การเมืองไทยเป็นอเทวนิยมที่ไม่เหมือนประเทศใดในโลก.docx
เนื้อหาในไฟล์
การเมืองไทยเป็นอเทวนิยมที่ไม่เหมือนประเทศใดในโลก _พิมพ์เพชรรุ้ง…วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม 2566 น้อมกราบนมัสการพ่อครูฯ ที่เคารพรักสุดเศียรสุดเกล้า ลูกได้รวบรวมความกล้ามาขออะไรบางอย่างกับพ่อครูนะคะ ลูกอยาก ขอให้พ่อครูกรุณารักษากายขันธ์ให้มีชีวิตอยู่ ไม่รีบจากลูกๆไปค่ะ เหตุผลที่ลูกจะขออ้าง 1 ข้อ ก็เพราะว่า การเมืองไทยขณะนี้ มีเหตุการณ์ที่ ปรากฏเห็นได้ชัดเจน สอดคล้องตรงกับที่พ่อครูได้แสดงธรรมไว้ เรื่องประชาธิปไตยของ ไทยที่นำหน้าประเทศอื่นในโลก แต่ตอนนี้คนที่เข้าใจตามได้ ก็มีเพียงชาวอโศก และคนอีกจำนวนหนึ่งที่พอจะรู้บ้างแต่ยังไม่ชัดเจนนัก ถ้าพ่อครูมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกอย่างน้อย 10 ปี ลูกเชื่อว่า ไม่เพียงคนไทยเท่านั้นที่จะเข้าใจประชาธิปไตยแบบโลกุตระดีขึ้น แต่ชาวต่างชาติก็จะเข้ามาสนใจศึกษาสิ่งที่พ่อครูได้นำมาเปิดเผยมากขึ้น และประโยชน์สุขก็จะเกิดขึ้นแก่ชาวโลกอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ลูกจึงขอน้อมกราบอาราธนาพ่อครูได้โปรดรักษาขันธ์ให้อยู่ต่อเพื่อยังประ โยชน์สุขแก่โลกจากการเผยแผ่ประชาธิปไตยแบบโลกุตระ ซึ่งไม่มีใครอีกแล้วที่จะเปิดเผยได้ดีเท่ากับพ่อครู ลูกเองจะตั้งใจประพฤติปฏิบัติตนให้เจริญขึ้นในธรรม มอบตัวมอบตนอยู่กับพี่น้องหมู่กลุ่มชาวอโศกที่จะเป็นผู้ยืนยันความจริงแท้ของโลกุตระธรรมที่พ่อครูได้นำมาสอนและเปิดเผยต่อชาวโลกค่ะ กราบนมัสการด้วยสุดเศียรเกล้า พ่อครูว่า... ประเด็นที่อาตมาว่าจะตอบก็คือ เรื่องการเมือง เรื่องต่างชาติ คำว่า การเมือง นี้นะ โดยเฉพาะคำว่าที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกตอนนี้คือคำว่า ประชาธิปไตย ซึ่งมันมีหลายอย่าง การเมืองประชาธิปไตยการเมืองคอมมิวนิสต์ การเมืองสังคมนิยม การเมืองเผด็จการอะไรพวกนี้ เพราะฉะนั้นคำว่า การเมือง และเรียกเจาะจงลงไปว่าประชาธิปไตย มันเป็นการสร้าง
อ่านต่อ
Concept ไทยเป็นอเทวนิยม เป็นพุทธ มีโลกุตระ แม้จะเข้าใจโลกุตรธรรมไม่มากเพราะชาวพุทธเสื่อมไปจากโลกุตรธรรมไปเยอะแล้ว แต่มันเป็น Concept ที่เข้าใจประชาธิปไตยแบบนี้แหละ แบบที่มีราก มีมูล มี root ของธาตุจิต ซึ่งมันเกี่ยวกับ DNA เกี่ยวกับความรู้ความเห็น เกี่ยวกับทิฏฐิด้วย ซึ่งมันไม่เหมือนใครหรอก พวกที่ไปเรียนประเทศนอก ไปติดแสดประเทศนอก(ติดแสดเป็นภาษาอีสาน) ไปรับเอาอิทธิพลของประเทศนอกเข้ามา อย่างที่เป็นทุกวันนี้ ไปลากเอาความเป็นประชาธิปไตยตาม Concept ของตะวันตก ชัดๆก็คือเป็น Concept ของโลกียะ เป็น Concept ของพระเจ้า ไม่มีเชื้อของโลกุตรธรรมเลย แล้วจะพยายามเอามายัดเยียดใส่ประเทศไทยนานแล้ว ตั้งแต่โน่นแหละ ที่เขาจะเอาให้ได้อย่างเก่งก็คือ จะเอาพระเจ้าแผ่นดินลงไป อย่างน้อย 90 กว่าปีมาแล้ว ตั้งแต่ 2475 ทำไปก็ได้ขนาดนี้ เขาทำมาเรื่อยๆ แต่ละคนแต่ละคนตายไป ถูกประหารชีวิตไป ออกนอกประเทศกันไปเยอะแยะ จนป่านนี้ยังไม่สำเร็จ และจะไม่สำเร็จ นี่คือเรื่องการเมืองของประเทศไทย จะสำเร็จได้ก็เพราะ คุณเปลี่ยนตัวคุณที่จะมาทำการเปลี่ยนแปลงซะ แล้วการเปลี่ยนแปลงตัวคุณไปได้ นั่นสำเร็จ อย่ามาเปลี่ยนแกนของประเทศไทย ให้กลายเป็นประชาธิปไตยแบบที่คุณคิด ให้ไม่เป็นประชาธิปไตยที่เมืองไทยได้อนุโลมแล้วว่าเป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นี่ก็ลงตัวดีแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสขยายความอันนี้ไว้ว่า คือราชประชาสมาสัย หมายความว่า ทั้งราชะ ทั้งประชาชน อาศัยซึ่งกันและกัน ขยายความกันบ้างแล้วว่า (พ่อครูไอตัดออกด้วย) _สู่แดนธรรม... คาแรคเตอร์ การเมือง การเป็นประชาธิปไตยแบบที่มี โลกุตระนั้น โดยมีพระราชาเป็นศูนย์กลางจิตวิญญาณมีประชาชนสมานจับมือกัน โดยมีคำศัพท์ที่เรียกว่า ราชประชาสมาสัย ไม่เหมือนกับต่างประเทศที่แม้ประเทศที่เขามีกษัตริย์เป็นประมุข ก็เหมือนกับว่าเขาแยกกัน ไม่ลงมาสัมพันธ์กัน ไม่มีจิตวิญญาณสอดคล้องกัน ไม่มีความเป็นน้ำหนึ่ง ใจ เดียวกัน พ่อครูว่า... คุณฟังธรรมมีอานิสงส์ 5 ประการ จริง เพราะอาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้า ทำอย่างไรก็ตรงกับที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ ไม่นอกทาง ราชประชาสมาสัย เขาใช้คำว่า ขยายความ เป็นว่า ในหลวง พระเจ้าแผ่นดินราชะ ก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์ มวลประชาชนของประเทศก็เป็นรัฐาธิปัตย์ โดยการใช้ระบบแบบสากล เลือกผู้นำของมวลประชาชนที่เรียกว่านายก ให้มีนายกเป็นผู้นำมวลประชาชน นี่เป็นสามัญสากลที่ทำ แต่ทีนี้อาตมาดูแล้วเหมือนเด็กๆทำการเมือง อาตมามองเห็นเป็นอย่างนั้นจริงๆ อาตมามองเห็นว่าพวกนักการเมือง พวกที่มีความคิดทางการเมือง อย่างอีเดียดหรือยิ่งกว่า innocent อีก ถึงขั้นอีเดียดเลยเหมือนพิธา โดยไปหลงแบบการเมืองขาเดียว คือไม่ประสีประสากันเลยกับการเมืองขาเดียว แล้วจะมาล้างกันอย่างที่เห็นๆว่าเจตนารมณ์คืออย่างไรเจตนารมณ์ของพิธา แล้วก็มีแนวคิดคล้ายๆกับพิธามาหลายผู้หลายคน แล้วมันไม่สำเร็จหรอก 91 ปีมาแล้ว อาตมาไม่พยากรณ์หรอก อาตมาว่า ตราบใดที่ศาสนาพุทธยังไม่หมดไป ไม่สิ้นไปในประเทศไทย คุณจะทำอย่างที่ว่านั้นไม่ได้หรอก แต่คนจะยังไม่นึกถึงหรอก เพราะสัจจะที่มันฝังรากลงไปในจิตวิญญาณมนุษย์ คนที่เป็นเทวนิยมเขาไม่เข้าใจ แต่ศาสนาพุทธโลกุตรธรรมนั้น จิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง เพราะฉะนั้นมันฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของคนไทยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นจิตวิญญาณของมวลประชาชน จะเห็นได้ว่า ในประเทศอื่นเขาไม่เห็นจะมีใครเขามาสรรเสริญ ทรงพระเจริญๆอย่างเมืองไทยซึ่งมันไม่มี อาตมาไม่เห็นประเทศไหนๆเขาก็ไม่มี ประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดินก็มีตั้งเยอะแยะในโลกปัจจุบันนี้ก็ยังมีตั้งเยอะ เป็นประชาธิปไตยหรือแม้จะเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็เกือบหมดแล้ว ซึ่งมันไปเกิดอยู่ที่เกาหลีเหนือนู่น เกาหลีเหนือนั้นเป็นทั้งพระเจ้าแผ่นดิน เป็นทั้งประธานาธิบดี เป็นทั้งนายกเสร็จหมดเลย เกาหลีเหนือเหมาเข่งหมดเลย _สู่แดนธรรม... เขาบอกว่าเป็นได้แม้กระทั่งพระเจ้าด้วยครับ พ่อครูว่า... คล้ายๆกันกับที่เขมรก็ใกล้เข้ามา แต่มาในรูปที่ดูเนียนกว่า เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเมืองต่างชาติ กับการเมืองของประเทศไทยนั้น อธิบายขอยืนยันว่า อาตมาขอยืนยันว่า การเมืองของประเทศไทยเป็นการเมืองของดูไป การเมืองของประเทศไทยจะไม่เป็นการเมืองแบบดูไบ ใช้แสลงๆมาอธิบายธรรมะ ดูไบคืออะไร ศาสนาดูไบ คือศาสนาที่เขาร่ำรวย ศาสนาที่เขามีทรัพยากร อันนี้เป็นเรื่อง อจินไตย เป็นเรื่องที่เขามีทรัพยากรธรรมชาติ และเขาก็ได้ครอบครองทรัพยากรธรรมชาติทองดำ(น้ำมัน)เยอะจริงๆ เขาจะอยู่ในหอคอยงาช้างที่ใช้เงินเป็นหลัก ทำงานอะไรก็ไม่เป็น รู้แต่ว่าจะบริหารให้อำนาจของตนเองสิ่งที่ตัวเองครองบัลลังก์อยู่นี้ดียังไงแค่นั้นเอง แล้วก็เป็นความรู้ทางด้านจิตวิญญาณ พูดกันไม่รู้เรื่อง อย่าไปพูดถึงว่าจะต้องอธิบายเลยอธิบายยังไงก็ไม่ได้หรอก เพราะพูดอย่างไรเขาก็ไม่รู้เรื่อง เพราะเขาอยู่ในกรอบความคิดของพระเจ้าเขาเท่านั้น ทุกวันนี้ แม้แต่ในศาสนาคริสต์ หลายลัทธิหลายนิกายเขาบอกว่าพระเจ้าตายไปแล้ว เขาพูดอย่างนั้นไม่ใช่อาตมาพูดนะ ถึงอย่างนั้นเลย มันหมายความว่ามันหมดแล้ว ความเป็นพระเจ้าไม่มีกับศาสนาเทวนิยม ศาสนาเทวนิยมมีตั้งเท่าไหร่ในโลก แม้แต่ในศาสนาที่บอกว่าเป็นศาสนาอเทวนิยมก็ตาม ก็ยังมีเทวะอยู่ในนี้ตั้งเท่าไหร่ ที่หลงความเป็นเทวะ หลงที่เป็นวิญญาณล่องลอย วิญญาณที่มาพูดถึงเรื่องจัดการไม่ได้ วิญญาณที่เอามาจัดการไม่ได้เพราะไม่อยู่ในความเป็นวิญญาณจริง มันเป็นวิญญาณสัมภเวสีอยู่ในภพชาติอะไรก็ไม่รู้ ดีไม่ดีไปนั่งหลับตาให้วิญญาณเป็นสัมภเวสีเอง ทั้งๆที่ธรรมชาติมันก็ให้วิญญาณอยู่กับตาหูจมูกลิ้นกาย แล้วมีสัมปชัญญะเต็มร้อยควบคุม พระพุทธเจ้าจึงมีหลัก สังวรศีล สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ อย่าว่าแต่เรื่องกินอาหารอะไรเลย เรื่องอื่นๆก็ต้องมีชาคริยานุโยคะ เรื่องอาหารที่สำคัญหรือเรื่องอื่นๆ คุณก็เป็นทาส ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ หมด ไม่ใช่เฉพาะเรื่องอาหาร เรื่องอะไรทั้งร้ายแรง เรื่องขี้หมาทาสีคุณก็หลงเลอะไปได้หมด แล้วคุณจะเรียนรู้อย่างไร ถ้า อปัณณกปฏิปทา 3 นี้ไม่มีศาสนาพุทธ ไม่มีอย่างที่ท่านตรัสไว้ อปัณกะ ถ้าไม่มีหลัก 3 นี้ไม่ใช่พุทธ โดยเฉพาะมีหลัก 3 นี้ต้องมีศีลเป็นหัวข้อหลัก แล้วปฏิบัติ 3 อันนี้ไปตามลำดับ ในความเป็นเกี่ยวกับสัตว์ไปตั้งแต่ต้นๆ อาตมาพูดตรงนี้หลายทีก็ยังนึกว่าตัวเองไม่เก่งเลย ขยายความความเป็นสัตว์ให้แก่คนในยุคนี้รู้ อย่าว่าแต่สัตว์เลย ความเป็นกายก็สูญ เกือบสูญไปจนสิ้น เพราะฉะนั้นอย่าไปพูดถึงบุญเลย บุญนั้นคือ พลังงานที่คุณมีสัมมาทิฏฐิสามารถสร้างพลังงานตัวนี้มากำจัดกิเลสได้ กายก็ยังไม่สัมมาทิฏฐิ มันจะไปเป็นบุญขี้หมาได้อย่างไร บุญแค่ขี้หมายังไม่ได้เลย แล้วจะเป็นบุญเนื้อแท้ไม่ใช่ขี้หมาได้อย่างไร อธิบายธรรมะอย่างโพธิรักษ์นะ ฟังแล้วรู้เรื่องไหม เข้าใจดีด้วยนะอาตมาว่าเข้าใจชัดขึ้น เพราะฉะนั้นในสัจธรรมต่างๆที่อาตมาทำงานอยู่ทุกวันนี้ พูดอะไรก็ได้ มันมีผิดอยู่ในนั้นที่จะจี้ลงไปได้หมด พูดถึงขี้หมาขี้หมูอะไรก็มีสิ่งที่ผิด พูดถึงทองคำ พูดถึงเพชรนิลจินดา พูดถึงลาภยศ ยิ่งสะเทือนเลื่อนลั่นเลย ยิ่งพูดถึง ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ก็ยิ่งสะเทือนเลื่อนลั่น ถ้าลาภก็ดี ไม่มัวเมาซับซ้อนตัวเองไม่รู้ว่าตัวเองหลงลาภ อย่างมหาบัว ก็ตายไปกับดอลลาร์ ตายไปกับทองคำนะ ได้มาเท่าไหร่ใส่คบลังของประเทศชาติเอาไว้ แล้วก็ได้รับความยอมรับ จนกระทั่ง..ขอเถอะ อาตมาไม่พูดยาวกว่านี้ เพราะมันล่อแหลม ผิดกฎหมาย อาตมาก็ไม่พูดต่อ มหาบัวหลงถึงขนาดนั้น แล้วอาตมาก็เห็นว่า สิ่งที่มันมาฉุดศาสนาพุทธ ฉุดธรรมะของพุทธ มันได้ถึงขั้นมหาบัวมาทำอย่างนี้ อาตมาถึงบอกว่ามันยากจริงๆน้อ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) _สู่แดนธรรม... วันนี้ ขอบคุณที่คุณ พิมพ์เพชรรุ้งชงประเด็นมาให้พ่อท่าน อยู่ต่อเพื่อขยายความ ความเป็นประชาธิปไตยให้พวกเราฟัง พ่อครูว่า... คุณอย่าเพิ่งชมอาตมา คุณหามาชมเยอะแล้ว ต่อไปคุณจะหาคำมาชมอาตมาไม่ได้อีก ฟังอาตมาไปเรื่อยๆดีกว่านะ แล้วคุณจะรู้ว่าอาตมาคือใคร อย่าเพิ่งชม _สู่แดนธรรม... เมื่อก่อนพ่อท่านก็เคยบอกว่า แล้วคุณจะรู้เองว่าอาตมาคือใคร พ่อครูว่า... เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเมืองนี้ เมืองไทยจะเอาไปเปรียบเทียบกับการเมืองประเทศอื่นใด มันเป็น Concept ของแต่ละหมู่ แต่ละกลุ่ม แต่ละประเทศ อาตมาสงสารคนไทย ที่ไปเข้าใจประชาธิปไตยแบบสหรัฐ ประชาธิปไตยขาเก อาตมาสงสารจริงๆ ไม่รู้จะไปบอกเขาได้อย่างไร เพราะเขาเข้าใจอย่างนั้นจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น เขาเห็นว่าประชาธิปไตยแบบสหรัฐฯ เป็นประชาธิปไตยที่อิสรเสรีภาพ โดยไปยกประเด็นเอาความเป็นหนึ่งเหมือนเทวนิยม ยกพระเจ้าเป็นหนึ่ง ประชาธิปไตยก็เป็นนัยยะคล้ายกัน เขาไปทำความเป็นหนึ่งในรูปของการเลือกตั้ง ในรูปของประธานาธิบดี เพื่อมายืนยันว่าหนึ่งอันนี้คือประชาชนนะจ๊ะ ไม่ได้มีขั้นชั้นเลยนะ บอกว่านี่คืออิสรเสรีภาพสูงสุดนะ หนึ่งนี้ไม่มีขั้นชั้นเลย คุณไปดูซิ ที่นอนเกลื่อนอยู่ข้างถนน ที่ไม่มีที่อยู่ในอเมริกา คุณไปดูสิ แล้วพวกคุณที่เป็นไฮโซทั้งลาภยศ ลาภก็ตาม ยศก็ตาม อำนาจบาตรใหญ่ก็ตาม คุณไปดูสิความแตกต่างช่องว่างระหว่างอเมริกันด้วยกันเอง คุณไปดูสิ ช่องว่างเขาห่างยิ่งกว่าชาวอินเดีย อินเดียนั้นระบุเลยนะว่าคุณต้องเป็นอย่างนี้แล้วก็ฟิกซ์ไว้ พราหมณ์ กษัตริย์ แพทย์ สูท เขาก็ฟิกซ์หมดแล้ว แต่อันนู้นยังไม่ฟิกซ์เลย ยังจะเลื่อนไปอีกเหยียบกันลงไปอีกได้ตั้งเท่าไหร่ ไปศึกษาไม่เสียหายถ้าพวกเราจะเอาความรู้เสริม เหมือนอย่างชาวอโศกให้ไปศึกษาความรู้ทางโลก ปริญญาตรี โท เอกก็ไป แต่เราไม่ได้ไปหลงใหลกับตรี โท เอก ที่จะต้องเอาขั้นตอนอันนี้ไปสัมพันธ์กับทางสังคมข้างนอกเขา เพื่อที่จะไปเอาส่วนที่ควรจะได้เหมือนอย่างโลกเขาได้ นี่ฉันเป็นปริญญาตรีโทเอกนะ ได้แล้วก็เอามาอยู่ในนี้ ก็เหมือนเดิม เหมือนกับคนที่ไม่มีปริญญาตรี โท เอกอะไร แต่มันมีความรู้ไหมมีความสัมพันธ์ไหม นี่พยายามจะให้ผู้ใหญ่บ้านจบปริญญาโท ปริญญาเอกไป แต่ก่อนหมู่บ้านราช ผู้ใหญ่บ้านเป็นปริญญาเอกผ่านไป 2 คนแล้วนะ ราชธานีอโศกนี้ผู้ใหญ่บ้านเป็นปริญญาเอก 2 คนผ่านไปแล้ว ใครจะเป็นปริญญาเอกที่เป็นผู้ใหญ่บ้านคนที่ 3 หรือ 4 ก็ไม่รู้นะ ตอนนี้ผู้ใหญ่บ้านกำลังทำปริญญาโทอยู่ อาตมาก็ขอสรุป เวลาก็จะหมดลง เราเกิดมาเป็นมนุษย์ สรุปลงตรงที่พูดแล้วพูดอีก พูดอีกพูดแล้วไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่า เราเกิดมาเป็นคน พระพุทธเจ้าก็เกิดมาเป็นคน เหมือนกันกับเราทั้งนั้น ท่านมีสมบัติ ท่านมีสมบัติพัสถาน ท่านมีอำนาจ ท่านมีความเฉลียวฉลาด จบตักศิลา 18 สาขาวิชา ทิ้งมาหมดทุกอย่างเลย มาเป็นคนอย่างขนาดเราทิ้งอย่างท่านไม่ได้ ขนาดไม่มีอะไรเท่าท่าน เท่าขี้กระผีกท่านไม่ได้ยังทิ้งมาไม่ได้เลย มันคืออะไร อาตมาพูดตรงนี้เข้าใจนะ เพราะฉะนั้นในโลกนี้อย่าไปเที่ยวหลงไหลได้ปลื้มกับ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ให้มาเรียนรู้สุขเรียนรู้ทุกข์ อาตมาขอสรุปลงไปสำคัญที่สุดเลยว่า ตราบใดที่คุณเข้าใจเรื่องสุขเรื่องทุกข์ไม่ได้ พระพุทธเจ้าเน้นถึงเรื่องทุกข์ ให้มาเรียนรู้ทุกข์ เพราะทุกข์มันเรียนรู้ได้ง่ายกว่าสุข เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องสูงสุดเรียกว่าอริยะหรืออาริยะแล้ว จึงได้เรียกความทุกข์นี้ว่าเป็นทุกข์อริยสัจ เป็นสัจจะความจริงที่ผู้ประเสริฐเป็นอาริยะจะมาเรียนรู้ความจริงอันนี้ หัวใจศาสนาพุทธจึงอยู่ที่ทุกข์ เป็นทุกข์อริยสัจ ตราบใดที่ใครไม่รู้จักสุขทุกข์ และอาตมาก็สรุปแล้วว่าสุขกับทุกข์มันอันเดียวกันเป็นมายา คุณเรียนรู้ทุกข์แล้วคุณลดทุกข์ได้ คุณก็ลดสุขได้ หรือคุณลดหรือเรียนรู้สุขและคุณลดสุข มันก็เหมือนกับลดทุกข์ มันเป็นกระดาษอันเดียวกัน คุณแยกมันไม่ออกหรอก มันเป็นมายาหลอก มายามันเอาหน้าความสุขมาหลอกคุณ คุณได้ความสุขเมื่อไหร่คุณก็ได้ทุกข์ไปเป็นอันเดียวกัน ในขณะที่คุณเองคุณอยู่ข้างหน้า คุณโง่มากเพราะคุณเอง คุณไม่รู้ข้างหลัง ผู้ใดมารู้ข้างหลังแล้วคุณจะหายโง่ลงไป และคุณก็จะมารู้ว่า ข้างหน้านี้มันสุขหลอกกูนี่หว่า จบกันแบบวันนี้หมดเวลา 660731 ถ้าไม่เรียนรู้สุขทุกข์ ก็สั่งสมบาปอยู่ทุกลมหายใจ รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #33 ราชธานีอโศก