ปทปรมบุคคล ปัญญา 8 เล่ม 1 หน้า 27-29.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์3.70 MB
วันที่แก้ไข27 กันยายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ปทปรมบุคคล ซึ่งคนผู้ "อวิชชา" มืดบอดจริง นั้น ถ้าถึงขั้นเป็น "ปทปรมบุคคล" คือ ผู้รู้พระพุทธพจน์ก็มาก ท่องจำได้ขึ้นใจก็มาก สั่งสอนผู้อื่นอยู่ก็มาก แต่ตนเองไม่ได้บรรลุธรรมเลย ในชาตินี้ก็จะหลงงมงายอยู่กับ "อวิชชา" ที่ตนเองหลงยึดมั่นถือมั่นอยู่นั่นแหละ ไม่ยอมมี"ปรโตโฆษะ" ก็ไม่มี"โยนิโสมนสิการ" เลย "ไม่ยอมฟังผู้อื่น" หรือฟังบ้างเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่เชื่อว่า "ผู้อื่น" นั้นจะ "ถูกแท้ถูกจริง" ก็ยังหลงยึดมั่นถือมั่นอยู่ ตามที่ตนยึดมั่นถือมั่นอยู่ตามที่ตนได้เชื่อแล้วอยู่ตามเดิม จึงยากมากที่จะสามารถปลุกคนผู้ "ปทปรมะ" ก็ดี คนผู้หลงมืดบอดเพราะไป "หลับตา" หรือทำ "ตา" ตนเองให้บอด ทำ "หู" ตนเองให้หนวก ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระไตรปิฎก เล่ม 14 ข้อ 853 ก็ดี ให้ "ตื่นขึ้นมารู้ใหม่" ได้ ผู้ปทปรมะนั้น คือ ผู้รู้มากสอนคนอยู่ในบ้านเมืองนี้เองส่วนผู้ "หลับตา" ทำให้ตนเป็นคนตาบอดหูหนวกนั้นก็คือ คนที่พากัน "หลับตาปฏิบัติ" ออกป่า สู่เขาสู่ถ้ำนั้นแลแท้ๆ ก็เป็นเดียรถีย์ทั้งคู่ คือ ยังไม่มีวิชชา มีแต่อวิชชาอยู่ ซึ่งก็คือ ยังไม่มี "ปัญญา" มีแต่ "ความอัปปัญญา" นั่นเอง (อัป=ไร้,ไม่)

พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ปัญญา 8 เล่ม 1 หน้า 27-29

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน