สื่อธรรมะพ่อครู(สัจจะ) ตอน สัจจะ 2.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สัจจะ) ตอน สัจจะ 2 _คำถาม จาก อ.ไพศาล พืชมงคล เช้าวันนี้ ๓ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๖.๐๖ น. กราบอาราธนาพ่อท่านช่วยแสดงธรรมอธิบายอริยะสัจสี่ที่มีรอบสามอาการ 12 ที่ทรงเทศในธรรมจักรหน่อยครับ ? เพราะทรงยืนยันว่า...ตราบใดเราไม่แจ้งในอริยะสัจสี่ด้วยปัญญาอันยิ่งโดยรอบสามอาการสิบสองจะไม่ทรงปฏิญานพระองค์ว่าตรัสรู้ ยุคนี้เห็นจะมีพ่อท่านรูปเดียวที่อธิบายได้ เพราะไม่มีใครสอน ไม่มีใครอธิบาย ว่ากันแค่อาการเดียวรอบเดียว จะเป็นประโยชน์มาก ตรงนี้ทรงยืนยันว่าเป็นเรื่องของการตรัสรู้
พ่อครูว่า….อาริยสัจะ 4 ทุกข์ สมุทัย นิ โรธ มรรค กับญาณ 3 คือสัจญาณ กิจญาณ กตญาณ อาริยสัจ 4 อาการอย่างนี้ทุกข์ รู้ของตน จะไปอ่านของคนอื่นยาก จะรู้ก็เพื่อช่วยคนอื่นได้ และถ้าไม่รู้ของตนจะซวยหากของตนไม่ชัดเจนก่อน แล้วไปบอกไปชี้ของคนอื่นจะไม่มัวหมอง ของตนเองให้ชัดเจนก่อนจึงจะอธิบายได้ ขนาดรู้ของตนเองแล้ว จะอธิบายของตนเองหมดก็ยังไม่ได้เลย เราเรียนของตนไม่ค่อยคล่องให้คนอื่นก็ไม่หมด อาการ เอาอาการ 3 อาการของนิโรธคือการที่ไม่มีอาการ วิธีสู่ความไม่มีอาการ ต้องศึกษาของตนแล้วจะรู้ตน ปัจจัตตังก็บอกให้คนอื่นรู้ได้เท่าที่ตนเองมีภาษาและเก่ง อาตมาเรียนทางสายปัญญาสื่อได้ขนาดนี้ ยังรู้สึกว่าตนเองยังไม่เก่งพอ รู้สึกว่ามันยังไม่เต็มที่เรารู้ ยังไม่หมดที่เรารู้ หนึ่ง สัจจะนี้ต้องรู้ อย่างสัจจะสองอันแรกคือ ปรมัตถสัจจะ สมมุติสัจจะ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สัจจะไม่มีเลยในโลก สัจจะมีหนึ่งเดียวในโลก ถ้าจะมีสัจจะนี้ต้องมีสองที่จะรู้กันเป็นหนึ่งเดียวตรงกันเป๊ะเลย สองก็จึงเป็นหนึ่ง เมื่อสองรวมเป็นหนึ่ง หากอยู่คนเดียวไม่มีสองคนก็อยู่กับ 0 ถ้า 1 กับ 1 มันเป็น 2 แน่ แต่ถ้า 1 กับ 0 เอา 1+0=1 แต่ถ้า 1x0 =0 ก็จะมีแต่บวก
อ่านต่อ
ถ้ามันไม่ต่อก็ชรตา ก็เสื่อมไปๆ เสื่อมอย่างลักษณะ 5 ของอนาคามี ๑. อันตราปรินิพพายี (ผู้เพียรทำปรินิพพานในระหว่างภพ) ๒. อุปหัจจปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานด้วยสามารถ) ๓. สสังขารปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานโดยต้องใช้ความเพียรมาก ประกอบปุญญาภิสังขารในภพตนให้มากๆ) ๔. อสังขารปรินิพพายี (ผู้ปรินิพพานโดยไม่ต้องใช้การปรุงแต่งอภิสังขารให้มากนัก) ๕. อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี (สภาวธรรมไม่เป็นสองรองใคร หรือไม่เป็นน้องใครอีก แล้วปรินิพพานไว) ถ้าชรตาแล้วไม่มีอะไรไปเติมอีก ไม่สันตติต่ออีกเลย ก็อนิจจังของคุณก็ไปหา 0 สุดท้ายเป็นลักษณะ 4 ของสิ่งที่จะรู้ได้ด้วยนาม ญาณปัญญาคุณไปรู้ ด้วยตนเองเป็นปัจจัตตัง หรืออยู่ร่วมกับคนอื่นในโลกได้ ถ้าไม่สามารถมีคนรู้ ร่วมได้ด้วยก็เป็นปัจเจก แม้สมมุตว่า ปัจเจกสัมมาสัมพุทธะองค์นี้รู้ยิ่งกว่าสัมมาสัมพุทธะองค์อื่นแต่ไม่ประกาศศาสนา ก็ตายสูญคนเดียวก็ไม่มีอะไร คนอื่นก็ไม่รู้ด้วยกับท่าน แต่ถ้า ปัจเจกสัมมาสัมพุทธะ มี 5 องค์ก็รู้กันแต่ละองค์ แต่ถ้าไม่บอกใครก็ของทิ้งทั้งนั้น ถ้าท่านมีองค์เดียว ท่านรู้ยอดแล้วไม่บอกใครก็ปรินิพพานก็ไม่มีอะไรเกิดในเอกภพนี้ก็ไม่มี ถ้าเข้าใจแล้วไม่สับสนชวนงง ใครจะใหญ่กว่าใคร ถ้าใหญ่กว่าสัมมาสัมพุทธะทุกองค์ก็มาพิสูจน์กับคนอื่นสิ คุณแสดงออกมาได้ไหม อย่างธัมมชโยแสดงออกมานี้มหานรกทั้งนั้น คนที่รู้ก็ไม่เอาด้วย คนโง่ก็ไปเอาด้วย 600903_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก สัจจะ 3 สู่การหลุดพ้นจริงในปัจจุบัน