เหยียบเบรก! พระไปร่วมพิธีแต่งงานถือเป็นอาบัติสังฆาทิเสส อย่าหาทำ!.docx
เนื้อหาในไฟล์
เหยียบเบรก! พระไปร่วมพิธีแต่งงานถือเป็นอาบัติสังฆาทิเสส อย่าหาทำ! พ่อครูว่า... ทีนี้ก็ความเสื่อมของศาสนาพุทธนี้มันเสื่อมมาจนกระทั่งอาตมามาเกิดในยุคนี้ จึงพยายามเหน็ดเหนื่อยเมื่อย แหม.. ตายไม่ลง ก็อย่างที่ได้บ่นได้พูดซ้ำซาก พยายามไปต่อ ก็เพื่อที่จะให้ได้เข้าใจกัน มันเสื่อมไปถึงขนาด นี่ ข่าวออกมาว่า สุดทึ่ง บ่าวสาวจัดงานวิวาห์ในวัดโบสถ์บ้านกลาง สุดทึ่ง !! บ่าวสาว จัดงานวิวาห์ในวัดโบสถ์บ้านกลาง (หลวงปู่เทียน) จ.ปทุมธานี ต้นแบบจารีตไทยหนึ่งในกรุงสยาม (เว็บไซท์ไทยโพสต์ 29 พฤศจิกายน 2565 เวลา 17:02 น.) เป็นอีกหนึ่งคู่ที่ลั่นวิวาห์รักชื่นมื่น คู่รักสายบุญต้นแบบคู่บ่าวสาว จับมือกันแต่งงานในวัดโบสถ์บ้านกลาง (หลวงปู่เทียน) จ.ปทุมธานีได้ทั้งบุญได้ทั้งคู่ครอง ตัวอย่างที่ดี ที่ทำให้คู่บ่าวสาวรุ่นหลังได้ปฏิบัติตาม เมื่อวันเสาร์ ที่ 26 พฤจิกายน 2556 ที่ผ่านมา พันเอก ดร.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จับมือถือแขน คุณจิรัฏฐ์ณิชชา หุวะนันทน์ หรือ คุณโอบอุ้ม ผู้บริหารจาก บริษัท เหมณรัศมิ์ เฮอบาลแบนด์ จำกัด เข้าวิวาห์สุดแปลก จัดงานมงคลสมรส ที่วัดโบสถ์บ้านกลาง จ.ปทุมธานี โดยมี สมเด็จพระมหาธีรจารย์ และ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยท่านเจ้าประคุณต่อศักดิ์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ บ้านกลางร่วมพิธีด้วย ถือเอาฤกษ์มงคลสมรส ร่วมบุญใหญ่ ยกฉัตรถวายพระพุทธรูปหลวงพ่อรวย และ พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เเละมีเเขกผู้มีเกียรติร่วมเเสดงความยินดีอย่างอุ่นหนาฝาคลั่ง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักความอบอุ่นอย่างที่ทุกท่านได้เห็น อิ่มบุญอิ่มใจกลับบ้าน ถือเป็นงานมงคลสมรสที่แปลกตา แต่ควรคุณค่ากับสังคมไทย เพราะถือเป็นตัวอย่างให้ใค
อ่านต่อ
รหลายๆคู่ ที่คิดจะเข้าประตูวิวาห์ ได้หันมาทำบุญร่วมชาติสร้างบุญร่วมกัน ชวนกันมาสมรสกันในโบสถ์ เพราะไม่เคยเห็นพุทธศาสนิกชนคนใดจับมือกันลั่นระฆังวิวาห์ ในโบสถ์แบบวัดไทย มีเพียงศาสนาคริสต์ที่สมรสกันในโบสถ์ นี่ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีงาม ควรสืบทอดต่อไป พ่อครูว่า... มิจฉาทิฏฐิ ไม่ได้บุญหรอก มีแต่อิ่มบาป นี่คงจะเริ่มๆกัน ไม่ได้ทำเป็นจารีตประเพณีเลย ไม่ควรเป็นคุณค่าแก่สังคมพุทธไทยเลย ไทยที่ไม่ใช่พุทธก็แล้วไป เพราะคนไทยที่ไม่ใช่พุทธ เขาก็ทำในโบสถ์ในวัด แต่ของพุทธไม่ใช่ ขอยืนยัน เพราะถือเป็นตัวอย่างว่า อย่าเอาเป็นตัวอย่าง อาตมาต้องรีบเหยียบเบรกสุดเลยนี่ ดิสเบรคมีเต็มที่ ต้องเหยียบเบรกกัน อย่าเชียวนะ ตรงนี้ถือว่า ยังไม่ซวย ศาสนาพุทธที่ยังไม่มีประเพณีจารีต ให้เป็นบาปสังฆาทิเสสแก่สงฆ์เอง เป็นบาปสังฆาทิเสส บอกแล้ว ผู้ที่ชักจูงให้หญิงชายเป็นผัวเมียกัน อาบัติสังฆาทิเสสข้อที่ 5 _สู่แดนธรรม... ภิกษุทำตัวเป็นสื่อรักบอกความต้องการของอีกฝ่าย ให้กับหญิงหรือชาย แม้สามีกับภรรยาหรือชักนำแม้แต่หญิงขายบริการให้กับคนทั่วไป ก็อาบัติครับ พ่อครูว่า... แค่นั้นด้วย ยังไม่ถึงกับผูกแขนให้เลย อาตมาต้องรีบเบรกยังไม่ถึงเกิดเละเทะขนาดนั้นก็ยังดีแล้ว สังฆาทิเสสข้อนี้ก็ยังสวยงามอยู่พอได้ในสังคมสงฆ์ นอกนั้นก็ผิดสังฆาทิเสสเกือบหมดทุกข้อแล้วเละเทะกัน _สู่แดนธรรม... มีคนสงสัยว่า พระแค่ไปร่วมงานให้สถานที่ จะมีเจตนาชักนำเขาได้หรือ พ่อครูว่า... ก็เป็นอวิชชา มิจฉาทิฏฐิเข้าร่วมไปด้วยกัน มีเจตนามีความโง่หรือความฉลาดมากน้อยเท่าไหร่ ก็นึกว่าตัวเองฉลาดที่จริงนั้นโง่ ผิด อันนี้สั่งสม มีน้ำหนัก เจตนามีน้ำหนักสูงก็บาปหนักเท่านั้นเท่านั้น มันผิด พระพุทธเจ้าท่านสอนแล้วสอนอีกว่า ผู้ตั้งตนเป็นคนโสดนั้นเป็นบัณฑิต ผู้ฝักใฝ่ในเมถุนย่อมเศร้าหมอง นี่ก็ชัด การแต่งงานการมีคู่นี่มันเป็นทุกข์ เสร็จแล้วแต่งงานกันไปก็จะเกิดทุกข์เศร้าหมองกัน แทนที่จะสดใสเบิกบานร่าเริงเป็นคนโสด ผู้ตั้งตนเป็นคนโสด ท่านเรียกว่าเป็นบัณฑิต ผู้ไปแต่งงานท่านเรียกว่า ผู้ที่เข้าไปหาความเศร้าหมอง มีอีกเยอะที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสในเรื่องอย่าไปแต่งงานเลย อย่าไปมีคู่เลย อยู่เป็นคนโสดเถิดและรักษาพรหมจรรย์อะไรพวกนี้เยอะแยะ _สู่แดนธรรม... แสดงว่า เนื้อหาของพุทธศาสนานั้นแม้แต่ในสมัยพระพุทธเจ้าพระองค์ก็ไม่รับงานแต่งงานเลยใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ไม่สิ ไม่มีเลย ตามแบบหลักเกณฑ์พระธรรมวินัยห้าม ทำก็เป็นอาบัติ จะไปทำได้ไง _ สู่แดนธรรม... ไม่ได้แต่ศาสนาพราหมณ์เท่านั้นใช่ไหม พ่อครูว่า... คือพราหมณ์กับพุทธ มันผิดเพี้ยนกันไป ต่อไปพุทธผิดก็จะกลายเป็นพราหมณ์ในอนาคต คือคำสองคำ. คำว่า พราหมณ์กับคำว่าพุทธ จะหมุนเวียนกัน เป็นพยัญชนะที่เรียกกันว่าเป็นศาสนาพุทธนี่แหละมีวิชาจรณะอันเดียวกัน อาตมาตั้งใจจะเอาอัมพัฏฐสูตรมาสาธยายอันนี้ให้ละเอียด ฟังดีดี ที่พระพุทธเจ้าท่านเจรจา อัมพัฏฐะมานพ ยืนยันจรณะ 15 วิชชา 8 หรือยืนยัน วิชาจรณะสัมปันโน แต่ก่อนเขาเรียก พราหมณ์เป็นนักบวช ก็ไว้ผมยาวมุ่นผม นุ่งขาวห่มขาวนี่แหละ _สู่แดนธรรม... แสดงว่า พิธีประเพณีต่างๆบางอย่างพระก็ไม่ควรไปยุ่งเลย พ่อครูว่า... ใช่ๆๆ อย่างพิธีแต่งงานนี้ มันเป็นสังฆาทิเสสด้วยนะ อย่าไปยุ่ง ชักนำก็ไม่ได้ แต่งงานนี่จะไปร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างเป็นพิธีไม่ได้เลย คิดว่าคงเข้าใจไม่ยากเท่าไหร่นอกจากคนที่คิดว่า เป็นคนที่หลงใหล เราอย่าไปพูดถึงศาสนาอื่นเขาเลย เขาก็ได้ความเป็นจารีตประเพณีความนิยมของเขามันคนละนิยม ของเราเป็นพุทธนิยม ไม่ใช่นิกายนิยมอื่นๆมันคนละอย่างกันเพราะฉะนั้นจะว่าไปแล้วประเดี๋ยวก็จะต้องไปข่มอันหนึ่งยกอีกอันหนึ่ง เราก็เข้าใจพุทธของเราให้ถูกต้องดีงามก็แล้วกัน ก็ขอสรุปว่า อย่าเชียวนะ อย่าไปต่อ ก็ขอปรามไทยโพสต์เข้าใจให้ดีๆ ให้สัมมาทิฏฐิดีๆ มันเป็นเรื่องใหญ่นะ เป็นเรื่องไม่ใช่เรื่องเล็ก ผู้มีพรหมจรรย์ ผู้รักษาพรหมจรรย์ ผู้ไม่ยินดีในเมถุนหรือคนคู่ ไม่แต่งงาน ตั้งตนเป็นคนโสดเป็นบัณฑิต อะไรพวกนี้ มันเป็นเรื่องลึกซึ้งสุดยอด มันจะเดินทางไปสู่นิพพาน เพราะฉะนั้น ถ้ามันผิดมันก็จะเป็นวิบาก เป็นกิเลสเสริมหนุน เป็นอะไรต่ออะไรไปอีก ยาวยืด เพราะฉะนั้น ผู้ใดรักษาได้ แม้จะต้องกดข่ม ปฏิบัติธรรมด้วยหน้านองน้ำตาอยู่ อย่างไรๆ ก็ตัดใจ ไม่ให้เป็นคู่ มันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ อาตมาเคยพูดถึงเรื่องคู่หรือกาม มีคนมาทำปริญญาเรื่องพุทธศาสนา เป็นฝรั่ง เป็นชาวอเมริกัน มาทำปริญญาด็อกเตอร์ในเรื่องนี้ อาตมาก็เคยพูดกับเขาว่า ศาสนาพุทธเราไม่ส่งเสริมในการที่จะไปวุ่นวายถึงเรื่องคู่ และจะต้องล้างกิเลสกาม เขาก็เถียงว่า กามมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ไปล้าง ไปทำอะไรมันเล่า มันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ อาตมาอธิบายไปจนกระทั่งถึงชาติ เขาก็เข้าใจไม่ได้ ก็ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นการดับชาติ ดับการเกิด จะบอกว่ากามมันเป็นธรรมชาติก็ใช่ มันเป็นธรรมะที่เป็นชาติ ที่เกิดแล้วเกิดอีก มันต้องเกิดชาติ มันต้องเกิด ชาติคือ การเกิดมันเป็นธรรมะที่เป็นการเกิด เพราะฉะนั้นอย่างที่ท่านพุทธทาสบอกว่า ธรรมะคือธรรมชาติ นี้ก็ผิด อธิบายผิด ธรรมะคือธรรมะที่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีชาติ ธรรมะของพระอรหันต์ ธรรมะของผู้ที่จบกิจไม่มีชาติแล้ว ไม่มีชาติ อาจจะทรงอยู่ แต่ไม่ได้เกิดอีกแล้ว หรือท่านจะเกิดอีก อาตมาก็อธิบายจนไม่รู้อธิบายอย่างไรแล้ว เพราะเป็นพระอรหันต์แล้วเป็นผู้ที่จบอรหันต์สมบูรณ์แบบ ปัญญาวิมุติขึ้นไป ผู้ที่เป็นบุคคลปัญญาวิมุติขึ้นไปก็เป็นผู้ที่จบกิจ เป็นผู้ที่เป็นอรหันต์ ดับอาสวะสิ้นได้แล้ว ผู้นี้จะ ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้เลย เลิกจิตนิยาม หายสูญไปเลย ที่อาตมาอธิบายไว้มากมายเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เป็นเรื่องโลกุตระ เป็นเรื่องอาริยะที่ลึกซึ้ง ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจได้ง่าย คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้หมด เอาคำบาลีของพระพุทธเจ้ามายืนยัน อ้างอิง ยืนยันให้เห็นว่า พระพุทธเจ้าตรัสไว้หมดว่า มันเป็นเรื่องลึกซึ้ง เห็นตามได้ยาก คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) ไม่ใช่สงบอย่างตื้นๆแบบ เดียรถีย์ แบบเทวนิยมสงบ หยุดนิ่งง่ายๆ แต่สงบอย่างที่กิเลสมันดับไปแล้ว มันมีความย้อนแย้งด้วย ยิ่งกิเลสสงบ กายกรรมยิ่ง กายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา ยิ่ง แคล่วคล่องว่องไว เป็น มุทุภูตธาตุ มันมีความซับซ้อน เป็นภาวะสิริมหามายา ยิ่งหยุด ยิ่งดิ้น ยิ่งหยุดแล้วยิ่งไปดี เราหยุดแล้ว แต่เธอสิยังไม่หยุดนั่นแหละคือ ผู้สุคะโต ผู้ไปดีแล้ว ยิ่งไป ท่านจะไปหยุดตรงไหน จะ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ท่านก็ไป ไปแต่ดีไม่มีชั่วเลย สุคะโต อย่างนี้เป็นต้น ค่อยๆฟังไป ค่อยๆทำความเข้าใจไป ก็ขอเบรกกันอย่างแรง อย่าต่อเลยนะ แล้วคณะไทยโพสต์ โดยเฉพาะคุณเปลว สีเงิน ก็ได้ข่าวว่าเป็นเทวนิยมอยู่อีกเยอะ ขออภัยที่พูดความจริง ยังติดในเทวนิยมอีกเยอะ ก็บวชเรียนมา มีความรู้ทางศาสนาไม่น้อย แต่ยังไม่สัมมาทิฏฐิเพียงพอ มันก็เลยยังเป็นอะไรต่ออะไรอยู่เยอะ แล้วก็ยัง ผ่าๆ อาตมาก็เลยบอกให้ ด้วยความหวังดี เจตนาดีว่า อย่าทำบาป อย่าทำผิดให้ศาสนาพระพุทธเจ้าแปดเปื้อน สังคมศาสนาอันนี้ที่ไม่ให้ไปแต่งงานในโบสถ์ดีอยู่แล้ว ขณะนี้ก็เห็นก็เข้าใจ อาตมาเข้าใจว่า ยังไม่นิยมกันเท่าไหร่ แต่ยังไปนะ พระยังไปร่วมพิธีร่วมช่วยไปสวดมนต์ให้พร พวกนี้ก็อาบัติแล้ว ที่จริงไปทำอย่างนี้มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ว่า เขาไม่เข้าใจ เขาก็อาบัติกันไป อาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ได้แต่พูดไปอย่างนี้ เพราะว่ามันนานาสังวาสแล้ว ก็ปฏิกโกสนากันไป อาตมาก็พูดคัดค้านอย่างแรงอย่างดัง ค้านให้รับรู้ว่า อาตมาเหยียบเบรกแรงในสิ่งที่ไม่ควร มันดีอยู่ก็อย่าไปทำให้มันเสียอีก ก็ว่าไปแค่นั้นก่อน นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่พูดวันนี้ ว่าจะพูดหลายวันแล้วล่ะแต่ยังไม่ได้หยิบขึ้นมา 660123 รายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม ครั้งที่ 10 ออกจากกาละได้โดยใช้ มูลสูตร 10 และวิญญาณฐิติ 7