180130-B มูลปริยายสูตร ตอน2-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
จากนี้ไปเป็นการบรรยายธรรมะภาคเช้าประจำวันที่ 30 มกราคม 2518 พระราชบัญญัติในมูรับปริญญาโทซึ่งเป็นการบรรยายต่อมาจากวันที่ 29 มกราคมพุทธศักราช 2518 ซึ่งเป็นการอบรมภาคเย็นจะได้รับฟังต่อจากคราวที่แล้วได้ไปเปิดดูบาลีแล้วที่เขาแปลออกมารับปริญญายโสธรปรากฏว่าไม่มีหรอกในวลีครับ LINE ไปยังไงชอบกดเข้าไปแปลกันยังไงเขาเป็นไม้กันยังไงอ่ะพี่ปูให้ไปเอาอัดเอาทำกันยังไงที่จริงอ่ะพี่ปูนะทุกอย่างถ้าฝันดีสัตว์ก็ไปอธิบายคำว่าความเป็นเองเห็นเองเกิดเองเป็นผู้ครอบงำสิ่งนั้นได้แล้วเป็นผู้ถึงบรรลุเป็นจริงมีจริงอย่างอันนั้นน่ะ อภิภูภูตะแปลว่าเกิดแปลว่าตัวเกิดตัวที่มันใจบรรลุถึงจุดนั้นมันเป็นเจ้าภาพของจิตเองมันเป็นสภาพของวิญญาณเองเป็นที่สุดถึงที่สุดยิ่งอภิภูเป็นอย่างนั้นมันได้เข้ามาแปลกันว่าฉันดีเขาก็คงว่าอะไรมาเรื่อยก็เมื่อไรถึงกรมต่างๆมานี่นะอภัสราศุภกิจผลาก็เลยต่อเรื่อยไปเลยเหมือนคนเขียนเกินอาจารย์ยีเลยแล้วก็ต่ออากาศ อันนี้ก็เราเข้าใจให้ถ้วนทั่วไม่ผิดแต่ไม่ถูกแต่ไม่ผิดเพราะว่าอภิภูเป็นทุกอย่างเป็นเองเห็นเองในจุดไหนไหนๆก็ได้แม้ที่สุดอ่ะฝันดีฝันดีเห็นว่าซะด้วยนะอะออกหน้าทะเลแล้วก็เลย อันนี้ก็เป็นความยาวแปลเป็นภาษาไทยขึ้นมาก็เป็นความเดาเดามันก็ไม่ตรงทีเดียวมันไม่ไอ้นาทีเดียวก็ควรจะใส่คำแปลคำว่าอภิภูลงไปถ้าไม่ไม่แปลกแล้วก็หมายความว่าอภิปูชนียกานท์ ภาษาอีสัตว์คือ 9 80 นี่ไม่ใช่ 9 นะ 10 นี่ไม่ใช่ 9 10 คืนครั้งหนึ่งทั้งสองทั้ง 3 ทั้ง 4 ทั้ง 5 ทั้ง 6 ทั้ง 7 ทั้ง 8 ทั้ง 9 ที่อยู่ที่ว่ามันใหญ่โตกันแค่ไหนเนี่ยหลายๆๆมาๆถ้าเหมาหมดนี้ก็คือก็เลยกลายเป็นมาแปลไทย 10 19 ตัวเดียวซึ่งมันไม่พอติดมันคือ 2 3 4 5 6 7 8 9 ทุกตัว 10 คือทุกตัวนั่นแหละคือทั้งหมดรวมกันอยู่เรียกว่าติดหรือว่าเรียกบริบูรณ์หรือเรียกว่า 0 เรียกว่าเต็มอ
อ่านต่อ
ย่างนี้กูหมายถึงความเป็นยังไงให้กูเห็นเองเป็นเองเป็นผู้ครอบอำนาจเป็นพูดถึงจุดนั้นจุดนั้นเพราะว่าจะถึงจุดไหนๆก็ตามแต่เท่าที่กล่าวมาเนี่ยที่ได้มีความสำคัญมากมายเป็นความรู้ที่มันรู้ถึงเกิดถึงเป็นถึงเป็นสันดานสันดานจิตเป็นประธานาธิบดีจนกระทั่งรู้แจ้งและเป็นสันสัญญานั่นแหละฉันจัตวาเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาแล้วเป็นอันนั้นขึ้นมาแล้วสัญญาหน้าที่ชายก็แปลว่ารู้ฐานะฐานะโตแปลว่ารู้ชาวนา สาธารณสุขเกิดลูกเกิดรู้อย่างนั้นอย่างนั้นขึ้นมาเพราะมันเกิดรู้และเกิดรู้เข้าบริบูรณ์แล้วก็เป็นฉันสัญญาตะวาเนี่ยภาษาของบาลีท่านนั้นชัดเจนชัดเจนหน้านี้อ้ายก็ทวงให้ฟังที่อธิบายไปแล้วก็เปิดมาลีทบทวนดูอีกทีนึงแต่ยังไม่ได้เปิด YouTube เปิดดูพอสมควรแต่ก็เอาละพอพอได้เนื้อหาสาระแก้ไขนิดหน่อยเท่านั้นเองที่จริงก็ไม่มันถูกไม่หมดมันไม่พอเราควรจะได้รู้กันทั่วมากกว่านั้นเข้าใจให้ลึกซึ้งกันไปหมดครับ ดูกราฟภิกษุทั้งหลายแม้ภิกษุใดเป็นพระอรหันต์สักขีหน้าศพอยู่จบพรหมจรรย์เสร็จอีกแล้วลงภาระแล้วบรรลุถึงประโยชน์ตนแล้วสิ้นกิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพแล้วคนด้วยปัญญาอันชอบแล้วผู้ที่เป็นพระอรหันต์นั้นจึงไม่ใช่ผู้ดับแต่เป็นผู้พ้นด้วยปัญญาเป็นผู้ค้นด้วยปัญญาที่แท้จริงแม้ภิกษุนั้นรู้ธาตุดินโดยความเป็นทาสดินชั้นรู้ธาตุดินโดยความเป็นธาตุดินแล้วย่อมไม่สำคัญธาตุดินย่อมไม่สำคัญในธาตุดินย่อมไม่สำคัญโดยความเป็นธาตุดินย่อมไม่ ธาตุดินว่าของเราย่อมไม่ยินดีธาตุดินข้อนั้นเพราะเหตุอะไรเพราะเรากล่าวว่าเพราะปราศจากราคะเหตุราคะขึ้นไปมีตัวเดียวสุดท้ายมีตัวเดียวคือตัวราคะตัวเดียวไม่ได้บอกโมหะไม่ได้บอกโทสะท่านไม่ได้ตัดก็เพราะราคะโทสะโมหะสิ้นไปก็ไม่จำเป็นอย่างนี้เป็นต้นที่ว่าไม่จำเป็นนั้นก็เพราะเหตุว่าราคะหรือโลภะตัวที่สุดที่มันเกิดแก่ตัวตัณหาตัวราคะใหญ่ตัวเดียวตัวสุดท้ายเนี่ยตัวตัวต้นจะเรียกว่าตัวสุดท้ายก็คือราคะจึงทำให้เกิดโทสะเพราะโมหะเราไม่รู้ราคะ โทรหาก็เพราะว่าเรามืดก็มัวเราหลงเราเลอะเราไม่เข้าใจแจ่มแจ้งในราคะราคะนั้นจึงเป็นสาเหตุแห่งโทสะได้โทรศัพท์เกิดได้ก็เพราะราคะหรือโลภะเพราะฉะนั้นเมื่อเราดับราคะเป็นที่ยอดเป็นที่สิ้นแล้วรู้แจ้งไม่ให้มีราคะดับราคะนั้นไปสูญสิ้นราคานั้นจากจิตพยายามราคามีตารางราคางานมีแต่ตัวราคะตัวเดียวเพราะราคะขึ้นไปเพราะปราศจากราคาจึงหมดทุกสิ่งทุกอย่างเพราะฉะนั้นเรารู้ตัวราคะด้วยปัญญา ยิ่งอันชอบแล้วเราก็พ้นพ้นมันด้วยการรู้โดยปริญญาปริญญาปริญญาสตางค์ปริญญาญัตติปริญญาตังปริญญายาติกก็หมายความว่าคุณควรกำหนดรู้กำหนดรู้แล้วกับปริญญาต่างกำหนดรู้แล้วรู้แล้วรู้ชัดเกิดแล้วเป็นอย่างนั้นแล้วเป็นอภิภูเป็นผู้เห็นเองตัวเองครอบงำได้แล้วเป็นผู้ครอบงำได้แล้วจากนั้นเป็นอย่างนั้นเพราะฉะนั้นแม้ที่สุดได้พระนิพพานก็เป็นอภิภูแต่พระนิพพานก็เป็นอภิปรายคือเป็นผู้ที่ โหลดเพลงเป็นเพลงอภิภูเกิดเองเป็นเองในนั้นเกิดได้เป็นได้เรามีอภิภูเรามีอีกคำคำหนึ่งที่เราคงเคยจะได้ยินกันคือสยามครูสยามครูก็คือผู้เกิดเองเป็นเองแต่ผู้เกิดเองเป็นเองขยำปูนนั้นก็รวมอภิรมย์ความยิ่งความใหญ่อะไรต่ออะไรเข้าไปเข้าไปเต็มประกอบด้วยยะมะประกอบด้วยสิ่งที่เต็มจะยำมะผู้ผู้แปลว่าการพูดเราเรียกว่าพูดแบบนี้เป็นการเกิดการเกิดที่ยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามันเกิดก็แค่เป็นผีมันก็เกิดฉันตับพอเกิดเป็นเทวดาเกิดเป็นอะไรแสดงถึงความเจริญขึ้นไปเรื่อยๆกูหรือพอหรือพระเนี่ยหมายความว่าเกิดเจริญเจริญเจริญขึ้นถ้าอธิบายไปหมดย้อนซ้ำเหมือนกันอย่างนี้แหละว่าเมื่อพระอาหารขีณาสพนั้นท่านได้รู้ธาตุดินในความเป็นธาตุดินหรือไม่ยอมรู้ธาตุน้ำธาตุไฟธาตุพรหมศักดิ์เทวดาพรหมอภัสราพรหมศาสตร์รูปที่ตนเห็นข้อเสียที่ตนฟังอารมณ์ที่ตนสร้างวิญญาณ แล้วก็ความที่สักการะเป็นอันเดียวกันความคิดสักกายะต่างกันและรู้ทั้งสิ้นถึงสักกายะทั้งปวงทุกสิ่งทุกอย่างที่มารวมตัวกันข้ามรู้ทั้งปวงเทวดาเอกภพเอกหรือว่ารู้เอกกับรู้เอกภพสักการะทั้งปวงรู้ชัดรู้อนันตังอารุเอกภพจักรยานทั้งปวงลูกศิษย์และเมื่อรู้ได้เอกภพได้และกำหนดส่วนย่อยที่ประกอบอยู่ในเอกภพเช่นเดียวกันที่ผมอธิบายบอกว่าผิดรู้สึกคนที่รู้สึกแล้วก็หาไหมกูถามไหมลูก 9 ไหมคนที่รู้สึกแล้วรู้ 5 รู้ 3 รู้ 9 รู้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 จึงไปรู้สึกแต่คนขี้โกงไม่รู้สึกนอนไม่รู้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ก็เลยว่าลูกกรุงๆรู้ไม่ครบรู้ไม่ทั้งปวงรู้เอกภพไม่ทั้งปวงหรือรู้จักกายะไม่ทั้งปวงไม่เป็นสัตว์กายะอันตะไม่รู้ทั้งปวงเป็นการรู้แต่แค่ขี้โกงรู้เอาหัวเอาหางเฉยๆอย่างนี้มีเยอะพวกนักธรรมมากที่ปฏิบัติธรรมะเพื่อที่จะรู้คุณกลัวอย่างนี้มีเยอะเดี๋ยวนี้ยิ่งมีเยอะเอายอดเลยพอเริ่มต้นพรรคต้นของต้นเอาหัวหรือเรียกตัวหนึ่งแล้วก็เรียนตัว 10 เลยโรงเรียนเลข 0 อีกเลขหนึ่งแล้วก็มับก็ให้ ปิดจ๊อบแต่ 2 3 4 5 6 7 8 9 ไม่มีอย่างนั้นเรียกว่าไม่รู้ทั้งปวงไม่รู้ครบจะต้องรู้ให้ครบให้ทั้งปวงให้เรียงระดับครูเป็นผู้ที่เกิดเองเกิดจริงเป็นจริงเป็นผู้ที่ครอบงำสิ่งเหล่านั้นเป็นช่วงระยะที่ความจำเป็นต้องพยายามอ่านความจำเป็นที่เราควรรู้สิ่งที่สำคัญที่เราควรรู้ควรเห็นควรแจ้งควรทำให้สะอาดที่ในตัวเราถ้าตัวเราไม่มีสิ่งใดเราตรวจให้รู้ว่าตัวเราไม่มีสิ่งนั้นแล้วเราก็ไม่ต้องไปวุ่นวายมันไม่ต้องไปทำมันไม่ต้องไปหาเรื่องมันไม่ต้องไปยุ่งมันซะก่อนถ้าเราจะทำประโยชน์ตนเรารู้สิ่งที่เรามีสิ่งที่เราไปติดไปยึดยังสำคัญมั่นหมายอย่างสัญญา รู้แล้วฉันรู้แล้วโดยความเป็นนิพพานหรือว่าโดยความเป็นทุกอย่างตั้งแต่ต้นมาจนกระทั่งถึงนิพพานรู้คันรู้แล้วโดยความเป็นอย่างนั้นแล้วก็ย่อมไม่สำคัญมั่นหมายไม่ยึดตัวนั้นเป็นตัวนั้นเรียกใส่ตัวท้ายของท่านภาษาบาลีท่านยืนยันลงไปเป็นมันยึดติดยอมไม่สำคัญมั่นหมายลงไปในนั้นมันยึดติดแล้วก็ตัวของมันเองโดยตัวของมันเองย่อมรู้เพราะนิพพานโดยความเป็นพระนิพพานท่านรู้พระนิพพานในความเป็นพระนิพพานแล้วย่อมไม่สำคัญพระนิพพานย่อมไม่สำคัญในพระนิพพานย่อมไม่สำคัญโดยความ พระนิพพานย่อมไม่สำคัญพระนิพพานว่าของเราย่อมไม่ยินดีพระนิพพานข้อนั้นเพราะเหตุอะไรเพราะปราศจากราคะเหตุราคะสิ้นไปเหตุราคะขึ้นไปเพราะว่าได้สิ้นราคะไปนะไปกินราเข้าไปจะแท้จริงนะฝากซื้อจากราคาส่วนตัวที่ปราศจากก็ไม่ใช่ภาษาพูดเพราะฉะนั้นเราจะรู้ต้องรู้อาการของมันว่าราคะเป็นอย่างไรราคะต่างๆจากพระอาทิตย์ตกไปเป็นโทสะเป็นอย่างไรต้องทำโมหะให้หายคือทำความเห็นแจ้งจริงๆไม่ให้เลอะไม่ให้เรือนไม่ให้มัวๆเป็นรู้ก็ไม่ใช่ รู้เหมือนกันแต่รู้น้อยๆรู้หน่อยๆเป็นเนวสัญญาน่ะสัญญารู้บ้างไม่รู้บ้างบางคราวก็รู้บางครั้งก็ไม่รู้หรือรู้เหมือนกันแต่รู้ยังไม่ชัดยังไม่เจนยังมีวิจิกิจฉาอยู่ยังพลางแคลงสงสัยลำเรื่องยังไม่มามั่นใจยังไม่ปักใจยังไม่ชัดแจ้งเกิดเมื่อใดเกิดตัวเล็กตัวโตจะอ่านอย่างนี้เทียบเคียงกับสิ่งนั้นแล้วก็เรียกว่าอย่างนี้อย่างนี้ตลอดเวลาไม่รู้ยังไม่เกิดรู้เพราะถ้าผู้ใดแน่ใจเกิดรู้ชัดเจนแน่จริงแล้วเป็นศัลยกรรมว่าแน่นอนหรือเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธ รากเหง้าของทุกอย่างที่เป็นตัวเกิดเป็นมูลที่แท้จริงเลยเรารู้ชัดเจนเมื่อดูจิตของเราแล้วว่าจิตก็คือจิตวิญญาณก็คือวิญญาณตัวจิตคือตัววิญญาณคือตัวทากรู้มันเป็นของรู้มันเป็นตัวมันจะต้องเป็นบทบาทอย่างนั้นมันจะต้องมีอำนาจทำอย่างนั้นมีความสามารถอย่างนั้นก็ให้มันรู้เต็มที่ของมันเองเป็นวิญญาณธาตุเต็มรูปก็ไม่รู้ไปให้มันทำงานไปตามเรื่องของมันไม่ต้องไปรีไม่ต้องไปเลอะไม่ต้องไปฟังอะไรของมันรู้ในใจเต็มแล้วก็รู้จิตของเรานั่นแหละมีเศษเสี้ยวที่มันหวั่นไหวมันเป็นไปได้เอนเอียงได้ชอบเด็กช่างอะไรหรือไม่เมื่อมันไม่มีไม่ชอบก็ไม่หวั่นไม่ไหวไปข้างใดๆเลยไม่มีอำนาจ สำนักสักอะไรเลยเป็นแต่รู้รู้อย่างแท้จริงเต็มรูปของมันด้วยความรู้ผู้รู้ได้อย่างนี้ผู้เป็นได้อย่างนี้เห็นได้อย่างนี้ก็ย่อมปฏิญาณตนได้ว่าไม่มีแล้วซึ่งราคะส่วนเอนเอียงไปในชอบในชังได้ยินดียินร้ายอะไรไม่มีจริงๆนี่เป็นพระขีณาสพหรือพระอรหันต์เจ้าเป็นผู้เสพติดกำหนดภูมิในที่ 4 ด้วยสามารถพระขีณาสพเพราะฉะนั้นผู้ใดที่เป็นพระขีณาสพจะทำโดยสามารถโดยภูมิชัดภายในยะท่านเรียกว่าสัตว์ชนิดภูมิโดยสามารถจัดสรรระยะภูมิด้วยสามารถใช้สัญลักษณ์ หินอาสวะเสนาวัดเสนาไม่ใช่ๆๆวัดเสนาพระเสนะโดยภูมิเยอะแยะตัวเองจบวันที่ 6 ของขีนาในที่ของไอ้นี่หน้าที่หายนะดูแลที่ 4 ด้วยความสามารถของพระที่หน้าศพเองย่อมสามารถรู้ย่อมสามารถเห็นเองเป็นเองเป็นอภิภูอย่างที่ว่า 6 ดูกราฟภิกษุทั้งหลายแม้ภิกษุใดเป็น พระอรหันต์สักขีหน้าศพอยู่จบพรหมจรรย์เศรษฐกิจแล้วลงภาระเสียแล้วบรรลุถึงประโยชน์ตนแล้วสิ้นกิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพแล้วพ้นด้วยปัญญาอันชอบแล้วแม้ภิกษุนั้นย่อมรู้ธาตุดินด้วยความเป็นธาตุดินชั้นรู้ธาตุดินด้วยความเป็นธาตุดินแล้วย่อมไม่สำคัญธาตุดินย่อมไม่สำคัญในธาตุดินย่อมไม่สำคัญโดยความเป็นธาตุดินย่อมไม่สำคัญธาตุดินว่าของเราย่อมไม่ยินดีธาตุดินข้อนั้นเพราะเหตุอะไรเพราะปราศจากโทสะเหตุโทสะสิ้นไฟอันนี้ซ้ำอีกย้อนเอา 3 อย่างนั้นมาโทรศัพท์ ปราศจากโทสะและปราศจากโมหะท่านก็มาไล่โดยภูมิของพระสีหน้าศพพระผู้ใดรู้รากเหง้าของราคะแล้วเข้าใจโดยที่มันจะโตไปเป็นโทสะหรือความเป็นจริงก็เป็นอันจบแต่ไม่จบจะยื่นต่อไปอีกเป็นการเข้าใจความที่ขยายออกมาเพราะว่าตัวทุกข์แท้นั้นมันอยู่ที่โทสะโดยตรงอยู่ที่ความคับแค้นอยู่ที่ความอึดอัดความรำคาญความลำบากนั่นคือโทรศัพท์ถ้ามีลักษณะอึดอัดคับแค้นรำคาญกังวลซึ่งเป็นสภาพที่เรียกว่ามันไม่สบายมันไม่สบายมันไม่ ไปในทางสวรรค์ไม่ไปในทางซีเกมส์ยินดีมันกลับกันเสียมันกลับกันเป็นสภาพที่คนเราเนี่ยโดยสัญชาตญาณโดยส่วนที่เรียกว่ากุศลแล้วล่ะก็ความยินดีก็ดีกว่ายินร้ายทางยินดีก็ดีกว่ากินได้ถ้าโดนเจ้าภาพที่เราเป็นถ้าเรายินดีมันก็ยังยืนอยู่ดีกว่ายินร้ายเพราะว่าถ้ายินดีแล้วก็มีแต่เกื้อกูลมีแต่ความสงเคราะห์มีแต่ความอนุเคราะห์มีเมตตาเกิดถ้ายินร้ายซะแล้วมันไม่เกื้อกูลมันเป็นไปด้วยความทำลายเป็นไปด้วยความเผาผลาญถ้าเป็นความเป็นไปในเรื่องทางประหารเป็น เรื่องที่จะไม่ถูกต้องเราจะมีทางเราจะมีการประหารหรือมีการยินร้ายหรือมีการที่เรียกว่าไม่ชอบหรือว่าเป็นเชิงของจิตที่เรียกว่าไปในทางที่จะต้องทำลายอยู่อย่างเดียวเท่านั้นในโลกและมีสิทธิ์ที่จะทำโดยถูกต้องอยู่อย่างเดียวก็คือทำลายกิเลสตัณหาหรือทำลายราคะทำลายความไม่รู้อะไรว่าเป็นราคะและทำลายตัวจิตที่มันเกิดเป็นสภาวะของโทสะที่เราไม่รู้ตัวเองจริงๆโทรศัพท์มาจากรากเหง้าคำว่าผัสสะคือรู้โทรศัพท์มาจากรากเหง้าของคำว่าทักษะคือรู้ ลูกครบรอบทีเดียวทักษะแปลว่าสิทธิ์แปลว่า 10 ครบรอบทีเดียวสสปก็เป็นรู้เหมือนกันแต่รู้สภาด้วยสติรู้ร้อยทักษะเป็นรู้สึก 100 ใหญ่กว่า 10 80 นั่นก็ร้อยเราฟังให้ดีวนวนร้อยนะใหญ่กว่า 10 70 นั่นๆก็ร้อยเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดรู้น้อยแล้วก็ยอดลงมา 10 ได้ 10 ขยายไปเป็นร้อยได้ก็เรียกว่ารู้ทั้งทักษะรู้ทั้งสะรู้ทั้งสติเราจะต้องรู้ทั้งสองอย่างและเมื่อรู้แล้วรู้ก็รู้ให้ครบและรู้ที่แน่นอนชัดเจนแจ่มแจ้งเป็นเนื้อแท้แล้วก็ต้องยอมๆลงมาได้ เป็นสุตตะแล้วก็เป็นเคยะเสมอต้องเป็นสุขแล้วก็เป็นเคยะเมื่อรู้เป็นสุขโตโสตะแล้วก็ต้องมาเป็นเคยยะคั้นเอาไว้ย่อเอาไว้เอาเนื้อแน่นๆแท้ๆจับเอาเนื้อมันๆไม่ต้องให้น้ำรีดเอาเนื้อเลยแท้ๆได้เรารู้น้ำประกอบอยู่แล้วแล้วก็รู้น้ำต่อไปข้อสำคัญให้รู้เนื้อชัดๆเพราะฉะนั้นรู้ทักษะและรู้สึกเนี่ยจึงเรียกว่ารู้ได้อย่างเบาง่ายว่างเข้ามาหาศูนย์ได้มากกว่ายอดเขามาถูกกว่าว่าเราจะต้องรู้รู้ในสภาพที่เราหมายเอาทำไมมาหมายเอาโทรศัพท์นี่เป็นภาษา บ่รู้ต้องรู้โทรศัพท์ก็เพราะว่าตัวทุกข์ที่แท้ที่เน้นที่แท้นั้นอยู่ที่พระศักดิ์อยู่ที่ทักษะตัวทุกข์ที่แท้อยู่ที่อาการมันไม่สบายใจอาการเกิดเศษเสี้ยวไปในทางโทมนัสในทางโทมนัสไปในทางรำคาญกังวลอึดอัดอะไรพวกนี้ภาษาต่างๆที่เราแล้วแต่เราจะรู้สภาวะของมันคือมันไม่เป็นไปในทางยินดีมันเป็นทางยินร้ายอยู่มันยังหยิบอะไรอยู่ก็ตามแต่แม้แต่หงุดหงิดนี่ก็เป็นทักษะหรือโทสะอ่าเป็นภาษาเป็นโทสะเพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้อาการพวกนี้โดยแท้ว่านี่แหละเป็นตัวทุกข์แท้เมื่อเรารู้ตัวทุกข์แท้พ้นทุกข์แล้วมันก็พ้น ส่วนจะมีสุขประสงค์อยู่บ้างเล็กน้อยที่เรียกว่าโสมนัสไม่ใช่โทมนัสและโสมนัสสหัสขันธ์จึงเป็นไปได้อยู่เป็นเครื่องอาศัยเป็นเครื่องอาศัยโสมนัสสหกรรมญาณสัมปยุตตังอะไรพวกนี้ในมหากาจิตของพระอรหันต์เจ้าหรือในอกุศลจิตเพราะในกุศลไม่ใช่กุศลในกุศลและจิตมหากุศลและจิตมหาวิบัติโลกเป็นไปโดยอยู่สุขสวรรค์ก็มีหน้าที่นั้นผ่านก็มีหน้าที่นั้นแต่ต้องรู้โดยความรู้รู้โดยความเป็นจริงหมดทุก และหมดราคะก็ต้องรู้ด้วยถ้ายังเป็นโสมนัสอยู่แล้วไปติดไปยึดแม้แต่อุเบกขาก็ตามอย่าว่าแต่โสมนัสเลยแม้แต่ยึดมั่นถือมั่นมีการกำหนดใคร่ในอุเบกขามีการกำหนดใคร่ในโสมนัสกบพังพังแน่เป็นไปไม่ได้หมายความว่าจะต้องก่อเชื้อกันต่อไปใหม่เมื่อชิ้นเมื่อเต็มรอบเมื่อครบปัจจัยเมื่อไหร่อันนั้นก็ส่งผลต่อขอให้เราเกิดการใครยึดยึดถือเป็นอุปทานและก็จะเป็นงานการที่เราจะต้องเป็นภาพขึ้นมาทันทีแต่เมื่อรับรู้รู้เราก็วางรู้แล้วก็วางเท่าทันเท่าทันเท่า YouTube ขณะทุกเวลาทุกชวนจิตเรามีฌาปนกิจตัวใดเกิดเรารู้ว่าอันนี้เกิดโสมนัสดับทันทีทันทีทันใดรู้จริงๆชัดเจนไม่อำพรางก็ไม่มีปัญหาอะไรด้วยเพราะว่ามันเกิดด้วยความกำหนดรู้มันรู้ทันทีมันพร้อมๆกันเลยเรียกว่าสหคตตังมันเกิดพร้อมๆกันเลยโสมนัสก็เกิดพร้อมกันกับญาณสัมประสิทธิ์ก็เกิดพร้อมกันเป็นจิตดวงเดียวกันนะอยู่ในจิตดวงเดียวกันเลยมีสหกรรมมีญาณและสัมประสิทธิ์ต่างพร้อมๆกันรู้รู้แล้วก็วางรู้แล้วก็วางรู้แล้วก็ปล่อยกำหนดรู้มันและรู้มันปล่อยตัวมันเองพอเรารู้เท่าทันจิตตัวนั้นเองมันปลดปล่อยตัวมันเอง มันไม่มีอะไรยากถ้ามันไม่รู้เท่านั้นที่มันไม่ปลดไม่ปล่อยมันไม่ไปเป็นอภิภูมันไม่เกิดแล้วเกิดจริงเป็นจริงเกิดจริงเป็นจริงมันไม่เกิดจริงๆอย่างนั้นมันไม่มีตัวรู้นะมันมีแต่บัญญัติอยู่ข้างนอกมีแต่ภาษามันไม่รู้ตัวหรอกเพราะจิตมันไม่ใช่ตัวภาษาที่มันเป็นตัวเป็นจริงๆมันรู้มันก็รู้จริงๆมันไม่บอกใครแล้วมันปล่อยก็ปล่อยจริงๆพอมันรู้จริงๆมันวางจริงๆเป็นตัวปัญญาจริงๆมันก็วางจริงๆมันวางเพราะมันรู้เท่าทันพออย่างนี้โทรศัพท์อย่างนี้หล่อพระอย่างนี้ราคาเพราะฉะนั้นก็มีช่วงมีตอนพอเรารู้ราคารากเหง้าหมดแล้วผู้ใดถึงราคะแล้วหมดราคะสิ้นไปแล้วสบายไม่ติดไม่ราคะเพราะฉะนั้นโทรศัพท์ไม่มีอันหวังได้โทรศัพท์ไม่มีอันหวัง หมวดราคะเกลี้ยงแล้วไม่มีแต่ถ้าจะดับทุกข์จริงก็พ้นโทรศัพท์ก็ไม่คุ้มผมหมดทุกข์จริงฟังให้ชัดนะเพราะว่าทำไมถึงต้องอธิบายโทรศัพท์อีกต่ออธิบายโทรศัพท์อีกต่อก็เพราะว่าขยายขึ้นมาขยายขึ้นมาพอจะหมดทุกข์จริงแค่หมดทุกข์แล้วแต่มีสวรรค์นะสุขเป็นสวรรค์เข้าใจให้หมดทุกทีมหมดโทรศัพท์รำคาญใจแล้วหมดกินได้แล้วสบายแล้วยินดีอยู่มันก็ยังเป็นสุขยินดีอยู่มันก็ยังเป็นสุขเป็นสวรรค์น่ะได้ยินดีนั่นแหละเป็นเหตุแห่งการเติมราคะถ้าเราไปรับไปชอบไปหลงมันเข้าหรือว่าไปยึดมันเข้ามันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเองติดได้หรือว่าสะสมได้มันก็ต้องควรระวัง มาพูดที่รู้กำหนดรู้ทุกสิ่งทุกอย่างไปอีกจนกระทั่งถาดดินไปจนกระทั่งถึงสักกายะทั้งปวงจนกระทั่งถึงพระนิพพานอีกดังกล่าวนั่นแหละท่านก็อธิบายภาษีอรหันต์ขีณาสพนั้นปราศจากโทสะเหตุโทรศัพท์สิ้นไปจึงพ้นทุกข์ได้ด้วยประการอีกแล้วก็ในต่อไปอีกในที่ 6 โดยพระพิฆทั้งหลายแม้ภิกษุใดเป็นพระอรหันต์ขีณาสพอยู่จบพรหมจรรย์เสร็จแล้วปลงภาระเสร็จแล้วบรรลุถึงประโยชน์ตนแล้วสิ้นกิเลสซึ่งประกอบจากภายในพบแล้วหลุดพ้นด้วยปัญญาอันชอบแล้วแม้พิษสุนัขย่อมรู้ธาตุดินด้วยความเป็นธาตุดินย่อมรู้ทุกสิ่งทุกอย่างไปอีกไล่ไปจนกระทั่งผ่านด้วยความนิพพาน แล้วก็ไม่ยินดีในนิพพานข้อนั้นเพราะเหตุอะไรเพราะปราศจากโมหะเหตุโมหะสิ้นไปเป็นอันที่สุดยามเตือนทบทวนโมหะก็คืออะไรโมหะก็เพราะเข้าใจในราคเข้าใจในโทรศัพท์ชัดเจนเป็นที่ยิ่งเป็นที่ยอดมากมาจากรากศัพท์คำว่ามหาแปลว่ายิ่งแปลว่ายอดแปลว่าเยี่ยมแต่ว่าเด็ดขาดแปลว่าสุดไม่รู้จะเอายอดเอาเยี่ยมเอายิ่งเอาตัวไหนแปลว่าสุดสุดแน่ทบทวนแล้วอีกปัจจุบันอีกทบทวนไปทบทวนมาโดยความไม่หลงไหลโดยความย้ำซ้ำแซะกันให้ชัดที่สุด จนหมดวิธีใช้ยาหมดพลางแพลงจริงๆแล้วสิ้นโมหะเพราะเราไม่หลงไม่เลอะไม่ไหลไม่พลางไม่เลื่อนเปื้อนไม่เบี้ยวไม่เบี่ยงไม่เพี้ยนไม่เบลอๆชัดถ้าเป็นกล้องถ่ายรูปก็ได้จัดโฟกัสรูปชัดเป๊ะเหมือนกันเลยมีเต็มความสามารถแล้วไม่มีเบอร์ไม่มีซ้อนไม่มีลืมเห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวเป็น ago ธรรมเป็นไม่มีสงสัยไม่มีสงสัยไม่มีทางแขวงอีกแล้วไม่มีเศษส่วนที่เหลือเชื้อออกไปว่าอันนอกนั้นคืออะไรรวมเอกภาพลงได้รวมเอกภาพจริงๆ ความลงตัวเป็นยูนิตเป็นเอกภาพเป็นสิ่งที่ตัดรอบลงเป็นเอกภาพเอกภพเป็นอันนั้นลงตัวเลยไม่สงสัยไม่มีเศษเสี้ยวอะไรอยู่นอกเอกภาพนี้ก็รู้ด้วยว่าอยู่นอกแต่เรากำหนดแล้วทำความสำคัญมั่นหมายลงไปแล้วเหตุหอบอยู่แค่นี้ฮานาอยู่แค่นี้เรารู้ความลงตัวรู้เขตขอบรู้อาณาแค่นี้แล้วเราก็ตัดสิ่งที่อยู่ข้างนอกก็เป็นนอกอยู่ข้างในก็เป็นนายอยู่ในเขตขอบนี้ก็คือเขตขอบนี้อยู่นอกเขตขอบนั้นก็เป็นนอกเขตขอบนั้นเราจะเอาหรือไม่เอาเราก็รู้เห็นรู้ผลเราจะเอาร่วมด้วยหรือไม่เอาร่วมด้วย กูก็เข้าใจอย่างชัดเจนเลยเข้าใจชัดเจนเลยเหลือเฟือเกินไปเราไม่เกี่ยวหรือว่าเรายังไม่สามารถที่จะร่วมด้วยเราก็ไม่เอามาร่วมด้วยถ้าเราสามารถเอามาร่วมด้วยเราก็เอามาร่วมด้วยชัดเจนจริงๆจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่ตัดขอบตัดเขตเป็นผู้ที่รู้ชัดแจ้งว่าหมดโมหะเป็นที่ยิ่งที่ยอดที่สุดโดยตัวรู้เต็มอำนาจของตัวรู้ของเราเป็นสัญญาหรือเป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นฉันเป็นสัญชาตนามิให้มันรู้เต็มอย่างงั้นคราวนี้กำหนดความสามารถของภูมิของพระขีณาสพเมื่อศพก็กระทบส่วน ราคะโทสะโมหะนี้อย่างเต็มอีกทีนึงพยายามย้อนไปย้อนมาให้มันชัดเจนในราคาโทรศัพท์โมหะแปลว่าโทสะเป็นตัวกลางเป็นตัวพ้นทุกข์เป็นตัวพ้นทุกข์ถ้าไม่มาถ้าไม่ไม่มีตัวกลางโทรศัพท์พ้นทุกข์ในตัวรู้ตัวพ้นทุกข์แล้วนะไม่อาศัยคือไม่อาศัยตัวที่เป็นโสมนัสบ้างแล้วเราก็เรียกว่าเราไม่เข้าใจในสภาพที่ว่าสุดท้ายเราอาศัยก็อาศัยบางคนก็เราพ้นเราพ้นแล้วในขณะใดที่มีตัวเกิดก็ต้องมีสมมติสมมติที่อาศัยโดยสมมติแล้วเราก็ไม่เลยเถิดไปจนกระทั่งโมหะโมหะเป็นความมืดอีกโดยความที่เป็นที่ดินหลงมียอดกว่ายอดไปลงยอดกว่ายอดไป จนกระทั่งไม่มีที่สิ้นสุดไม่มีที่จอดไม่มีที่อะไรสำหรับเราสำหรับเราในทุกขณะเมื่อผู้ใดไปหลงยอดกว่ายอดสำหรับเราในทุกขณะคือจิตนั่นเองเรากำหนดแล้วยังจะต้องเอาแบ่งไปอีกเป็นความไม่แน่นอนเป็นความไม่ลงตัวเป็นความไม่เที่ยงเราก็เป๋ไปเป๋มาโยนไปย่อมาเย้ไปเยมาไม่เป็นสัจจะไม่เป็นตัวที่เรียกว่ามั่นคงตั้งมั่นสมาธิไม่เกิดความแข็งแรงไม่เกิดสมาธิเราจึงจะต้องให้มันตั้งมั่นให้มันลงตัวแข็งแรงด้วยว่ากำหนดอย่างนี้ก็ตัดเด็ดก็ตัดเด็ดจึงเป็นผู้ที่เด็ดขาดด้วยไอ้พวกทีเด็ดขาดด้วยแล้วรู้ความจริงตามจริงปรับภูมอย่างนี้ภูมิของเราขนาดนี้ความเป็นตัว ขนาดนี้เราชัดเจนแจ่มแจ้งที่สุดของเราขนาดนี้โดยชัดเจนก็ที่จิตของเราไม่เดือดร้อนไม่มีโลภะไม่มีโทสะชัดเจนอย่างแท้จริงแน่นอนตรงนั้นอาจดูก็รักที่สุดทั้งหลายแม้พระประธานวัดอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรู้ธาตุดินด้วยความเป็นธาตุดินจริงพระทรงรู้ธาตุดินโดยความเป็นธาตุดินจริงแล้วย่อมไม่ทรงสำคัญธาตุดินย่อมไม่ส่งสำคัญในธาตุดินย่อมไม่ส่งสำคัญโดยความเป็นธาตุดินย่อมไม่ส่งสำคัญถ้าดินว่าของเราย่อมไม่ทรงยินดีธาตุดินข้อนั้นเพราะเหตุอะไรเรากล่าวว่าเพราะธาตุดินนั้นพระตถาคตกำหนดรู้แล้ว พระสีหน้าศพท่านกำหนดรู้แล้วเป็นปริญญายัดตังรับปริญญายัตติเป็นปริญญายัติปริญญาญัตตินั้นของพระอรหันต์เจ้าน่ะปริญญายัตติกำหนดรู้แล้วพาไปปริญญาปริญญาตรีปริญญาปริญญาตรังภาษาบาลีใช้ปริญญาต่างมีของพระอรหันต์พอมาใช้ของพระพุทธเจ้าใช้ปริญญาตันๆมีอันตราย คาถาคาถาปริญญายันตังอะปิปัญญาต่างๆปริญญาตันตันที่จริงก็เลยกำหนดรู้ตัวนี้นี่มาแปลตัวนี้เหมือนกันกับพระอริยเจ้าคือพระอรหันต์มาแปลว่าเหมือนกับปริญญาปริญญาต่างจากของพระพุทธเจ้านั้นปริญญาตันๆก็รู้เพิ่มก็แล้วกันเราก็รู้เพิ่มเมื่อเราได้ทดสอบบาลีบาลีมันให้ความหมายเพิ่มวลีเน้นลงไปอีกทีนึงโดยความหมายของมันเองแล้วก็รู้อยู่แล้วว่ามีที่สุดไปยิ่งกว่ากำหนดรู้ไปยิ่งกว่าโดยความเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าและในส่วนอื่นๆก็เหมือนกันพระพุทธเจ้าท่านก็กำหนด หาขนส่งกำหนดรู้ยิ่งแล้วรู้แล้วรู้มันแล้วจริงๆเป็นที่ยิ่งสุดยอดลงไปอีกนี่เป็นความสามารถของพระศาสดาตามภูมิของพระศาสดาพระภูมิกับพระศาสดาดูกระดาษพิสูจน์ทั้งหลายแม้พระประธานวัดอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรู้ธาตุดินโดยความเป็นธาตุดินจริงชั้นรู้ทรงรู้ธาตุดินด้วยความเป็นธาตุดินจริงแล้วย่อมไม่ทรงสำคัญธาตุดินย่อมไม่ส่งสำคัญในธาตุดินย่อมไม่ส่งสำคัญโดยความเป็นธาตุดินย่อมมีส่วนสำคัญธาตุดินว่าของเราย่อมไม่ทรงยินดีธาตุดินข้อนั้นเพราะเหตุใดเรากล่าวว่าพระทรงทราบว่าความเลิศเจริญตอนนี้ออกมาแล้วความเพลิดเพลิน เป็นมูลเห็นทุกข์เพราะพบจึงมีชาติสัตว์ผู้เกิดแล้วต้องแก่ต้องตายเพราะเข้าใจโดยสภาพที่แท้จริงเลยของสัตว์โลกหรือของความเป็นไตรลักษณ์หรือความเป็นอริยสัจจริงๆอ่ะมีตัวรู้ชัดเจนในมูลแห่งทุกข์ก็ตรงที่ไม่รู้ว่าความเพลิดเพลินนี่แหละเป็นมูลเหตุทุกงานที่อำเภอสันเรียกว่าความเพลิดเพลินนี่แหละเป็นเหตุเป็นมูลนิธิเป็นเหตุแห่งทุกข์เป็นที่สุด นี่เราเรียนมูลพระปริยายสูตรเราเรียนต้นแต่เราเรียนปริญญาไปพร้อมที่จริงเพราะงั้นอันนี้ก็คือทักษะก็คือ 10 ไม่ใช่ร้อยเราเรียนอันนี้คือสิทธิ์ไม่ใช่ร้อยเรื่องย่อเป็นมูลแต่ใน 10 นี่แหละถ้ารู้สึกนี้ชัดเจนรู้หมู่นี้ชัดเจนก็จะขยายหรือปริญญาหรืออธิบายออกไปได้เป็นร้อยแต่ร้อนจริงๆถ้าเรารู้สิ่งเหล่านี้เข้าใจเนื้อมันจริงเหมือนเรามีหัวยาหัวยาแล้วเราก็จะละลายเป็นยาที่มีน้ำมีกษัยมีส่วนขยายมีความเจือจางออกไปได้เองและคนไปหลงความเจือจางหุ่นยนต์ย่อลงมาแล้วโดยมูลแล้ว เพลิดเพลินหรือนันทิความเพลิดเพลินความหลงบรรเลงลมความเห็นว่าเป็นสนุกสนานความเห็นว่าเป็นที่น่ากินดีอันนี้แหละเป็นมูลเป็นรากเหง้าแห่งทุกข์เพราะภพจึงมีชาติเมื่อจิตของเราไปยึดไปตั้งลงในสิ่งนั้นมีพฤติกรรมสำคัญหรือว่าภาวะหรือภพเนี่ยพระพอผ่านก็วแหวนอีกตัวเดียวกันมาแทนกันได้พอผ่านหรือวแหวนอาการที่เป็นอาการอยู่กับตัวที่ มิตรภาพส่งไว้เส้นทางเจริญทางดียังไงก็ตามแต่จะดีทางใดก็ตามแต่เป็นความเจริญเป็นความโตเป็นความยังอยู่คือความเกิดอยู่ถ้าเราไปยึดอันนั้นก็หายถ้าหลงก็ยินดีก็ต่อถนนยินร้ายก็ทำลายหลงยินดีก็ต่อวันพบใดที่เรารู้ว่ามันเกิดมีสติแล้วนะแล้วเราเองเราก็ไม่ยินดีได้ยินได้ก็ไม่มีค่าแต่รู้ความจริงตามพบหรือตามภาวะภาวะต่างชาติอย่างนั้นอย่างนั้นเรารู้พบรู้ว่าอย่างนั้นแล้วก็จะเข้าใจสัตว์ผู้เกิดแล้วก็ เป็นธรรมดาจะสร้
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive