มนุษย์อวิชชา เป็นเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
มนุษย์อวิชชา เป็นเช่นไร เรื่องไม่ทำจิตในจิต ที่พูดไปว่าไม่มีปรโตโฆษะ เพราะว่าคุณเป็นอวิชชามนุษย์ อย่างไร หนึ่งไม่รู้จักสัตบุรุษ 2 ไม่ได้ฟังธรรมอย่างบริบูรณ์ 3 ก็เลยไม่เกิดศรัทธาที่บริบูรณ์ เพราะฉะนั้นคุณจึงทำโยนิโสมนสิการไม่บริบูรณ์ ในอวิชชาสูตร คุณจะทำสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์ก็ไม่ได้ สำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ก็ไม่ได้ ไม่บริบูรณ์หรอก สุจริต 3 คุณก็ไม่บริบูรณ์ เพราะฉะนั้นอย่าไปหวังเลยว่าจะเกิดสติปัฏฐาน 4 มันจะเกิดวิชชาวิมุติ นี่เอาอวิชชาสูตรไล่ไป คนอวิชชาไม่ใช่ไม่มีอาหารแต่มีอาหาร อาหารนั่นคือนิวรณ์ 5 นิวรณ์ 5 ก็ไม่ใช่ไม่มีอาหาร นิวรณ์ 5 มีอาหาร อาหารของนิวรณ์ 5 คือการไม่มีสุจริต 3 การไม่มีสุจริต 3 ก็มีอาหาร อาหารของไม่สุจริต 3 คือไม่รู้จักสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 เพราะฉะนั้นการนั่งหลับตานั้นเอาอินทรีย์ทั้ง 5 ทิ้งไปอยู่ในจิตอย่างเดียว โมฆะทั้งนั้นเลยในศาสนา อาตมาจะพูดอีกกี่ทีดี พวกนั่งหลับตาเคี้ยวหมากกินปูนไม่ร้อนท้องไม่รู้ประสีประสาหรอก มันข้องอยู่ในถ้ำอยู่ในป่า หยั่งลงสู่ความหลง เป็นผู้ที่ไกลจากวิเวก เป็นผู้ที่ข้องอยู่ในถ้ำ นี่มันดึงเขาให้ขึ้นมายากมากเลย เพราะฉะนั้นในคำโยนิโสมนสิการอยู่ในอะไรต่างๆนานา อยู่ในปัญญาวุฒิธรรม 4 อยู่ในสัมมาทิฏฐิ 2 อยู่ในอวิชชาสูตร 10 อยู่ในสุริยเปยยาลข้อที่ 7 อยู่ในมูลสูตรข้อที่ 2 ใช้คำว่ามนสิการ คำว่ามนสิการจึงยิ่งใหญ่ที่สุด นักรู้ของสังคมพุทธทุกวันนี้แปลคำว่าโยนิโสมนสิการเป็นเพียงว่าแปลแต่โยนิโส ไม่แปลคำว่ามนสิการ ทั้งที่แก่นแท้อยู่ที่มนสิการ เพราะเขาไม่ได้สำคัญมั่นหมายในคำว่ามนสิการแล้ว เขาทำใจในใจไม่เป็นแล้ว เป็นอย่างนั้น คนที่ไปนั่งสมาธิหลับตานี้เป็นคนที่ทำใจในใจผิดเป็นมิจฉาทิฐิ ไม่ได้ทำเป็น เขาทำเป็นอย่างเดียรถีย์ เป็นอย่างมิจฉาทิฐิ ส่วนคนที่ศึ
อ่านต่อ
กษาปริยัติพยัญชนะมากแต่ทำใจในใจไม่เป็น ได้แต่ปริยัติกันเต็มไปหมดเป็นปทปรมบุคคลมีเยอะมาก ไม่ทำให้ถึงจิตแล้วไม่ได้แยกแยะจิตให้ถึงมโนปวิจาร 18 ต้องทำให้เป็นเนกขัมมะ 18 ซึ่งต้องรู้จักเวทนาในเวทนา แต่กายในกายของเขาก็ยังเข้าใจผิด คนผู้นี้สักกายะทิฐิในสังโยชน์ข้อต้นก็ยังไม่ได้เลย เพราะเข้าใจกายเป็นเพียงวัตถุ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่ากายนั้นตถาคตเรียกว่า จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง เขาจะมืดหน้าเลย กายจะเป็นจิตมโนวิญญาณได้อย่างไร พระตถาคตพูดผิดหรือเปล่า เขาจะสะดุดจริงๆเลย ก็มันได้หลงผิดไปไกลมาก คำว่ากายคำเดียวสังโยชน์ข้อที่ 1 ก็ผิดแล้ว คุณจะไปพ้นจากสักกายทิฏฐิได้อย่างไร คุณสำคัญมั่นหมายความว่า กาย ผิดไปแล้ว ก็เลิกเลย แยกกายแยกจิตไม่เป็น นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สู่แดนธรรม...เขาว่าคนจะยกย่องเอง ไม่ต้องยกตัวเองให้คนอื่นเขายก แต่คนอื่นเขาจะมีภูมิรู้ไหม พ่อครูว่า..เกิดมาในชาตินี้ไม่เคยได้รับรางวัลเพราะว่ากรรมการทั้งหลายหัวไม่ถึงอาตมาทั้งนั้น จริง อาตมาส่งงานเข้าประกวดไม่เคยได้รางวัลเลย ในชีวิตนี้ มีได้อยู่ครั้งเดียว แต่งเพลงประกวด ได้รับรางวัลเขาก็ด่าเลย ให้กูเสียเงิน เคยเล่าไปแล้ว ให้รางวัลอาตมาไม่ได้ จะให้อาตมาเป็นศิลปินแห่งชาติ เป็นอะไรที่เขายกย่องกันในทำเนียบในระบบของสังคม พูดแล้วอย่าหมั่นไส้พูดแล้วน่าเกลียดแต่เป็นเรื่องจริง พวกคุณเข้าใจพวกคุณจะไม่มีสะดุด แต่คนข้างนอกเขาจะสรุปว่าคนนี้มันหลงตัวหลงตนขนาดหนักมันยกตัวเองกันขนาดใหญ่เลย