180211 พูดกันวันสุดท้าย-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2518 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์186 KB
วันที่แก้ไข21 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

เราจะไปจาริกกันหมู่ 1 วันนี้แล้วก็จะให้อยู่ที่นี่หมู่ 1 เข้าที่เรามีงูพันพึงจะแบ่งได้และอยู่ในสภาพที่สมควรที่สุดแต่ผมจะพยายามที่จะทำงานไม่เจตนาอันบริสุทธิ์หมอตลอดเวลาพิจารณาพิจารณาหลายเหลี่ยมหลายแง่หลายมุมซึ่งบางมุมบางเหรียญบางหญ้านั้นอธิบายเป็นภาษาคนไม่ได้นอกจากอันใดที่ ขายคัดค้านขึ้นมาพอจะพูดเป็นภาษาออกมาให้เห็นเหตุเห็นผลบางอันก็ได้พูดแล้วก็ได้ตอบแต่พยายามที่จะชักจูงออกมาหรือว่าชักออกมาให้เข้าใจกันได้ซึ่งบางคนก็ยังไม่ถึงใจหรือยังว่าไม่พอใจเพราะผู้นั้นเอาความคิดของตนเองเอามาขัดงานซึ่งก็มีสิทธิ์ถ้าไม่มีสิทธิ์เพราะว่าศาสนาพุทธนั้นให้สิทธิในการออกความเห็นในการทำเอาวิริยะหรือธรรมวิจัยวิเคราะห์ใช้เหตุใช้ผลให้ความรู้เมื่อมีเหตุมีผลขัดเบาๆเข้ามาจะเกิด ปฏิกิริยาอันนั้นขึ้นผลแห่งการเกิดปฏิกิริยาอันนั้นเราเรียกว่าความรู้ถ้าเราเองยังมีจิตยึดจิตดึงเอาไว้ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้นะมันก็จะเข้าหาตัวเป็นส่วนใหญ่ถ้าปล่อยจิตเป็นกลางก็จะเห็นเหตุผลนั้นอย่างชัดว่ามันเราคิดนั้นเราประมวลการหรือว่าได้ลองหาเหตุหาผลขัดๆแย่งๆกันดูนั้นเราถูกกว่าหรือผู้อื่นกว่าจะเห็นชัดแล้วก็จะเห็นนั้นก็ตามป่าหรือตามภูมิตาครั้งนี้ไม่ใช่ลูกกะตาคำนี้คือทักษะ จะเห็นได้ตามตาหรือตามภูมิของเราเองอีกเหมือนกันเพราะว่าตามตาหรือภูมินั้นมันก็จะมีกำลังรับมีกำลังรับได้เท่าขอบเขตของลูกกะตาลูกตาคำนี้ก็ไม่ใช่บุคลิกฐานอีกและไม่ใช่ลูกกะตาที่อยู่ที่ข้างนอกขอบเขตของหน่วยตาหรือในตาอันนั้นของเรามีแต่ภาษาที่พูดพวกนี้เป็นภาษาที่พยายามอธิบายบอกแล้วว่าเมื่อกี้ว่ามันพูดเป็นภาษาคนมาไม่หมดแต่ก็พยายามที่จะอธิบายถึงสภาพธรรมต่างๆที่มันเป็นความรู้ที่มันรู้ ไม่รู้ว่ามันมีอะไรซับซ้อนกันอีกตั้งเยอะตั้งแยะสำหรับผู้ไม่รู้มันมีแยะผมรู้อยู่จนรู้จนชักออกมาพูดให้เ

อ่านต่อ

ลี้ยงระดับซ้อนๆๆกันไปหมดเนี่ยมาให้รู้กันไม่ไหวไม่หมดแต่ผู้ใดฟังแล้วเข้าใจแล้วก็จะเข้าใจได้ว่ามันมีความซับซ้อนถ้าไม่รู้ที่เป็นทอดทยอยกันเข้าไปลึกซึ้งทำกีฬาว่าภาโสซ้อนยิ่งซ้อนที่เคยใช้ภาษาเรียกว่าสภาบุญรอดถึงตอนมันซ้อนยิ่งซ้อนเข้าไปก็ได้คนไทยจึงเหล่านั้นเป็นเหตุและเป็นข้อมูลที่จะทำให้ผู้รู้นั้นรู้ยิ่งรู้ไกลรู้ลึกรู้ละเอียดรู้มาก ผู้ใดมีมากกว่านั้นก็รู้มากเป็นธรรมดานะโมของเราได้เริ่มเกิดขึ้นมาประมาณเท่าที่เป็นไปได้ดำเนินไปตามปัจจุบันแม้ขณะนี้เราจะมีหมู่มีกลุ่มผู้ที่จะยินดีเข้ามาเพื่อที่จะอยู่ใกล้อยู่ชิดผู้ที่จะออกไปไกลผู้ที่จะหมุนออกหมุนเข้าอะไรก็ตามแต่เป็นไปตามจริงตามอำนาจของจิตของผู้นั้นที่จะผลักดันและสภาพรับมีสภาวะรับของผู้ใดเขาก็รับไว้ของผู้นั้นเมื่อรับได้เท่าใดเขาก็รู้เท่าสภาวะของผู้นั้นรู้แล้วเขาก็จะผลักดันกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมและตัวร่างทั้งแท่งของแต่ละบุคคลนั้นไป ตามอำนาจรัฐและอำนาจรู้นั้นของตนเพราะฉะนั้นผู้จะอยู่หรือผู้จะไปแม้ขณะนี้มีกี่คนนั่งอยู่ในณที่นี้มันก็เป็นอำนาจรัฐอำนาจรู้นั้นผลักดันแพ่งร่างอันนี้อยู่ถึงแม้จะให้ทางนั้นนั่งอยู่นี่อำนาจรัฐอำนาจรู้นั้นมันจะให้ทั้งร่างนี้มีจิตอยู่ที่นี่เต็มหรือจะให้ไปที่อื่นรั่วไปอยู่กับที่อื่นอยู่บ้างเท่าใดเท่าใดก็เป็นจริงลงตัวตามสภาวะปัจจุบันของผู้นั้นผู้นั้นแม้แต่กำลังฟังผมพูดขณะนี้ผู้ใดเอาจิตมาฟังทั้งจิตที่มันมีร่างนั่งอยู่ใกล้ๆได้ยินเสียงอีกนะ หมดจิตหรือไปฟังอยู่หน่อยนึงแล้วก็มีจิตไปที่เดิมมีอุจจะระปัจจุบันของผู้นั้นที่ใช้จริงเป็นจริงตามปัจจุบันเพราะฉะนั้นทุกอย่างเป็นจริงหมดเป็นสัตว์ที่มันลงตัวเราจะไปที่เด็กคิดแค้นคิดโกรธเราจะไปขี้โรคขี้หัวก็อะไรไม่ได้ทุกอย่างเราทำไปตามอำนาจของความสุจริตใจแล้วก็ทำไปตามปัจจุบันผู้ใดรู้จริงหรือไม่มีเสียใจ ดีใจเป็นไปตามสภาพของมันมันจะต้องเป็นอย่างนั้นข้อสำคัญเราต้องรู้ดีเรียกว่ากุศลธรรมรู้ชั่วที่เรียกว่าอกุศลทำให้ชัดแล้วเราทำได้เจตนาที่เป็นจิตบริสุทธิ์เป็นศึกจริตเป็นไปเพื่อเพื่อคุณเป็นไปเพื่ออนุเคราะห์เป็นไปเพื่อประโยชน์แท้ๆให้ได้ทุกปัญหาอย่าให้มีอคติใดไม่ว่าฉันพาคติมันเอียงมันเบี้ยวไปหน่อยนึงเพราะรักคือพระชอบมันเอี้ยวมันเบี่ยงไปนิดนึงเพราะเคืองเพราะไม่ชอบใจมันเอียงมันเบี้ยวไปนิดนึงเพราะโมหะหรือเพราะมันมันไม่เข้าใจไม่ได้จ่ายตรงอย่าง เที่ยงแท้อย่างมากอย่างดีหรือแม้มันเอียงไปน้อยนึงเพราะมันเกร็งๆยังกลัวๆยังขาดๆเราจะไม่ให้เป็นเอาให้ซื่อเอาให้ตรงเอาให้ลงช่องให้มันไม่เอียงไม่มันไม่แคร์มันไม่ปลดฝึกตนหัดตนดัดความเอียงให้ตรงที่สุดอย่าให้เอียงเราไม่เอาอำนาจที่เป็นมีความชอบความรักเข้ามาทำงานต้องมาผลักดันเป็นสังขารเป็นเชื้อที่ดินอยู่ข้างหน้าข้างหลังข้างซ้ายพักอยู่อ่ะมาทำอย่างนี้สิทำอย่างนี้สิเพราะว่าอันนี้น่ารักกว่าทำอย่างนี้สิทำอย่างนี้สิเพราะอันนี้น่าพักมากกว่า ไม่เอาเราไม่เอาทั้งนั้นทำอย่างนี้สิทำอย่างนี้สิเราจะได้ไม่ตายเราจะได้ดิบได้ดีเราจะได้สุขอะไรก็ตามซึ่งเป็นการเห็นแก่ตัวหรือมีเชื้อตัวยังมีเศษเสี้ยวของตัวของตนอยู่จึงทำให้เกิดการผลักดันเราเรียกว่าเกรงว่ากลัวว่าจะตามเราจะไม่เอียงเราจะทำให้ตรงเป็นทำให้เข้าเป้าแล้วเจตนาบริสุทธิ์แห่งกรรมที่เราจะก่อขึ้นนี้เป็นไปโดยเกิดโดยจริงโดยดีเป็นกุศลไม่มีอื่นเสมอตัวเกิดสภาวะเกิดปรากฏการณ์เกิดเหตุเกิดก่อนเกิดใหญ่และเกิดเล็กก็ตาม ให้มันเกิดมาโดยบริสุทธิ์ออกปานนั้นให้ได้นี่เป็นที่สุดที่คนเราจะพึงทำให้ถึงเป็นให้ได้เราจะเป็นอย่างนี้เราจะรู้อย่างนี้จะเกิดอย่างนี้แล้วจะเป็นคนอย่างนี้อนุเคราะห์โลกเกื้อกูลโลกตลอดไปณขณะนี้ที่เราพยายามแม้แต่บอกว่าผมได้พูดไว้ว่าจะเดินจาริกกันวันที่ 11 ผมก็พูดไว้นานเป็นเดือนๆเหมือนกับประกาศไว้ให้หมู่เราได้ยินข่าวได้ยินความพายใส่ใจใครเห็นดีก็จะมาแต่ไม่ใส่ใจไม่เห็นดีเขาก็จะไม่มาพูดใส่ใจเห็นดีเพราะยังมีความเกรงยังมี คติจะมีความกลัวมีประหยัดดีโดยส่วนตนนั้นไม่อยากมาไม่อยากอยู่ไม่อยากไปก็มีหรือบางคนนั้นอยากไปไม่อยากอยู่ก็มีพวกนี้เป็นพวกที่ยังไม่ลงตัวแท้ยังมีดิ้นยังมีการไหวออกจากขอบเขตความหยุดความเปล่าความตรงความลงตัวความมีสภาวะหมดหวั่นไหวยังมีอยู่แต่ที่มีอยู่ผมก็รู้ผมก็เข้าใจก็จึงพยายามคำนวณอีกทุกคนเท่าที่ผมจะสามารถมีกำลังคำนวณได้ว่าใครควรจะไปขัดอันนี้เด็ก วันนี้ตามรูปอย่างไรตามความเป็นจริงอย่างไรที่จะมีผลให้ขัดให้เราออกให้ทำปฏิเสวามิใครเป็นอย่างไรผมก็ได้คำนวณพยายามเสมอไม่ได้ทำเพราะรักก็สั่งไปไม่ทำเพราะรักเพราะว่าตัวเองก็เสมอเพียบพักเพียงอยู่เสมอจะไม่ให้ก่อเกิดฉันทาคติโทสาคติโมหาคติอยุธยาคติไม่ได้เพราะเป็นที่สุดเป็นที่สุดคำนวนใช้สูตรนี้จำนวนเสมอก็ขอให้พึงรู้ถึงจิตของผมด้วยแล้วก็เจตนาของผมไม่รู้จริงๆประมาณนี้ จัดใครไปใครมาจัดอะไรต่ออะไรเนี่ยหรือว่าทำงานอยู่ทุกวันนี้ก็ทำด้วยความมุ่งหมายและบริสุทธิ์อย่างนั้นจริงๆใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อนั้นน่ะก็เป็นเรื่องของอำนาจรัฐอำนาจรู้ของแต่ละบุคคลดังกล่าวมาแล้วมันเป็นไปจริงตามสภาพตามคำพูดนั้นมันจะเอียงตัวเองเห็นว่าผมมีอคติใดๆก็เป็นได้สำหรับผู้ที่เห็นตามกลุ่มก็ผู้นั้นแต่ผมก็มีสิทธิ์ที่จะบอกความจริงของผมออกมาเท่านั้นเพราะมันมีสิทธิ์ที่จะไปบังคับหรือว่าไปทำให้ใครเชื่อได้ไม่ได้ผู้เชื่อย่อมเชื่อเองผู้เห็นอยากเห็นเองผู้รู้จริงต้องยอมรู้จริงเองตามกลุ่มของแต่ละคน กระเบื้องหมู่ของเรามีเท่านี้พรั่งพร้อมกันได้เท่านี้ในวาระนี้ผมก็จัดตามที่มันควรที่สุดโดยกำหนดหมู่กำหนดการไปตามมาดูสภาพว่าเราจะหอบหิ้วกันไปเนี่ยถ้าห่อใหญ่ผมก็ต้องดูบาปของผมว่าผมจะแบกได้หนักแต่ได้ใหญ่แค่ใดเพราะว่าผมเองเป็นผู้นำเป็นผู้แบกผมก็ต้องดูว่าของผมแล้วว่าจะควรจะแบกขนาดไหนในเวลาขนาดนี้กาลนี้ซึ่งสถานที่ที่จะไปนี้ก็คำนวณทางคำนวณอะไรหมดปลายใกล้ทุรกันดารประกอบไปด้วยหมู่ชนที่เราจะไปน่ะมีสภาพจะต้องประสบกันยังไงสำรวจหมดเพราะฉะนั้นผมจะแบกเนี่ยคำว่าแบก ก็ไม่ใช่ว่าแบกมาคำว่าแบกนี่ผมจะแบกได้แค่ไหนผมก็คำนวณเรื่อยๆดูประมาณเมื่อกำหนดว่าเออควรจะแบกเท่านี้ผมก็กำหนดประมาณลงเมื่อกำหนดประมาณลงแล้วก็มาเจียรกันลงอีกว่าเราจะเอาที่จะแบกไปเท่านี้แหละอันใดควรกองไว้ที่นี่จะเป็นประโยชน์มากอันใดจะเอาแบบไปด้วยจะเป็นประโยชน์มากก็คำนวณอีกแล้วก็ถามแล้วก็แบบแยกตัดลงทำให้ได้ลงตัวแล้วผมก็จะทำงานนั้นมีเป็นปัจจุบันที่จะทำยังไงเพราะฉะนั้นที่แบ่งไว้ก็ไม่ใช่ว่าแบ่งให้เสียแดงไปด้วยก็ไม่ได้แบ่งไปให้เสียเจตนาให้ดีทั้งคู่อยู่และผู้ป่วยเสมอ เพราะว่าทุกคนผมจะทำให้ดีทุกคนผมไม่ได้ว่าคนนี้จะทำให้เลวคนนั้นจะทำให้ดีไม่มีไม่มีเจตนาอย่างนั้นทุกคนคำนวณจะให้ดีด้วยกันทุกคนเท่าที่จะเป็นไปได้เหมาะสมทุกประการมีอีกมากพยายามเข้าใจไปเถอะจะรู้เจตนาของผมในลึกซึ้งไปเรื่อยๆถ้าผู้ใดไม่หยุดพยายามที่จะรู้จะเพิ่มอำนาจญาณคืออำนาจปัญญาญาณอภิปัญญาที่เราสามารถจะหยั่งรู้จะเข้าใจจะรู้ผมไปในอนาคตเข้าใจผมจริงๆเพราะฉะนั้นแม้แต่เมื่อแบบพยายามจะประชุมจะแย่จะมีคนขัดมีคนค้านมีเหตุการณ์อะไรที่เกิด อะไรขึ้นมาก็เป็นไปตามจริงทุกอย่างจริงผมพยายามให้มันเกิดจริงแล้วก็เปิดช่องจริงแล้วผมจะขัดผมก็ตั้งใจขัดด้วยภูมิปัญญาที่ผมตัดสินทุกเวลาจะขัดมั่งจะตามมั่งแล้วจะเห็นได้ชัดว่าผมพยายามมีขัดมีตาอะไรอยู่ตลอดเวลาไม่ลงตัวคุณอยากไปผมอนุญาตคุณสดใสไม่อยากไปผมไม่อนุญาตให้อยู่ผมเอาไปอะไรอย่างนี้จะเห็นความขัดแย้งจะเห็นสภาพอะไรอยู่ไม่ได้เพราะรักคุณสดใสเพราะรักคุณปุ่นไม่มีหรือแม้สภาพอื่นแม้พูดจะให้ไปจะให้อยู่ผมก็พยายามบอกวิธีหรือว่าใช้อะไรก็ตาม ที่เป็นมรรควิถีที่ผมจะพึงกระทำก็บอกว่าจัดพิธีบอกกล่าวทางทิศทางที่จะกระทำไม่ให้เพื่อแม้จะอยู่ผู้อยู่ก็จะควรทำอย่างนั้นผมก็บอกแล้วผมบอกสิ่งที่ควรเท่านั้นเองผมก็ไม่บังคับเพราะศาสนานี้ไม่บังคับศาสนานี้ใช้ปัญญาศาสนาพุทธในปัญญาแล้วเราก็บรรลุกันด้วยปัญญารู้เห็นด้วยปัญญาเมื่อเด็กเขาไม่รู้ฝ่ายผู้ใหญ่รู้จักไปชัดบอกเด็กบอกว่าอย่าจับไปมันร้อนเด็กที่ไม่รู้อำนาจรัฐต้องจิตของเด็กจะมีเท่านั้น อยากรู้แกรมม่าแกก็จะจัดส่งให้ห้ามเท่าไรก็ไม่ฟังเขาก็จะจับมันก็จับแล้วเขาก็จะรู้ว่าเป็นใครเป็นโทษเท่าใดเองพอจะรู้เองรู้เขาจะรู้สึกเองเมื่อห้ามแล้วเด็กก็อยากจับมันก็ห้ามกันไม่ได้เด็กเขาก็จะจับอย่างนี้เป็นต้นเพราะผู้ใหญ่มีสิทธิ์ที่จะบอกผู้ใหญ่ก็ไม่จำเป็นจะต้องบังคับนี่เป็นหลักเกณฑ์คนสมัยใหม่นี้ชอบมากและสมัยไหนก็ควรชอบผมพระพุทธเจ้าก็ใช้หลักนี้ทำไมไหนก็ต้องให้อิสระแก่กันสิทธิมนุษยชนต้องเป็นไปตามสิทธิมนุษยชนตามภูมิภูมิที่มีฐานรักแห่งจิตและภูมิที่จะสามารถ อยากรู้แล้วก็จะได้รู้ตามที่จิตของเราต้องการมันเป็นจริงเพราะศาสนานี้ถึงสูงนักศาสนานี้ถึงอิสระนักศาสนานี้จึงให้เกียรติแก่กันนักให้เกียรติจริงๆให้เจ็บจริงๆเพราะทุกคนก็แสดงออกผมก็แสดงออกตามความเห็นควรของผมผมบอกทุกทีแม้แต่ข้างนอกแม้แต่คนที่จะขนาดไหนบอกทุกทีบางคนจะเห็นว่ากลายเป็นว่าผมนี่ไม่เด็ดขาดไม่สั่งไม่เผด็จการอย่างนั้นด้วยซ้ำไปบางคนจะเห็นว่าผมไม่เผด็จการไม่สั่งไม่เอาเด็ดๆเลยตามใจตนที่ว่าต้องการให้เป็นอย่างนั้นกันทำไมไม่ทำอย่างนั้นไปทำอย่างโน้นนั่นก็เป็นความเห็นของผู้ที่คิดเอง ทำไมผมไม่ทำอย่างนั้นก็อำนาจเผด็จการเรื่องเผด็จการอย่างนั้นไม่มีใครชอบสมัยก่อนก็ไม่ชอบสมัยนี้ก็ไม่ชอบสมัยไหนก็ไม่ทำพระพุทธเจ้าก็ไม่ทำไม่เผด็จการเมื่อไม่ถึงที่สุดที่จำเป็นแล้วรู้ชัดแล้วว่าอันนี้มันถึงวาระที่จะต้องใช้อย่างนี้ก่อนเผด็จการเนี่ยแต่ต้องถึงที่สุดเป็นที่สุดถึงจะทำเรื่องประเด็นการที่สุดถึงที่สุดแต่เมื่อมีมวลมีหมู่มีอะไรต่ออะไรที่เราได้อนุโลมแล้วเราได้ตกลงกันแล้วเราก็ต้องทำไปถึงที่สุดในจุดหมายที่สุดอีกก็เข้าไปหาเผด็จการเมื่อเราถือว่าผู้ที่รู้นั้นหรือผู้ที่นำนั้นโดนแน่ใจว่าพรุ่งนี้จะต้อง ภูมิเพียงพอที่จะตัดสินที่จะทำให้เด็ดขาดลงได้แล้วก็ให้แต่เมื่อผู้นั้นจะให้อำนาจแก่พวกเราผู้นั้นจะให้มาเท่าที่เขากล้าเท่าที่เขากล้าที่จะให้ผู้ใดกล้าที่สุดกล้าแม้กระทั่งจะเห็นความทำลายลงต่อหน้าผู้นั้นก็จะให้ได้อย่างมากๆที่สุดเพราะเขารู้ว่าความละลายความทำลายความตายหรือความสูงก็คือความธรรมดาเพราะฉะนั้นจะไม่จะไม่ติดหรือว่าจะไม่กลัวอะไรเกิดจะไม่กลัวความตายเกิดจะไม่กลัวความเป็นเกิดจนผู้ใดยังไม่กล้าถึงขนาดนั้นก็จะหวง 10 ตัวเองไว้ตาม