สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน วิปัสสนาต้องมีสัมมาทิฏฐิ 10_.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน วิปัสสนาต้องมีสัมมาทิฏฐิ 10 ส่วนวิปัสสนานั้นต้องเรียนรู้ทุกสัมผัส ตาหูจมูกลิ้นกาย ใจเราก็รวมรับรู้ไปตลอด รับรู้แล้วก็เกิดสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ แล้วเราก็มีกรรมกิริยา มีสวรรค์นรกกับภายนอก หากเราไม่มีกับภายนอกก็เหลือแต่ภายใน คือโสมนัส โทมนัส อุเบกขา โสมนัสคือสุข โทมนัสคือทุกข์ เราก็ทำให้หมด หมดแล้วก็เหลืออุเบกขา แล้ววิธีปฏิบัติวิปัสสนาคือสัมผัสแล้วก็รู้ พระพุทธเจ้าตั้งเกณฑ์ เมื่อเราจะเรียนรู้ สามารถที่ให้จิตเราหมดสุข หมดทุกข์หมดสวรรค์หมดนรก ศาสนาพุทธไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก การสอนว่ามีสวรรค์ไปสวรรค์คือเทวนิยม รู้ไหมใครเป็นเจ้าของสวรรค์ คือพระเจ้า ผู้ใดจะไปสวรรค์ต้องไปอยู่กับพระเจ้า ให้พระเจ้าเป็นผู้บอก สวรรค์นรกคือคู่กัน สวรรค์อยู่ที่ไหนนรกอยู่ที่นั่น พระพุทธเจ้าให้มาเรียนรู้ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป สวรรค์เป็นสุขเท็จมันโกหก ไม่มีความจริง ที่อยากได้สวรรค์ 6 ชั้นเป็นพวกอวิชชาทั้งนั้น อย่างธรรมกาย เราไม่เอา ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่สอนให้ดับทุกข์ แน่นอนอาจจะต้องอาศัยสวรรค์ไปก่อนบ้าง แต่ก็ต้องให้หมดสวรรค์ หมดสวรรค์หมดนรกคือเป้าหมายว่างๆ นี่คือวิปัสสนา หลักสูตรพระพุทธเจ้าวิปัสสนาต้องสัมมาทิฏฐิ มีสัมมาทิฏฐิ 10 อย่าง 1. ต้องรู้ว่าเราจะทำชีวิตของเราให้ดีที่สุดคือชีวิตที่มีทาน แล้วชีวิตที่ประพฤติต้องมีหลักเกณฑ์การประพฤติคือปฏิบัติศีล ปฏิบัติศีลคือมีวิธีปฏิบัติอย่างไรก็แล้วแต่ให้มันครบทั้งศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุติญาณทัสสนะ ก็มีวิธีต่างๆ ขยายความไป ก็เรียก ยิฏฐัง วิธีการ ต้องรู้ว่าทำทานอย่างไรจึงเกิดผล ทำทานแล้วจิตของเราเป็นอย่างไร ถ้าผู้สอนผิดบอกว่าตั้งจิตเป็นกุศลเป็นบุญ ปนกันหมดระหว่างบุญกับกุศล บุญเป็นของดีจิตใจเราก็อยู่ในภพภูมิที่
อ่านต่อ
ดี เป็นพบของวิมานสวรรค์ ก่อตั้งจิตแบบนี้ สาเปกโข มีภพมีชาติ ในทานสูตรพระพุทธเจ้าสอนไว้ คนไม่รู้ก็สอนทานอย่างนี้ สอนทาน สาเปกโข หลงสวรรค์ 6 ชั้น ชั้นตบท้ายเลย ปลื้มจิต อตฺตมนตาโสมนสฺสํ รวมความชอบใจไว้หมด นั่นคือหลงได้ที่ หลงมีภพมีชาติได้ที่ เพราะฉะนั้นธรรมกายสอนให้หลงปลื้มแล้วมีสวรรค์เฟส 1 2 3 มันคนละเรื่องกับศาสนาพุทธที่สอนเลยให้หมดภพหมดชาติ มีสวรรค์ที่ไหนก็มีนรกที่นั่น ตอนนี้ก็ลงนรกกันอย่างธัมมชโยขุดไม่เจอเลยอย่างธัมมชโย นี่คือธรณีสูบแท้ๆ หาตัวไม่เจอเลย ขนาดมีกองทัพตรวจสอบ DSI มีกองปราบทั้งกอง ยังค้นหาไม่เจอเลยถูกธรณีสูบ เรียกอย่าง Invisible Man อย่างอภินิหารเลยหายตัวได้ เขาก็เลยบอกว่าอาจารย์เขาหายตัวได้ มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ หาตัวไม่ได้จับตัวไม่ได้ แปลกนะ อย่างทักษิณ จับตัวไม่ได้แต่ไปอยู่เมืองนอกก็ยังรู้อยู่ แต่นี่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เอากองทัพไปค้นด้วยนะ เอาตำรวจไปค้นก็ไม่เจอ เขาก็เลยนับถืออาจารย์ของเขาว่าเป็น invisible Man หายตัวได้หาตัวไม่เจอ เก่ง เขาก็พูดอย่างนั้นจริงๆ เขาเชื่อและบูชาเคารพกัน ว่าอาจารย์เขามีความสามารถอย่างนั้นจริงๆ แล้วมันเป็นไปได้ ศาสนาพุทธ มีอะไรก็มาเรียนรู้ปรมัตถ์ มีวิธีปฏิบัติ ยิฏฐังปฏิบัติแล้วมี หุตัง มีผล ที่จิต ปฏิบัติแล้วจิตใจลดกิเลสได้ เรียกว่าได้ผล ทำอยังโลโก ถ้าเราทำได้โลกก็ไม่ใช่โลกียะ แต่เป็นโลกที่กิเลสลดได้เรียกโลกุตระ เป็น ปรโลก ทำให้คนเข้าสู่โลกใหม่ อยังโลโก ปโรโลโก สุกตทุกฎานัง กัมมานังผลังวิปาโก สามารถอ่านกิเลสได้ทำให้กิเลสลดได้นั่นแหละจึงจะเข้าสู่โลกใหม่ ปรโลก สัตว์โอปปาติกะ มีวิธีปฏิบัติคือมีศีลเป็นแม่ มีปัญญาเป็นพ่อ ช่วยกันทำให้จิตสะอาด อย่างสัตว์โอปปาติกะ ศีลกับปัญญาช่วยกันเหมือนล้างมือด้วยมือ ล้างเท้าด้วยเท้า ต้องเข้าใจสภาวะว่า ศีลเป็นแม่คืออย่างไร ปัญญาเป็นพ่อคืออย่างไร รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ ด้วยนามของเรา ต้องรู้จักเวทนา 108 กายิกเวทนา เจตสิกเวทนา สัมผัสแล้วมีสามเส้าเกิด สุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ รู้มโนปวิจาร 18 ทำให้กิเลสลดได้ก็สุขทุกข์น้อยลงเป็นเนกขัมมะ เราก็ทำทุกปัจจุบัน สั่งสมเป็นอดีต 36 ทุกปัจจุบัน 36 จนอนาคต 36 ก็กิเลส 0 อนาคตมาเท่าไหร่ก็ 0 ตั้งมั่นแข็งแรงจบที่เวทนา 108 นี่คือการอธิบายวิธีสมาธิวิปัสสนาจบแล้ว โดยวิธีปฏิบัติก็มีทานมีศีล แล้วมีรายละเอียดที่ปฏิบัติได้เรียกว่า หุตัง มีการกระทำ สุกตทุกฎานัง กัมมานังผลังวิปาโก สั่งสมได้ทำได้เป็นผลเรียก ผลังวิปาโก เป็นผลวิบาก ทำได้ก็สามารถเปลี่ยนโลกจาก อยังโลโก มาเป็นปโรโลโก เป็นสัตตาโอปปาติกา อธิบายโดยสมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) โดยความรู้ผู้รู้ที่เป็นสยังอภิญญา เป็นผู้รู้ที่มีความรู้ติดตัวมา ถ้าในยุคใดก็แล้วแต่มีผู้รู้ที่มีอภิญญาของพระพุทธเจ้า มีความรู้ถูกรู้แท้ เป็นสมณพราหมณ์ ที่ไม่ใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นแค่สมณพราหมณ์นะ ที่รู้ดีปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แล้วก็เอามาประกาศ ปเวเทนตีติ ให้ได้เกิดมรรคผล ก็เสร็จหน้าที่ของอาตมาคือ สยังอภิญญา เป็นผู้รู้เอาอันนี้มาประกาศที่เป็น สยังอภิญญา เขาก็หมั่นไส้หาว่า อวดตัวอวดตน แต่เราก็พูดความจริง ขนาดนี้คนยังไม่ค่อยเชื่อเลย อาตมามาประกาศ เป็นผู้ประกาศโลกนี้โลกหน้า ที่ผ่านมาไม่มีใครประกาศโลกนี้โลกหน้า ที่เป็นโลกโลกุตระคืออย่างไร ที่เป็นโลกหน้า ไม่มีอาจารย์สำนักไหนเลย ไม่มี สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) ที่อาตมาบอกว่า อาตมาเป็นสยังอภิญญา เอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาประกาศ ประกาศว่าโลกียะคืออะไร โลกุตระคืออะไร ประกาศไปว่า โลกนี้โลกหน้า โลกนี้คือโลกโลกียะ โลกหน้าคือโลกโลกุตระ จนพวกคุณฟังแล้วเข้าใจ จนเอาชีวิตมาปฏิบัติเช่นนี้ ไม่เอาแบบทางโลกแล้วเสียเวลา คนเห็นว่าอันนี้ดีกว่าก็เข้ามา แต่หากยังรักโลกมากกว่า โลกธรรมยังมีมาก ก็จะค่อยๆปฏิบัติ ชีวิตมาพัฒนาตัวเองให้เจริญพออยู่พอกิน เหมือนในหลวงตรัส จนมาอยู่ที่นี่ มีสาธารณโภคีมันพออยู่พอกิน บางคนก็เลิกถอนออกจากโลก มาอยู่กับหมู่กลุ่ม สังคมชาวอโศกเป็นสังคมโลกุตระ เป็นโลกุตระที่สมบูรณ์สูงสุดยิ่งกว่าในยุคพระพุทธเจ้าในฆราวาส พูดอย่างนี้ไม่ได้อวดดีข่มพระพุทธเจ้า เพราะในยุคพระพุทธเจ้าเป็นยุคของทาสเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่รู้จักสิทธิมนุษยชน ก็เลยทำได้แต่ในวงสงฆ์ที่บอกเลิกครอบครัวทางโลก พระมหากษัตริย์เขาอนุญาตก็มาอยู่ในแวดวงของพระพุทธเจ้า วงสงฆ์ ท่านมีธรรมนูญของท่าน ท่านไปแคว้นไหน พระเจ้าแผ่นดินในแคว้นนั้นก็ยอมยกให้หมด เพราะถือว่าพระพุทธเจ้าสอนคนแล้วเป็นคนดีของประเทศ แม้แต่สอนเป็นคนดีแล้วจะไปกับพระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ว่าอะไร ยินดีให้ไปด้วย แคว้นใหญ่สุดในยุคโน้นก็ยกให้หมด พระพุทธเจ้าสอนให้คนมาเป็นคนของศาสนาพุทธก็กลายเป็นคนที่พัฒนา มาในยุคนี้เป็นยุคที่มีอิสระเสรีภาพไม่ใช่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นยุคที่รู้จักสิทธิมนุษยชน สิทธิในทางวัตถุ สิทธิในการแสดงออก สิทธิในอะไรก็รู้หมด ก็เลยทำได้ อาตมานำธรรมะพระพุทธเจ้ามาประกาศอย่างสมบูรณ์ถึงขั้นเป็นชุมชนสาธารณโภคี เป็นอัตโนมัติ แล้วใครที่เป็นสมาชิกของชุมชนชาวอโศกที่อยู่ประจำแล้ว แล้วก็ชัดเจนเลยอยู่ในนี้ไม่มีปัญหา กินใช้ร่วมกันกับกองกลาง ตายไปก็ไม่ต้องห่วงชีวิตเลยมีพี่น้องดูแล ไม่มีญาติพี่น้องก็มีญาติธรรมเป็นผู้ดูแลฝากผีฝากไข้พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้จริง ใครมั่นใจมั้ยว่าชาวอโศกพึ่งพากันได้จริงๆแม้จะไม่ใช่ญาติที่คลานตามกันมาทางสายเลือด แต่พึ่งพากันได้ดีกว่าญาติทางสายเลือด ใครรู้สึกได้อย่างนั้นบ้างยกมือ ...ยกเกือบหมดเลย อาตมาว่าอาตมาได้เผยแพร่ ธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วเสร็จแล้วจบไปนอน ต่อไปเป็นช่วงเอื้อไออุ่น ทานอย่างไรให้เกิดอสังสัคคะคือไม่ให้เกิดสวรรค์ ผู้ใดทำทานแล้วไม่ให้เกิดสวรรค์ผู้นั้นทำทานให้เกิดผลได้จริง ทานไม่มีสาเปกโข ทานคือการให้ ให้ก็จบแล้ว ไม่ต้องมีอะไรตอบแทนมาอะไร ไม่ต้องมีอะไรตอบแทน มีอิสระเสรี นี่คือทานที่สูงสุด ส่วนยิฏฐัง ปฏิบัติเพื่อให้เกิดรู้จัก สุขัลลิกกะ กับทุกข์อาริยสัจะ การปฏิบัติกับประพฤติอะไรก็แล้วแต่ที่จะเกิด สุกต ทุกฏานังกัมมานังผลังวิปาโก จะทำอะไรก็แล้วแต่มันเป็นผลวิบากของเราทั้งสิ้น ทำแล้วไม่เป็นอันทำไม่ได้ ทำกรรมแล้วก็เป็นผลวิบาก หากทำกรรมทุกกรรมแล้วไม่สุขไม่ทุกข์ได้ในทุกกรรม คุณก็เป็นอรหันต์ มันไม่ต้องไปสุขไม่ต้องเป็นทุกข์อะไรเลย ผลวิบากของคุณก็เป็นอรหันต์ ก็จบเลย เราจะรู้ได้ว่าเรายังอยู่ในโลกนี้ ก็คือโลกโลกีย์ แล้วเราจะต้องมาทำออกให้เป็นโลกอื่นที่เป็นไม่ใช่โลกโลกีย์ เราก็ต้องมีธาตุรู้ที่เป็น อัญญา เป็นปัญญา แล้วใช้สัญญากำหนดรู้ ว่ายังมีโลกโลกีย์อยู่นะ เราก็ทำเนกขัมมะออก ก็เปลี่ยนเป็นปโรโลโก ด้วยการทำใจในใจแบบศีลสมาธิ ปัญญา คือ มาตา ปิตา สัตตาโอปปาติกาคือ ศีลเป็นแม่ ปัญญาเป็นพ่อ เกิดปัญญาทำให้เกิดจิตอาริยะกิเลสลดลงไป จิตวิญญาณลดกิเลสเจริญขึ้น ก็จบ อาตมาเป็นสมณะพราหมณ์ในสมาธิข้อที่ 10 มาประกาศเกือบ 50 ปีแล้วเมื่อย ประกาศอย่างซ้ำซากวนเวียนอธิบายจนจะหมดภูมิ หมดพุงแล้ว แต่พุงมันก็ไม่ค่อยมี มันแฟบมันแบน ไม่มากไม่มายก็เลยอธิบายจนหมดพุง หมดภูมิ ก็ได้อย่างนี้ อาตมาก็ว่า เอา ตอนนี้ก็ คิดว่าจะอธิบายเสริมเติมให้ละเอียดลึกซึ้งเข้าไปบ้างเท่านั้น ผู้ที่จะมารับถ่ายทอด ภิกษุทั้งหลายเป็นต้น หรือแม้แต่ฆราวาส หญิงชาย ก็แล้วแต่ที่ได้ก็ช่วยกันสานต่อ อธิบายต่อสืบสานต่อไป ให้อาตมาปลดเกษียณเสียที ช่วยรับผิดชอบ ที่จริงก็บอกไปแล้ว มางานวิสาขบูชาปีนี้ก็ได้มอบหมายเป็นงานเป็นการ ก็ช่วยกันไปทำไป อาตมาก็จะพักผ่อน ตอนนี้ไม่ไปจดทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว ตั้งพรรคเองคือ พักผ่อน ตั้งพรรคการเมืองเสียเงินเสียทองเสียเวลา เรามาพักผ่อนตามสบาย มีชีวิตอยู่กับ พัก ผ่อน
610530_เทศน์กัณฑ์พิเศษ ภูฟ้าผาธรรม จ.เชียงใหม่ พ่อครูสอนฝึกเจโตสมถะ