สติคืออำนาจ ปัญญาคือความเหนือ จึงเป็นประชาธิปไตยแท้.docx
เนื้อหาในไฟล์
สติคืออำนาจ ปัญญาคือความเหนือ จึงเป็นประชาธิปไตยแท้ _สื่อฟ้าศิลป์ ภูวนาถ · ปชธต.ขาเดียวล้มล้างปชธต.๒ขายุควิกฤติโควิทตั้งแต่ระลอกแรกถึงล่าสุด พ่อครูว่า... เป็นศัพท์ของอาตมาเองที่เรียกว่าประชาธิปไตยขาเดียวหรือสองขา ในโลกเขามีประชาธิปไตยที่ไม่มีพระมหากษัตริย์ เป็นประชาธิปไตยที่มีแต่ประธานาธิบดีเป็นผู้บริหารคนเดียวเป็นใหญ่คนเดียว ให้ประชาชนทั้งหมด เขาก็มองสุดโต่งไปว่า อิสระเสรีภาพจริงๆของคำว่าประชาธิปไตย อธิปไตยของประชาชนก็จะต้องมีแต่ของประชาชนเท่านั้น จะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นผู้มีอำนาจในแผ่นดิน เป็นรัฏฐาธิปัตย์ 1 ในส่วนของ ผู้ที่จะมีรัฏฐาธิปัตย์ มีอำนาจในรัฐ ไม่ได้ ต้องเป็นประชาชนทั้งหมดเท่านั้น มีอำนาจอธิปไตย ใครจะมีอำนาจเหนือกว่ากันไม่ได้ อาตมายังมองไม่เห็นโลกไหนเลยว่า ใครจะมีอธิปไตยของแต่ละคนเท่ากัน ยังมองไม่เห็น จะมีอำนาจของแต่ละคนเท่ากัน ไม่ว่าทางสมมุติหรือทางปรมัตถ์ สมมุติว่า คนนี้มีอำนาจกว่าคนนี้ ก็ไม่เห็นจริง สมมุติแต่งตั้งกำหนดเลย บัญญัติให้เป็นเลยนะ ขออภัย ตั้งให้เป็นพระเจ้าแผ่นดินด้วย ก็ไม่เห็นจะมีอำนาจเท่ากันกับประชาชนเขาบางคนเลย ในความมีอำนาจ อำนาจคืออะไร อำนาจคือสติ สติเป็นอธิปไตย ปัญญาเป็นอุตตระ ลึกไปในคำสอนพระพุทธเจ้า ผู้มีสติเต็มในตัวเอง ยิ่งมีสติเต็ม มีปัญญาเต็ม เต็มเลยมีพลังทั้งสติและปัญญาเต็ม แล้วก็มีความรู้ทางโลกุตระบริบูรณ์ด้วย สามารถรู้จักกิเลส ทำกิเลสดับไฟหมดได้ด้วยเป็นพลังของสติเรียกว่า อธิปไตย และก็เป็นผู้ที่มีจิตอยู่เหนือโลก เหนือกิเลสด้วย ผู้นี้แหละเหนือยิ่งกว่าเหนือ เหนือกว่าพระเจ้าแผ่นดินด้วย อิสระเหนือกว่าพระเจ้าแผ่นดินด้วย พระเจ้าแผ่นดินไม่ได้มีอิสระเสรีเท่ากับ ผู้ที่เป็น เอาง่ายๆว่าเป็นอรหันต์ก็แล้วกัน ผู้มีสติเต็ม มีปัญญาเต็ม นั่นแห
อ่านต่อ
ละคือ ผู้ที่อยู่เหนือกว่า ไม่เห็นจะเท่ากันตรงไหนเลย จริงๆแล้วเหนือกว่าพระเจ้าแผ่นดินอีก พระอรหันต์ ไม่ว่ายุคไหนเลย อย่างนี้เป็นต้น พระเจ้าแผ่นดินที่นับถือศาสนาพุทธ แน่นอน ก็เคารพผู้ที่เป็นอรหันต์แน่ ศาสนาพุทธนะ พระเจ้าแผ่นดินที่ไม่อยู่ในศาสนาพุทธก็แล้วไป แต่เขาก็ต้องเคารพอยู่ดี เขาก็เคารพโป๊ป เคารพผู้ที่อะไรของเขาที่เป็นผู้ใหญ่ทางศาสนา ทางธรรมะ พระเจ้าแผ่นดินของเขาก็ต้องเคารพพระศาสดา เห็นไหม ว่าความจริงของสัจธรรมมันเหนือชั้นกว่าเป็นไหนๆ ฉะนั้นประชาธิปไตยจริงๆมันจะต้องมี 2 ขา มีสัจจะ สมมุติก็สมมุติไป เพราะฉะนั้นจะไปบังคับไม่ได้ ให้เข้าใจถึงธรรมชาติของมนุษย์จะต้องมีทั้งรูปและนาม ต้องมีทั้งวัตถุกับจิต ต้องมีทั้งสมมติและปรมัตถ์ ต้องมี 2 สภาวะเรียกว่า เทฺว ความสุดโต้งเทวนิยมถือว่าพระเจ้าเป็นหนึ่ง บิดเบี้ยวไปเป็นหนึ่งเป็นหนึ่ง ประชาธิปไตยขาเดียว จึงเป็นพวกเทวนิยม เป็นพวกไม่มีภาวะ ความรู้เรื่อง 2 และไม่รู้เรื่องจิตเรื่องกายไม่รู้เรื่องรูปเรื่องนาม มันเป็นแบบนั้น มันจึงกลายเป็นประชาธิปไตยขาเป๋ หรือขาพิการ ขาเดียว เป็นคนไม่มีจิตวิญญาณ เป็นคนที่ไม่เข้าใจจิตวิญญาณ เอาแต่รูปธรรม มันก็ลึกซึ้งอยู่ แต่เขาก็ไม่มีความรู้ในเรื่องโลกุตรธรรมหรือเรื่องเทวะแท้ๆ เขาไม่รู้ เขาพิการไปทาง เทฺว มัน 2 แล้วก็จะเป็น 1 แล้วจะทำเป็น 1 ให้ได้ โดยไม่รู้จักธรรมชาติว่ามันเป็น 1 ไม่ได้หรอกคน มันจะต้องเป็น 2 เพราะฉะนั้น การเมืองหรือบริหารปกครองแบบประชาธิปไตยต้องมี 2 ขา _ ปชธต.ขาเดียวล้มล้างปชธต.๒ขายุควิกฤติโควิทตั้งแต่ระลอกแรกถึงล่าสุด ทำให้เห็นมวลชนวิถีใหม่เห็นการต่อสู้ที่สำคัญในโลกไซเบอร์คือ fake news' shock news' breaking news' hate speech'bully'การให้ข่าวร้ายที่ทำลายสันติสุขพุทธเอเซียฯ สันติภาพสังคมโลกฯ คือบทเรียนในการต่อสู้กับวิกฤติสงครามมหาอำนาจอาวุธแพร่วิกฤติพลัง งานลุกลามวิกฤติศก.โลกฯกระทบไม่กระทบสงครามมหาสยามยุทธ ๓ในไทย คำตอบอยู่ที่ดูไปที่พ่อครูกล่าวฯ ขอดูตามศก.รัสเซียและศก. แผ่นดินใหญ่ฯ ความเป็นอยู่ชน๒ ชาติที่เชื่อมั่นใน๒ผู้นำมหาอำนาจเอเซียคือ ดูไป ดูแล้วดูไปได้ดียิ่งกว่าดูไบ ดูตามปชธต.ตะวันตกที่ไม่เคยจริงใจกับปชธต.๒ขาเลย! พ่อครูว่า... เป็นเรื่องยาก เรื่องอจินไตย ประชาธิปไตยขาเดียวมันเป็นประชาธิปไตยพิการ ที่จับตัว สมมุติเอาใครก็ได้ขึ้นไปมีอำนาจใหญ่ในประเทศ ชั่วคราวแล้วก็ลงมา แล้วก็แข่งอำนาจใหม่กันขึ้นไปบริหารอีกแล้วก็ลงมา การบริหารต่างๆมันไม่ปะติดปะต่อ มันไม่เป็นโล้เป็นพาย มันเละเทะ ยำเส็ง สับแหลกกันไปหมด มันไม่ครบ 2 มันได้แต่ความยึดผิด ที่ผิดธรรมชาติของรูปนาม ผิดธรรมชาติของกายกับจิต ผิดธรรมชาติของสภาพ 2 ที่จะมีในโลก ที่จะช่วยกัน ทั้ง 2 อันไม่ขาดอะไรกัน ไม่ขาดความรู้ในการเป็น 2 เป็นความรู้สุดโต่งไปในทางเป็น 1 เพราะหลงผิดว่า 1 นั้นคือความยอดเยี่ยมของโลก มันหลงตัวตน พระเจ้าแผ่นดินที่เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็ผิด จะไม่ผิดก็ต่อเมื่อพระเจ้าแผ่นดินที่เป็น สมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้นมีทศพิธราชธรรมที่แท้จริง เป็นโลกุตรธรรม ท่านก็ต้องรู้ว่า ราชประชาสมาสัย ประชาชนกับพระเจ้าแผ่นดินต้องอาศัยกันและกัน ไม่เบ่งอำนาจ พระเจ้าแผ่นดินเป็นใหญ่ ประชาชนก็ต้องเป็นใหญ่ นี่คือ ความรู้อันสูงสุด ธรรมะของพระพุทธเจ้า โลกุตรธรรมนั้น ผู้ที่มีอำนาจโดยธรรมที่จริง จะไม่ถืออำนาจตนเองเลย พระพุทธเจ้ามีอำนาจโดยจริง หมายถึงอำนาจตนเองได้หมดตัวหมดตน ทำความเสมอภาคกับภิกษุทุกองค์ แต่ความไม่เสมอจริงนั้นอยู่ที่สัจธรรม สัจธรรมความรู้ยิ่ง ความรู้จริง ความเป็นผู้ที่รู้รอบรู้โลกรู้อะไรต่ออะไรจริง ซึ่งเป็นสัจจะที่สุดยอดแล้ว ไม่มีอะไรในมนุษยชาติที่จะสูงด้วยสัจธรรมอันที่เป็นโลกุตรธรรม จริงอันนี้แล้ว ในโลกเทวนิยม ศาสดาของเทวนิยม ไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้จักกรรมวิบากของตัวเอง ไม่รู้ว่าความรู้และความจริงหรือแม้แต่ความดีงามของตัวเองนั้น คือกรรมวิบากที่ตนได้สั่งสมมา จนกระทั่งได้สูงสุด มีคนยอมรับก็ได้เป็นศาสดา เป็นความรู้ของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าของตัวเอง กลับไปนึกว่าเป็นของใคร ไปนึกว่าเป็นของพระเจ้าอันยิ่งใหญ่ที่ควบคุมความรู้นี้ ไม่รู้จักกรรมวิบาก เพราะฉะนั้นจึงสอนเรื่องกรรมเรื่องวิบากให้แก่คนไม่ได้ ได้แต่ตัวเอง เพราะไม่รู้รายละเอียดของจิตเจตสิกรูปนิพพาน ไม่รู้กรรมเป็นของตน ตนเป็นศาสดาได้เพราะว่าตนทำกรรมมา ไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติกว่าจะได้เป็นศาสดา แล้วทำอย่างไรก็ไม่รู้ ก็เลยสอนให้คนทำตาม อย่างที่ตัวเองเป็นไม่ได้ เพราะไม่รู้ ไม่มีรายละเอียด รู้แต่ว่าทำดี ให้ทำดี แล้วความดีของศาสดาแต่ละองค์แต่ละศาสนาก็มีดีไปคนละทาง ศาสดาองค์นี้ดีมีอย่างเดียว ดีสุดๆแม้แต่ความดีก็มีอย่างเดียวกัน เพราะฉะนั้นพระอรหันต์มีความดีอย่างเดียวกันคือ ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำแต่กุศลเท่านั้น เพราะเหตุแห่งการทำบาปคือกิเลส หมด เท่ากันหมดเลย อรหันต์เท่ากันหมด พระพุทธเจ้ากับพระอรหันต์ทุกองค์ไม่ทำบาปทั้งปวงทำแต่ดี มีกิริยา มีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ยังเป็นคนอยู่ในโลกเหมือนกันหมดเลย แต่มีความสูงมากกว่ากันโดยปรมัตถ์ ที่รู้ว่า คนนี้มีความต่างกัน มีขั้นตอนที่ต่างกันจริงๆ คนนี้มันไม่เท่ากัน จริงมันไม่มีกิเลสได้หมดเท่ากัน จบ อันนี้เสมอภาคกันแล้ว แต่ความรู้โลก ความรู้องค์ประกอบของการปรุงแต่งของโลก ตั้งแต่คน 2 คนก็เป็นสังขารโลกชนิดหนึ่ง 3 คนก็มีอะไรเข้ามาแซม 4 5 6 7 ก็รู้รายละเอียดของความปรุงแต่งของความเป็นสังขารโลก ได้ละเอียดลออไปอีกเยอะเลย ฉะนั้นจึงบริหารคน 2 คนบริหารคน 2 คน 3 คน 4 คน 5 คน 10 คน เพราะรู้เขารู้เรา รู้การประนีประนอม รู้การปรองดอง เป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ เป็นผู้ที่มีภูมิปัญญา สามารถที่จะจัดสรรความกลมกลืนความเป็นอยู่ให้อยู่กันได้อย่างสงบ อยู่กันอย่างราบรื่นได้จริง จริงกว่าวิชาการใดๆที่จะบริหารสังคมมนุษย์เลย เป็นวิชาการที่เยี่ยมยอดที่สุดที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ไม่มีวิชาการในโลกไหนๆที่จะเท่าวิชาการนี้อีกแล้วในโลกุตรธรรม เพราะฉะนั้นสรุปให้ฟังไม่รู้กี่ทีแล้วว่า พระพุทธเจ้าจึงเห็นว่าศึกษาวิชาอะไรก็ไม่ครบ วิชาโลกุตรธรรมวิชานี้วิชาเดียวครบเลย ครบเลย บริหารคน 2 คน 3 คน 4 คนนี่แหละคือความแตกต่างของความเป็นโลก รู้จักโลก ความเป็นโลกมากขึ้นไหม โลกนี้มีคนอยู่ 2 คน อดัมกับอีฟ เป็นต้น ก็บริหารคนแค่ 2 คนเท่านั้นแหละ ไม่ยุ่งยากอะไรเท่าไหร่เลย พอไปกบฏเพิ่ม ไม่ 2 แล้ว ตอนนี้มี 3 มี 4 ก็ยากขึ้น ก็มีความแตกต่างมาก สรุปแล้ว มนุษยชาติเรียนรู้ความแตกต่างของคน ตั้งแต่ 2 หน่วยขึ้นไปของจิตนิยาม ผู้ที่เข้าใจจิตนิยามต่างกันตั้งแต่ 2 หน่วยขึ้นไปได้มากเท่าไหร่ ผู้นั้นคือผู้ที่รู้จักโลก รู้จักความเป็นจิต เป็นวิญญาณ เป็นอัตตา อยู่กับมนุษย์โลกได้ ช่วยโลกได้ เพราะตัวเองก็รู้ตัวเองแล้ว ตัวเองไม่มีตัวตนได้แล้ว ช่วยคนอื่นได้อย่างสบาย ต้องเป็นคนอย่างนั้นเป็นคนช่วยคนแบบนั้นด้วย เพราะรู้หมดแล้ว แม้ที่สุดแห่งที่สุดของศาสนาพุทธ จิตวิญญาณถ้าจะไม่เกิดเป็นชีวิตก็เลิกเลย ปรินิพพานเป็นปริโยสาน จบ สุดเลย ไม่ใช่ไปอยู่กับพระเจ้า จิตวิญญาณคือธาตุรู้รวมกันสังขารกันอยู่ เลิกสังขารปรุงแต่ง แยกธาตุเป็นดินน้ำไฟลมไปเลย พระเจ้าหน้าเด๋อเลย แล้ววิญญาณนี้ตายแล้วทำไมไม่มาหาพระเจ้า ก็เพราะเขาไม่ได้เป็นเทพเจ้า เขาก็ทำของเขาเอง อันนี้เป็นเครื่องยืนยันตะวันตกก็ดีเทวนิยมก็ดี ก็ค่อยๆมาเรียนรู้ก็จะรู้ได้ว่า จริงๆแล้วเทวนิยมนี้ยังไม่จบ ยังไม่จบกิจ ยังไม่สมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบจะต้องเป็นพุทธศาสนาโลกุตรธรรม เราพูดในหมู่เรา เราก็พูดอย่างนี้ เราพูดที่อื่นไปข่มเขาก็ลำบาก ก็ต้องรู้กาละ เทศะ ฐานะ เท่าที่ควร 650829 อรหันต์คือราชาแห่งแผ่นดินที่ไร้โจร รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 52