อากาศที่ผมได้แบ่งคนไปได้แบ่งคนอยู่นั้นและได้ตัดสินและได้เลิกจากการประชุมเด็กทำให้ลงตัวแล้วก็ขอให้ทุกคนวางใจขอให้ทุกคนวางใจปล่อยใจพยายามตั้งหน้ากอบกู้เอาปัญญาสร้างฐานจิตให้มีฐานกิจกรรมให้มากที่สุดและภารกิจนั้นมันจะเป็นฐานที่ไม่มีอวิชชาหรือว่าเอา สาวน้อยลงหรือโมหะน้อยลงน้อยลงล้างชัดผานนั้นจะใสฐานะจะสะอาดเป็นจิตแท้ๆเป็นจิตที่เป็นธาตุรู้และจะมีอำนาจรู้มากขึ้นเท่าที่เราสามารถทำให้ใสทำให้สะอาดขึ้นสะอาดขึ้นขอให้ทำโดยอุบายสนหรือด้วยเครื่องเครื่องผมก็ให้โดยประสานคุณก็เอาภาษาเหล่านี้ไปประกอบขึ้นให้เป็นอุปกรณ์ในเครื่องขัดเอาเองเพราะผมให้ได้แต่ภาษาเมื่อเวลาจะขัดมันไม่ใช่ตัวตนมันไม่ใช่มีตัวมีตนมีวัตถุจะ ใช้จริงๆจังๆคุณไปประกอบขึ้นมาเองตามประสาที่ผมบอกร้านตัดผมใดเหล็กขัดเหล็กเราได้ทำจริงได้ประกอบอัดประกอบเครื่องขัดที่ผมพยายามบอกพยายามแนะให้เอาไปทำโดยเข้าใจโดยเห็นจริงแล้วก็พยายามทำจริงๆผลก็จะเกิดนี่เป็นความเห็นของผมและเป็นเจตนาของผมคิดว่าคิดว่าดีที่สุดเท่าที่ผมสามารถทำได้คุณจะเห็นว่าดีที่สุดตามหรือไม่แต่คุณก็เป็นคนตัดสินอีกแหละไม่ใช่ผม คุณเห็นดีที่สุดตามผมคุณก็ทำตามนั้นเองแล้วก็พยายามความพยายามก็มีของแต่ละบุคคลอีกคุณมีความพยายามมากคุณก็ทำได้ตามที่ผมว่าถ้าคุณมีความพยายามน้อยทำไม่ได้ก็เป็นตามที่คุณเองที่จะกระทำอยู่เสมอๆเป็นอย่างนั้นเพราะฉะนั้นก็ขอให้เข้าใจความจริงให้ได้แม้ผู้ใดที่จะมีความคิดใดผมบอกว่าผู้ที่จะอยู่หรือพูดอยู่ที่ได้จากไปแล้วนั้นเมื่ออยู่ก็ควรจะทำอย่างไรที่ผมบอกว่าควรจะออกไปหรือไม่ออกไปจะไปชั่วครั้งชั่วคราวบ้างแน่นอนบางคนย่อมจะเกิดจะต้องมีได้ ตรวจระยะเวลาถึงเดือน 2 เดือน 3 เดือนอะไรอย่างนี้ก็ไปตามควรแต่ไม่ควรจะเกิน 7 วันอย่างที่ผมบอกไปแล้วนั้นผมบอกว่าพูดที่อยากจะออกไปที่พูดถึงเหตุผลอันนี้จะมีผู้ที่จะออกไปคิดว่าว่างครูก็คิดร่างโครงการคิดหาเรื่องคิดอะไรใส่ใจไว้ในเรื่องดีละผมไม่อยู่นี่จะต้องมีแผนอะไรบ้างเนี่ยไม่ใช่มีคนเดียวคนอยู่ไม่ใช่มีคนเดียวเดี๋ยวคุณคุณจะนั่งเสียใจว่าอาตมานี่ว่าคุณพูดคนเดียวว่ามีแผนร่างมีอะไรต่ออะไรอย่างนั้นคนเดียวก็เปล่านะขอให้เข้าใจนะที่ผมเอามาพูดวันนี้ที่ไม่พูดเมื่อวานนี้ก็เพราะเหตุว่า จะได้รู้กันทั่วปล่อยให้จังหวะแก้ตัวนิดนึงแล้วจะมาบอกเพราะที่พูดในขณะนั้นก็ไม่ได้หมายเอาคุณคนเดียวที่พูดนั้นน่ะว่าเดี๋ยวจะหลงเหมามีความคิดแผนอยู่ในใจหลายคนเอาละดีแล้วไปดีแล้วคราวนี้ก็จะทำอะไรสักอย่างซึ่งผมรู้ผมเข้าใจทั้งพระทั้งพระก็จึงได้พยายามหาขอบข่ายหรือขอบเขตที่จะตัดรอบเอาไว้ไม่ให้เหลิงเจิ้งไม่ให้ออกไปนอกเรื่องพอเดี๋ยวจะเสียผลของแต่ละบุคคลนั่นแหละไม่ใช่ไม่ใช่ผมหรอก ผมก็เลยต้องดักเอาไว้ให้มันอยู่ในขอบเขตนั้นเป็นไปด้วยดีเพราะการอยู่ก็เป็นการปฏิบัติการสร้างอโศกเหมือนกันการไปก็เป็นการสร้างอโศกไม่ใช่ว่าไม่ใช่เราช่วยกันคนละไม้คนละมือคนละด้านคนละมุมเมื่อเราเอาตัวเราทุกๆคนเนี่ยมาทิ้งลงในบ่อออโต้แล้วก็จะต้องเป็นมวลอโศกดีที่สุดที่จะไม่ขาดไม่ขวางไม่ดีไม่ดิ้นให้มันมีเสียงดังมีรูปการแตกกระเซ็นกระจายออก เราจะอยู่ด้วยสักนิดแต่จะมีบทช่วยเป็นเครื่องกลที่ศาลเป็นเครื่องกลที่ประสานรวมอยู่กับหมู่จรรโลงหมู่หรือว่าสร้างอโศกนี้ไปด้วยดีด้วยดีเสมอเป็นที่สุดถึงที่สุดจะเป็นอย่างนั้นแต่ผู้ที่ยังไม่ลงตัวทีเดียวยังมีเสียงยังมีกลิ่นยังมีดิ้นยังมีตัวที่แรงจนทำให้มีแปลกๆเร้าๆมีการดิ้นถ้าใช้ภาษาโลกแต่ว่ายังฉีกขาดมีเลือดมีรถเก็บแต่อะไรอยู่ก็เพราะคุณนั้นยังไม่รู้เท่านั้นแหละถ้ารู้เสียแล้วจะไม่มีสภาพนั้นเกิด ก็ช่วยกันรักษาเกี่ยวกับรักษาช่วยกันปกป้องช่วยกันให้อยู่ให้ยาเพื่อเป็นนวดช่วยกันเป็นเลิกกันเพราะเราเป็นลมช่วยกันทำให้มันสักนิดให้หายโรคหายภัยและช่วยกันคนละไม้คนละมือเมื่องูใหญ่ขึ้นงูใหญ่ขึ้นผู้ใดเป็นผู้ที่มีภูมิมากก็คือผู้ที่เป็นหมอท่านตายระดับขึ้นมาผมถือว่าเป็นหมอที่นำเพื่อนผู้อื่นที่มาด้วยเอามาแล้วก็จะเป็นหมอที่จะมารักษาช่วยกันอีกช่วยกันทั้งพวกเราเองและออกไปช่วยทั้งผู้อื่น ที่เขามีโรคใหญ่กว่าพวกเราซะอีกก็มีโรคกินนะกับพวกเราอีกเราก็จะช่วยเขาด้วยพร้อมกันนั้นเราก็ช่วยพวกเราอีกด้วยทุกคนก็รับถ่ายทอดความเป็นหมอไปหมดรักถ่ายทอดความเป็นหมอออกไปจริงๆเพื่อจะไปรักษาโรคอันมีอยู่ตลอดโลกโลกไม่แตกมีโรคนี้ให้รักษาตลอดกาลคนไข้เยอะคนไข้มาเป็นหมอที่อุดมไปด้วยงานไม่ขาดงานเป็นหมอที่สมบูรณ์ที่จะทำหน้าที่ได้เต็มทุกเวลานาน เรามาเรียนวิชาหมออันยิ่งใหญ่นี้เพราะฉะนั้นโรคที่จะรักษานั้นผู้ใดยังไม่จบสิ้นจะรักษาให้ทั้งตัวเองและจะรักษาให้ทั้งหมู่สหธรรมิกที่ใกล้ชิดและจะช่วยรักษาทั้งหมู่นอกออกไปชาวประชาชนในโลกมหาชนทุกคนเป็นหมออย่างนั้นเป็นหมออย่างนั้นหมอชนิดนี้รักษาตัวเองได้ด้วยไม่เหมือนหมอโลกทั้งหมอทั้งโลกรักษาตัวเองก็ยังยากแต่หมอชนิดนี้รักษาตัวเองได้ด้วยและจะต้องรักษาตัวเองจะมีหมอผู้อื่นเพียงแต่เพียงบอกยาเราประกอบอย่าเองเป็นเภสัช ทำเองแล้วเราก็ลงมือบำบัดตนเองด้วยน้ำมือของตัวเองหมอชนิดนี้เป็นอย่างนี้แล้วเรียนวิชานี้เอากันจริงถึงขนาดนี้ละเอียดละออถึงขนาดนี้แล้วเราก็กำลังทำกันอยู่พูดให้ฟังภาษาที่พูดมาออกจนถึงขนาดนี้ขณะนี้จะเข้าใจได้ทีเดียวกูเข้าใจนั้นจากคุณเข้าใจจริงๆเพราะเป็นจริงหรือเปล่าก็จะเข้าใจได้ด้วยตามภูมิปัญญาบางคนจะยังไม่เห็นจริงอยู่ก็เป็นได้ก็ไม่ว่าอะไรนะเพราะย่อมเป็นจริงตามภูมิตามจริงจะไปพึงรังรักอะไรก็ไม่ได้ จริงก็จะไปรักกูยังไม่เห็นจริงก็จะไปถึงรังก็ไม่ได้เพราะความจริงย่อมเป็นความจริงของตัวมันเองเป็นสัจธรรมเป็นของแท้เพราะงั้นก็ให้คิดให้มากให้ไตร่ตรองอย่างที่พูดวันนี้อีกรู้สึกสุดท้ายก่อนที่เราจะเดินทางมาก่อนที่ผมจะต้องออกมีไปตรวจระยะนึงไม่ใช่ตายจากไม่ใช่หายไปผมไปก็เหมือนผมอยู่ไม่ใช่ว่าผมไปผมไม่อยู่ผมไปก็เหมือนผมอยู่ส่วนผมจะอยู่เต็มร่างเต็มรูปขนาดไหนนั้นก็แต่ละบุคคลยอมรับถ้ายอมรับผมเป็นรูปผมก็อยู่ คุณเป็นรูปถ้าคุณไม่ยอมรับผมเต็มรูปผมก็อยู่กับคุณนิดเดียวตามแต่ฐานะที่คุณจะรับผมผมไม่ได้ไปผมไม่ได้อยู่คุณรับเอาผมด้วยอะไรคุณรักผมได้รูปหรือไม่เกี่ยวเลยรูปนี้จะเดินทางไปจาริกรูปนี้จะไม่มีอยู่ที่นี่ก็ไม่เกี่ยวผู้ที่ไปกับผมเดินทางจาริกไปด้วยกันแต่ไม่ได้มองไม่ได้เคยฟังไม่ได้เคยเอาใจใส่ไม่ได้เคยรับอะไรจากผมเลยทำตามใจตัว 99% ตามใจผมอยู่นิดนึงผู้นั้นมีผมอยู่ 1% หรือ 10% 90 เมื่อกี้บอกว่า 90 หรือ 99 ก็มีหนึ่งถ้า ได้อยู่ที่นี่พยายามไตร่ตรองรับบัญญัติหรือรับปริญญาแล้วก็เอามาปฏิบัติดูเท่าที่เราเองอาจสามารถที่ผมไม่เคยให้ไว้หรือจะเทียบเคียงของพระพุทธเจ้าก็ได้จะไม่ว่าผมจะเอาก็ได้แต่ขอให้ลงตัวกันดูตามความชัดเจนที่เราสามารถหรือโดยตรงไม่พูดถึงพระพุทธเจ้าพูดถึงผมขณะนี้ว่าผมเป็นผู้นำก็จะรับเอาที่ผมให้ด้วยคำกิริยาต่างๆทั้งกายกรรมวจีกรรมตามที่มโนกรรมผมปั่นออกมาให้ทุกปีนั่นน่ะรับเอาไว้เท่าไหร่ล่ะครับผมไว้แม้ผู้อยู่รับเอาไว้ 90% ก็ยังมีผมอยู่ที่นี่ 90% ทั้งๆที่ผมไปเดินจากนี้มันไม่แปลกหรอก ไม่ใช่เรื่องเร้นลับอะไรมันควรจะทำเข้าใจให้ได้ทำความเข้าใจให้ได้ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะฉะนั้นธรรมะที่แท้จริงนั้นไม่มีบุคคลไม่มีตัวตนสัตว์บุคคลเราเขาไม่มีพระโพธิสัตว์มีแต่เนื้อธรรมที่เป็นปริยัติแล้วเราเอาพึงมาปฏิบัติเพื่อให้เกิดปฏิเวธผมได้มอบปริญญาหรือผมได้ผ่านปริยัติออกมาเท่าใดที่เราได้อยู่ด้วยกันมาเนี่ยบางคนอยู่นานถึง 3 ปี 4 ปีบางคนอยู่น้อยกว่านั้นก็ตามรับเอาไว้แล้วเราจะพึงมาปฏิบัติได้ก็ได้เพราะงั้นผมให้จะปฏิเสธผมให้ปฏิบัติแก่ใคร พระพุทธเจ้าก็ให้ปฏิบัติแก่ใครไม่ได้ผู้ปฏิบัติย่อมปฏิบัติเองปฏิเวธธรรมก็เป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิเกิดเองเป็นเองรู้เองเข้าใจเองเป็นประจำเป็นปฏิเวธธรรมของแต่ละคนอันนี้เป็นความเข้าใจที่พยายามทำความเข้าใจให้ลึกตามที่ว่านี้ออกเห็นไม่ได้จริงแต่เราทำงานกันเราจะพยายามเดินทางไปที่สูงที่ดีได้เจตนาของเราคนการที่ได้มาร่วมวงอย่าตัดตาหรือยาติดโปรแต่ขออนุญาตปิดทำการนี้มีเป็น กินได้มวลหรือได้หน่วยได้เอกภาพขนาดนี้ได้ขนาดนี้มีกี่หน่วยก็ตามมันจะเกษียณก็สายอยู่ที่อื่นมีแต่เพียงเฉพาะนามธรรมตัวรูปประธรรมมาอยู่ที่นี่ก็ตามนั่นคือ Assistant ที่เรากำลังพยายามปั้นไม่เร่งเกินไปแต่ไม่อึดอัดแน่นอนเป็นไปตามแรงฤทธิ์ที่เราสามารถจะดันจะช่วยให้เดินอย่างสุดสามารถเป็นไปอย่างนั้นจริงๆเราจะทำงานทุกวันเวลาเท่าที่เราสามารถพักให้พออยู่สุข เพียรเท่าที่สามารถทนได้โดยไม่ยากจนได้โดยไม่ลำบากไม่ทำเป็นอยู่ไปจนกว่ามันจะตายมันตายแล้วก็ว่ากันไปพูดจบก็จบกูไม่จบก็ไม่จบเป็นอีกวาระหนึ่งไม่มีปัญหาสำหรับผู้เข้าใจแต่กูยังไม่เข้าใจก็มีปัญหามันก็เป็นจริงเป็นเรื่องเป็นอย่างนั้นก็ขอกำชับผู้อยู่อีกว่าให้พยายามอย่าปล่อยปละละเลยจนกระดานเอาไว้ให้อันนึงไปเตือนแล้วก็ใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นเครื่องมืออีกอันนึงมีเกมกระดานเอาไว้ก่อนจะเขียนก็จะขออ่านให้ฟังอันนี้เกิดนี้เกิดเป็นปัจจุบันแปลเป็นปัจจุบันแล้วก็ได้อย่างที่คำสอนอันนี้หรือว่าประโยคอุปกรณ์อันนี้เอาไว้ใช้นี้ชาตรีหรือว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถคำว่าชาตรีผู้ที่มีความสามารถผู้มีศิลปะเอาสมุดมาให้เขียนก็เลยนึกถึง เราทั้งหมดควรจะมีสภาวะธรรมทั้งหมดหรือตัวผมเองทั้งหมดนั่นแหละอันเดียวกันเพราะคุณทุกคนก็คือผมผมก็คือพวกคุณตอบคิดอันนี้ออกมาโดยรูปก็เกิดก่อนที่สมุดที่ชาตินี้เอามาให้เขียนก็เขียนให้ชัดตรีไปด้วยผมก็เอาอันนี้มาออกมาด้วยเพื่อที่จะมาให้ทุกคนเอาไว้อ่านให้ฟังก่อนมันเขียนว่าที่นี่แหละไม่ต้องจดตามก็ได้หรือจะจดกินหลังหรือจะจดตามไปจดทันก็เอาให้พยายามใช้การโดยใช้การเป็นอยู่อย่างนี้อย่าเผลอใจ ใจเมื่อผัสสะเกิดจะต้องรู้ให้ทันความเกิดนั้นที่ใจถ้าความไม่สบายใจความไม่สบายใจวงเล็บโทสะโมจิทุกขนาดถ้าความไม่สบายใจอุบัติจะต้องจัดการไม่มีก่อนอื่นไม่ว่ากรณีใดๆแม้ความสบายใจวงเล็บโรงพักมูลนิธิทุกขนาด แพ้ความสบายใจอุบัติก็อย่าหลงเมาติดยศมันเป็นปัญหารู้ใจบ่มีลมพัดมีโทสะหรือไม่ขณะใดคือเมื่อนั้นฝนโมหะผู้ใดรู้ใจว่ามีโลภะโทสะหรือไม่ขณะใดคือเมื่อนั้นคนโง่ทำใจให้พ้นโทสะพ้นโลกพระในขณะรู้รู้เสมอทำใจให้พ้นโทรศัพท์ค้นรูปพระในขณะรู้รู้ นั่นคือผู้เดินตรงรัฐเข้าสู่นิพพานด้วยนางเอกเส้นเดียวอีสานไว้โดยคนที่ชื่อว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเดี๋ยวจะเขียนไว้ให้เน้นตรงไหนตรงไหนก็จะเขียนขีดอันตรายอันนี้เหมือนโสร่งเหมือนตลกที่จะเอาไว้ใช้เพื่อที่จะได้เกิดผลในการที่จะปฏิบัติตนเพิ่มระดับทั้งผู้ไปผู้ที่จะเดินทางไปจาริกก็เอาใช้ ไม่ใช่ว่าใช้แต่เฉพาะผู้อยู่ผู้อยู่ก็จะต้องใช้พูดไปก็จะต้องใช้กะโหลกอันนี้หรือแกนหรือปริยัติอันนี้นั้นเป็นสรุปปานสติที่ย่อความลงมาได้เป็นภาษาไทยง่ายๆได้เท่านี้สรุปนี้คือโศกก็อานาปานสติระดับของการจัดสรรธนาคารขึ้นสู่ระดับอรหันต์เป็น slow หรือเป็นระดับของหรือเป็นอุปกรณ์นั่นเอง เครื่องมือที่จะใช้ปราปธนาคารพิจิตรหรือทำงานร่วมกับธนาคารนิติเพื่อสู่ความเป็นอรหันต์ถ้าผู้ใดยังจับใจไม่ถึงใจจับจิตไม่เป็นจับจิตไม่ถูกยังไม่มีสภาพได้ฝึกสติปัฏฐานมาจนรู้จิตในจิตเข้าใจเวทนาในเวทนาแล้วหรือคือผู้นั้นยังรู้ธรรมารมณ์ไม่ชัดไม่รู้อารมณ์ของจิตจิตเป็นอย่างนี้ตัวนี้อย่างนี้แหละสภาวะอย่างนี้แหละเป็นจิตไม่รู้อ่านไม่ออกพวกนั้นยังไม่ใช่องค์ประกอบต่างๆยังไม่ใช่เพราะอนาคตมีถ้าผู้ได้จับจิตตัวเองออกขณะ ไดร์ขนาดนั้นเราเป็นอนาคามีแม้วัดเดียวนิดเดียวก็ตามก็เป็นอนาคามีน้อยๆเท่าที่นิดๆนั่นแหละจับได้มากจับได้แม่นจับได้นานก็เป็นอนาคามีนั่นเป็นอนาคามีงานจำได้เสมอๆก็เป็นอนาคามีใหญ่ขึ้นใหญ่ชัดเจนทุกขณะจิตเราไม่เผลอใจเราไม่ห่างใจเรารู้ใจรู้ธรรมารมณ์รู้อารมณ์ของจิตจิตมีอารมณ์อย่างนี้ก็รู้กำลังมีความกระทบแล้วก็รู้ขึ้นมาไหวขึ้นมารู้อย่างนี้จนเกินรู้เหลือเกินและมีเครื่องผสมมีอะไรมีแขกจรเข้ามาผสมแล้วว่านิกาย หน้าของความเพ่งเพ่งเล็งเป็นอภิชาวิศวะโลภะเกิดขึ้นมาแล้วมีเนื้อหาของโลหะผสมร่วมกันมาแล้วบ้างก็รู้ถ้าเป็นอย่างนั้นแหละเรียกว่าอนาคตรู้อย่างนั้นหรือจะรู้ว่ามันเป็นไปในทางจิตวิทยาเป็นจิตที่โน้มน้าวออกไปแล้วในส่วนดีเรียกว่าอากาศขาวไว้ก่อนหรือจิตที่ เกิดน้องเอนไปในทางที่ชักจะไม่ค่อยดีแล้วเรียกว่าอิจฉาว่ะจรปิดประกาศขายหรืออิจฉามันเป็นจิตปรารถนาทั้งนั้นเป็นความปรารถนาคิดอย่างนั้นเป็นลักษณะของจิตที่ปรารถนาอันนึงปรารถนาแล้วจะไปสู่เป้าหมายออกผลมาเป็นไม่ดีเรียกว่าอิจฉาว่าจอดอันใดที่มีเป้าหมายไป

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน