อานิสงส์ในการฟังธรรม 5 ประการคือตัวชี้วัดความเจริญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
อานิสงส์ในการฟังธรรม 5 ประการคือตัวชี้วัดความเจริญ พ่อครูว่า... เจริญธรรมทุกๆคน วันนี้วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2566 ขึ้น 2 ค่ำเดือน 3 ปีเถาะ วันเวลาก็เคลื่อนไปคนเราก็อายุยาวไปเรื่อยๆ เขาเรียกเป็นภาษาไทยว่าแก่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่จริงมันไม่ถึงขั้นที่แก่ อายุยาวมากขึ้นเขาก็เรียกว่าหนุ่มขึ้นสาวขึ้นเหมือนกัน มันก็ต่างกัน คนหนึ่งกำลังเจริญวัยเรียกว่าวัยเจริญพันธุ์ ส่วนคนหนึ่งจบเกมของวัยเจริญพันธุ์แล้วมีแต่จะเสื่อมพันธุ์ ที่จริงไม่ถึงกับเสื่อมพันธุ์แต่เสื่อมสังขาร เสื่อมสังขารก็โรยลงไปเรื่อยๆ อย่างอาตมานี้พยายามที่จะเพิ่ม อิทธิบาท พยายามที่จะให้ขันธ์มันไม่เสื่อมง่ายไม่ทรุดง่าย มันเสื่อมทรุด อาตมาก็ได้พิสูจน์อย่างที่พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายทีว่า ได้พิสูจน์อิทธิบาท ได้พิสูจน์โพชฌงค์ของพระพุทธเจ้าว่าจะทำให้อายุยาวยืนเพิ่มขึ้น จากที่มันควรจะเป็น คือมันจะตาย อย่างอาตมาจะตายอายุ 72 อย่างนี้ ก็พยายามอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านตรัส เคยพูดหลายทีแล้ว ว่าอานนท์ เราจะมีอายุถึงกัปหรือเกินกว่ากัป จะอายุถึงกัปหรือเกินกว่ากัปก็ทำได้ แต่ท่านก็ไม่เอาแล้ว ท่านทำต่ำกว่ากัปด้วย ยุคพระพุทธเจ้าก็น่าจะอายุ 120 กันเป็นประมาณ พระอัครสาวกก็อายุ 120 กันทั้งนั้น แต่พระพุทธเจ้าเอาแค่ 80 ท่านก็ไปแล้ว ท่านก็ไม่เอาแล้ว มันเมื่อยแล้ว ท่านก็ทรงงานมาไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ หนัก ก็พอกันทีก็เลยไป ก็เลิกไป สิ่งเหล่านี้เป็นสัจจะที่อาตมายืนยันได้ ฟังแล้วขอยืนยันว่ามันเป็นความจริง ที่อาตมาศึกษามาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 เข้าใจสิ่งเหล่านี้ชัด เอามาขยายความกัน ซับซ้อนผู้ที่ฟังธรรมะอาตมา มีภูมิปัญญาพอที่เข้าใจตาม จะได้รู้ลึกซึ้งขึ้น มีอานิสงส์ในการฟังธรรม 5 ประการมากยิ่งขึ้นๆๆ ตลอดเวลา นี่เป็นการยืนยัน การจะพิสูจน์ว่าเรานี้สัมมาทิฏฐิ
อ่านต่อ
ในศาสนาพุทธหรือไม่ เอาตรงนี้ เอาการได้อานิสงส์ 5 ประการในการฟังธรรม ฟังธรรม ถ้าฟังธรรมอาตมา ฟังแล้วมีอานิสงส์ 5 เช่น ข้อที่ 1 ได้ฟังสิ่งที่ อันนี้แปลกหู แปลกไปจากที่เราเคยรู้ เราเคยได้ยิน เราเคยเข้าใจ มันผิดเพี้ยนไปด้วยซ้ำจากที่เราเคยรู้ เคยได้ยิน เคยเข้าใจไว้ เอ๊ะ… ใหม่ๆแปลกๆ แตกต่างไป นี่ข้อที่ 1 ทีนี้คนที่ยึดติดตัวเองว่าสิ่งที่เรารู้แล้ว จริงนอกจากนี้ไม่มีอะไรจริง ถ้าแตกต่างนี้ตัดทิ้งไปเลย คนนี้จบ คนนี้เกมเลย คนนั้นไม่มีปรโตโฆษะ มิจฉาทิฏฐิถ่ายเดียว ไม่มีสัมมาทิฏฐิได้เป็นอันขาด นี่ก็เป็นหลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้า ตรัสไว้ให้ยืนยันพิสูจน์ เป็นคนปฏิเสธความเข้าใจความเห็นความรู้ของคนอื่น ไม่มีปรโตโฆษะ ไม่มีความเข้าใจไม่นึกว่าของคนอื่นเขาจะถูกบ้าง ตัดประเด็นไปเลย คนนี้รีบร้อนเกินไปก็มิจฉาทิฏฐิถาวร เพราะฉะนั้นในข้อที่ 1 เออ อันนี้แปลกใหม่ ข้อที่ 2 ยิ่งฟังใหม่ๆนี้เข้าใจได้ เออ… ที่ว่าไม่ใช่ มันเข้าใจขึ้นนะ พอฟังไปอีก ฟังไปอีก เข้าใจขึ้น เพราะฉะนั้นในปัญญาของพระพุทธเจ้าจึงมีปัญญาข้อที่ 1 ปัญญาข้อที่ 2 ต้องเข้าไปฟังแล้วฟังอีก ถามแล้วถามอีกในข้อที่ 2 ให้บริบูรณ์ ให้บริบูรณ์ ต้องคบสัตตบุรุษให้บริบูรณ์ ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์ จึงจะเกิดศรัทธาที่บริบูรณ์ จึงจะเกิดโยนิโสมนสิการที่บริบูรณ์ อย่างนี้เป็นต้น อาตมาก็เอา อวิชชาสูตร ที่มีอาหาร 9 ข้อ 10 ข้อ เอามาสาธยายอธิบาย เพราะฉะนั้นผู้ที่ปฏิเสธ อานิสงส์ฟังธรรม 5 ประการ ไม่เกิด ไม่เกิดครบเลยนี่ คนนี้ก็ไปไม่ออก ข้อที่ 2 เข้าใจมากขึ้น ข้อที่ 1 ได้ฟังสิ่งใหม่ แปลก แตกต่างจากที่เราเคยได้ยินได้ฟังได้ยึดถือเคยเชื่อ อันนี้ เอ๊… อันที่ 2 นี้เข้าใจเพิ่มขึ้น เอ๊ะ…. มันก็น่าฟังนะมันเข้าใจขึ้นมาเรื่อยๆ ข้อที่ 3 ทำความสงสัยข้องใจ ความสงสัยที่มีเก่าๆมันคลายออก อ๋อ ชัดขึ้น โอ้..จริงขั้น โอ้..มันจะคลายหมดความสงสัยขึ้นไปเรื่อยๆก็เป็นความเห็นใหม่ เป็นความเห็นที่ถูกต้อง เป็นความเข้าใจความเห็นหรือภูมิปัญญาที่ค่อยๆยกระดับทิฏฐิ เจริญขึ้น งอกงามไพบูลย์ขึ้นเรื่อยๆ ตรงขึ้น ตรงขึ้น จิตใจก็ผ่องใสเลื่อมใส ในสัจธรรมนี้เลยตอนนี้ โอ้.. เลื่อมใสเชื่อถือ จิตใจเบิกบาน ผ่องใส อิ่มใจเลย ดีใจเปรมใจ ที่ได้รู้สิ่งใหม่ ส่ิงลึกซึ้งซาบซึ้ง มันจะมีอานิสงส์ 5 ประการนี้จริงๆเลย เพราะมันลึกซึ้งจริงๆ 660123 รายการปรับทุกข์ ปลุกธรรม ครั้งที่ 10 ออกจากกาละได้โดยใช้ มูลสูตร 10 และวิญญาณฐิติ 7