กว่าจะมีปาฏิหาริย์ของสังคมโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข4 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

กว่าจะมีปาฏิหาริย์ของสังคมโลกุตระ วันนี้วันดิบสุก ยังไม่เข้าสู่สาระอะไรมากมายหรอก มีโปรแกรมเอาไว้แล้วว่างานที่จะเข้าสู่ อโศกรำลึกปีนี้ เป็นปีที่ 40 พอดี จัดมา 40 ปีแล้วอโศกรำลึก ก็ให้อาตมาบรรยาย ตามอัธยาศัย ก็ยิ่งสบายใหญ่ ไม่ได้กำหนดมาให้ ซึ่งจริงๆก็ไม่ต้องกำหนดตลอด อาตมาอธิบายค้าง คุหัฏฐสูตร ยังไม่ไปถึงไหนเลย ก็ค่อยๆว่ากันไป ตอนนี้วันดิบสุกก็ว่าพวกนี้ไปก่อน

ที่จะพูดคืออันนี้ คืออาตมา นึกถึงชีวิตเรา 87 ปีกำลังจะขึ้น 88 ปีอยู่มะรอมมะร่อ ถ้าไม่ตายเสียก่อนตอน 8:00 น. ถ้าตายเสียก่อน 8:00 น. ก็อายุไม่ถึง 88 ปี(คุณเข่งว่า.. อายุ 88 ปีเกิดตอน 8:00 น. มี 8 อยู่ 3 ตัว) สูตรโมเมชั่น (สู่แดนธรรมว่า...เดือนนี้ก็ 8 สองหนด้วย) อาตมาว่าเป็นของฮินดูเขาจะเป็นปาง กฤษณะ เป็นปางที่มีพลังมาก หรือแม้แต่ของพุทธปาง 8 เป็นปางที่มีพลังงานรอบถ้วน เป็นพลังงานรอบถ้วนไม่ว่าจะเป็น เจโตหรือปัญญา ศรัทธาหรือปัญญา เป็นการเคี่ยวข้น งวดเข้าไปสู่การเป็นสัมมาสัมพุทธะแล้ว อจินไตยเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องพูดเล่น แต่เป็นจริงของผู้ที่มีจริงเป็นจริงเท่านั้น ที่จะพูดเข้าท่าเข้าทาง ไม่เช่นนั้นพูดกันไปเละเทะ จับหัวชนท้ายชนกลางเละไปหมด แต่ผู้ที่มีจริงเป็นจริงก็จะฟังได้ว่ามันเป็นลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ อาตมามาขยายโพธิสัตว์ 8 ขั้น 9 ขั้น (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน...ดูเหมือนปีที่แล้วพ่อครูไอมากเหมือนกัน ทุกวันนี้ท่านพูดบอกว่าทำงานต้องลากสังขาร อีลากอีเลือ พ่อครูว่า...คือฝืนไปไม่ได้แม้จะยากจะเย็น อาตมาทบทวนแล้วทำงานมาย่าง 52 ปีทำงานมาถึงขนาดนี้ก็มีผลงาน แต่อาตมาว่าคนก็ยังรู้ไม่ได้ ยังยืนยันไม่ได้เท่าไหร่เขายังไม่เห็น จึงเกิดประโยคที่ว่า จนคนตาบอดเห็นได้ แม้คนตาบอดก็เห็นได้เลย มันเป็นคำภาษานิกายเซน ที่บอกว่

อ่านต่อ

าควรจะเห็นได้ก็คือ ผลงานที่อาตมาทำ อาตมาบอกว่าอาตมาเป็นผู้รู้ที่มาแก้กลับ ความผิด อาตมาว่าคณะใหญ่เถรสมาคมผิด อาตมาถูก แล้วมันจริง ตรงที่อาตมาอธิบายค้านแย้งกับทางเถรสมาคม จนกระทั่งอาตมาต้องลาออกมาเป็นนานาสังวาส อยู่กับเถรสมาคมมาได้ 5 ปี พ.ศ. 2513 ถึงพ.ศ. 2518 ก็ลาออกมา ตามธรรมวินัยทุกอย่างเลย เถรสมาคมก็ถือว่าคนเขาไม่รู้ ชาวพุทธก็ไม่รู้ ขนาดผู้ศึกษาพุทธเป็นดอกเตอร์ เปรียญ 9 ก็ยังไม่รู้เลยว่านานาสังวาสคืออะไร เพราะมันไม่เคยมี ของพระพุทธเจ้านั้นมีอยู่ตอนเดียวคือพระเทวทัต พระพุทธเจ้าประกาศว่าเรากับเทวทัตเป็นนานาสังวาสกัน ด้วยหลักสำคัญการประกาศนานาสังวาสคือ ตัวอย่าง มีหมู่สงฆ์สองฝ่าย เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ฝ่ายหนึ่งเห็นว่า ถ้าใช้น้ำล้างส้วมแล้วให้คว่ำกะลา ถ้าหักไม่คว่ำถือว่าผิด แค่นี้ เถียงกันจนกระทั่งแยกเป็นนิกาย พระพุทธเจ้าก็บอกว่าไม่ได้หรอกเป็นนิกายมันไม่ดี ต้องเข้าใจกันให้ได้ โดยใช้หลักตัดสินเป็นนานาสังวาส คือเมื่อเขายึดถือแล้วว่าของตนเองถูก เช่นคว่ำกะลามันถูก อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าไม่คว่ำก็ไม่เป็นไร เป็นเรื่องเล็กไม่น่าถือสากัน ก็เถียงกันไม่ยอมตกฟาก พระพุทธเจ้าก็เลยบอกว่า เมื่อไม่ยอมปล่อยวางก็ต้องให้อิสระเขา ใครจะยึดถือฝ่ายไหนก็ยึดถือไป จริงๆแล้วพระพุทธเจ้าตัดสินก็ได้ ใครถูกใครผิดพวกคุณก็ตัดสินได้ ถ้าจะเป็นผู้คุมกฎก็กฎระเบียบถูก แต่ไม่ใช่ผู้คุมกฎก็บอกว่าเรื่องแค่นี้ขี้ผง จะไปถือสาอะไรกันนักกันหนาเป็นเรื่องเล็กน้อย หยวนไปบอกกัน ทีหลังก็ค่อยบอกกันก็ไม่เอา พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ตัดสิน งั้นก็ถือเป็นเหตุให้ตั้งหลักนานาสังวาส ก็ต่างคนต่างอยู่ นี่คือเป็นเกณฑ์ในการเกิดนานาสังวาส อาตมาไม่ลงลึกในหลักเกณฑ์วินัยต่างๆอีกหลายอย่าง จะมาประกาศนานาสังวาสในวันที่ 6 สิงหาคม 2518 ต่อหน้าหมูสงฆ์ 180 รูป มีเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลอยู่ด้วย แต่ไม่มีเจ้าคณะจังหวัด แต่เจ้าคณะตำบลก็เขียนเป็นหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัดไปถึงเถรสมาคมให้รับรู้ตั้งแต่ 2518 จนกระทั่งเรื่อยมาถึง 2525 พันตำรวจตรีอนันต์ เสนาขันธ์ ก็ไปรื้อฟื้นเอาอาตมาไปเป็นคดี ว่าประกาศตัวเป็นศาสดามหาภัยอะไรสารพัด จนกระทั่งเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้คณะสงฆ์ ที่จริงเงียบไปแล้วตั้งแต่ 2518 เงียบมาได้ให้อาตมาเป็นนานาสังวาส ไม่ได้แตะต้องอะไรกัน เราก็ทำของเรามาเรื่อยสะสมมวลปฏิบัติธรรม จึงมีเวลาทำงาน ไม่มีใครขัดแย้ง ไม่มีใครมาตี จนอนันต์มาจุด เสร็จแล้วทางเถรสมาคมก็มาจุดขึ้นอีกใน พ.ศ. 2532 จุดเลย เล่นงานอาตมาตูมเลยเป็นเรื่องใหญ่เลย เพราะทางเถรสมาคมรื้อฟื้น ว่าประกาศนานาสังวาสไม่ได้ ถ้าประกาศต้องลาออก ถ้าเป็นนิกายก็ต้องลาออก แล้วจึงจะมาบวชใหม่ เป็นคนละเรื่องไปเลย เป็นพุทธไม่ได้ ถ้าจะบวชใหม่ต้องมาขอบวชใหม่ ลาออกก่อนแล้วต้องมาบวชใหม่ อาตมาก็ไม่ลา ไม่สึก สั่งให้สึกก็ไม่สึก ขัดแย้งกับหมูใหญ่ เป็นเรื่องเป็นปีเลย จนกระทั่ง ที่จริงเขาก็ประกาศ สงฆ์สองฝ่าย มหานิกายกับธรรมยุติ มารวมกันทำสังฆกรรมซึ่งผิดหลัก คณปูรกะ สงฆ์ 2 นิกายมาทำสังฆกรรมร่วมกันไม่ได้ ทุกวันนี้ เขาก็ไม่ได้ลงสังฆกรรมร่วมกัน แต่พอจะมาตีอาตมาก็เอามารวมกัน เขาทำ ปกาศนียกรรม ไล่ออกนอกพุทธ ทั้งๆที่เราประกาศนานาสังวาสคือ เราไม่เอาท่าน ไม่ใช่ท่านไม่เอาเรา เราขออยู่เอกเทศ เราประกาศก่อนแล้วด้วย แล้วเขาก็มาตีกินทีหลัง แต่คนก็เชื่อคณะใหญ่เป็นส่วนมาก อาตมาก็ยืนยันอยู่ในทางที่ถูก ให้สึกก็ไม่สึก เป็นคำสั่งของสังฆราชให้สึก ไม่สึกภายใน 7 วันก็มีกฎหมายที่ก่อตั้งขึ้นมาเองใหม่ พ.ร.บ.สงฆ์ 2505 ประมาณมาตรา 18 ให้อำนาจสังฆราชสั่งให้สึกได้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ตั้งใหม่โดยที่พระพุทธเจ้าไม่เคยอนุญาตอย่างนี้ ไม่อนุญาตให้สังฆราชสั่งให้สึกได้ เพราะศาสนาพุทธไม่มีสังฆราช ศาสนาพุทธตั้งใครเป็นใหญ่เป็นหนึ่งในศาสนาพุทธไม่ได้ ท่านให้ถือธรรมะเป็นใหญ่ ไม่ให้ถือคนเป็นใหญ่ แค่นี้เขาก็ละเมิด ให้สังฆราชเป็นใหญ่สั่ง แล้วออกกฎหมายรองรับอีก ละเมิดยังไม่พอ ยังลงไปในกฎหมายอีก ว่าให้มีสิทธิอะไรต่างๆ ซึ่งผิดบัญญัติพระพุทธเจ้าทั้งนั้น เป็นเรื่องโมฆะหมด ขออภัยไม่ได้ฟื้นฝอยหาตะเข็บอะไร แต่ว่าเป็นเรื่องที่ถึงเวลาจะต้องเล่า ให้ผู้ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจรับทราบ จะดีก็ไปหาหนังสือ “ประนีประนอมกันด้วยนานาสังวาส” มาอ่าน สรุปแล้วเหตุการณ์ทางโน้นก็ติดตามเล่นงานอาตมา จนกระทั่งมีการฟ้องร้อง ซึ่งการเป็นนานาสังวาสนั้น ฟ้องร้องอธิกรณ์กันไม่ได้ ทางด้านสงฆ์ เวลาจะวินิจฉัยอาตมา ก็ทำผิดหลักสัมมุขาวินัย ไม่เอาจำเลยเข้าไปต่อหน้า จะได้ซักถามตอบคำถามด้วย แต่เขาตัดสินเองหมด เขาบอกว่าข้อมูลมีมากพอไม่ต้องเอามาก็ว่าไป เสร็จแล้วก็ตัดสินว่าผิด ให้ตำรวจมาจับ แล้วตำรวจก็มาจับ พวกเราก็เลยกลายเป็นจำเลยเข้าคุกอยู่วันสองวัน เขาก็ให้ออกมาอยู่ข้างนอกมีคนมาประกัน ซึ่งก็สู้กันอยู่ตั้งหลายปี สู้คดีแล้วให้ฆราวาสเป็นผู้ตัดสินสมณะ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในโลก (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะเดินดินว่า...ตลกที่ ใช้เวลา 6 ปี 6 เดือน 6 วัน ตัดสินที่บัลลังก์ที่ 6 พ่อครูถูกตัดสินให้จำคุก 66 เดือน แต่ให้รอลงอาญา พ่อครูว่า...มุ่นกันอยู่ระหว่างเลข 6 กับเลข 7 แต่เลข 6 มีเยอะ หกคะเมนตีลังกาอยู่ตรงนั้น สุดท้ายแล้วคำตัดสินคือ ตัดสินว่าอาตมาไม่ได้สึก เพราะฉะนั้นอาตมาก็ยังเป็นสมณะอยู่ เพียงแต่ว่าไม่ให้อาตมาไปเรียกตัวเองว่า ภิกษุ ตามหลักกฎหมายเขามี ไปเรียกตัวเองว่าพระว่าภิกษุ นักบวช นักพรต เขามีในกฎหมายหมดห้ามเรียก แต่คำว่าสมณพราหมณ์ คำเต็มๆของพระพุทธเจ้าเขาไม่มีในกฎหมาย ซึ่งคำว่าพระเอามาตั้งเอง คำว่า ภิกษุ เป็นของทั่วไป ศาสนาอื่นก็เป็นภิกษุ เป็นผู้ขอ ผู้บิณฑบาตกินเรียกว่าภิกษุทั้งนั้น ก็เรียกพระนี้เป็นของไทย นักบวชนักพรต ก็เป็นคำกลางๆ ทั่วไป แต่คำนี้ไม่มีเขาก็ยกมาให้เรา เราก็เลยได้คำนี้ สมณะ พอได้คำนี้มา มหาระแบบตัวตั้งตัวตีที่เป็นพี่ชายของจตุพร พรหมพันธุ์ เขาก็ขึ้นเลย บอกว่าเอาคำว่าสมณะไปให้ได้อย่างไร ซึ่งเป็นคำที่แปลว่าเป็นพระอรหันต์นะ ซึ่งเราไม่ได้เลือกนะ คุณตกลงกันมาให้เราเอง อาตมาก็บอกว่าจะให้เรียกอาตมาว่าอย่างไร นักพรตก็ไม่ให้เรียก นักบวชก็ไม่ให้เรียก ภิกษุก็ไม่ให้เรียก พระก็ไม่ให้เรียก เขาก็บอกว่า สมณะพราหมณ์ ก็แล้วกัน คำนี้ไม่มีในกฎหมายห้ามไว้ เราก็เอา จึงได้มา ทุกอย่างมันเป็นสัจธรรม เป็นไปโดยธรรมของมันเองหมดเลย มันจะต้องลงตัวเช่นนั้น ที่อาตมาสรุปให้ฟัง แม้ที่สุดอาตมาพาทำ เกิดหมู่กลุ่มชุมชน มีพฤติกรรมของวรรณะ 9 สาราณียธรรม 6 ยืนยันได้ว่าเป็นคนอยู่อย่างกันเป็นสังคม ไม่ใช่สังคมเดียวชุมชนเดียวด้วย ทุกวันนี้ทั่วประเทศไทย มีสังคมอโศกหลักๆอยู่ 8-9 ชุมชน ราชธานีอโศก ปฐมอโศก สันติอโศก สีมาอโศก ศีรษะอโศก เป็นต้น นอกนั้นก็ชุมชนเล็กชุมชนน้อยก็เกือบจะ 50 ชุมชน ตั้งชุมชนมีอยู่ 2 คน 5 คนก็มี แต่เขาก็มีสถานที่ มีเสนาสนะ มีพฤติการณ์ กันอยู่ มีบุคคล มีการปฏิบัติ รวมแล้วก็มีกระจัดกระจายอยู่ ไม่ได้อยู่รวมกันที่เดียวเป็นกลุ่มก้อน กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมแล้วก็เป็นเรื่องของสัจจะสากล ว่าเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรม มีจารีตประเพณี มีหลักศีล หลักการที่เรียกว่าธรรมนูญก็ได้ โดยเรายืนยันว่าเรามีศีล จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีลเป็นธรรมนูญของเรา ไม่ได้ไปถือแค่วินัย 227 เท่านั้น แต่วินัย 227 เราก็ถือเราก็ใช้ในการที่จะไม่ต้องผิดวินัย ไม่ต้องผิดศีล ทั้งคู่แหละ อะไรต่างๆพวกนี้ ยืนหยัดยืนยัน ที่สำคัญจนถึงขั้นเศรษฐศาสตร์สาธารณโภคี ยืนยันสาธารณโภคีเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ เมื่อไหร่นักเศรษฐศาสตร์โลก เข้าใจ ถึงเศรษฐกิจแบบนี้ เขาชัดเจนว่า โอ้โห! เศรษฐศาสตร์แบบนี้มีได้ด้วยเหรอในมนุษยชาติ เศรษฐกิจสาธารณโภคีเกิดได้ด้วยหรือ เป็นเรื่องเล่นๆหรือเปล่า ซึ่งมันจะเล่นได้อย่างไร ถ้าจิตมันไม่เป็นพื้นฐานจริงมันเล่นไม่ได้ มันทำได้ก็ได้เล่นๆอย่างที่ว่า เล่นไม่กี่วัน เป็นปีก็จะถึงเหรอ มันไม่เหลือหรอก ไปหมดแล้ว ถ้าจิตมันไม่จริง จิตมันไม่มีวรรณะ 9 สาราณียธรรม 6 ไม่มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม แล้วมีลาภโดยธรรมถึงขั้นพ้นมิจฉาชีพข้อที่ 5 ลาเภน ลาภัง นิชิคิงสนตา ไม่ใช่ลาภแลกลาภด้วยต่างคนต่างทำเอาเข้ากองกลาง พ้นมิจฉาชีพข้อที่ 5 สูงสุดเลย แล้วไม่ได้ทำคนเดียวแต่ชุมชนทั้งชุมชนทำ อาจจะมี Error บ้าง บางคนงุบงิบอยู่บ้าง ก็เป็นวิบากของเขา จะให้ 100% มันเป็นไปไม่ได้ เราก็อยู่กันอย่างสงบสุข มีปาฏิหาริย์หลายอย่างเลยว่าเป็นไปได้อย่างไร ปาฏิหาริย์ลักษณะพวกนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก เช่น ปาฏิหาริย์ของสังคมที่เป็นโลกุตระ ไปปฏิวัติรัฐบาล เสร็จแล้วคนที่ชุบมือเปิบได้ก็คือสุเทพ เทือกสุบรรณ เริ่มต้นเขาไปรวมกันที่สามเสน เสร็จแล้วคนก็มารวมด้วย เพราะเขาเป็นนักการเมืองเก่า มีหมู่พวกเห็นด้วยก็เลยไป รวมกันเป็นล้านคน กลบพวกอโศกพวกกองทัพธรรมเลย กปปส. ก็เลยเป็นชื่อเป็นมวลที่เป็นตัวเด่น กลบกองทัพธรรม เลย ไม่ได้พูดเพื่อยกตัวเองขึ้นไปนะ แต่อธิบายสัจธรรมให้ฟัง ก็ไม่เป็นไร ผลที่ได้ก็คือปฏิวัติสำเร็จ รัฐประหารรัฐบาลสำเร็จหมด จนถึงนอมินีตัวสุดท้ายเป็นตัวเมียเป็นผู้หญิง เป็นนายกรัฐมนตรีผู้หญิงคนแรกคนเดียวในประเทศไทย ก็เลยปฏิวัติเสร็จ ประหารเสร็จ พอประหารเสร็จแล้ว พวกเราก็ไม่เอาใครเข้าไปเป็นผู้รับผล ประหารรัฐบาลเสร็จหมดแล้ว เราก็ไม่ได้ขึ้นไปฉวยเอาตำแหน่งหน้าที่นายกหรือผู้ควบคุมเราก็ไม่เอาเราถอนตัวมาหมด ทีนี้ผู้ควบคุมดูแลประเทศ คสช. ควบคุมความสงบของชาติ พลเอกประยุทธ์อยู่ตอนนั้นจริงๆก็เลยต้องมาทำหน้าที่ ก็ตั้งนานกว่าจะออกมา อาตมาจำได้ว่าได้บ่น ว่าทำไมออกมาช้าจัง พวกเราประกาศแล้วเขาก็ไม่ยอม 1. เราไปถวายฎีกา เจ้าพนักงานก็ไม่รู้เรื่องด้วย เราบอกว่าประชาชนปฏิวัติ เขาก็ว่าจะบ้าหรือ เป็นการระคายเบื้องพระยุคลบาทหรือเปล่า ก็ถือกลับมาใหม่เอามาคืน เราก็ต้องหอบกลับมาปฏิวัติต่ออีก เวรจริงๆ จนกระทั่งสุดท้าย ปฏิวัตินายกฯหญิงสุดท้ายเสร็จหมด พลเอกประยุทธ์ทำหน้าที่รักษาความสงบอยู่ ก็ทำตามหน้าที่มาก็มาต่อ ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอยึดอำนาจ ไม่ได้ใช้อาวุธเลย ไม่เหมือนพลเอกสนธิด้วยซ้ำไป พลเอกสนธิยังหอบรถถังออกมา พลเอกประยุทธ์ไม่ได้หอบอะไรออกมาเลย ไปบอกว่าผมขอยึดอำนาจ ตอนนั้นนิวัฒน์ธำรงบุญทรงไพศาล ก็เงอะงะ เพราะตอนนั้นไม่มีหน้าที่อะไรแล้ว เป็นแต่เพียงพูดตามหลักการ พวกเราก็ไม่ได้ขัดแย้งนายกประยุทธ์ ยิ่งทำยิ่งเข้าตา อาตมาก็ว่า คนนี้อยู่ไปเลยกี่ปีก็สนับสนุน จนเดี๋ยวนี้ก็ยังสนับสนุนเป็นต้น 640604_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ กว่าจะมีปาฏิหาริย์ของสังคมโลกุตระ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน