สื่อธรรมะพ่อครู(สังโยชน์ 10) ตอน สักกายทิฏฐิ และอัตตานุทิฏฐิ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.95 KB
วันที่แก้ไข23 กันยายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สังโยชน์ 10) ตอน สักกายทิฏฐิ และอัตตานุทิฏฐิ _สักกายทิฏฐิ แปลว่า ความเห็นว่ากิเลสเป็นตัวเรา ขยายความให้กระจ่างกว่านี้ได้ไหมครับ สักกายทิฏฐิ ต่างจากมิจฉาทิฏฐิ แลอัตตานุทิฏฐิอย่างไรครับ พ่อครูว่า...กาย คือ ธรรมะ 2 คือรูปกับนาม รูปเป็นสิ่งที่ถูกรู้ ตัวผู้รู้คือนาม สิ่งที่ถูกรู้ คือ object ตัวผู้รู้คือ subject หรือแม้แต่ข้างนอก ดินน้ำไฟลมตัวตนเราเขาต้นหมากรากไม้ เรามีจิต เรามีธาตุรู้สามารถรู้ได้ ธรรมะสองมาเกี่ยวข้องกันแล้วเกิดสังขาร คุณจะรู้สังขารต้องเรียนรู้รูปนาม จะรู้สิ่งที่ปรุงแต่งเป็นอันที่ 3 ต้องรู้รูปนาม 2 อันก่อน กายคือธรรมะสอง สักกะคือของเรา อย่าไปทำนาคนอื่น ต้องรู้กายของเรา อย่าไปเพ่งกายคนอื่น อย่าไปรู้รูปคนอื่น นามของเราเป็นตัวรู้ รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ ตั้งแต่มาเกี่ยวข้อง กับนาม แยกกันไม่ได้ ศาสนาพุทธ คำว่า กาย เมื่อเข้าใจเป็นมิจฉาทิฐิแล้วว่ากายคือดินน้ำไฟลม ไม่มีจิตไม่มีมโนไม่มีวิญญาณเข้าไปร่วมในนั้นด้วย เป็นส่วนหนึ่งเรียกว่าธรรมะ 2 เป็นสิ่งที่ไม่มีความรู้สึกไม่มีธาตุรู้เลย ถ้าคุณแยกไป ว่าเป็นสิ่งภายนอก ไม่มีจิตร่วมเลย ถ้าเข้าใจเช่นนี้ศาสนาพุทธจึงไม่มีมรรคผลนิพพาน และศาสนาพุทธชาวพุทธเข้าใจอย่างนี้แหละ จนคำว่ากายนี้เป็นภาษาไทย ในพจนานุกรมไทย แต่พจนานุกรมบาลี กายนั้นแปลว่า หมวดของเจตสิก เวทนาสัญญาสังขาร แต่ในพจนานุกรมไทย กาย แปลว่า ร่าง ภายนอก ความประชุมของดินน้ำไฟลม ไปโน่นเลย นี่คือ เป็นเครื่องชี้บ่งถึงศาสนาพุทธจบแล้ว แม้แต่ราชบัณฑิต มีทั้งเปรียญ 9 มีทั้งผู้รู้เป็นดอกเตอร์อะไร ก็ให้นิยามผิด สรุปแล้ว สักกะ แปลว่าของตน ต้องทำความรู้กายให้ชัดเจน หากเข้าใจถูกต้องก็พ้นสักกายะทิฏฐิ เข้าใจธรรมะสองแล้ว โดยบัญญัติอาจเข้าใจได้ แต่ถ้าไปปฏิบัติตน มีรูปก

อ่านต่อ

ับนาม มะละกอเป็นรูป คุณมีจิตรับรู้ ว่ามีมะละกอ อันที่สามเป็นสภาพรู้ เป็นองค์ 3 ผัสสะ 3 คุณรู้สักกายะ เรียกว่าพ้นสักกายทิฏฐิ แต่นี่เป็นความจริงไม่ใช่แค่รู้ ในsuddenly ปัจจุบันเลยนะ ถ้าตาไม่สัมผัสรูปแล้วก็เป็นความจำ คุณระลึกถึงมะละกอนี้ เป็นความจำ ถ้าไม่เคยเห็นก็ระลึกไม่ได้หรอก สมณะฟ้าไทว่า...มะละกอนี้สีเขียว มีอารมณ์อยากจะกินหรืออารมณ์ไม่ชอบใจ ถ้าไม่มีอารมณ์นี้ก็จบ พ่อครูว่า...ความรู้ในความจริง ต้องสัมผัสปัจจุบันเป็นความจริงอันนี้ อันนี้แหละเรียกว่า มีทั้งสมมติสัจจะและปรมัตถสัจจะ มีความจริงทั้งภายนอกภายใน สมมุติต้องร่วมรู้กับคนอื่น ถ้ารู้คนเดียวคนอื่นไม่รู้ร่วมด้วยเลย เป็นปรมัตถสัจจะภายใน ถ้าไม่แสดงออกให้คนอื่นรู้เลยก็ไม่มีสมมุติในโลก พระพุทธเจ้าตรัสรู้สัจจะของท่าน เป็นปรมัตถสัจจะ ถ้าท่านไม่ประกาศศาสนาเลย เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วเป็นปัจเจกพระพุทธเจ้าแล้ว แต่ไม่ประกาศศาสนาเลย แล้วท่านก็ปรินิพพาน เป็นปริโยสานไป ท่านก็ได้เป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า จะมีสัพพัญญุตญาณเท่ากับพระพุทธเจ้าทุกองค์ มีอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณเท่ากัน แต่ถ้าไม่ประกาศในโลกมนุษย์ ไม่ประกาศศาสนาพุทธ ต่อให้มนุษย์คนที่ 2 รู้ขึ้นมา จนกระทั่งรู้เป็นจำนวนหมื่นแสนล้านคน ท่านก็ไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์ ท่านก็เป็นพระพุทธเจ้าเฉพาะพระองค์เดียว นี่คือปัจเจกสัมมาสัมพุทธะ ผู้บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณเหมือนกับพระพุทธเจ้าทุกพระองค์แต่ไม่ประกาศศาสนา เป็นเหตุผลส่วนตัวเป็นเรื่องส่วนตัว นี่เป็นความรู้ตามภูมิของอาตมาที่เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ขอยืนยันว่าที่พูดนี้ไม่ได้เดา เป็นความจริงที่ถูกต้อง อาตมาก็พากเพียรไปสู่ความเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นตนเอง สักกะ มีรูปนาม เป็นความรู้ทั้งหมด ถ้าเข้าใจกาย ที่เป็นรูปนาม ผิดก็ไปไม่รอด ต้องมาเข้าใจคำว่ากายให้สัมมาทิฏฐิให้ได้ แล้วต่างจากมิจฉาทิฏฐิ ก็คือ ถ้าไม่เข้าใจกาย ตั้งแต่ต้น ก็เป็นมิจฉาทิฐิ ก็ไม่เข้าใจโลกุตรธรรม ล.31 ข.620 โลกุตระ 46 ถ้ากายมิจฉาทิฏฐิไปแล้ว คือไม่เข้าใจกายตัวเอง เพราะโลกุตระข้อแรกคือกายในกาย ต้องศึกษากายในกายแล้วลึกไปหา เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม แต่ไม่เข้าใจกายตั้งแต่ต้น แล้วยังไม่พ้นสักกายะทิฏฐิ ไม่รู้กายของตัวเอง นั่นคือคำว่ามิจฉาทิฏฐิ ถ้าไม่รู้จักกาย และอัตตานุทิฏฐิ คืออย่างไร อนุแปลว่าตาม คือตามไปรู้ทิฏฐิ ความเห็นความรู้ แล้วต้องตามไปปฏิบัติให้รู้จักอัตตา อัตตานุทฺฏฐิ ตัวหยาบสุดคือโอฬาริกอัตตา ต้องมีข้างนอก โอฬาริกอัตตาเป็นอัตตาหยาบสุด มโนมยอัตตาเป็นอัตตาลำดับต่อไป เมื่อรู้ ละโอฬาริกอัตตา ก็มาปฏิบัติลดมโนมยอัตตาต่อไป มีทั้งข้างนอกและข้างใน ก็ลดข้างนอกแล้วลดข้างในต่อจนหมด มโนมยอัตตาภายนอก เหลือมโนมยอัตตาภายในเป็นรูปภพอรูปภพก็จัดการต่อ หมดรูปภพเหลืออรูปภพหมดก็เป็นอรหันต์จ้อย คุณต้องพ้นสักกายทิฏฐิ แล้วมาเรียนรู้กาม อัตตา อนุทิฏฐิต่างๆ โอฬาริกอัตตา มโนมยอัตตา อรูปอัตตา ดับอัตตาสามก็เป็นอรหันต์ 600912_เทศน์ก่อนฉัน ค่ายแพทย์วิถีธรรม ดอนตาล ตรวจสอบภูมิอาริยะในตนจะได้ไม่วนทำซ้ำ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน