180130-A สัพพาสวสังวรสูตร ตอน1-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2518 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์94 KB
วันที่แก้ไข21 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ได้สูตรที่ 2 ต่อไปนี้สัพพาสว่างสูตรไปสู่ที่เข้าในสภาพนี้สภาวะมาจากคำว่าสรรพสัตว์เพนี่แหละทั้งปวงกับพระบกอาสวะก็เป็นสภาวะเพราะงั้นอาสวะทั้งปวงสังวาระจงสังวรสูตรนี้คือสูตรที่ให้สังวรอาสวะต่างๆจะสังวรอาสวะต่างๆเป็นอย่างไรสูตรนี้จะบอกไปข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเสด็จประทับณพระวิหารเชตวันอารามของดินอาณาจักรบิณฑิกเศรษฐี ละครสาวัตถีณที่นั้นพระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่าดูเกิดได้ที่สุดทั้งหลายภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่าพระเจ้าข้าพระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่าดูกรภิกษุทั้งหลายเราจักแสดงปริญญาว่าด้วยการสังวรอาสวะทั้งปวงแก่พวกเธอนี่แปลความและสังวรอาสวะทั้งปวงแต่พวกเธอแปลความสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอจงฟังจงใส่ใจให้ดีเราจักกล่าวภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่าอย่างนั้นพระเจ้าค่ะและผู้มีพระภาคได้ตรัสว่าดูก็ภิกษุทั้งหลายเรากล่าวความสิ้นอาสวะของภิกษุผู้รู้อยู่เห็นอยู่นี่ไม่ต้องเปิดตำราบาลีก็ได้รู้อยู่เห็นอยู่ตัวนี้ แบบติดปากเลยทีเดียวคือชานมผสมดูอีกทีก็ได้เพื่อความไม่ประมาทที่สุดทั้งหลายเรากล่าวความสิ้นอาสวะของภิกษุผู้รู้อยู่เห็นอยู่เราไม่กล่าวความสิ้นอาสวะของผู้ไม่รู้ไม่เห็นน่ะถ้าหากภิกขเวเอาละไม่ต้องอ่านบาลีนะไม่ต้องอ่านว่าชัดเจนรู้อยู่เห็นอยู่เป็นสภาวะชาพอช้างตัวนี้มันแปลว่ารู้แต่ว่าตัวรู้รู้จริงๆเพราะงั้นผู้ใดมีชาผู้นั้นก็มีรู้ รู้รอบเรียกว่าปาริชาที่เราไม่เรียกว่าปรีชาปรีชาทุกวันนี้ปาริชาเรียกว่ารู้รอบผู้มีปรีชาเรียกว่าผู้มีความรู้รอบผู้มีปรีชาจะเติมยานเข้าไปอีกเขาเรียกว่ารู้ผู้มีรูรู้ความรู้รอบมันมีภาษาทั้งภาษาทั้งภาษาเพื่อเน้นเท่านั้นแหละพระปรีชาหรือปริชาก็แปลว่ารู้ยิ่งรู้รอบรอบควรทานนะชายะชานติชาตะที่จริงชาตะตัวนี้มันก็มาจากชาจนรู้ชาต

อ่านต่อ

ะก็คือ เปิดตัวลูกเกิดตัวลูกชาตะวิชาติดจิตมันเกิดเพราะถ้าจิตมันไม่เกิดรู้อะไรเลยมันก็อยู่เฉยๆถ้ามันเริ่มรู้มาแล้วก็กำหนดชาตะเข้าออดี้เกิดชาตัดแล้วรู้แล้วนี่กำลังยึดอยู่ก็รู้ว่าเป็นภพหรือว่าเป็นภพรู้ชาติด้วยความเป็นชาติรู้ภพด้วยความเป็นภพเราก็เป็นผู้รู้ชาติรู้ภพนั้นเองแต่เราไม่หลงใหลไม่เห็นว่ายินดีปรีดาถ้าเห็นว่าจิตมันเป็นน้องน้องก็ยินดีปรีดาแล้วมันก็จะอยากเวียนเขตถ้าเป็นทุกข์ก็เป็นตัวทรมานเพราะงั้นเราไม่มีทุกข์แล้วเราก็ไปติดด้วยไม่มีตัวอย่าง ด้วยนอนรู้อะไรก็รู้ได้หมดทีนี้เราก็จะรู้อะไรก็รู้ฉันรู้อะไรก็รู้ไม่กลัวเลยตอนนี้จะรู้อะไรกระแสที่จะไม่กลัวรู้อะไรก็ได้แล้วก็รู้ด้วยว่าตัวเราไปรู้เข้าแล้วสัมผัสเขาแล้วไม่มีวันไว้จิตเฉยๆจิตไม่ยินดีหรือจิตไม่ยินร้ายจิตไม่เกิดสะทกสะท้านไม่สะดุ้งสะเทือนไม่มีสภาพอะไรเลยไม่เอนเอียงไปในทางชอบทางสังคมอะไรจริงๆนะขอดูก็ได้พิสูจน์ทั้งหลายความสิ้นอาสวะจะมีได้แก่ภิกษุผู้รู้อะไรเห็นอะไรจะบอกรู้อยู่เห็นอยู่เห็นอะไรรู้อะไรความสิ้นอาสวะจะมีได้แก่ภิกษุผู้รู้เห็นโยนิโสมนสิการและ โยนิโสมนสิการภิกษุผู้จะสิ้นอาสวะได้มีได้แก่ภิกษุผู้รู้เห็นในสภาวะที่เรียกว่าโยนิโสมนสิการระโยงคือความเกิดโสมนัสคือความยินดีสิแปลว่าผูกกาลแปลว่างานนะงานการที่ผูกขึ้นมาที่จิตเกิดการผูกขึ้นมาที่จิตแล้วและโยนิโสมนสิการหมายความว่าไม่มีการเกิดไม่มีการรู้ไม่มีอะไรเลยจะมีโสมนัสอะไรก็มีไม่มีดูก็รักที่สุดทั้งหลายเมื่อภิกษุมนสิการโดยแยบคาย มนสิการมาจากคำว่าโสมนสิการนั่นแหละหรือโทมนสิการแต่ทีนี้เราตัดแล้วถ้าเกิดเป็นโทรมานะสิการแล้วมันก็ไม่ได้เรื่องเล่าโสดีกว่าพระโสณะสิกาก็เป็นไปในทางดีรู้ตัวดีให้มันตั้งอยู่เพราะจิตที่จะเกิดก็ต้องเกิดโสมนสิการอย่าไปเกิดโทรมาณที่การเป็นอันขาดเราเข้าใจในมนสิการคือตัวจิตมนัสก็คือจิตที่มันถูกอยู่เป็นการงานที่ถูกอยู่คือมันจะทำเป็นบทการงานเมื่อภิกษุบรรณาธิการโดยแยกข่ายอาจผิดโดยแยกขายแล้วทั้งหลายที่ เพราะโดยไม่แยบคายขอโทษโดยไม่แยกขายก่อนดูคณะภิกษุทั้งหลายเมื่อภิกษุมนสิการโดยไม่แยบคายอาสวะทั้งหลายที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดถ้าเราเห็นโดยไม่แยบคายอาสวะทั้งหลายจะเกิดและที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเจริญขึ้นเมื่อภิกษุมนสิการโดยแยบคายเมื่อภิกษุบรรดาโดยแยกข่ายอาสวะทั้งหลายที่ยังไม่เกิดย่อมไม่เกิดขึ้นและที่เกิดขึ้นแล้วย่อมละเสียได้เพราะฉะนั้นการคำว่ามันน่ะสิการคำนึงสำคัญมากคือจิตถ้าจิตของเราจดจ่อจิตผูกอยู่ที่จิตรู้อยู่ที่จิตมีงานใดคือมีกาละมีการมีการเกิดมีภาวะการ วาระการพิจารณามีงานอะไรเกิดขึ้นแม้แต่มโนกรรมหรือมโนการที่เกิดอยู่ที่มโนเราก็รู้เท่ารู้ทันมโนผู้ที่ผูกจิตจ่อจิตมีมนสิการและจิตมันอยู่ที่จิตรู้จิตอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาแล้วผู้นั้นพิจารณาด้วยแยกถ่ายเห็นจิตเกิดจิตอยู่เป็นไปโดยดีเป็นไปโดยควรหรืออะไรไม่ควรก็ได้ละในรถได้ไม่เอาวางปล่อยให้พิจารณาโดยแยกฝ่ายเห็นแยกขายแล้วยังกุศลให้ถึงพร้อมอยู่เสมอไม่ให้มี การที่ไม่เห็นมีงานที่เลวหรือชั่วเป็นอกุศลยังกุศลถึงพร้อมถึงพร้อมด้วยกุศลอยู่ตั้งแต่จิตเป็นประธานตัวประธานนี่แหละทุกสิ่งก็เป็นอันหวังได้วาจาก็ดีกรรมมันโตก็ดีก็รู้แล้วแต่จะเป็นงานที่ดีออกมาทางวาจาทางกายอย่างดีทีเดียวเป็นการงานที่ดีทั้งหมดแม้ชีวิตจะยังอยู่เลี้ยงอาชีวะก็จะเลี้ยงด้วยสัมมาเลี้ยงด้วยความดีเป็นไปด้วยดีตลอดเวลาผู้ใดได้สามแยกขายได้อย่างนี้อาสวะก็ลดลงไปทุกทีแหละเสียดายทุกทีดูก็ได้ภิกษุทั้งหลายอาสวะที่จะพึงละได้เพราะการเห็นมีอยู่อาสวะที่จะพึ่งละได้เพราะการ มีอยู่ที่จะพึงละได้เพราะการสังวรก็มีอยู่ที่จะพึงละได้เพราะเสพเฉพาะมีคนใช้ภาษาว่าอะไรเก็บไม่ได้ดูโยนิโสมนสิการอาสวะที่ไม่ใช่ปลาสวายอันติภิกขะเวอาสวะทัศนาหมายความว่าเห็นพัฒนาใช้คำว่าเห็นคำนี้ใช้คำว่าได้ประหารกับภาระได้ประหารสภาหรือประหารสภาวะได้ถ้าได้ทำที่ทิ้งเสียดายด้วยเห็น 1 ด้วย ปลาด้วยสังวรณ์ 1 ด้วยปฏิเสธว่านาด้วยปฏิเสธว่านาด้วยการแปลว่าเสพเฉพาะด้วยการควบคุมด้วยการควบคุมเศษเฉพาะแปลคำว่าปฏิเสธว่าหน้าเสวนาแปลว่าการคบการคบหรือการเข้าไปร่วมด้วยเหตุเฉพาะเขาแปลว่าเสร็จเพราะเขาใช้ภาษาว่าเศรษฐกิจพอดีว่าปฏิเสธวนาที่จะพึงละได้เพราะความกลั้นเพราะความรักอดกลั้นก็คืออภิวาทศาสนาคริสต์ศาสนาอธิบายอยู่ว่า เขาก็ยังเป็นอยู่เป็นผู้ที่เป็นอยู่วาสนะหรือวาสนา วาสนาอันใดยังไม่ดีเราก็ทำให้ดียิ่งทำให้ดียิ่งเพราะเขาใช้คำว่าอดกลั้นในที่นี้เขาแปลอธิบายอะไรมันก็เลวทั้งนั้นแหละหยุดก็ไปเถอะงานนี้เอาความง่ายๆก็จริงแต่โดยจริงแล้วมันต้องกินความทั้งหมดเลยอันใดไม่ดีก็อย่าให้มันมีอันใดดีเรายังไม่มีอันนั้นทำให้เป็นวาสนาขึ้นทำให้มีอยู่ทำให้เกิดอยู่ให้เกิดไปในสภาพที่ดีสภาพที่ควรแล้วก็ทำใส่ตนให้เป็นวาสนาให้เป็นอาทิตย์วาดสนาม วัดคำว่าอธิบายคุณเข้าใจไม่เสียแต่ก็ไม่เต็มความรักที่ผมอธิบายเพิ่มเติมความให้ฟังอีกทีนึงที่จะพึ่งละได้เพราะเว้นรอบก็มีที่จะพึงละได้เพราะเว้นรอบเพราะหยุดไปรอบๆก็มีที่จะพึงละได้เพราะบรรเทาก็มีที่จะพึงละได้เพราะอบรมก็มีนะนอกจากอธิบายแล้วเว้นรอบเรียกว่าปริวัตรชนาปฏิบัติธรรมและภาวนาเรียกว่าอบรมในนี้ก็แปลกภาวนาอบรม เพิ่งรับได้ด้วยการเพราะอบรมภาวนาก็คือทำให้เกิดผลทำให้เกิดผลให้ได้อบรมหรือทำให้มันจนกระทั่งเต็มอบรมเต็มก็ได้อ่ะต่อไปอีกนิดไม่มีอะไรนี่เฉพาะภาษาเท่านั้นเองบอกว่าเราจะรับอาสวะเหล่านั้นได้ด้วยเหตุอะไรที่จะเห็นว่ามีรายได้โดยเพราะเห็นอยู่พอสังวรเพราะเสพเฉพาะเพราะอดกลั้นเพราะเว้นรอบเพราะบรรเทาเพราะอบรมมันก็มีก็ได้ดูก็รับที่สุดทั้งหลายก็อาจสามารถเหล่าไหนที่จะพึงละได้โดยเฉพาะการเห็นดูการที่สุดทั้งหลายผู้โดยสารในโลกนี้ผู้ไม่ได้สดับไม่ได้เห็นพระอริยะทั้งหลายไม่ฉลาด ธรรมของพระอริยะไม่ได้รับแนะนำในธรรมของพระอริยะไม่ได้เห็นสัตบุรุษไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษไม่ได้รับแนะนำในธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่รู้ธรรมอันตนควรมนสิการย่อมไม่รู้ธรรมอันตนไม่ควรมนสิการเมื่อเขาไม่รู้ธรรมที่ควรมาณที่จ่ายไม่รู้ธรรมที่ไม่ควรมาณที่การย่อมมานะการทำที่ไม่ควรมนสิการไม่มนสิการทำที่ควรมนสิการเพราะเขาไม่ได้พบพระอริยะนั่นเองเขาไม่เห็นพระอริยะเมื่อไม่ได้เห็นพระอริยะปุยชนที่ไม่ได้เห็นก็ไม่ได้สดับไม่ได้ฟังไม่ได้รู้และก็ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยะก็ไม่รู้ว่าสิ่งใดที่ควรจะได้ควรจะเป็นเพราะไม่ได้รับคำแนะนำของพระอัจฉริยะเมื่อไม่เห็น ฉลาดไม่ได้รับคำแนะนำก็เลยไม่รู้ว่าอะไรที่ควรจะไปใส่ใจมนสิการควรจะไปผูกใจไปให้มันเป็นงานเป็นการอยู่ไปอย่างนั้นอย่างนั้นอะไรที่ควรจะไม่มานะสิการไม่ควรปลูกอะไรควรปล่อยอะไรควรให้มีไม่รู้อยากจะยกตัวอย่างเมื่อกี้แล้วคุณควรจะเป็นทำท่าทางเดินกรีดกรายหรือคุณรู้ได้เห็นด้วยผลแล้วหรือยังว่าควรจะทำอย่างนั้นหรือไม่คุณควรสำรวมอย่างไรกายกรรมก็ตามวจีกรรมก็ตามหรือแม้แต่ใจของคุณก็ตามคุณควรจะให้ใจของคุณมานะเนี่ยสิการะผูกไว้กับอะไรที่คุณควรผูกไว้กับเงินหรือเด็กของคุณควรปลูกไว้กับทองหรือจิตของคุณควรผูกไว้กับการคิดแต่เรื่องสร้างเงินสร้างทองสร้างบ้านสร้างเรือน หรือแม้แต่สุดที่สุดคุณจะติดคุกคุณควรปลูกไว้ในการสร้างสุขให้แก่ตนเองหรือควรก็ต้องคิดทุกประการถ้าผู้ใดไม่รู้ไปพบเอาปุถุชนด้วยกันเขาก็บอกทางลาบนะคุณสั่งยศมากๆนะคุณใช่ไหมหาสุขใส่ตัวแสบแล้วคุณยังงี้มันดีนะอย่างนี้อร่อยดีนะอย่างนี้เพลิดเพลินนะใช่ไหมเขาก็บอกคุณอย่างนี้คุณก็ได้สดับอย่างนี้เพราะคุณเห็นคุณไปชนเขาก็ให้คุณสดับอย่างนี้กูจะชนเขาก็ฉลาดเท่านี้ธรรมะของเขาก็เป็นธรรมะอย่างนี้เขาก็ได้รับคำแนะนำอย่างนี้ มาเห็นพระอริยะพระอริยะก็จะแนะนำอีกอย่างนึงให้มาณที่การให้ผูกจิตหรือว่าให้การงานเกิดมันไปอีกอย่างนึงอย่าเป็นนักการอย่างโน้นเลยอย่าไปผูกจิตอยู่กับการที่หลงลาภหลงยศหลงความสุขทั้งนั้นเลยเลิกมาเถอะเข้าใจความสุขเข้าใจความรักความกว้างความเบาที่แท้ที่มันสุขยิ่งกว่าวันศุกร์ยิ่งกว่าเข้าใจตัวสุขยิ่งกว่าความรักความเบาความว่างความง่ายเพราะเราเป็นหลงเป็นทาสรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสหรือแม้แต่หลงทางจิตได้ประสบอย่างนี้แล้วก็ว่าเป็นรถเป็นชาติเป็นอะไรเป็นภาพเป็นคนก็ตามเป็นภาพพจน์หรือเป็นอารมณ์และเราก็ว่ามันอร่อยเราก็รู้ให้เท่ากัน อารมณ์เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้เท่าทันถึงแม้แต่อารมณ์หรือจิตที่มันไปเป็นตัวจิตแล้วก็เป็นหลวงก็เป็นเพิดเพลินยินดีฟรีเปรมเริงใจอะไรอยู่แล้วคุณไม่ต้องไปเริงใจไม่ต้องไปดีใจไม่ต้องมาเห็นว่าเป็นรถสุขคุณควรจะมนสิการควรจะผูกจิตให้ปราศจากการไปติดอย่างนู้นแต่ให้มาเสพคุณอย่างนี้เข้าใจไหมให้มันเจ็บคุณการวางเฉยๆปล่อยอย่าไปยินดียินร้ายรู้อย่างนี้เพราะความเคยของเราจิตมันเคยคุณดูแล้วใช่ไหมถ้าพูดกันถึงขนาดนี้สบายกันถึงขนาดนี้อธิบายถึงขนาดนี้คุณย่อมรู้แล้วว่าจิตที่มันเป็นเคยแม้แต่อย่างนี้แต่ก่อนนี้ก็ยังจำได้อยู่แหมอย่างนี้เรียกว่าอร่อยอย่างนี้เรียกว่างาม ว้ายออกมาถึงขนาดนี้แล้วก็เรียกว่าคนนั้นก็ยังมีภาพลงรูปเห็นไหมแม่นี่นานอยากหน้าอยากได้อยากมีจริงมันก็ยังเป็นภพมันก็ยังอยากได้อยากมีเพราะเป็นลงรูปนั้นแม้แต่ผสมด้วยผ้าผสมด้วยลูกผสมด้วยเสียงประสบการณ์เราไม่ได้อยากได้หนาวยังไม่ได้อยากได้ร้อนแต่เรารู้ว่าอะไรเกินไปโดยความเคยความจริงหรือความแตกต่างอยู่ได้โดยควรของเราเช่นอากาศหนาวขณะนี้มันหนาวแล้วเราไปห้ามไม่ให้อากาศนี่มันหนาวไม่ได้มึงห้ามไม่ได้แล้วก็แก้ไขพอสมควร ถ้าจะแก้ไขมากก็เป็นภาระมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆตามลำดับเราก็เอาเฉพาะก่อกวนพอเป็นไปได้ตามกาละมันไม่เที่ยงอาการนี้มันก็จะหายไปมันจะผ่านไปมันเป็นไปได้ก็ชั่วคราวหรือแม้แต่กาลนี้อากาศอย่างนี้ฤดูอย่างนี้แต่ละสถานที่ยังไม่เท่ากันเพราะว่าเราก็แก้ไขไปตามกลุ่มของเราให้มันเสพคุณหรือให้มันมานะการในส่วนที่เรารู้ถ้าเราไม่เห็นเพราะไม่เห็นอริยะไม่ได้เซ็นดับทำพระอริยะไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยะไม่ได้รับคำแนะนำของพระอริยะไม่ได้เห็นสัตบุรุษไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษไม่ได้รับคำแนะนำของสัตบุรุษจึงไม่รู้ในธรรมอันควรมนสิการและไม่รู้ในธรรมอันไม่ควรที่จะมานั่ง ดูคณะพิสูจน์ทั้งหลายธรรมที่ไม่ควรมนสิการที่ปุถุชนมนสิการอยู่เป็นไฉนนิทานนิทานไปก่อนหรือยังไงดูที่เหมือนกันไหมทั้งที่ไม่ควรมนตราที่ปุ้ยชนมนสิการอยู่เป็นไฉนเมื่อปุถุชนมนสิการธรรมเหล่าใดอยู่ตามมาสารคดีอวิชชาสวะก็ดีที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้นที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเจริญขึ้นธรรมที่ไม่ควรมนสิการเหล่านี้ที่เขามนัสการอยู่ท่านก็บอกว่าคุณชุมชนทั้งหลายเป็นมาหน้าที่การหรือไปทำให้จิตไปทำงานอยู่แต่กะตามเนี่ยเพราะว่าแต่ว่าก็เกิดอภิชาติด้วยความไม่รู้ก็ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้อยู่เรื่อยวิชาก็คือตัวรวม รวมมันไม่รู้อะไรมันไม่รู้ไม่ทันมันไม่รู้เพราะนอกที่ใช้กามมาทวาร 5 ข้างนอกไม่คิดจะมาวุ่นวายอะไรแล้วก็ทำไปเพราะงั้นเมื่อมันไม่รู้จิตของตัวเองก็ไปอยู่กับอาสวะหรือไปอยู่กับจิตที่มันยังทำงานอยู่นั่นแหละเป็นสิ่งที่ยังลอยก้องอยู่เป็นเศษธุลีอะไรอยู่มันก็ยังเป็นเด็กดีมันเป็นบทเป็นบาทอยู่มันก็ยังเป็นบทเป็นบาตรคือประกอบไปด้วยพฤติกรรมบอกแล้วว่าตัวนี้หรือพระองค์นี้เป็นอาการประกอบไปด้วยอาการอย่างนั้นแต่ว่าอาเป็นตัวย้ำอาหารตัวอย่างอาหารอาสายยักษ์อาศัยอาสวะตัวนั้นเป็นตัวประกอบมีพฤติกรรมมันจะมีพฤติกรรมนั้นอยู่นั่นแหละเราไม่รู้พฤติกรรมนั้น อาสวะคือตัวพฤติกรรมนั้นเราไม่รู้ตัวพฤติกรรมนั้นจนกระทั่งมันจะใหญ่ออกมาทะลุออกมาทางตาทางหูทางจมูกทางลิ้นทางกายก็ไม่รู้หรืออาสวะที่มันยังไม่ทะลุออกมาหรอกยังอยู่ในภาวะอยู่ในภพเป็นพลาสติกอยู่ในภพนั่นแหละแล้วมันก็จะเจริญอยู่เป็นภาวะอยู่ในจิตของเรามันเจริญก่อตัวก่อตนเป็นอัตราอยู่ในตัวก็ไม่รู้เมื่อไม่รู้ก็อวิชชาอาสวะเหล่านั้นก็ยังเป็นพฤติกรรมอยู่นั่นแล้วไม่มีตายไม่มีจบอาจจะว่าเรานั้นก็เป็นตัวเป็นตนเป็นเรื่องเป็นราวเป็นรูปเป็นร่างไม่มีจบลงไปในตัวของมันเองได้เลยเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราไม่รู้คุณไปชนก็จะไปหลงแม้กรรมอยากผมก็ประตูข้างหน้าก็สั่งสมชัยถูกขณะจิต เอากามารมณ์ใส่เข้าไปทุกวันนะจิตก็ล้วนแล้วแต่ฝังลงไปเป็นเพราะว่าลมเป็นอารมณ์ของกบเป็นอารมณ์ของภพเป็นตามอารมณ์เป็นเพราะอารมณ์ติดอยู่สั่งสมลงไปอยู่ตลอดเวลาความโง่หรืออวิชชาก็ยิ่งเกิดขึ้นมาขึ้นมาขึ้นมากขึ้นเท่านั้นเองดูกระดาษพิสูจน์ทั้งหลายก็ทำที่ควรมนสิการที่ปุถุชนไม่มนสิการอยู่เป็นไฉนเมื่อปุถุชนมนสิการธรรมเหล่าใดอยู่กามาสก็ดีเพราะว่าสภาพก็ดีอวิชชาก็ดีที่ยังไม่เกิดย่อมไม่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเสื่อมสิ้นไปทำที่ควรบรรณาการเหล่านี้ที่เขาไม่มาหน้าที่การอยู่ อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้นที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเจริญแก่ประชาชนเพราะบรรณาธิการธรรมที่ไม่ควรมนสิการและเพราะไม่มานะการทำที่ควรมาณที่จ่ายไม่ให้งานของจิตไม่ให้งานของจิตมันทำงานไม่งานของจิตมันทำงานตามที่ควรตามที่รู้โดยปัญญาเพราะงานของจิตใดที่ทำไปโดยการละลายวางไม่ลงตัวไม่หลงตนไม่หลงเสกไม่หลงยึดไม่เห็นเป็นรถเป็นชาติไม่เห็นเป็นหน้าของคนน่ารักหรือน่าเกลียดน่าชังหลงน่าเกลียดน่าชังเกินไปก็ทุกข์หลงน่ารักมากใครมากไปก็ติดผู้โดยสารโดยไม่แยกขายอย่างนี้ว่า บ่ได้มีแล้วในอดีตกาลหรือหนองเราไม่ได้มีแล้วในอดีตกาลหรือหนอฟังดูดีๆนะกูจะชนะการโดยไม่แยบคายไม่แยบคายโดยไม่แยบคายอย่างนี้เราไม่ได้มีแล้วในอดีตกาลหรือหนอไปคิดดูว่าเราแต่ก่อนนี้มีหรือเปล่าเราไม่ได้มีแล้วในอดีตกาลถึงพวกเราไม่ได้มีหรอกแต่ก่อนเราไม่มีเราหรอกในอดีตกาลเราได้เป็นอะไรหนอก็ไประลึกว่าแต่ก่อนที่เราเป็นอะไรหนอในอดีตกาลเราได้เป็นอย่างไรหนอในอดีตกาลเราได้เป็นอะไรแล้วจึงเป็นอะไรหนอในอนาคตกาลเราจะเป็นหรือหนอในอนาคตกาลเราจะไม่เป็นหรือหนอในอนาคตกาลเราจะเป็นอะไรหนอ อนาคตกาลเราจะเป็นอย่างไรหนอในอนาคตกาลเราจะเป็นอะไรแล้วจึงจะเป็นอะไรหนอหรือว่าปรารภการปัจจุบันในบัดนี้มีความสงสัยขึ้นภายในว่าเรามีอยู่หรือเราไม่มีหรือเราเป็นอะไรหนอเราเป็นอย่างไรหนอสัตว์นี้มาแต่ไหนหนอและมันจะไปณที่ไหนนี่หมายความว่าคิดถึงอนาคตอดีตอนาคตปัจจุบันอาจจะเป็นอย่างนั้นจะมาอย่างนี้จะไปอย่างนี้อาจจะอดีตเป็นอย่างนั้นจึงเป็นดังนี้อะไรหรือว่าเป็นอย่างนี้อยากจะไปอันนู้นเราจะเป็นอย่างนั้นก็จะเป็นอย่างนี้แล้วถ้าเราอนาคตเราเป็นอย่างนั้นแล้วเราถึงจะไปเป็นอย่างนี้อะไรตามแต่หรือแม้แต่ปัจจุบันไม่เช่นเดียวกันเมื่อปุถุชนนั้นมานะการโดยไม่แยกขายอย่างนี้บรรดาทิฏฐิ ยางใดอย่างหนึ่งย่อมเกิดขึ้นเมื่อพิจารณาไม่แยบคายไม่แยบคายก็หมายความว่าไม่ทำให้มันเห็นชัดว่าอดีตที่ผ่านมาอย่างนั้นก็เป็นอย่างนั้นอนาคตที่เรากะเองก็เป็นเรื่องของจิตที่เราวาดไปอนาคตอนาคตจะไม่มีผมก็ไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรแล้วนะอนาคตอ่ะที่จิตมันไปเท่านั้นแหละจิตมันไปหน่อยเดียวที่จริงมันไม่มีมันมีแต่จิตนั่นน่ะพึ่งพึ่งไปมีแต่จิตพึ่งไปเอาโดยสภาพยังไม่มีปัญหาก็ให้รู้ความจริงอย่างนั้นเพราะฉะนั้นมันเปลี่ยนเป็นอย่างนั้นได้หรือไม่ได้อย่าไปยึดมันเข้ามันอาจจะเป็นได้ก็ได้มันไม่อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้เพราะเหตุปัจจัยมันไม่ครบเป็น แต่เราสามารถที่จะให้จิตมันไปเป็นสุคติเป็นปัญหาคติหรือเป็นสถาปัตยกรรมให้มันไปบ้างตุ๊กตาให้ไปดีๆบ้างโดยให้จิตมันไปคำนวณไปโครงสร้างหรือว่าคาดการณ์ไปนิดหน่อยก็ได้ไม่เป็นไรนะแต่ยึดไม่ได้แม้ปัจจุบันนี้ก็ไม่เข้าใจว่าปัจจุบันนี้เรามีอยู่หรือเราไม่มีอยู่หรือก็ยังไม่รู้โดยแยบคายแต่รู้แต่คิดโดยไม่แยกขายไปพิจารณาโดยไม่แยบคายจึงรู้ไม่ได้เพราะฉะนั้นผู้ใดรู้ไม่ได้เข้าใจไม่จริงอดีตอนาคตปัจจุบันรู้ไม่ชัดเมื่อประชาชนนั้นการโดยไม่แยกขายอย่างนี้บรรดาที่ 46 ที่พยายามใดอย่างหนึ่งย่อมเกิดขึ้นทิฏฐิโดยจริงโดยแท้ย่อมเกิดขึ้น กูจะชนนั้นว่าตนของเราอยู่หรือว่าตนของเราไม่มีอยู่ว่าเราย่อมรู้ตนด้วยตนเองหรือว่าเราย่อมรู้สภาพไม่ใช่ตนด้วยตนเองมันไม่แน่ใจไปซะทั้งนั้นหรือว่าเราย่อมรู้ตนด้วยสภาพไม่ใช่ตนอีกอย่างหนึ่งที่ย่อมเกิดมีแก่ปุถุชนนั้นอย่างนี้ว่าตนของเรานี้ได้เป็นผู้เสวยย่อมเสวยวิบากของกรรมที่ทั้งดีทั้งชั่วในอารมณ์นั้นๆก็ตนของเรานี้นั้นเป็นของเที่ยงยั่งยืนติดต่อไม่แปรปรวนเป็นธรรมดาจัดตั้งอยู่อย่างนั้นเสมอด้วยสิ่งยั่งยืนแท้หมายความว่ายึดเป็นสิ่งที่เพียบมั่นคงขึ้นมาแล้วข้อนี้เรากล่าวว่าทิฐิชัด ทิฐิกิตติชะตาทิฏฐิตัวนี้เคยเปิดอยู่แล้วมันก็ขับขี่เท่าไหร่ 12 ภาษาบาลีว่าคิดถึงนางวันนี้เรากล่าวว่าทิศติดคือ 1 ตัวที่เขากำลังการยึดเอาการยึดอันนั้นแหละเป็นพิธีการยึดถือที่เห็นที่รู้นั่นแหละเป็นความเห็นความรู้และก็ยึดตัวทิฐิในวันที่อาทิตย์ที่ต่างๆข้อนี้เรากล่าวว่าทิฐิ ที่จริงก็ในนี้ก็แปลลงชัดคือทิฐิชัดหรือเปล่าชัดชช้างไม้หันอากาศฏปฏักผมได้ลองเปิดดูในไอ้นี่แล้วเคยตรวจมาทีนี้แกเขียนแก้เอาไว้ว่าผิดอีกครั้งคือการยึดเอาตัวที่ตัวความเห็นนั่นเองแหละการยึดเอาอันนั้นน่ะเป็นสิทธิเป็นความเห็นแล้วก็ยึดเอาตัวนั้นโดยตัวมันเองอันหนึ่งทางกันดารคือที่มาภาษาบาลีว่ากันตารางจึงทรงตัวอันตรายๆห่างกันดารคือความกันดารความที่แบบลำบากวิสูตรกลางเสี้ยนหนาม ความดิ้นรนวิชญาณีทิฐิประยุทธ์เอาความดิ้นรนเป็นทิฐิสิ่งที่ประกอบสัตว์ไว้สังโยคสังโยชน์คือทิฐิ 1 2 3 4 1 2 3 4 5 5 ตนของเรามีอยู่มีประสิทธิภาพผู้ประกอบด้วยทิฐิสังโยชน์ดูกราฟภิกษุทั้งหลายเรากล่าวว่าผู้ชุมชนผู้ไม่ ผู้ประกอบธุรกิจสังโยชน์ย่อมไม่พ้นจากชาติชรามรณะโสกะปริเทวะทุกข์โทมนัสและอุปายะย่อมไม่พ้นจากทุกข์เพราะทิฏฐินี้ก็เป็นสังโยชน์เหมือนกันผู้ที่ประกอบไปด้วยทิฐิของยอดเป็นผู้ที่หลงความเห็นเราไปยึดความเห็นของตนเป็นใหญ่เมื่อเราไปยึดความเห็นของเรามันก็เป็นอันตรายเป็นที่ถูกประทานเป็นการยึดยึดถือเป็นการยึดติดเพราะมันก็เป็นตัวตนเป็นอุปทานเพราะฉะนั้นทิฐิเหล่านั้นแหละจึงเป็นทางการเป็นเสี้ยนหนามเป็นความลำบากดิ้นรนแล้วมันก็เป็นสิ่งที่ประกอบไว้เป็นสิ่งที่เรียกว่าสังโยชน์เป็นสิ่งที่ ปรุงหรือดึงยึดลิเวอร์พูลสัตว์เอาไว้ติดไว้ในโลกเพราะฉะนั้นผู้ใดเป็นอย่างนี้ก็ไม่พ้นชาติชรามรณะโสกะปริเทวะทุกข์โทมนัสทั้งหมดดูการพิสูจน์ทั้งหลายส่วนอริยสาวกผู้สดับผู้เห็นพระอริยะทั้งหลายฉลาดในธรรมของพระอริยะได้รับแนะนำด้วยดีในธรรมของพระอริยะเห็นผู้เห็นสัตบุรุษผู้ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษได้รับแนะนำด้วยดีในธรรมของสัตบุรุษย่อมรู้ธรรมที่ควรมนสิการและไม่ควรมนสิการเมื่ออริยสาวกนั้นรู้ธรรมที่ควรบรรณาธิการและไม่ควรมนสิการย่อมไม่ได้การทำที่ไม่ควรมานะการทำที่ควรบรรจุการนี่ก็เป็นธรรมดาและอธิบายไปแล้วน่าจะเข้าใจได้ง่ายส่วนอริย พูดสดับผู้เห็นพระอริยะฉลาดในธรรมพระอริยะได้รับแนะนำจากสัตบุรุษต่างๆไว้ว่าการทำใจหรือถูกใจหรือว่าให้ใจมันเกิดงานมีจิตสิกขามีงานที่ดีสำรวมระวังเป็นไปอยู่ในการเขตพื้นที่ถูกที่วาสนาอธิษฐานให้เป็นไปโดยพยายามทำวาสนาให้มันดีเป็นทางขึ้นดีขึ้นในทางที่พิเศษคุณอย่างที่เราไม่ควรเราก็เลิกมันเสียพรรคมันเสียให้มันมาทำอย่างนี้ให้มันมาสำรวมอย่างนี้ให้มันมาสังวรอย่างนี้ให้มันคุ้นเคยกันอย่างนี้ให้เป็นอย่างนี้มันก็จะเกิดวาสนาเป็นอันที่วาสนาที่ดีเพราะเราปฏิเสธว่านาเพราะเราได้พบ อย่างนี้คุณก็อย่างนี้ทำเป็นอย่างนี้มันก็เปลี่ยนมาได้ทั้งตัววาสนาโดยเรารู้ปัญญาเรารู้ปัญญาเราเข้าใจอย่างชัดแจ้งด้วยเหตุผลคุณโกรธไหมเนี่ยพาคุณมาไม่ให้ไปกรีดรายร่ายรำโกรธไหมไม่โกรธนะคุณกินกับข้าวที่บ้านนี้คุณนั่งเฉยเลยนะเขาทำมาถวายคุณเต็มโต๊ะอย่างดีเลยนะทุกวันมีกลิ่นรูปรสเสียงอะไรพร้อมพรั่งหอมฉุยเลยพาคนมากินอดกินอย่างนี้คุณต้องรวมระวังอย่างนี้เนี่ยคุณโกรธไหมให้มาเสพคุณอย่างเงี้ยโกรธมั้ยแล้วรู้บ้างไหมว่าสิ่งที่มันติดมันยึดของจิตแม้คุณมาทำอย่างนี้มาเสร็จคุณอย่างนี้จิตที่มันระวางว่าระวังในรถระวังในรูปมีกลิ่นมีสัมผัส นี่มันลดลงลดลงลดลงปัญญาคุณเห็นไหมแจ้งเข้าใจจริงนะไม่หลงไม่เลอะนะแต่ก่อนคนอื่นอัดใช่ไหมเคยเป็นสภาพที่เรียกว่าอะไรที่ผ่านมาเมื่อกี้มิตรภาพที่มันไปในทางไม่ดีอ่ะเป็นในทางโทรมานัดแต่ก่อนนี้เดี๋ยวนี้มันไม่เป็นพรมนัสมันลดลงลดลงลดลงจนเป็นอุเบกขาได้พบสภาพอากาศกินแม้แต่ความอยู่แม้แต่ความยังมีชีวิตไปของเราเราได้สังวรเราได้เสพคุณเราได้ปฏิเสธว่าเราได้ทำให้วาสนาบารมี เสาร์อาทิตย์วาสนาของเราปรับเปลี่ยนให้มาอย่างนี้แล้วเราก็ทำอย่างนี้อยู่ด้วยความเห็นแต่ไม่ได้ยึดความเห็นโดยความเข้าใจทำด้วยเข้าใจทำด้วยรู้เป็นปริญญาปริญญาตักเป็นการรู้รู้ด้วยเหตุรู้เหตุผลรู้ด้วยผลที่มันรู้ด้วยว่าเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วมันเบามันว่างมันง่ายมันปรับมันปล่อยมันไม่หนักแน่นมันไม่จะต้องทำให้เราดิ้นรนต้องไปเสาะแสวงหามันไม่มันไม่เป็นเสี่ยงเป็นน้ำที่ทิ่มติดตามเรามันไม่เป็นอะไรในการขวางทางเราเราเป็นอยู่ได้โดยง่ายโดยสบายวางไว้ที่ไหนอยู่ยังไงตัวเราก็วางอยู่ได้อะไรก็ ง่ายๆง่ายๆง่ายๆไปหมดสปายเรียบร้อยเป็นอยู่ได้ก็ธรรมะเลี้ยงโดยควรได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นไม่ได้ก็ไม่อึดอัดไม่ดิ้นรนไม่เดือดร้อนไม่ได้ก็ไม่เป็นไรได้ก็ไม่เป็นไรได้มากก็ไม่ยินดีได้น้อยจนกระทั่งไม่ได้ก็ไม่เสียใจไม่โทรใจเพราะที่สุดมันก็คือการไปหาศูนย์ไปกลัวอะไรไปเดือดร้อนอะไรไปยุ่งก็ได้เห็นไหมเนี่ยเพราะฉะนั้นการมานะสิการโดยธรรมต่างๆดูกระพริบทั้งหลายทำที่ไม่ควรมนสิการเหล่าไหนที่อริยสาวกไม่มนสิการเมื่ออริยสาวกมนสิการธรรมเหล่าใดอยู่ตามมาสวรรคต อวิชาสาระดีก็ที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้นที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเจริญขึ้นคำที่ไม่ควรมนสิการเหล่านี้ที่อริยสาวกไม่มนสิการไม่ให้มีพฤติกรรมอาสวะคือพฤติประกอบไปด้วยพฤติกรรมมีงานของจิตมันเกิดบทงานทีเดียวเกิดอย่างนี้เป็นกามออกมาจากทวารตาหูจมูกลิ้นกายเสกเข้าไปหาจิตแล้วก็ให้มันมีเป็นงานที่ยินดีหรือยินร้ายเราไม่ได้ยินดียินร้ายเราให้มันเฉยๆไม่ให้มันมียินดียินร้ายไม่ให้มีพฤติยินดีไม่มีพฤติกรรมชอบไม่ให้มีช้างไม่มีโลภะไม่มีโทรศัพท์เราจะต้องมานั่งที่การอย่างนี้ไม่มาหน้าที่การเพราะเป็น มาแต่ว่าเป็นเพราะว่าแต่ว่าเป็นอวิชชาสวะถ้าเราไปทำไปหลงพบสั่งสมลงให้มันผิดมันเต็มภพให้มันเกิดผลแล้วก็ติดมันเป็นอย่างนี้มันดีให้มีบทอย่างนี้มันดีอร่อยดีไม่เอาไม่มีจะต้องมานะการอย่างนี้นะไม่มานะสิกลายเป็นหลงทางมาสารภาพอาสวะมันจะเติมอภิชาตให้ตนดูก็รักที่สุดทั้งหลายทั้งที่ควรมานะสิการเหล่าไหนที่อริยสาวกมนสิการอยู่เมื่ออริยสาวกมนสิการธรรมเหล่าใดอยู่ตามมาสารคดีกามาสวะก็ดีอวิชชาสวะก็ดีที่ยังไม่เกิดย่อมไม่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเสื่อมสิ้นไปทำที่ควรมนสิการเหล่านี้เหี้ยอริยสาวกมนสิการอยู่อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่เกิดจะไม่เกิดขึ้นและที่เกิดขึ้นแล้วจะเสื่อมสิ้น สาวกนั้นเพราะไม่มนสิการธรรมที่ไม่ควรมนสิการเพราะมนสิการธรรมที่ควรมนุษยศาสตร์ไม่ได้ทำถูกต้องพระอริยสาวกทั้งหลายได้ทำสิ่งที่ไม่ควรมนสิการก็ไม่มานะกิจการทำสิ่งที่ควรมาณที่จ่ายก็มาหน้ากากเพราะฉะนั้นมุมที่รู้แจ้งในปัญญาอันยิ่งมันควรจะไปทำอย่างไรอย่างใดแน่ให้มันมีให้มันเกิดให้มันอยู่อย่างใดคว

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน