ทองคำแพง แพ้แรงคนจน สาราณียธรรม 6.docx
เนื้อหาในไฟล์
ทองคำแพง แพ้แรงคนจน สาราณียธรรม 6 มาถึงสาราณียธรรม 6 นี่คือสิ่งที่คั้นออกมาได้ คั้นมาเป็นเนื้อเป็นแก่นของศาสนา สาราณียธรรม 6 นี่แหละคือเนื้อคือแก่นของศาสนา ใครตอบไม่ได้ว่ามีอะไรบ้างสาราณียธรรม 6 ยกมือ.. (มีคนยกมือ) นี่ด็อกเตอร์เปิดไม่ได้หรือ ต้องเปิดตำรา นี่เป็นเด็กอโศกตั้งแต่เล็กจนไปทำงานรอบโลกแล้วหันกลับมาเอาธรรมะยังช้าเลย คิดดูสิ พาจนไม่ยอมจน ดื้อแน่ะ แต่อาตมาก็บังคับไม่ได้หรอกตัวใครตัวมัน ก็อ้างอิงประกอบยืนยัน เป็นวัตถุประกอบในการอธิบายธรรมะ โลกเรามันมีอะไรต่างๆยิ่งกว่าอธิบายได้ดียิ่งกว่าตัวหนังสือมันมีพฤติกรรมที่รู้จักกันเข้าใจกัน มันมีโดยปริยาย พวกเราแต่ละคนมารวมกันแล้วต่างมีความเข้าใจ อาตมาสรุปลงที่สาราณียธรรม 6 เกิดจิตเมตตาแล้วก็มาอยู่กันด้วยกายกรรมเมตตา วจีกรรมเมตตา เพราะมีมโนกรรมเกิดเมตตา เกิดจิตตัวนี้เป็นจิตเมตตา ใครมีมากมีน้อยก็มีตัวเมตตา เมตตาคืออะไร มันเกิดจิตเป็นจริงอย่างนี้ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นองค์ธรรม 4 ของความเป็นพระเจ้า สมัยก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเกิดศาสนาพราหมณ์เกิดแล้ว พระพุทธเจ้าเขาเรียกว่าพรหม พรหม ก็มีองค์ธรรม 4 ที่เป็นคุณสมบัติพิเศษคือเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขา ที่จริงศาสนาพราหมณ์ศาสนาพุทธอันเดียวกันเป็นศาสนาอเทวนิยม แต่พอมันผิดเพี้ยนไปก็กลายเป็นเดียรถีย์กลายเป็นเทวนิยม พระเจ้าก็เป็นตัวตนพระองค์ก็เป็นตัวตนข้านี่แหละใหญ่ๆ ก็มีพระพุทธเจ้าขึ้นมาเท่านั้นที่จะข่มพระพรหมได้ พระพรหมก็ยอม พระพรหมองค์ใหญ่จริงๆมาเจอคนแสวงหาพระพุทธเจ้า ต้องการ จะรู้ว่าดินน้ำลมไฟสิ้นสุดหรือไม่หยั่งลง ณ ที่ไหน ที่สุดของโลกอยู่ที่ไหน
สู่แดนธรรมว่า...เขาถามว่าที่สุดของโลกอยู่ที่ไหนมาถามพระพรหม พ่อครูว่า...พระพรหมอยู่ต่อหน้าบริวารเต็มเลยคนนี้ก็มาถาม มาถามพระพ
อ่านต่อ
รหม ว่าที่สุดแห่งโลกอยู่ที่ไหน พระพรหมก็ตอบว่าเรานี่แหละใหญ่ เขาก็บอกว่าไม่ใช่ถามว่าที่สุดแห่งโลกอยู่ที่ไหน พระพรหมก็ตอบว่าเรานี่แหละใหญ่ ไม่ใช่ ถามว่าที่สุดแห่งโลก เขาถามอีกอย่างก็ตอบอีกอย่างไปไหนว่าสามวาสองศอก ถามว่าไปไหนมาก็ตอบว่ากิโลเมตร 2 กิโลเมตรหรือวา 1 เมตร1 ไม่ใช่ถามว่าไปไหนมา จับสภาวะคำถามคำตอบให้มันตรงกัน เอ็งมาถามคำถามไม่ตรงกับคำตอบ แล้วดันเอาคำถามมาถามตอนนี้ ถ้าไม่รู้แล้วจะตอบเองได้อย่างไร ให้เอ็งไปถามพระพุทธเจ้า แสดงว่าพระพรหหมยอมรับพระพุทธเจ้า
สรุปแล้วสาราณียธรรม 6 เป็นสุดยอด อาตมาบรรลุผลในชาตินี้ที่เอาสัจธรรมพระพุทธเจ้ามาประกาศให้พวกเราศึกษาปฏิบัติเรียนรู้จนได้ผลสำเร็จในตัวเองเท่าที่ได้มีจำนวนประมาณนี้ ซึ่งมันยิ่งกว่าเอานิ้วจิ้มลงไปในแผ่นดินแล้วก็มีดินติดเล็บขึ้นมาเท่านี้แหละ เท่านี้ก็เอาได้เท่านี้ก็ดี ในสาราณียธรรมข้อที่ 4 3 ข้อแรกคือเมตตากายกรรมวจีกรรมมโนกรรม ส่วนข้อที่ 4 เป็นลาภโดยธรรม ลาภธัมมิกา คือแต่ละคนมีความสามารถเป็นเจ้าของสิ่งที่เราทำได้เป็นสิทธิที่ได้สร้างขึ้นหรือเป็นมรดกมาก็แล้วแต่มันก็เป็นสิทธิของคุณ เอามาเข้ากองกลางไม่เอาไว้กับตัวเองสละออก ให้แก่กองกลางจนหมดตัวหมดตน ลาภธัมมิกา เป็นสาธารณโภคี แล้วมีชีวิตอยู่ด้วยหลักเกณฑ์ของศีลมีทิฏฐิที่เป็นสัมมา พระโสดาบันเสมอพระโสดาบันพระสกิทาคามีเสมอกับพระสกิทาคามี พระอนาคามีเสมอนาคา พระอรหันต์เสมอกับพระอรหันต์อยู่กันเป็นสุขอบอุ่น นี่แหละอาตอาตมาทำสำเร็จ ทองคำแพง ได้แล้ว อยู่ที่ชุมชนชาวอโศกทุกแห่งเรียกว่าชุมชนโลกุตระ ชุมชนสาราณียธรรม 6 จะมีสาราณียธรรม 6 เพราะจิตใจของคุณได้ฝึกฝนจนเกิดพุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ มีลักษณะระลึกถึงกัน พวกเรานี้คำว่าระลึกถึงกันมีขึ้นมาในตัวตน เกิดเหตุการณ์เป็นภัยเป็นโทษเป็นอะไรที่ควรจะต้องระลึกถึงใครหนอ เราก็จะต้องรีบระลึกถึงจะด้วยความปรารถนาดีจะด้วยความมีเภทภัยขึ้นมาก็จะนึกถึงคนที่เขาควรจะต้องนึกถึงก่อน เกิดเภทภัยขึ้นมาแล้วก็จะระลึกระลึถึง ได้สิ่งที่ดีๆมาก็ควรจะนึกถึงคนไหนก่อนคนนั้นแหละคือคนที่เรามีสาราณียะ มันจะเป็นจริง เพราะมันยิ่งกว่าเป็นลูกเป็นพ่อเป็นแม่ ยิ่งกว่าครอบครัว ยิ่งกว่าหนึ่งเดียว เป็นหนึ่งเดียวกัน มันเป็นของเราตัวเราและของเรา เพราะฉะนั้นก็จะนึกถึงก่อนเป็นสาราณียธรรม ด้วยอาการของจิตมีปิยกรณะ เป็นความรัก เป็นความรักที่มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ไม่ใช่ความรักอย่างโลกีย์เป็นความรักมิติที่ 1 แต่เป็นความรักมิติที่ 7 ขึ้นไป ตั้งแต่พระเจ้า จนถึงมิติที่ 8 เป็นพุทธ มิติที่ 9 ก็เป็นพุทธสุดยอดเลยเป็นพุทธะเป็นโพธิสัตวภูมิ เพราะฉะนั้นเมื่อมาศึกษาธรรมะพุทธเจ้าแล้วได้สาระธรรมดังกล่าวนี้ที่อธิบาย คุรุกรณะ รู้จักเคารพกัน การเคารพมีทั้งเคารพด้วยวัยวุฒิ เคารพด้วยคุณวุฒิ เคารพด้วยวุฒิภาวะต่างๆ แม้แต่สมมุติ แม้แต่ชั้นวรรณะก็เข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่มีวรรณะสูงวรรณะ 9 เป็นผู้ที่ควรเคารพ ยิ่งมีวรรณะ 9 คนใดที่บรรลุวรรณะ 9 สมบูรณ์แบบคนนั้นคืออรหันต์ขึ้นไป คนที่บรรลุธรรมวรรณะ 9 เป็น The Classic เป็นความสูงส่งครบครัน มาเป็นคนเลี้ยงง่าย วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, รู้จักปัจจัยชีวิตรู้จักเรื่องเบาภาระรู้จักเรื่องน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีสังคหะ เกื้อกูลการสงเคราะห์การเอื้อเฟื้อกัน คนที่ช่วยเหลือผู้อื่นได้มากคนนั้นแหละเป็นใหญ่ เป็นพระเจ้า คนช่วยเหลือคนได้ทั้งโลกคนนั้นคือพระเจ้า คนที่ช่วยได้มากเท่าไหร่ก็เป็นพระเจ้าใหญ่มากเท่านั้นตามความเป็นจริง พ่อแม่ช่วยลูก ช่วยครอบครัวได้ก็เป็นพระเจ้าในครอบครัว คนที่มีกลุ่มสังคมเป็นหัวหน้าช่วยเหลือหัวหน้าหมู่กลุ่มดี ก็เป็นพระเจ้าของกลุ่มนั้น เช่นพระเจ้าแผ่นดิน ช่วยประชาชนช่วยพลเมืองของท่าน ได้ดีได้มากก็เป็นพระเจ้าของประชากรของประเทศนั้น เป็นเรื่องจริงคนมีภูมิปัญญาจะเข้าใจ อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพ่อของประเทศจริงๆ แล้วท่านก็เป็นพ่อไปตั้ง 70 ปี ทรงงานทำหน้าที่พ่ออย่างดี พวกเราก็เข้าใจ คนต่างประเทศก็เข้าใจ มันเป็นสัจจะอันเดียวกัน คนต่างประเทศเข้าใจแต่เขามาเอาไม่ได้ อย่างประเทศไทยที่มีสมเด็จพ่อเดิมเป็นพระเจ้าในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ยกตัวอย่างเป็นของจริงเขาทำไม่ได้เขาก็ได้แต่ยกย่อง เขาอยากได้อยากให้ผู้นำอยากให้โดนัลด์ทรัมป์มาเป็น ตอนนี้ไม่รู้นายทรัมป์หรือว่าไบเดนจะได้ก็ไม่รู้ พูดไปพูดมาก็อดแวะถึงเขาไม่ได้ ตอนนี้มันก็กำลังลุ้นกันอยู่ เป็นปัจจุบันธรรม คําสอนพระพุทธเจ้า รวมหมดเลยทั้งมนุษยชาติทั้งสังคม ดีที่สุด อาตมาทำงานมา 50 ปีก็สำเร็จเรียกว่าเป็นทองคำได้ และเป็นทองคำที่เรียกว่าแพง ก็เพราะว่ามันเป็นทองแท้ ไม่เป็นของจริงราคาก็ควรแพง มันเป็นของแท้จริงๆ คือ มันถูกต้องตามธรรมพระพุทธเจ้า อาตมาให้คะแนนเองนะว่ามันถูกต้องจริงๆ ให้คะแนนเพราะอะไร เพราะมีคนมาฟังเข้าใจได้แล้วมาปฏิบัติได้ตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้า จรณะ 15 วิชชา 8 ก็อธิบายได้ สาราณียธรรม 6 ก็อธิบายได้ครบ สาธารณโภคีได้ลาภโดยธรรมก็เอามาเข้ากองกลางอันนี้แหละมันยิ่งใหญ่เป็นการยืนยันธรรมะพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะในยุคไหนก็ตาม แม้แต่ในยุคนี้เขาก็ต้องการสาธารณะ คอมมิวนิสต์ก็ต้องการสาธารณะ ประชาธิปไตยก็ต้องการ เผด็จการเท่านั้นแหละมันไม่ยอม มันจะเอาเป็นของอั๊วะวคนเดียว เป็นอำนาจใหญ่ เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่เอาแล้วแบบนี้ เดี๋ยวนี้เผด็จการตกกระป๋องไปแล้ว มีแต่ว่าจะบริหารกันโดยคณะหรือบริหารโดยการเลือกของประชาชน หรือบริหารด้วยทั้งประชาชนและพระราชา มี 3 อย่างใหญ่ๆ บริหารด้วยประชาชน มันทำไม่ได้มันก็ต้องมีวิธีการ วิธีการให้ประชาชนมาเลือกเอาใครไปบริหาร สมมติมา 1 คนซึ่งคนนี้ไม่มีที่มาที่ไปก็ได้มีแต่แทคติกมีการสะสมค่ายกลที่ตัวเองจะได้เป็นที่หนึ่งได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ก็คนนั้น มันไม่มีรากไม่มีรูทของการสืบทอดสืบต่อ ทั้งจิตวิญญาณและภายนอก นี่แหละเป็นประชาธิปไตยขาเดียว อาตมายังไม่เก่งที่จะอธิบายอันนี้ อาตมาเห็นทุกวันนี้ว่าทั้งโลกเป็นประชาธิปไตยขาเดียว เผื่อฟลุ้คกูจะได้เป็นหนึ่งบ้าง อย่างนี้มันไม่ได้ เป็นสันตติวงศ์ กูก็จะล้มมันท่าเดียว นี่จิตใจลึกของเขา อย่างไรอย่างไรก็ไม่ได้เกิดในสันตติวงศ์ก็จะเอาให้ได้ ที่จริงแล้วพูดตรงนี้แล้ว ฟังดีๆ เป็นพระเจ้าแผ่นดินนี้ หนักกว่าเป็นประธานาธิบดี เพราะฉะนั้นพวกที่มักง่ายก็จะไม่เป็นดอกพระเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าแผ่นดินนี้เป็นยากกว่า ยิ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มีทศพิธราชธรรม เป็นพระเจ้าแผ่นดินดี เป็นพระเจ้าแผ่นดินที่รักประชาชน รับใช้ประชาชน ถ้าจะว่ากันแล้วด้วยศัพท์คือ โลกานุกัมปายะ พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ พหุชน คือมวลชน หิตะ คือประโยชน์ สุข คือความสุขสงบ หรือสุข แปลว่า ว่างนี่แหละดี นี่แปลโดยพยัญชนะเลย แยกสุ กับ ข ข แปลว่า ว่าง สุ แปลว่า ดี ข คือที่ว่าง กลางหาว ท้องฟ้า เวิ้งว้าง ทีนี้สัจธรรมไม่ใช่พยัญชนะเปล่าๆดูปรมัตถ์ของพระพุทธเจ้าด้วย ก็แปลว่าจิตที่ว่างจากกิเลส ตัวจิตที่ว่างจากกิเลสนี่แหละเป็นหลักธรรมของพุทธเจ้า หัวใจศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นต้องมาเรียนรู้ ว่ากิเลสคืออะไร รากเหง้าของคำว่ากิเลสคือ กลิ กลิ แปลว่าโทษ แปลว่าภัย แปลว่าร้าย เรียนรู้ กายกลิ เรียนรู้ จิตกลิ มาเรียนรู้ตัวนี้แล้วจัดการกับตัวนี้ ศาสนาพุทธมาเรียนรู้สิ่งนี้แหละยิ่งใหญ่ ที่ว่ายิ่งใหญ่เพราะว่าศาสนาพุทธนั้นไม่มีปัญหาในเรื่องความดีความชั่ว มันเป็นเรื่องของพฤติกรรม แต่เรื่องของเทวที่แปลว่า 2 ดีชั่วก็เป็นเทวคู่หนึ่ง เทวะอีกคู่หนึ่งคือสุขกับทุกข์ ศาสนาเทวนิยมตีไม่แตก หลงความสุขเป็นสุขนิยม บอกว่าเป็นสุขที่เที่ยง จะเอาแต่สุขเที่ยงแต่ไม่เรียนรู้เหตุแห่งทุกข์เขาก็เลยแก้ไม่ได้เขาก็วนเวียน ใครแย่งเอาสุขมาได้ก็เป็นสมบัติผลัดกันชมมีความสุขเพราะอะไร สุขเพราะได้ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ศาสนาพุทธสอนเรื่องทุกข์แต่เอ็งไปหลงในลาภยศสรรเสริญโลกียสุขทั้งๆที่เอ็งแย่งกันจะเป็นจะตาย พระพุทธเจ้าจึงบอกว่าไปหลงใหลมันทำไมลาภยศสรรเสริญสุข ท่านก็รู้ด้วยปัญญาชัดเจนว่า ลาภยศสรรเสริญโลกียสุขเป็นเพียงเครื่องอาศัย
สุดท้ายเมื่อสอนให้รู้เรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขแล้ว มันเป็นเพียงเครื่องอาศัยเล็กๆไม่ต้องไปยึดติดมากมายเลย มีน้อยเท่าไหร่ก็สบายเท่านั้น ถ้าไปหลงมากจะต้องมีมากๆมันก็หนักคุณก็บ้า ไม่ต้องมีเลย อาศัยในปัจจุบัน คนเดียว ถ้าอยู่คนเดียวเข้าใจอย่างนี้แล้วปัจจุบันถ้าหากอาตมาอยู่คนเดียว อาตมาจะมีชีวิตอยู่ก็ต้องอาศัยตัวเองก็ต้องปลูกเผือกปลูกมันทำงานไม่ไหวหรอกคนเดียว กินเผือกกินมันแทน ไปเรียนรู้ปริญญาโทปริญญาเอกมาเหมือนกับอย่างนายแอ๊ด ปลูกถั่วปลูกมันกิน กสิกรพวกเรายังไม่มีคนจบปริญญาเอกเรื่องกสิกรรม ไปจบปริญญาโทเยอะพวกเรา รู้สัจธรรมชีวิตจะปลูกผักปลูกมันปลูกเผือกกินไปสบาย เอาใบตองมามุงหลังคาใบตองมันแห้งมันเหลืองก็ย้ายไปเอาใบตองมามุงใหม่เป็นผีตองเหลือง อาศัยใบตองเป็นที่พักที่นอนเป็นทั้งที่อาศัยเป็นฝาเป็นเพดานเป็นหลังคา ผีตองเหลือง อันไหนที่มันเหลืองมันรั่วมันซึมแล้วก็ย้ายไปที่ใหม่ เขาเลยเรียกผีตองเหลือง อาศัยใบตอง ใบตองมันใหญ่ไง ในบรรดาใบไม้ที่จะมาใช้ในชีวิต ข้อต่อไป อวิวาท จิตของเราไม่วิวาท ไม่มีวิวาทะ วาทะที่คุณมี วิ หากวาทะของคุณมันดีก็เป็นวาทะที่ประเสริฐ ถ้ามันไม่ประเสริฐมันไม่เข้าท่า วิ ไม่ ก็เป็นวาทะที่เลวร้าย เรารู้ทันทั้งดีทั้งชั่วทั้ง วิ ประเสริฐ ทั้ง วิ เลวร้าย เราก็รู้ มันต้องมีห้ามไม่ได้ไม่ให้เกิดวาทะที่เลวและวาทะที่ดีห้ามให้ตายก็ไม่ได้ แล้วจะบังคับให้คนมีวาทะที่ดีทั้งหมดไม่มีวาทะที่เลวเลยห้ามไม่ได้หรอก ห้ามไม่ให้คนชั่วมันชั่วให้มันดีหมดมันไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นเรารู้ชั่วรู้ดีแล้วเราก็ไม่ติดชั่วติดดี แต่ไม่เอาชั่ว สัพพะปาปัสสะอะกะระณัง ทำแต่ดี คุณจะทำดีได้จิตของคุณก็ต้องมาบังคับหรือมีอำนาจอยู่เหนือเป็น วสวัตตี อยู่เหนือจิต จะเป็นประธานบงการให้เกิดแต่ดี จนมีอำนาจเป็น วสวัตตีโก ยังจิตใจให้เป็นไปในอำนาจได้เลยเป็นไปโดยอัตโนมัติไม่ให้ชั่วเกิดเลยมีแต่ดี เพราะจะไม่ให้ชั่วเกิดได้ พระพุทธเจ้าลึกเข้าไปอีกฆ่าตัวเหตุที่มันเป็นตัวให้เกิด คือในจิต ให้มันตายสนิทตายไม่ฟื้น ตายอย่างเที่ยงแท้ นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ)
รู้ได้ว่ามันตายสนิทจริงๆเพราะรู้เลยว่าอาการของมันที่ปรุงแต่งในจิตนิยาม แล้วในจิตนิยามนี้เราฆ่าตัวเหตุที่มันไม่ใช่จิตแท้ คือจิตที่เป็นกลิ ตั้งแต่ขั้น กาย กายกลิ ฆ่าภายนอก สัมผัสกับภายนอกและเปิดตัวโจรนี้ก็ฆ่าตัวโจรนี้ให้ได้ ฆ่าได้ ตั้งตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจกระทบกับโลกเขา ฆ่า ตัวนี้ตายหมด ตา หู จมูก ลิ้น กายก็ยังสัมผัสภายนอกอยู่นะ แต่โจรตายหมดแล้วคุณอยู่เหนือโจร โจรทั้งหลายมาเป็นโจรใหญ่ โจรเล็กจนขนาดไหนมาก็ไม่รอช้าหรอก เพราะเรามีพลังงานแห่งปัญญา พลังงานแห่งความรู้วิชชา 8 พวกนี้สู้ไม่ได้ กายกลิสู้ไม่ได้ กลิมันสู้ไม่ได้แต่ว่ากายที่อยู่เหนือโลกแล้ว ไม่ต้องไปหลับตา เหลือข้างในเรียกว่า จิตกลิ ก็ฆ่า กลิตัวที่ยังเหลืออยู่ในจิตไม่ใช่ไปหลับตา สบายแล้วพวกนี้ ดีไม่ดีเอาพวกข้างนอกมาเป็นพวกเราด้วย ช่วยเขา ฆ่าจิตกลิ เป็นลำดับเป็นรูปภพอรูปภพให้หมด พอหมดแล้วก็อยูเหนือโลกเป็นโลกุตระอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นทองคำแพงสมบูรณ์แบบ มาถึงวันนี้ ที่จะพูดต่อไปนี้ จะพูดจริงนะ อาตมาจะปลดเกษียณอาตมาเอง จะมอบให้ท่านทั้งหลายเอาภาระแทนอาตมาอยากจะสอนก็สอนอยากจะทำงานก็ทำงานอยากจะเที่ยวก็เที่ยวอยากจะนอนก็นอน อย่ามาเอาตาราง Time Table มาจัดให้ มาจัดกำหนดอาตมามากเลย อาตมาขอเป็นฟรี เป็น independent สู่แดนธรรม...แต่ผมว่า พ่อท่านคงรักอันนี้ไม่ได้นานหรอกเพราะพ่อครูเป็นรัก รักพงษ์ พ่อครูวา...พวกคุณเป็นรักอะไร รักพงษ์อโศก อาตมาฉลาด เอารักพงษ์อโศกมา เห็นไหมผู้ใหญ่บ้านที่นี่ถือรักพงษ์อโศกนะ มันลงตัว เชื่อรักพงษ์อโศก
โศลก มหาปวารณา ได้แล้ว
โศลกธรรมของปีนี้คือ ทองคำแพง แพ้แรงคนจน
(จาก...631105_เทศน์ทำวัตรเช้า มหาปวารณา ครั้งที่ 38 สู่แดนทองคำแพง ฉลอง 50 ปีโพธิกิจ ตอน 1)