สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พ่อครูสอนฝึกเจโตสมถะ ภูฟ้าผาธรรม ตอน 1.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.69 KB
วันที่แก้ไข1 มิถุนายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พ่อครูสอนฝึกเจโตสมถะ ภูฟ้าผาธรรม ตอน 1 พ่อครูว่า.. วันนี้เรามีกำหนดกันว่าเราจะมาเรียนเจโตสมถะกัน เจโตสมถะหรือเจโตสมาธิ สมาธิคือความตั้งมั่นของจิต ถ้าวิปัสสนาสมาธิ ก็ไม่ต้องมานั่งอย่างนี้ ก็พิจารณา กายเวทนา จิต ธรรม ตลอดเวลา เราก็จะสร้างสมาธิได้ ส่วนเจโตก็ต้องมานั่งทำจิตสะกดเอาไว้ ๆ คนก็นิยมทำเจโตสมถะหรือทำเจโตสมาธิกัน แม้ทุกวันนี้ศาสนาพุทธก็ไปนิยมกันมันง่าย นั่งนิ่ง ดับความคิดไม่ต้องไปพิจารณาให้เกิดสติสัมปชัญญะ หรือธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์กัน ก็ดับจิตให้หยุดอย่างเดียวก็เป็นสมาธิอย่างนั้น สมาธิอย่างนี้ไม่เกิดผลดี มันดีอย่างนึงคือทำให้เกิดความสงบ แต่ของพระพุทธเจ้าเป็นสมาธิแบบพื้นฐานรู้ตัวทั่วพร้อม สัมผัสอะไรก็มีธรรมวิจัย รู้ กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม จิตจะแยกเวทนา 108 ออก รู้กิเลส เหตุที่ทำให้เกิดนรกสรรค์ก็ลดมัน นี่เป็นวิธีเรียนรู้ศาสนาพุทธ ส่วนเจโตสมถะศาสนาไหนๆก็ทำ สะกดจิตให้ไม่รู้ๆๆ เราก็เรียนรู้บ้างก็ไม่มีอะไรมาก การจะนั่งเจโตสมถะก็คือสะกดจิต สะกดจิตก็คืออะไรอันหนึ่งเป็นสิ่งที่จูงนำหรือเป็นสิ่งที่เราจะเกาะยึดเอาจิตไปจดจ่อ ภายนอกก็ได้ อย่างวิธี hypnotize สากล ก็จะใช้นิ้วมือ จ้องที่นิ้วมือ เข้าแล้วออก ก็นิ่งๆ หรืออย่างเช่น เขาจะบอกว่า ให้มองนิ้วสองนิ้วนี้นะ แล้วบอกว่า ให้เอานิ้วมือแยกออก คนที่มีจิตยึดก็จะดึงนิ้วไว้ไม่ให้ออก หรือวิธีของแม่มดก็มีลูกแก้วมานั่งเพ่ง คือให้จิตรวม สะกดเป็นเจโตสมถะหรือเจโตสมาธิ เรียนเจโตสมาธิไม่มีอะไรเลย ไปนั่งหลับตาไม่รับรู้ภายนอก จิตรับรู้แต่ภายใน หาก ดับจิตไม่ให้รับรู้เลยเป็นอสัญญีสัตว์มันไม่ง่าย ในภวังค์ ภายในก็ปรุงแต่งนึกคิด พวกสมาธิที่เขาออกนอกทาง เขาแยกไม่ออกระหว่างเจโตสมาธิกับวิปัสสนาสมาธิ เขาก

อ่านต่อ

็จะดับจิตไม่รับรู้ภายนอก รู้แต่ภายในแล้วเขาก็จะบอกว่า มีความคิดอยู่ถือว่าไม่ใช่สมาธิ มันต้องไม่คิดไม่นึกอะไรเลย ให้จิตว่างๆ ต้องประคองให้จิตว่าง อย่าหลับด้วย ถ้าหลับไม่ใช่สมาธิ ฟุ้งซ่านก็ไม่ใช่ ไม่ฟุ้งซ่านไม่คิดแต่ไม่หลับ กดข่มไป กลางๆ ให้ได้ ฝึกอยู่อย่างนั้น เจโตสมถะมีแค่นี้ จบแล้ว คำอธิบาย เท่านี้แหละเรียนกันทั้งปีทั้งชาติ ทั้งชีวิตก็มีเท่านี้แหละ เจโตสมถะ ก่อนจะนั่งเจโต 15 นาทีสุดท้ายก็จะกล่าว หนึ่ง ทำจิตให้สงบ แบบสมถะนั้นก็ไม่ต้องสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายไม่ต้องเป็นเป็นอะไรจิตสงบ ดีไม่ดีก็หลับ คอตก นั่ง ไม่ว่ารูปไหนก็แล้วแต่ นั่นก็นั่งนิ่ง สอง นั่งจิตสงบแล้วก็เตวิชโช ระลึกถึงเรื่องที่ผ่านไป ผ่านไป 10 นาที 20 นาทีหรือนานกว่านั้นเราได้สัมผัสเกี่ยวข้องกับอะไรกิเลสก็เกิดขึ้นบ้าง เป็นจุตูปปาตญาณ มีเหตุที่อยากได้หรือไม่อยากได้ ปฏิเสธ ดูดหรือผลัก จิตเราเป็นอย่างไรก็ตรวจสอบ ถ้าตรวจสอบแล้ว ตื่นเช้ามาสัมผัสอันนั้นอันนี้ สัมผัสก็รู้ความจริงตามความเป็นจริง แล้วสรุปว่าสัมผัสกับอะไรก็ไม่เกิดกิเลสเลย ก็มีสามอย่างนี้ คือ บุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ สสวักขยญาณ สัมผัสภายนอกแล้วจิตไม่เกิดกิเลสเลย เป็นอนาคามี สัมผัสแล้วภายนอกภายในไม่เกิดกิเลสเลยเป็นอรหันต์ ทำได้ตลอดไปหรือไม่ ได้ก็เป็นอรหันต์ หรือผ่านมาวันที่แล้ว สองวันที่แล้วห้าวันที่แล้ว ร้อยวันที่แล้ว ร้อยปีที่แล้ว ชาติก่อนเลย ใครเก่งก็ระลึกได้ บุพเพนิวาสานุสติญาณ ของพระพุทธเจ้าการสงบไม่ใช่แบบเจโตสมถะ แต่ของพระพุทธเจ้านี้ไม่ใช่เรียกสงบธรรมดา แต่เป็นปัสสัทธิ เพราะกิเลสที่เป็นเหตุแห่งทุกข์มันสิ้นไป ทุกข์ๆสุขๆ แล้วไม่เที่ยง รู้ ไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จนรู้หน้ามัน มันไม่มาเลย ไม่ไปไม่มา ถ้ามาอยู่ก็ไม่เที่ยง จนไม่มาเลยจนเที่ยง ก็อนัตตา จนไม่มีแล้วจบ ก็จบไป โดยการสัมผัส ไม่ต้องไปนั่งสะกดจิต ไม่ต้องนั่งหลับตาเลย หากจะใช้งานหลับตาก็ใช้ หนึ่งพักผ่อน สองใช้ศึกษาอาการจิตในภพ ก็ศึกษาได้ อย่างนี้เป็นกามวิตก อย่างนี้พยาบาทวิตก อย่างนี้ ถีนมิทธะอย่างนี้ อุทธัจจะกุกกุจจะ ฟุ้งซ่านอย่างนี้ นิวรณ์ 5 ออกมาลีลาอย่างนี้ ก็ง่ายๆสั้นๆแค่นี้แหละก็เรียนรู้ ตามความหมายของภาษาที่ได้ ก็ไปอ่านสภาวะแล้วทำสภาวะให้สงบก็ได้สมถะ

610530_เทศน์กัณฑ์พิเศษ ภูฟ้าผาธรรม จ.เชียงใหม่ พ่อครูสอนฝึกเจโตสมถะ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน