้ว่าในขณะนั้นเราไม่มีอะไรถึงเรียกว่าอาคะแล้วรู้ว่าถ้าไปหลงว่า เพลงเอออันนี้เป็นประโยชน์อันนี้เป็นกำไรอันนี้เป็นของได้ก็เป็นการอากินจรรยายักษ์เพราะฉะนั้นแม้แต่จิตที่ประยุทธ์อย่างนี้ทีนี้จิตที่ประยุทธ์ความไม่มีดับสนิทอย่างนี้ที่เป็นอย่าง Alarm ดาบสสอนให้พระพุทธเจ้ารู้สิ่งนี้พระพุทธเจ้าก็ทำได้ก็เข้าใจผมก็เข้าใจทุกวันนี้ผมก็เข้าใจอย่างเข้าใจจริงๆพอดับสนิทเลยก็รู้ว่ามันเป็นสภาพอย่างหนึ่งทำแล้วก็ได้ยึดหมดเลยแม้แต่จิตรู้นิดนึงก็ไม่รู้มันก็ดีเหมือนกันแหละมันพักสนิทจริงๆอาจกินจรรยาหรืออากิญจัญญายตนะ คือมันไม่มีอะไรรู้เหมือนกันมันดับสนิทเหมือนกันแต่อาการมันเติมไปให้นิดนึงว่ามันมีรู้มันมีอัญญะหรืออันจะมันรู้แต่จะเอารู้ไหมว่าที่ไหนก็ช่างมันเถอะมันเล็กจนกระทั่งไม่มีขนาดให้คุณจับได้แล้วมันรู้ว่าเราทำความไม่รู้ไว้ก่อนคือมันรู้ก่อนแล้วก็มารู้ทีหลังก่อนจะเข้ามากินจรรยาระยะก็เป็นการเจตนาทำเอาแล้วก็รู้ว่าเราจะมาอยู่ตรงนี้พอออกมาก็รู้ว่าเออเราตรงนี้ตรงช่องว่างไม่มีอะไรเลยเพราะว่ามันรู้อันนี้ได้ก็เพราะมีก่อนจะมีหลังก่อนจะก่อนจะเข้าสู่ความไม่มีอะไรเราก็รู้ก่อนล่วงหน้าพอออกมาจากไม่มีอะไรแล้วเราก็รู้ว่าเออเมื่อกี้นี้เราไม่มีอะไร อันนี้เรียกว่าอันจะหรืออัญญะสวนอสัญญีนั้นเรียกสภาวะอันไม่มีอะไรนี่เองว่าอสัญญีไม่มีอะไรในตัวมันเองมันไม่มีแม้แต่อัญญะหรืออันดีสัญญาหรือสัญญาประกอบไปด้วยอัญมณีแล้วประกอบไปด้วยรู้ไอ้อสัญญีหรืออสัญญีสัญญาเนี่ยมันประกอบไปด้วยมันไม่มีแม้กระทั่งรู้เป็นตัวกลางถ้าเขียนเป็นรูปแล้วก็จะเห็นว่าไอ้ก่อนจะจิตจะเข้าไปเนี่ยมันกำหนดรู้ไว้ก่อนแล้วมันเข้าไปสู่ตรงนี้สู่ความไม่มีอะไรเลยไม่รู้อะไรเลยพอออกมามันก็เริ่มรู้ว่าอ๋อมันอันนี้คืออันนี้แต่ตัวอักษรจีนคือตัวนี้เองเลยคือตัวไม่รู้นี่เองพยายามกำหนดการ กำหนดสมาธิสังกิจให้ได้ว่าตัวเฟืองเฟืองนี้เฟืองอันที่ไม่รู้เองแล้วเรียกว่าอสัญแต่มันก็ไม่รู้ด้วยกันไอ้ตัวที่บอกว่ามันรู้ที่เป็นอากิญจัญญายตนะ ดูนั้นจะต้องมี 2 ไอ้รู้ไม่เกิด 2 ไม่ได้รู้ไม่มี 2 ไม่มีรู้ไม่มีสติปัญญาไม่มีรู้ไม่มีสังขารไม่มีรู้ต้องมีสังขารเพราะฉะนั้นรู้จะเป็นหนึ่งเดียวไม่ได้อสัญญีจึงเป็นหนึ่งจริงยิ่งกว่ามันหยุดเลยมันเป็นตัวนั้นเลยอสัญญีแต่ว่าไอ้ตัวอาจกินจันทร์มันก็คือตัวรู้อะไรรู้ตัวนี้มันไม่ได้ไปรู้อื่นอีกเลยอื่นไม่เกี่ยวเลยอ่ะกินจรรยามันไม่เกี่ยวอื่นมันไม่รู้อื่นมันรู้อันนี้รู้ให้หยุดนี่เองเพราะฉะนั้นไอ้รู้หยุดก็คือตัวหยุดนั่นเองรู้ของอะไรล่ะก็รู้จิตของเราเองอยู่ไม่ได้ไปดูอื่นเพราะฉะนั้นไอ้ตัวหยุดนั้นก็คือตัวหยุดของเรารู้หยุดก็คือตัวรู้หยุดของเรารู้เงียบดับสนิทของเราพอจะรู้ของอากินกันยาคือตัวเฟืองอันนี้กับเฟืองอันนี้คือ ก่อนจะเข้าสู่อสัญญีก็รู้ก่อนพอออกแล้วก็รู้อีกทีนึงว่าอ๋อเมื่อกี้นี้เราอาศัยอยู่แล้วดับจริงๆมันไม่รู้แท้จริงนึกว่าอากิญจัญญายตนะ เพราะชอบใจแหมทำแล้วดีมันอร่อยดีหรือเสพเสพมัน 2 วัน 3 วัน 7 วันเลย 7 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมง 5 ชั่วโมง 7 ชั่วโมงเลยทั้งๆที่เราเองก็มีพักผ่อนพอพอแล้วถึงแม้ว่ามันไปทำอย่างนั้นเราก็ยังมีอาการบริบูรณ์สังขารร่างกายกำลังกายกำลังปัญญาก็ทำงานอื่นได้อย่างสบายไม่ทารุณไม่โหดร้ายไม่อะไรเลยเป็นไปโดยการจรรโลงสร้างสรรค์ด้วยแทนที่จะไปเป็นท่านหญิงท่านก่อนตายนิ่งเฉยๆไม่ทำอะไรถ้าจะไปทำแท่งหินท่านก่อนเสพอยู่ก็คือเราเอาเปรียบลูกแล้วเราก็ไม่มีคุณค่าให้เป็นโรคแต่ถ้าเราไม่หยุดเสพไม่ไปอย่างนั้นเรารู้แล้วว่าเราพักผ่อนก็พอแล้วล่ะแล้วเราทำงานก็ได้ด้วยก็ทำงานให้มันเป็นค่าของลงไปสิแล้วก็เดินทางไปสู่การกาละแห่งการตายมันยังไม่ตายก็ให้มันมีค่าก็เท่า พระอาคินจรรยายะนะถึงแม้แต่ชนะแม้แต่นิดนึงน้อยหนึ่งของที่เราไปลงอายัดหลงว่าไอ้การหยุดอย่างนี้น่ะมันเป็นกำไรเป็นประโยชน์นะแม่เราเหลือไปหลงอยู่นิดนึงหน่อยนึงก็อยากให้หลงนะถ้ายังเรายังหลงอยู่จึงเรียกว่าผู้นั้นมีจรรยายะตะนะแม่ยังหลงน้อย 1 นิดนึงก็เรียกว่าฐานะน้อยนึงนิดนึงเท่านั้นเท่านั้นแหละเท่าใดก็ตามแต่น้อยเท่าใดก็เท่านั้นแหละเรายังหลงอยู่น้อยเท่าใดก็ให้รู้ให้ได้ว่านี่เราหลงอยู่ไหนนะถ้าใครลงน้อยได้แต่ไรก็ยิ่งดีจนกระทั่งน้อยที่สุดเท่าใดจนกระทั่งไม่มีเลยนั่นแหละถึงเรียกว่าที่สุดถึงที่สุดไม่มีอากิญจัญญายตนะเป็นผู้ถึงซึ่งอาจจะ อายตนะฌานได้เผาแล้วซึ่งความหลงได้เผาแล้วซึ่งความติดได้เผาแล้วถึงแม้จะไปติดไปหลงมาเป็นกำไรไปหลงก็เป็นประโยชน์แม่นิดน้อยแล้วก็จะเสพก็ไม่มีได้เผาเกลี้ยงเรียกว่าชานะได้ช้ากว่านักจิตมันแล้วไม่เหลือแล้วไอ้สัตว์ความหลงไม่ช้านะหรือเด็กชายไปแล้วได้เผามันลงไปแล้วจึงเรียกว่าพูดถึงซึ่งอาจกินกันยายต๊ะฌานพอถึงชายนี้ไม่ใช่บทสรรเสริญแต่เป็นบทแห่งสันติภาพหรือทิศทางสุดของวิหารที่ประกอบไปด้วยความสูงยิ่งกว่านั้นอีกขั้นปลายยิ่งกว่านั้นอีกจึงเรียกว่าสันตะบอกแล้วแปลให้ฟังแล้วว่าศาลตัดแปลว่าปลายประกอบ ทันตะสะบวกกันสะหรือว่าประกอบด้วยอันตะแปลว่าปลายที่สุดยิ่งปลายเข้าไปใหญ่เลยพอถึงการอ่านอีกขั้นปลายขั้นแหลมขั้นลึกละเอียดเข้าไปใหญ่เลยทีนี้ก็ถึงอันสุดท้ายเนวสัญญานาสัญญายตนะมีสัญญากันมันมีสัญญามันมีรู้กันมันรู้สึกประกอบไปด้วยความรู้ที่ชัดแจ้งเลยเรื่องบ้าอะไรก็ไปดับมันเล่นแล้วให้รู้ให้ได้ด้วยว่าดับคืออะไรหยุดสนิทคืออะไรอาจินกันหรือว่าสันดีคืออะไรถ้าจะทำทำไม่เป็นไม่ว่าทำ เพลงด้วยแล้วจะต้องการใช้หยิบมันขึ้นมาใช้ใช้แล้วให้รู้จักพอให้รู้จักหยุดใช้แล้วก็ไม่รู้จักพอให้รู้จักจบเนวสัญญานาสัญญาอย่าเบลออย่าฆ่าอย่ามัวอย่าเมาอย่าหลงกำหนดในวัดสัญญาณอาญากำหนดอย่างใดอย่างใดอย่างใดอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นให้ชัดเจนให้หมดเนวะนานาต่างๆอันไหนใหม่อันไหนกล่าวให้รู้ว่าแปลว่าหมายความว่ากล่าวนานาแปลว่าต่างๆสัญญากำหนดสัญญาให้รู้ต่างๆใดๆให้หมดอย่าให้หลงอย่าให้เบลอแม้ที่สุดปลากินจรรยาก็ให้รู้ให้ชัดใครที่จะรู้ซึ่งอาจกินจรรยาที่เป็นสภาวะแท้นั้น รู้จริงๆด้วยรู้และเกิดปรากฏการณ์ที่จิตด้วยรู้จริงแล้วเข้าใจจริงด้วยว่าอ๋อมันก็เป็นสภาพอย่างนี้เองแล้วรู้แล้วถอนตนด้วยมีทานด้วยรู้แล้วถอนตนด้วยรู้แล้วไม่ติดด้วยรู้ว่ามันมีความหยุดได้ขนาดไหนมีประสิทธิภาพในการที่จะทำให้คนพักได้ขนาดไหนดีขนาดไหนรู้ด้วยแล้วไม่ติดด้วยรู้ว่าอร่อยรู้ว่าเป็นยอดแห่งมหาศึกมหาเวทย์มหาบาลมหาโปร่งมหาสนิทเลยทีเดียวรู้เชียวและจิตของตัวเองก็แน่ด้วยรู้ด้วยจริงด้วยว่าตัวไม่ติดถ้าแม้มันยังติดอยู่ก็ต้องมีสติ บังคับตัวเองตั้งจิตเข้าไว้ต่อสู้อย่าติดทำได้จงทำถ้าถึงโอกาสเพราะฉะนั้นไม่ต้องบอกหรอกคุณถึงโอกาสเหนื่อยจะจัดคุณก็ทำไม่ต้องไปบอกมันหรอกแต่คุณจะต้องกันมันซะด้วยซ้ำไปมันจะทำเอาเรื่อยๆอ่ะที่มันจะทำเอาบ่อยๆมันจะเผลอไม่ได้มันจะทำอ่ะดิอย่างนั้นต่างหากเราเพราะฉะนั้นถ้ารู้แล้วถึงแล้วเป็นแล้วเนี่ยคนนั้นนะไม่ต้องไปบ่อยทำไม่ต้องไปทำเสมอกับฝืนออกมาอีกต่างหากปรับพื้นทำไมเพราะฉะนั้นมาถึงแม้ทำแล้วก็กลับไม่ทำทำแล้วกลับไม่ทำทำแล้วกลับไม่ทำรอเรียนอยู่ตลอดเวลาสัญญาจึงเป็นตัวที่เรียกว่าทำสัญญาให้ชัดให้รู้ในว่าทั้งหมดให้รู้ นานาทั้งหมดให้รู้ให้หมดให้เกลี้ยงเลยกำหนดลงไปมันหมายต้องไปทำความสำคัญทำความรู้แจ้งทำความเห็นจริงทำความเข้าใจสมาธิสักการะมันให้จริงเข้าใจสมาธิสโคนหมายถึงสมาธิสักการะคือรูปสมาธิสักโคจรคือนามรู้มันไม่ชัดเลยอาการมันเป็นอาการไอ้นี่ก็ไอ้นี่ทำงานกันแล้วมันเป็นอย่างนี้แหละเป็นคนจะรับรู้ไอ้นี่คือไอ้นี่ไอ้นี่คือไอ้นี่ไอ้นี่คือไอ้นี่ไอ้นี่คือไอ้นี่ให้มันรู้ชัดจริงๆเลยเป็นรูปเป็นสมาธิสั้นอดีตทำอย่างนี้นี่มันเรื่องของลูกมันเรื่องของจิตทั้งนั้นนะเพราะไม่รู้จะทำยังไงแล้วในตอนนี้มันก็ต้องปั่นมือปั่นไม้ไปอย่างนั้นแหละทำสัญญาให้คุณรู้ไปเท่านั้นเองทำกำหนดทำสัญญา ให้รู้ไปเท่านั้นเองให้รู้ให้ชัดกำหนดรู้หมดเรียกว่าเป็นพูดถึงซึ่งสัญญาเวทยิตนิโรธเป็นประโยชน์ก็เอาใช้ประโยชน์ไม่ว่าตับสนิทขนาดนี้เป็นประโยชน์ก็ใช้ประโยชน์เมื่อถึงคราวไม่ต้องไปดับถึงขนาดนี้หรอกแค่รู้สว่างฟุ้งๆอยู่แล้วก็ได้พักผ่อนมากแล้วแต่เห็นเราเป็นเพียงรู้เราไม่คิดอะไรมากมันก็ไม่เปลืองพลังงานอะไรมากเราอยู่พักอยู่ขณะนี้ก็พอแล้วไม่จำเป็นจะต้องพักจนกระทั่งดับหนึ่งไปเลยแข็งเป็นไม้ท่อน พระขนาดนี้คุณก็ต้องรู้ตัวจงรู้ตัวแล้วก็ทำให้มันถูกฐานให้มันถูกควรรู้ได้หมดไม่ใช่ว่าเมื่อยนิดหน่อยเท่านั้นเองก็จะพักให้มากๆเป็นจรรยาหรือเป็นอสัญญีซะหากำไรเพิ่มขึ้นเพราะคุณยังเห็นเป็นกำไรยังเห็นเป็นประโยชน์ยังเห็นเป็นอายะอยู่แม้คุณยังมีสิทธิ์แลบเลียจิตจึงต้องมีกามะหรือจิตจะมีความใคร่อยากจะมีความชอบและมีความผิดอยู่ขนาดนี้รู้ตนอย่าไปหลงในอายตนะนั้นเป็นอันขาดพยายามทำความเข้าใจในอายตนะให้ซึ้งขึ้นไปอีกให้ชัดขึ้นไปอีกอย่าไปหลงแม่นิดแม่น้อยเห็นว่าเป็นกำไรเป็นประโยชน์แน่นอนปานนั้นอย่าไปหลงเป็นอันขาด สายนิดนึงก็เอาน้อยนึงก็เอานี่เราก็ยังประมาทเพราะฉะนั้นถ้ารู้ให้ชัดกว่านี้กำหนดสัญญามั่นหมายว่าอ๋อจิตอย่างนี้อย่าไปหลงติดอยู่น้อยนึงนี่แล้วก็รู้ทันจิตตัวนั้นอีกก็ไอ้จิตตัวนี้ของเราเองเป็นน้อยรู้ให้ทันตัวนั้นเองจึงจะเรียกมันว่าสัญญาเวทยิตนิโรธ กำหนดอะไรก็กำหนดใดๆน่ะเป็นนวัตกรรมเป็นนานาก็ตามใดๆก็ตามกำหนดรู้หมดเลยรู้จริงๆรู้เป็นเวทีตาด้วยรู้เป็นรู้เวทย์รู้อย่างเวทย์รู้อย่างเวทะรู้อย่างรู้รู้อย่างจริงจึงเรียกว่าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธเนวสัญญานาสัญญายตนะฌานตัวเดียวกันเรียกว่าเลวสัญญาหน้าสัญญายะนะฌานก็คือตัวเดียวกันกับสัญญาคือเป็นผู้กำหนดรู้ในสัญญาทั้งหมดใดๆก็รู้นาน หาสัญญาใดรู้หมดเนวสัญญาใดรู้หมดมีนิดนึงก็รู้มีน้อยนึงก็รู้มีมากก็รู้มีใหญ่ก็รู้เพราะฉะนั้นสัญญาณใดยังมีอยู่รู้หมดแต่สัญญาใดสัญญาไม่ได้รู้เกลี้ยงจึงเป็นพูดทะลุรอดรู้ชัดเจนจริงๆอันนี้จะเป็น เมื่อเรารู้สภาพของจิตเป็นอาจิณก็อย่างนี้สภาพของจิตเป็นอาสาไปอย่างนี้สภาพของจิตเป็นวิญญาณก็อย่างนี้รู้ด้วยแล้วรู้แล้วจิตของเราไปติดหรือเปล่าติดอาสาไปติดความโลภความโปร่งความสว่างติดอากรกินยาแหน่ติดความมืดความดับความไม่มีรู้จิตที่ไปติดตั้งซ้อนเข้าไปอีกอ่าไปติดวิญญาณติดวิญญาณจิตวิญญาณติดตัวจิตรู้อันเก่งเป็นมาณที่นี้เข้าไปอีกรู้ด้วยรู้มันหมดกำหนดรู้ชัดแจ้งหมดเลยไม่เหลือหลอเรียกว่าเป็นพูดถึงเรื่องสัญญานาสัญญานะฌานหรือถึงสัญญา ผู้ใดทำได้อย่างชัดเจนอย่างนี้หมดแล้วทีนี้ต้องการจะนิโรธก็นิโรธอย่างเป็นผู้รู้เยี่ยมเป็นผู้ที่ถึงซึ่งสัญญาเวทยิตนิโรธนิโรธคำนี้ก็แปลได้ 2 นายแปลว่าอยู่เหนือหรือแปลว่าดับสิ้นกันนิโรธนิรุทธมาจากคำว่าระบบพุทธะแปลว่าเนื้อมีความปรารถนาเหนือพระพวกนี้มันแปลว่าความกำหนัดความอยากหรือความปรารถนารเรือตัวนี้ความปรารถนาเพราะฉะนั้นพระโพธิสัตว์จึงชื่อรัก รักรเรือนั่นเองมันปรารถนามันจะมีปรารถนาไม่หมดมันยังเป็นโพธิสัตว์มันยังรักที่จะให้มันมีอันนี้อยู่ศาสนาอะไรศาสนาโพธิปรารถนาความตรัสรู้ปรารถนาปรารถนาธรรมะให้ธรรมะนี้มีอยู่ไม่ดูดายถ้ามันจะหมดไม่ได้ต้องสร้างมันขึ้นมีความรุนแรงที่จะต้องสร้างมันขึ้นไม่ได้หมดไม่ได้ผมมาคุยมันขึ้นผมก็ปลูกมันขึ้นรดน้ำมันขึ้นมันไม่โมโหแล้วอธิบายให้พวกคุณรู้ว่าผมคือผมรู้ว่าผมคือใครอธิบายมาถึงแค่นี้ก็อธิบาย ใครจะกระจายให้ฟังมันไม่มีอะไรโง่ขึ้นมาได้อีกแล้วมีแต่ถูกตีนไปจะโง่ขึ้นมาโดยตัวของมันเองมันอยากโง่ก็ตามตัวมันเองจะอยากงูขึ้นมาเองก็ตามพุทธะอย่างงูขึ้นมาโพธิยังโง่ขึ้นมาคนพวกนี้เหยียบลงไปหมดไม่ได้เกิดไม่ได้เกิดถ้าผมไม่เกิดผมจึงต้องเกิดมาต้องดึงมันขึ้นเป็นพระตัวนี้ขึ้นรักกันดึงมันขึ้นมาระบบอัตโนมัติสันสกฤตอัคคะเป็น เจ้าของขายแปลว่าแกนแต่ว่าเราอักษะแปลว่าตัวอันนั้นจึงต้องช่วยมันถ้าไม่ช่วยมันแล้วมันไม่ไปหรอกมันจะไปทางที่มันชอบผิดที่มันยึดติดที่มันเสกมันอร่อยนั่นโลกเพราะฉะนั้นเราจะเป็นธรรมเราจะต้องฝึกมันเป็นมันให้ไปไปทางนี้ 100 ปีนี้ถ้าผู้ใดจะรู้ตัวว่าตัวเองจะนั่งอยู่ในทางที่เรียกว่าเหม่อลอยหรือว่าเศษแต่ความสงบอย่างนี้จงฝึกอันนี้เพิ่มขึ้นฝึกอันนี้เพิ่มก็ติดๆ ศูนย์บริการหักเอาเลยตั้งใจนั่งก็นั่งหลับตาก็หลับตาคิดถึงแบบสอนเข้าหลับตาแล้วนะอานาปานสติจะมาใช้เพราะงั้นก็จะเอาอานาปานสติโดยที่เรียกว่าอานาปานสติอาศัยอะไรเป็นรูปอาศัยลมหายใจเป็นรูปลมหายใจเป็นอะไรก็เป็นของว่างเป็นอาการลมหายใจแม้จะไม่ใช่อากาศจริงมันเกิดอยู่สัมพันธ์กับตัวเราเพราะมันเป็นลมมันเป็นของโปร่งแต่มันออกจากตัวเราเราถือว่าอากาศหายใจออกเรียกว่ารักษาสัตว์หายใจเข้าแล้วหายใจออกก็อาจจะหายใจเข้าออกรักษาอะไรก็ตามถึงก็เถียงกันอาสาสมัครอันไหนแปลว่าเขาเอาออกก็ช่างมันเถอะเรา รอเอาก็ตามไม่ได้เขาก็เถียงกันบางทีเขาก็มีบางทีก็บอกว่าปัดเข้าอัดออกมันกลับกันก็ช่างไม่เป็นไรเราภาษามันทดแทนเรารู้แต่ว่าเข้ามาออกคืออะไรแท้จริงเข้าออกก็คือลมหายใจมันอย่างนี้ก็เรียกว่าออกแล้วพระจันทร์มันก็ไปทางไหนก็บอกข่าวเท่านั้นเองจะได้อัดสาธุเป็นภาษาบาลีก็ตามแต่ภาษาไทยของเราไม่เถียงกันแน่ถ้าเข้าผมคงไม่มีใครหรอกว่าจะพูดออกมาข้างนอกนี่เรียกว่าข้าวถ้าศูนย์ก็ไปข้างในออกคงไม่มีใครบ้าเลยเข้าใจภาษาไทยผิดถึงขนาดนั้นแน่แต่ภาษาบาลีเขาจะเปลี่ยนกันอย่างนี้ก็ช่างเขาเถอะแต่ภาษาไทยเราเข้าใจภาษาไทยที่ชัดเจนอยู่แล้วแล้วเรารู้ความจริงอยู่แล้วว่าเข้าคืออย่างนี้ออกคืนนี้ก็เอาแล้วก็อากาศลมหายใจเข้าลมหายใจออกคืออากาศถือว่าเป็นรูปเสียงกลิ่นรสอะไรเราไม่เอาแล้วเราเอารูปเราอยู่ที่ลม เข้าหายใจออกให้มันเป็นฐานอยู่กับศาลอาจจะตะนะจนกระทั่งจิตของเราอยู่กับลมหายใจนี่ชัดแล้วถึงก็ตั้งสติขึ้นให้ดีเราจะปรุงอะไรก็ให้รู้สิ่งนั้นสิ่งนั้นสิ่งที่เป็นอารมณ์ของจิตในขณะนั้นเราอารมณ์ของจิตของเราชอบอะไรเราเพลินอะไรหรือเรามีเรื่องอะไรวิตกวิจารณ์ได้ก็วิตกวิจารก็ไปถ้าจิตของมันขุ่นหมองมันเศร้าใจก็ปรับเปลี่ยนเป็นประมาทอย่างที่ว่าจิตสังขารจิตปรุงก็ไม่รู้แล้วนะจิตสังขารอยู่อ่าไม่ใช่ติดซะก่อนเก็บตังค์สังขาราจิตตสังขารรู้ว่าจิตสังขารแล้วนะจิตมันปรุงแล้วนะมีเรื่องอะไรมีนิมิตเข้ามาแล้วนะใครรู้จะปรับจะเปลี่ยนหรือว่าจะได้รู้ผลอะไรก็ไม่รู้ผลนั้นทำวันจนกระทั่งว่าอันใดที่ไม่ควรจะให้มีอยู่ให้สลักคืนก็ให้สลัดคืนจนกระทั่งเป็นปฏิสังขรณ์อธิบายอานาปานสติ จนเป็นประเพณีชักพระปล่อยสลัดคืนปล่อยไม่เอาอย่างนี้จะเอาอะไรหรือจะเหลืออะไรไว้ที่เป็นผลดีก็เหลืออันนั้นไว้อันไหนที่ไม่เป็นผลดีปล่อยออกไปสลัดคืนได้หมดก็จงทำนี่เรียกว่าอานาปานสติผู้จับได้ไล่ทันเล่นได้ถึงขนาดนี้เจ้าจงเป็นผู้ที่เข้าใจในความอยากรู้แม้กระทั่งรถของการรูปของกามรูปรถปิดเสียงสัมผัสก็รู้อารมณ์ที่ยังผูกไว้ด้วยอารมณ์ตามอย่างนั้นอยู่ในจิตในจิตที่เรียกว่ารู้ราคะอรูปราคะก็ต้องรู้มันจริงๆด้วยอ๋อนี่ยังมีอารมณ์คุยอยู่ในจิตอย่างนี้ชอบพอระลึกถึงอ่าวัตถุอย่างนี้ระลึกถึงแต่ก่อนนี้เราเสียงเพลงนี้ชื่อเพลงนี้เกิดขึ้น อ๋ออย่างนี้แต่ก่อนนี้แล้วเดี๋ยวนี้กระทบกับปั๊บนี่เป็นรถชอบใจแม่มันรู้สึกชอบรู้สึกว่าซาบซึ้งใจรู้สึกมันเพลินก็ให้รู้ในรูปราคะอรูปราคะอย่างนั้นรู้แล้วควรสลับทิ้งหรือไม่คนสลัดคืนหรือไม่ก็ให้เข้าใจและการสละคืนออกไปได้แล้วเป็นอย่างไรก็ไม่รู้สลัดคืนยังไม่ออกมันยังอยู่ในจิตนี่แหมปล่อยไปก็ไม่ไปดับก็ไม่ลงสลักก็ไม่ออกก็ให้รู้ว่าสลัดไม่ออกเรายังทำไม่ได้ยังไม่เก่งนะหัดทำข้าวอีกก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน