สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน งานโลกุตระของพ่อครูนั้นแสนเหนื่อยยากแต่สนุกสบายใจ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข1 มิถุนายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน งานโลกุตระของพ่อครูนั้นแสนเหนื่อยยากแต่สนุกสบายใจ เหมือนพวกเรานี้ชาวอโศกมีส่วนน้อย ชาวอโศกมีส่วนน้อย เปรียบกับคนในประเทศ เทียบค่าแล้วอโศกจ๋อยกว่าทางการเมืองเยอะ การเมืองยังมีคนเข้าข้างเยอะ ยังมีโพลออกมาให้เห็น โพลของนายกฯตู่ยังขึ้นนะ คือพวกเรานี้เขาถือว่าเป็นพวก untouchable ซึ่งมี 2 อย่าง อย่างหนึ่งคือยกไว้เป็นยอดเป็นความจริง อีกอันหนึ่งเกิดต่ำจนเกินกว่าเขาจะไปแตะ มันก็เป็นความจริง อย่างอาตมานี้ไม่พูดเข้าข้างตัวเอง อาตมาเป็น untouchable เขาก็มองว่าเป็นคนแบบนั้น แต่ but ให้ understood อาตมาจึงบอกว่าจะมาไม่มีปัญหาเลยในการทำงานทุกวันนี้ อาตมาเป็นจริง แบบ untouchable แต่คุณเข้าใจว่าเป็นแบบจัณฑาลของคุณเอง แต่อาตมาก็ไม่มีปัญหาอะไร แล้วอาตมาไม่ได้หลงตัวเองจริงๆ ไม่มีใครหรอกจะมาบังอาจมาพูดมาว่า มาฉีกชี้จนกระทั่งขนาดนี้ว่า ศาสนาพุทธทุกวันนี้ แม้แต่ศีลก็ยังไม่รู้ สมาธิ ฌาน จิตที่เป็นอธิจิตต่างๆ ก็ไม่เข้าใจ บุญเป็นอย่างไร กุศลเป็นอย่างไร กายเป็นอย่างไร เพี้ยนไปหมดแล้ว อาตมาก็มาฉีกชี้อธิบาย มีใคร ศาสนาพุทธผ่านมาป่านนี้แล้วมีใคร ไปค้นอรรถกถาจารย์ที่เคยมีบันทึกมาเลยว่ามีใครอธิบายอย่างอาตมานี้ ฉีกชี้ความต่างของกาย บุญ สมาธิ ฉีกชี้ความต่างของศีลและวินัย ฉีกชี้ความเป็นโลกียะ โลกุตระ ฉีกชี้ความแตกต่างระหว่างเวทนาที่เป็น เนกขัมมะกับเคหสิตะ ใครที่มาฉีกชี้ ไปค้นอรรถกถาจารย์เลย จนกระทั่งอธิบายโลกียะโลกุตระได้แบบนี้ พูดแล้วเหมือนอวดตัวอวดตนแต่ว่าจริงๆแล้วพูดความจริง อาตมาไม่มี สาเฐยจิต คือไม่มีจิตอยากอวดโอ่ นี่คือการพูดความจริง ถ้าหากอาตมามีจิตอยากอวดโชว์ แล้วอาตมาก็บอกว่าไม่มีจิตแบบนี้ อาตมาก็โกหกอวดอุตตริมนุสสธรรม อาตมาก็เป็นปาราชิกแล้ว ถ้าหากอาตมาเป็นอย่างท

อ่านต่อ

ี่พูด อาตมาก็ปาราชิกแล้ว แต่อาตมาไม่ได้เป็นอย่างที่พูด อาตมาเป็นอย่างที่พูด อย่างที่พูดมันถูกก็ใช่ อย่างที่ไม่ถูกก็พูดว่าไม่ใช่ อาตมาต้องพูด ถูกต้องก็ต้องพูด แต่สิ่งที่ผิดก็ต้องพูดเพราะว่าเขาไม่รู้จักสิ่งที่ผิด เขาหลงความผิดเป็นความถูกด้วยซ้ำไป พวกนี้แก้ยาก เขาไม่ยอมท่าเดียว อาตมาก็ไม่ยอม ต้องดึงออกมา จะโง่ไปถึงไหน ทำงานได้ยากแสนยาก เหนื่อยแสนเหนื่อย สนุกก็สนุก มันสุดยอดลีลาเลย พระพุทธเจ้าพูดแสดงธรรมเคยมีแสดงธรรมให้ภิกษุ 180 คน มี 60 คนที่โลหิตร้อนแล้วพุ่งออกจากปากตายเลย อีก 60 คนขอลาสิกขา อีก 60 คนดวงตาเห็นธรรมบรรลุธรรมได้ อาตมาก็ว่าอาตมาคล้ายๆอย่างนี้ แต่ไม่ถึงอย่างนี้ก็มีคนทั้งสามอย่างนี้ อาตมาว่าคนฟังอาตมาแล้วโลหิตร้อนพุ่งออกจากปาก คงไม่ใช่แค่ 60 คนหรอกคงเป็นร้อยคนเลย เหลืออีก 80 สึก เหลือให้อาตมาสัก 10 อาตมาก็ว่ามากแล้ว 10 คนในร้อยแปดสิบคนนี้นะ ที่ได้ มันเป็นสัจจะเพราะว่าคนในยุคนี้ฟังโลกุตรธรรมไม่รู้เรื่องแล้ว ก็จะบอกว่าพูดอะไรไม่รู้เรื่องเลยเพราะเขาไม่รู้เรื่องจริงๆ ก็น่าสงสาร แต่ว่าอาตมาก็เลี่ยงไม่ได้ อาตมาจะไม่พูดถึงโลกุตรธรรมมันไม่ได้ เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้าคือโลกุตรธรรม เป็นธรรมะที่เป็นอีกทางหนึ่งที่ต่างจากโลกีย์ และพระพุทธศาสนาต้องมาเป็นโลกุตระ ทุกวันนี้มันจึงไม่มี ไม่เหลือแล้วมันเป็นโลกียะ หยำฉ่าด้วย เป็นโลกียะที่เละและเน่าด้วย พวกคุณก็ไม่ได้มา ไม่มีมวลชนที่เป็นพุทธศาสนิกชนเป็นเช่นนี้ อาตมาทำสำเร็จจนกระทั่งพุทธศาสนิกชนมารวมตัวกันเป็นชุมชนหมู่บ้าน มีชีวิตร่วมกันอยู่อย่างนี้จริงๆเลย มีชีวิตดำเนินชีวิตไปอย่างนี้ เอาสัมมาอาชีพ สัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะ มาอยู่ในนี้หมดเลย แล้วทำอาชีพทำมาหากินในนี้มาทำการงาน สังกัปปะ มานึกมาคิดมาพูด มาศึกษาอยู่ในนี้หมดเลยครบพร้อมหมดเลย จนกระทั่งเป็นรูปธรรมของสังคมศาสนาพุทธที่เป็นตัวอย่างของโลก เป็นสังคมคนจน เป็นสังคมขาดทุนให้แก่สังคมเป็นกำไร ยังไม่ได้เสแสร้งหรือพูดเอาโก้ ก็เป็นสังคมที่ถึงขั้นเป็นสาธารณโภคี ทุกคนอยู่ในนี้เป็นครอบครัวเดียวกันเสมอกัน อิสระเสรีภาพ คนเข้ามาในนี้ไม่มีใครมาบังคับ ไม่มีใครไปบังคับเข้ามา ไม่มีใครไปโฆษณาป่าวประกาศชี้ชวนให้เขามา ไม่มีใครไปประเหลาะให้เข้ามา ไม่มีใครไปยั่วยวนให้เขามา มีแต่ความจริงเปิดเผยแต่ความจริง พูดแต่ความจริง แสดงแต่ความจริงออกไปเต็มๆ ทุกคนมีอิสระเสรีภาพ เห็นเอง รู้เอง เข้าใจเอง พอใจเองแล้วมา ไม่พอใจก็ไม่มา เพราะฉะนั้นจึงได้คนที่มีปัญญาที่เข้าใจคนที่พอใจยินดีเข้ามา ได้เท่านี้ ในพลเมือง 70 ล้านคนไทย มีประมาณนี้แหละ ที่นี่ราชธานีอโศก อยากได้สมาชิกสัก 1000 คน ถึงวันนี้ 20 กว่าปีแล้ว ราชธานีอโศกนี้ยังไม่ถึง 700 เลย ยังไม่ใกล้ 700 เลย 500 คนก็ยาก บางทีสูสี จัดงานทีก็จะถึงพันบ้าง หากไม่จัดงาน เมินเสียเถิดอย่าคิดถึง อย่างเก่งกว่า 400 กว่า การประชุมคราวนี้สมาชิกราชธานีอโศกมีผู้มาเข้าร่วมประชุม 400 คนก็ดีที่สุดแล้ว อย่างมาก อย่างธรรมดาก็ 200 ก็ดีแล้ว ดีไม่ดี เหลือแค่ร้อยกว่าคนมันเมื่อยไม่มาประชุม บอกว่าประชุมหมู่บ้านนะก็มากันเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรอาตมาก็ภูมิใจและสนุกใจ สบายใจที่ได้ทำงานนี้เกิดมาเป็นคนในชาตินี้แล้วเป็นนายรัก รักพงษ์ แล้วก็รู้ตัวตั้งแต่อายุ 36 จนกระทั่งเดี๋ยวนี้อายุ 84 แล้ว เลยอายุ 72 มา จนกระทั่งมาเป็น 84 เลย เลยมาอีก 1 นักษัตร ก็เป็น 84 ก็ยิ่งเห็นว่าเรามีบุญวาสนามีโชคมากที่ไม่ได้ไปหลงบ้าบอกับทางโลก อาตมาไม่ได้พ่ายแพ้ทางโลกนะที่จะไปแย่งลาภยศสรรเสริญ โลกียสุขกับทางโน้นไม่ได้พ่ายแพ้เลย ถ้าเผื่อว่าอาตมาไม่มีมาทางโลกุตระทางศาสนา อาตมาจะยังอยู่ทางโลก อาตมาตั้งบริษัทหัวใจสีชมพูแล้ว เสร็จแล้วก็มาทางบันเทิงธุรกิจสร้างหนังเทวดาขึ้นมา เรื่องโทน ฉายแล้วได้รายได้ทำลายสถิติ เพราะหนังไทยนี้เขาฉายหนัง 35 mm เก่งที่สุดก็ฉายได้ 2 ล้าน เรื่องเพชรตัดเพชร ต่อมาถึงยุคหนังโทนก็มีหนังเรื่องมนต์รักลูกทุ่ง ฉายที่โรงหนังโคลีเซี่ยม ส่วนหนังโทนฉายที่โรงหนังเฉลิมไทย ที่โคลีเซี่ยมก็เอาคัทเอาท์ใหญ่มาตั้งไว้ที่หน้าโรง ว่าวันนี้ได้เท่านี้ล้านแล้ว เขาก็เพิ่มขึ้นๆมา ก็ดูว่าทำไมมันเพิ่มขึ้นมาก อาตมาไปบวกลบคูณหารและดูที่นั่งไปคำนวณดู มันเกินกว่าที่ควรจะได้ อาตมาว่าเป็นเรื่องที่หลอกสังคม หนังโทนมีเพลงดัง อาตมาเป็นหัวเรือใหญ่ มนต์รักลูกทุ่งเขาก็มีเพลงดัง อาตมาก็ไปเช็คกับแผ่นเสียง ว่าต้นตอจริงๆนั้นใครปั๊มออกมามากกว่ากัน ขายในตลาด ต้นตอมีการพิมพ์ซองและปั๊มแผ่น อาตมาไปดูแล้ว มนต์รักลูกทุ่งไม่ได้ปั๊มแผ่นมามากกว่าหนังโทนเลย ทั้งที่บริษัทพิมพ์ซองและบริษัทพิมพ์แผ่น เราเองก็ต้องเข้าข้างหนังโทนเพราะเราแต่งเพลง เรื่องของโลก อาตมาไม่ได้แพ้โลก พอทำหนังโทนเสร็จ อาตมาไม่ได้เอาเงินเลยนะนายเปี๊ยกคนกำกับเขาก็รู้ อาตมาคนทำเพลงไม่เคยคิดเรื่องเงินทองเอามาเลย แต่เขาก็เอามาช่วยอาตมาทีหลัง อย่างคุณชวนนี่เขามีโรงพิมพ์ อาตมาจะพิมพ์หนังสือเท่าไหร่เขาก็ไม่คิดราคาเลย เป็นเรื่องของจิตใจที่พิสูจน์ได้เลยว่าเขาไม่เห็นแก่เงินกันจริงๆ คนไม่อยากเอาคนยิ่งอยากให้ อาตมาอยู่ทางโลกก็เจริญทางบันเทิง ไปในทางอบายมุขเป็นบันเทิงธุรกิจเป็นอบายมุข ตัวเลขมันสูง ในยุคนี้มันบ้าและโง่หลงการบันเทิงธุรกิจ หลงการกีฬา หลงอบายมุข เอาอบายมุขนำหน้ายิ่งใหญ่ ค่าตัวของดาราค่าตัวของนักกีฬาแพงลิบลิ่ว มันก็ส่อให้เห็นถึงยุคสมัยที่มันเลวร้าย ยุคสมัยที่ตกต่ำก็ไปหลงที่เป็นนรกเอาขึ้นมาเป็นสวรรค์ มันเป็นอย่างนี้มันเป็นสัจจะ อาตมาไม่ได้สงสัยอะไรมันชัดเจน ถ้าหากอาตมายังมุ่นในทางนรกอาตมาก็ไปทางนั้น เคยพูดทีเล่นทีจริงๆว่า หากอาตมายังอยู่ แกรมมี่อาร์เอสก็คงไม่เกิดได้หรอก บริษัทหัวใจสีชมพูจะดังสนั่นรวมนักร้องดารา ก็โชคดีที่ไม่ได้สร้างนรกใหญ่อย่างนั้น เป็นนรกปหาสะ ไม่ได้ด่าว่าใครนะ ความบันเทิงเริงรมย์เป็นเรื่องของความหลงผิดของเรามันโง่ ขิฑฑาปโทสิกะ จิต หรือมโน หลงความบันเทิงรื่นเริงเป็นโทษ มันมี 2 อย่าง ขิฑฑาปโทสิกะหลงบันเทิงเป็นโทษ กับ มโนปโทสิกะ คือหลงจิต หลงอัตตาเป็นโทษ คนที่ยังหลงอย่างนี้ก็มีสวรรค์กับนรก ความจริงแล้วศาสนาพุทธไม่ไปให้หลงสวรรค์ สวรรค์เป็นเรื่องหลอก สวรรค์ 6 ชั้นเป็นเรื่องหลอกโกหกกัน ศาสนาพุทธไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก เพราะฉะนั้นถ้ายังไปงมงายอยู่กับสวรรค์ มันก็ยังไม่เป็นศาสนาพุทธทีเดียว ศาสนาพุทธต้องตีทิ้งสวรรค์ ตีไม่ขาดก็ยอมให้มีสวรรค์ อนุโลมให้นะ แต่จริงๆแล้วต้องไม่มี มันถึงจะเป็นพุทธที่ชัดเจน หมดสวรรค์ก็หมดธรรมะคู่ ศาสนาพุทธนั้นหมดธรรมะคู่

610527_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ คนจนที่มีแบบ ตอน6

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน