สภาวะของปัญญา ฌาน และบุญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สภาวะของปัญญา ฌาน และบุญ _วิเชียร จิระเวชบวรกิจ : กราบนมัสการท่านครับ ปัญญา ฌานและบุญก็คือ อุณหธาตุ ที่ใช้เผากิเลสได้เช่นเดียวกันได้ไหมครับ พ่อครูว่า…ได้ จะบอกว่าปัญญาเผากิเลสไม่ได้ เพราะปัญญาคือฌาน ฌานคือปัญญา มันเป็นสิริมหามายา มันเป็นคู่ คู่ที่ทำงานด้วยกัน เมื่อทำงานสำเร็จเราเรียกว่า บุญ เผากิเลสสำเร็จเรียกว่าบุญ เพราะฉะนั้นองค์รวมของมัน ปัญญา ฌาน และบุญไม่แยกกัน 3 เส้า ฌานคือ เริ่มทำงานขึ้นมาให้พลังงานทางจิตมันมีพลังงานที่จะมีฤทธิ์มีธรรมฤทธิ์ที่มันมีความรู้มีปัญญาในตัวของมัน และมันก็มีฤทธิ์ฤทธิ์นั่นก็คือธรรมฤทธิ์ของปัญญา เผากิเลสได้ มันคือตัววิชชาคือฌานคือปัญญาคือความรู้ ความรู้เข้าไปไล่ตัวโง่ กิเลสคือโง่ ปัญญา หรือฌาน ที่มีปัญญาในตัวหรือเรียกเต็มรูปว่าวิชชา มันคือตัวฉลาด ฉลาดโลกุตระ ไม่ใช่ฉลาด เฉโก ฉลาดมันมีฤทธิ์เข้าไปไล่โง่ ย่อเข้ามาหาภาษาไทย ฉลาดกับโง่ ถ้าฉลาดมาโง่หนี ถ้าโง่อยู่ฉลาดไม่มี ถ้าโง่มันมีความอ่อนแรงก็ฉลาดก็มาเพิ่ม ถ้าโง่มันอ่อนแรงมากฉลาดก็เข้ามามาก ถ้าฉลาดมันอ่อนแรงโง่ก็เข้ามา ฉลาดอ่อนแรงมากโง่ก็เข้ามามาก โง่เข้ามาเต็มรูปฉลาดมีไหม ไม่มี มันก็หมดไป นี่ก็ใช้สื่อภาษาคำพูด อธิบายสภาวะมันเป็นอย่างนี้ คุณก็ไปดูสภาวะตัวเองสิ _สู่แดนธรรม... พ่อท่านเคยบอกว่าคนเราย่อมฉลาดเท่าที่มีความโง่ พ่อครูว่า... ใช่ อาตมาก็สรุปว่าคนเราก็ฉลาดเท่าที่เราโง่ และโง่เท่าที่เราฉลาด อันนี้ก็พูดมานานแล้ว ตรงนี้ก็ขอผ่าน ปัญญา คือภาษาชื่อรวม แยกออกมาจากฌานเท่านั้น ส่วนบุญนั่นคือผลสำเร็จของการทำลาย ปุญญะ ท่านผู้รู้เดิมคือท่านธรรมปาละท่านแปลไว้ว่าปุญญะ สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ พยัญชนะบาลี ปุญญะ แปลว่าเรื่องการชำระ หรือ ปุนนะ กำจัดกิเลสออกจากสันดาน สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ
อ่านต่อ
จนจิตสะอาด 3 คำนี้อธิบายลักษณะของความสำเร็จของบุญ มันต้องมีการชำระจากสันดาน ปุนนะ หรือปุญญะ หรือปุนาติ มันเป็นการทำลาย ปุนาติ ทำลาย ทำลาย กิเลสเลือก กิเลสคัด กิเลสออกมาจากสันดาน แล้วทำให้กิเลสมันตายจนสะอาดหมดจด วิโสเทติ นี่ ได้ความมาจากคำว่า สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ บุญ คือ การชำระสันดาน ชำระกิเลสในสันดาน ชำระสันดานก็ได้สรุปรวม แต่ตัวจริงก็คือกิเลสในสันดาน สันดาน มาจากรากศัพท์คำว่า สันตะ สันตานัง สันตะ ความสงบนี่ก็ต้องอธิบายไปถึงพยัญชนะอีก เอาล่ะไม่อธิบายต่อ ทำให้เกิดความสงบ ถ้ามันไม่สงบ มันยืดยาดออกมา มันก็มีตัวอะไรขึ้นมา มันก็กลายเป็นตัว ไม่ สันติ สันตะ จนกระทั่งยืดยาวเป็น สันตานัง เป็นสันดาน นี่อาตมาอธิบายเป็นสภาวธรรม ไม่ได้อยู่ใน ไวยากรณะ วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์ ตามที่สมเด็จพุทธโฆษาจารย์ ท่านยึดถือนักหนา ถ้าผิดไปจากโครงสร้างของ ไวยากรณะ วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์ แล้วถือว่ามันไม่ถูกต้อง อาตมาก็บอกว่าอาตมาเลิกแล้วเรื่องอย่างนั้น มันทำให้หลงในพยัญชนะ หลงในภาษา หลงการปรุงแต่งทางตรรกะ เราเข้าหาสภาวะ จัดการสภาวะ เรื่องอย่างนั้นอาตมาก็เคยหลง แต่เลิกแล้วเดี๋ยวนี้มาสรุปลงเป็นฉันทลักษณ์ ฉันทลักษณ์ก็คือ รวบรวมเอาพยัญชนะสรุปรวมเป็นสั้นๆสั้นๆ มีการไพเราะ มีแผนผังอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นอาตมาอธิบาย ไวยากรณะ วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์ อาตมาเหลือแต่ฉันทลักษณ์ เอาอาศัยใช้ 3 ตัวนี้อาตมาเบื่อเต็มทีแล้ว แต่ท่านมหาประยุทธ์ท่านยังเห็นความสำคัญ ท่านยังไม่เบื่อ ท่านยังไม่สรุปรวมลงไปหาเนื้อหา ก็ว่าไป ท่านจะฟังอาตมาพูด ท่านจะเห็นยังไงเข้าใจยังไงก็ไม่รู้ล่ะ อาตมาก็มีความปรารถนาดี อย่างเดียว เพราะอาตมาเชื่อมั่นว่า ขออภัยนะ ขออภัยท่านประยุทธ์ด้วย อาตมาเชื่อมั่นว่าอาตมาบรรลุธรรม ไม่มีกิเลส แต่อาตมาเชื่อจริงๆอีกว่า ท่านยังไม่บรรลุธรรม ท่านยังมีกิเลสอยู่ นี่อาตมาเห็นอย่างนี้ ผิดถูกอาตมารับผิดชอบคนเดียว อาตมาเห็นอย่างนั้น อาตมาก็เลยปรารถนาดีอยากให้ท่านหมด เพราะท่านมีประโยชน์ ถ้าท่านบรรลุ ถ้าท่านเป็นคนที่รู้ถูกต้องอีก โอ้โห..ลูกศิษย์ท่านเยอะนะ แล้วมีพลังอิทธิพลอยู่ในประเทศอยู่ในศาสนาด้วย มันเป็นประโยชน์ไหมล่ะ เป็น เห็นไหมอาตมาไม่ได้รังเกียจ ไม่ได้อยากให้ท่านโง่อยู่อย่างเก่า ขออภัย อยากให้ท่านฉลาดท่านเกิดรอบรู้ ฉฬายตนะ เข้าใจสภาวะกิเลสและลดละให้ได้ รู้จักรายละเอียดของสัจธรรมของมันที่มันปรุงแต่งกันอยู่ แหม มันก็อย่างว่ามันสุดวิสัยจริงๆเลย มันก็ได้แค่นี้ เอา ไป ต่อๆไป ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น 660920 ตำราพิชัยสงคราม พรหมชาลสูตร ตอน 1 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก