สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน เมืองไทยคือเมืองที่จะเผยแพร่เชื้อโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน เมืองไทยคือเมืองที่จะเผยแพร่เชื้อโลกุตระ สัจธรรมของโลกทุกวันนี้ อาตมาก็ขอต่อที่พูดค้างไปว่า ชมพูทวีปเป็นคำที่ไม่ได้พูดเล่นลิ้นโมเมอะไร แต่เป็นสัจจะโลกุตตระธรรมของพระพุทธเจ้านั้นได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ พูดอีก อย่าอ้วกอย่าหมั่นไส้ ห้ามด้วยนะ เพราะอาตมาเป็นสยังอภิญญาที่นำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมากล่าวในยุคนี้ ถ้าอาตมาไม่เอามาพูด คุณอย่าไปหลงติดสวรรค์ 6 ชั้นจะมีใครมาพูด นั่นมันนรก 6 ชั้น นรกกับสวรรค์มันเป็นเทวคู่เดียวกันที่หลอกว่าพระเจ้าเป็นเจ้าของเทวเป็นเจ้าของสวรรค์เป็นเจ้าของนรก เทวะตีแตกตรงนี้ เทวะคือ จิตวิญญาณของผู้รู้ รู้แล้วว่าสวรรค์คืออะไร นรกคืออะไร เราเป็นผู้สร้างของตัวเองทั้งสิ้น กัมมัสโกมหิ กัมมทายาโท โดยไม่รู้ว่านรกสวรรค์เป็นของคู่คุณไปติดอะไรไม่ได้ทั้งคู่คุณต้องเลิกทั้งสวรรค์และนรกทั้งคู่ พระพุทธเจ้าสมณะโคดมสอนแต่เรื่องนรก สอนเรื่องมารเรื่องผี สอนแต่เรื่องโทษภัยให้กลัว อาตมาก็มาสอนเพิ่มอย่าไปกลัวแต่สอนนรก จริงนรกน่ากลัว แต่สวรรค์สิน่ากลัว มันไม่กลัวสวรรค์กัน อันนี้สิถึงสอนยากกว่าให้กลัวนรก ความสุขนี่มันไม่กลัว สวรรค์สิเป็นเรื่องที่หน้ามืดตามัว จมอยู่เป็นทาสที่ปล่อยไม่ไป เป็นอัลลิกะ ความหลอกความเท็จ อัลลิกะคือหลอกเท็จ สัขขัลลิกะคือสุขเท็จ พวกเราเข้าใจแล้วการไปหลงสุขในของหลอกของต่ำหยาบ ก็ของแต่ละคน ก็ล้างสิ มันเป็นอนิจจัง มันมีความทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปนี่สิของจริง มันไม่มีตัวตนจริงเลย นี่ยังหน้าด้านตั้งอยู่นะ มันทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่แล้วยังหน้าด้านตั้งอยู่ ถ้าทำได้อันนี้มันก็ไม่มีมันหายไป ก็เท่านี้ ถ้าทำหายไปได้อะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นภพชาติ หรือที่คุณยังเสพสุขทุกข์อยู่ หากดับมันได้จร
อ่านต่อ
ิงหมดไปแล้ว แต่ก่อนอาตมาชอบต้มมะระแกงจืดกับไส้เครื่องในไก่ (พ่อครูหยิบมะระขึ้นมาเป็นตัวอย่าง) แต่ก่อนเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์พักอยู่ในซอยแถวราชวัตร อาตมาก็ต้องแวะร้านนี้ พอเชฟเห็นก็รู้แล้ว ไม่ช้าก็ส่งมา แกงจืดน้ำใสเครื่องในไก่มะระสดมาเลย กินมันอยู่อย่างนั้น อร่อยๆๆ กินได้เป็นปีๆ แต่นอกจากจะมะระแกงสดแล้ว ก็ยังมีน้ำปลาพริกมะนาวใส่ถ้วยต้องมีด้วยนะ อย่างนี้เป็นต้น เอาล่ะไม่ต้องพูดยาวเรื่องนี้ อาตมาก็รู้แล้วเดี๋ยวนี้ เขาก็แกงมาให้กินแต่ไม่มีใส่เครื่องในไก่ เขาก็เอาเต้าหู้เอาเห็ดเอาอะไรสารพัดที่จะมาแทน เนื้อสัตว์ พยายามทำให้เหมือนมาเลย อาตมาก็กิน แต่รสชาติอร่อยมันหายไปไหน มันหายไปจริงๆ พิสูจน์ความจริงของพระพุทธเจ้าและอาตมาถึงไม่ได้โหยหา จำได้ว่ารสชาติแต่ก่อนมันเป็นอย่างนั้นแต่เดี๋ยวนี้มันไม่มี มันก็เป็นรสชาติของมะระ มะระอันนี้สดดี มะระตอนโน้นก็ยังจำได้อยู่เลยว่าไม่สดไม่งามอย่างนี้หรอก แต่ถ้าเป็นขนาดนี้อย่างนี้ เมื่อก่อนอาตมาคงไปทำงานที่โทรทัศน์ ก็คงวกมากินแกงมะระที่นี่ แต่ก็ไม่ได้มา นี่ก็เป็นมะระไร้สารพิษเป็นเนื้อหาสาระเป็นสารที่เป็นสาระประโยชน์ มันมีอยู่ครบครันมากด้วย
อาตมาเอง อาตมาเกิดมาในชาตินี้ได้นำสาระสัจจะของพระพุทธเจ้า มาสอนมาบอกมาเปิดเผยให้พวกเราได้รับสาระสัจจะพวกนี้ได้ถึงขนาดนี้ จนยืนยันประกาศตัวเองว่าเราเป็นลูกพระพุทธเจ้า และยืนยันพูดไปแล้วว่าอาตมาเป็นผู้ที่ได้ตกปากรับคำพระพุทธเจ้ามาแล้ว ว่า อาตมาจะต้องมาสืบทอดอันนี้ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่มีปัญหาอะไร อาตมาพูดความจริงก็จบ แล้วอาตมาก็มาทำจริง ยิ่งทำอาตมาก็ยิ่งเห็นหลักฐานข้อมูลในยุคที่แม้ว่ามันจะแล้ง ไร้ โลกุตรธรรมจริงๆ มันก็ยังเกิดมาได้ จนคนตั้งข้อสังเกตว่า อาตมานี้มีใครเป็นครูบาอาจารย์ อาตมาก็เหลือแต่ตำราพระไตรปิฎก อ่านพระไตรปิฎกเหมือนกันได้ แต่เขาตีพระไตรปิฎกไม่แตก ไปเข้าใจผิดเพี้ยนเขาเบี้ยวบาลีด้วย อาตมาก็ดึงกลับมาอีกมันหลายชั้นเลย เขาก็ยังไปเชื่อคนที่เบี้ยวบาลีคนที่เพี้ยน เช่น คำว่า กาย คำว่าสมาธิ คำว่าบุญ เอาแค่คำว่า บุญ คำว่าเทวะ เป็นต้น เทวะ แปลว่า 2 พยัญชนะก็แปลว่า 2 สภาวะมันก็แปลว่า 2 เวลามาทำงานแล้ว หยิบอะไรขึ้นมาพูดอีกอันนึงมาเป็นเงา พอพลิกมาดูอีกอันก็เป็นเงา กลับไปกลับมาเป็นสิริมหามายา คนเข้าใจอันนี้ไม่ได้ อาตมาพยายามขยายความอันนี้ ต้องพยายามต่อไปให้เก่งขึ้นไปอีก แล้วพวกคุณต้องเก่งช่วยอาตมาด้วย อาตมาไม่เก่งเท่าไหร่แต่คุณเก่งก็ช่วยอาตมาได้ อาตมาเอาของคุณมาใช้อีก ก็เลยเก่งช่วยกันทับทวี ตกลงคุณก็เก่งอาตมาก็เก่ง เก่งช่วยกันไปเรื่อยๆ มันก็เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติต่อไป เพราะฉะนั้นขณะนี้เมืองไทยเป็นเมืองที่จะมีเชื้อของโลกุตระ ที่จะเพาะแพร่ กระจายไปสู่มวลมนุษยชาติ จะเห็นได้ว่านิมิตหมายที่มันเกิด เขาเข้าใจโลกุตรธรรม ที่ ขออภัยที่ต้องพูด ธรรมิกราชองค์หนึ่งได้แสดงออกมาแล้ว ด้วยพระจริยวัตรทางรูปธรรม ซึ่งพระองค์ทำหน้าที่นั้น จน 70 ปีหลัก 7 ด้วย ผ่านไปแล้ว อาตมา ขออภัย อาตมาก็คือธรรมิกราชรูปหนึ่งแต่มาเกิดในปางที่ ต้องเป็นธรรมิกราชที่ต้องพิสูจน์เนื้อธรรมะยิ่งกว่า ทางรูปธรรมรู้ง่ายกวา แต่ทางนามธรรมน้นรู็ได้ยากกวา และนามธรรมนั้น พิสดารละเอียดลออบอกชี้อธิบาย ได้ละเอียดลออมากกว่า รูปธรรมมันตีไม่ค่อยแตก อาตมาก็มาเพิ่มมาขยายสิ่งนี้ ให้มากขึ้น นี่เป็นหน้าที่ของอาตมาต้องทำ อาตมาก็ต้องตั้งใจทำพากเพียรทำ ยังได้ไม่มากนัก ไม่พอ อาตมาจึงจำเป็นต้องพยายามรักษาสังขารร่างกายให้มันแข็งแรงให้ทำได้ไปอีกนาน ฝืนอายุขัยมา อาตมาว่า อาตมาอายุขัย 72 อันนี้ไม่ได้เดาเอา อาตมามั่นใจ แต่คนรู้ด้วยยากอาตมาก็ไม่รู้จะยืนยันอย่างไร แต่อาตมาก็พิสูจน์ ด้วยการเพิ่มสัมประสิทธิ์ในพลังงานทางจิต พยายามออกมา ทำให้เป็นสูตรภาษาทางวิทยาศาสตร์ E=C(mc 2 +A) ไอน์สไตน์ ใช้ E=mc 2 E คือพลังงาน M คือ matter ต่างๆ C คือ ความเร็วของแสง เป็นสิ่งที่เร็วที่สุดแล้ว ถ้าคุณสร้างพลังงานจิตให้เร็วกว่าแสง คนธรรมดาก็เร็วกว่าได้ ยังไม่ต้องไปถึงขั้นสร้างพลังงานให้เร็วยิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง Neil Armstrong แกเคยไปดวงจันทร์ เสร็จแล้วแกกลับมาอยู่โลก คนก็ถามว่าพระจันทร์เป็นอย่างไร คุณไปเหยียบพระจันทร์เป็นอย่างไร มีคนถามอาร์มสตอง แน่นอนเขาก็ต้องส่งจิตไปถึงที่ที่ตัวเองเคยไป ไปสัมผัส ก็เหมือนกับคุณฝันคุณคิดอยู่ในภพ เป็นสัญญา เป็นการใช้สัญญากำหนดหมายไปที่ตรงนั้น อาร์มสตรองก็ใช้เวลาไปอยู่ตรงนั้นเพื่อย้ำความเข้าใจตัวเอง ว่าเราเคยสัมผัสมาจริงๆตรงนั้น Armstrongก็ต้องอธิบายให้ฟังได้ นึกไปถึงตรงนั้น ส่งจิตไปเดินทางหาตรงนั้นแล้วจิตก็เดินทางกลับมา ในความเร็วของจิตนั้นเดินทางเร็วกว่าแสง เพราะแสงกว่าจะเดินทางจากนี่ไปดวงจันทร์ใช้เวลาต้องเท่าไหร่.. 1.23วินาที แล้วจิตมันเร็วกว่าวินาทีเป็นไหนๆ ก็ตอบได้ว่าเป็นอย่างนี้อย่างนี้ อย่างนี้เป็นต้น สัจจะต่างๆที่อาตมาเอามายืนยันพิสูจน์ได้ จนกระทั่งสามารถที่จะสร้างสูตรสำเร็จ E=C(mc 2 +A) ตัว A คือ mc 2 ถ้าบวก A ไปเรื่อยๆ คือ mc 2 บวกกันไปเรื่อยๆก็จะเป็นคูณแล้วก็ยกกำลัง A+A+A+A ก็เป็น A 2 แล้วก็ทดมาเป็น C อย่างนี้เป็นต้น จะคิดสูตรให้สูงให้มากกว่านี้ก็ได้ แต่ C แค่นี้ก็มากเมื่อยแล้ว ใครจะคิดเพิ่มขึ้นต่อไปก็แล้วแต่ในอนาคต คิดให้แค่นี้ก็ร้อนหัวแล้ว ต่อไปในอนาคตทางรูปธรรมเขาก็จะเอาสูตรนี้ไปใช้ได้ ถ้าเกิดว่าสำนักงาน nobel prize สามารถเข้าใจสูตรนี้ได้เขาจะให้รางวัล nobel prize กับอาตมา ถ้าเขาสามารถเข้าใจสูตร C(mc 2 +A) ถ้าเขาเข้าใจสูตรนี้ได้จริงๆ เขาก็เอาไปพิสูจน์เอาไปปฏิบัติ เขายอมรับก็ต้องให้ nobel prize อาตมานี่เป็นสัจจะอาตมาไม่อยากได้ก็ตาม เหมือนแต่ก่อนที่เราก็มีความรู้เขียนเรื่องราวไปประกวด เพลงไปประกวดก็ไม่เคยได้รับรางวัลสักเจ้า แต่เขาได้รางวัลที่ 1 เอามาเทียบกับเราเขาก็ไม่รู้รายละเอียดชัดเจนเท่ากับเรา ทำไมเราไม่ได้ สุดท้ายก็มาเข้าใจว่ากรรมการ ไม่มีภูมิรู้ให้รางวัลอาตมาได้ กรรมการไม่รู้ว่าอันนี้คืออะไรแล้วจะให้คะแนนอย่างไร แต่ถ้ากรรมการรู้ก็จะรู้ว่าอันนี้มันเหนือกว่าอันนี้แน่นอนก็จะให้ เขาต้องให้ กรรมการต้องสุจริต แต่นี่เขาไม่รู้เรื่องก็เลยให้ไม่ได้ พูดถึงเรื่องนี้แล้วชีวิตอาตมาเคยได้รางวัล 1 ครั้ง พูดแล้วจะหัวเราะก็ไม่ออก จะร้องไห้ก็ไม่เชิง เคยเล่ามาหลายทีแล้ว อาตมาแต่งเพลง คุณล้วน ควันธรรม แกอายุมากกว่าอาตมาก็เรียกพี่ล้วน อาตมาตอนนั้นไม่มีที่พักมาอาศัยคุณล้วนอยู่ เลี้ยงลูกให้เขาเป็นเหมือนแม่บ้านให้เขา เพราะว่าแม่บ้านของแกหนีแล้วทิ้งลูกไว้ให้แกเลี้ยง อาตมาชื่อแป๊ก เขาประกวดการแต่งเพลง อาตมาเป็นเด็กในบ้าน แต่ก็แอบส่งเพลงประกวด ใช้นามปากกาว่า ยุบลรัตน์ ที่จริงเขาตัดสินไปแล้วให้เพลงอีกเพลงหนึ่งเป็นที่1 แต่เมื่อมีของอาตมาไปอีกอัน เขาก็ว่าดี จึงให้ที่1 สองอันเลย ถ้าอาตมาไม่ดีเท่า แล้วจะต้องมาคำนึงไหม มันต้องดีเท่าหรือดีกว่าอันเก่า แต่เขาปักใจไปแล้ว ต้องร้องเพลง ลงเรือน้อยลอยวน ...บัวตูมบัวบาน สุดท้ายตัดสินให้ชนะทั้งคู่ เขาก็ต้องเสียรางวัลสองอัน อาตมาก็เป็นคนจัดการรางวัลเอง อาตมาทำเสร็จสลักชื่อเสร็จ อาตมาก็เก็บรางวัลนี้ไว้ที่อาตมาแล้ว เขาก็บอกหลายทีว่าทำไมคนนี้ไม่มารับรางวัลเสียที สุดท้ายอาตมาก็ต้องพูดว่า พี่ล้วน คนนี้ผมเองครับ..เขาก็ตอบมาว่า ไอ้เหี้ย ทำให้กูเสียเงิน นี่คือ ได้รางวัลกับเขาทั้งที นี่เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องตลกอะไร อาตมาก็ว่า วาสนาเรา เอาล่ะ เล่าไปจะหมดเวลา
เรื่องสัจจะเรื่องพลเมืองเรื่องมนุษยชาติจะต้องมีพฤติกรรมองค์ประกอบชีวิตมีพฤติกรรมกายวาจาใจ มีจิตวิญญาณเป็นหลัก มีธาตุรู้ที่รู้ถึงขั้นโลกุตรธรรม รู้ถึงขั้นโลกียธรรม ก็รู้ขั้นความดี กัลยาณธรรม ต่ำกลางสูงไปอย่างแท้จริง แล้วเราก็พยายามที่จะสรรหา แล้วเราก็พยายามที่จะเป็นตัวของตัวเอง ที่จะสูงสุดดีสุดให้ได้ ตามความรู้ตามความพยายามของคน ด้วยความบริสุทธิ์ใจของเรา ต้องขอบคุณมากสำหรับพวกเรา คนที่จะเอาชีวิตมาพากเพียรในโลกุตรธรรมมันไม่ง่าย แม้ในโลกียธรรมยังไม่ง่าย ได้โลกุตรธรรมนั้นคัดเลือกคน ข้าม ออกนอกกรอบของโลกียะมาเป็นโลกุตระมันไม่ใช่ง่าย มันเป็นคนทวนกระแสแล้ว อยู่บนลาภยศสรรเสริญโลกียสุข โดยไม่ได้ไปแย่งชิง ไม่ได้ไปเป็นตัวแย่งชิงลาภยศสรรเสริญโลกียสุขของผู้อื่นอีก และไม่ได้ไปลบหลู่ลาภยศสรรเสริญโลก ของใคร ถ้าทำสุจริตไม่ลบหลู่ แต่ถ้าทำอย่างไม่สุจริต ต้องเหยียบย่ำ อาตมาต้องทำ ถ้าไม่ทำ ไม่มีใครกล้าเท่าอาตมา ขออภัย ในยุคนี้คนพูดถูกต้องขออภัย แต่คนพูดผิดโทษชั่วเขาไม่เห็นขออภัย เมืองไทยมีสิ่งเหล่านี้ทั้งนั้น ในหลวงไม่ตรัสอะไรมาก แต่โพธิรักษ์ต้องพูด ต้องพูดอย่างมากอย่างหนัก ซ้ำซาก ยาวยืดยาด ต้องอย่างนั้นด้วย เพราะมันยุคนี้ ยุคด้านหนา โด้ง่าน โด้ ง่าน คือมาจาก ด้าน บวก โง่ ผันไปเป็นโด้ง่าน ง่านนี้ยิ่งกว่าโง่ยกกำลัง โด้นี้ยิ่งกว่าด้านยกกำลัง แต่ไม่ติดตลาดก็ไม่เป็นไร อาตมาจึงจำเป็นต้องเอาสาระธรรมเหล่านั้นมาประกอบเป็นพยัญชนะที่เขาใช้ให้รู้กันนี่แหละ แล้วจับฝาจับตัวให้มันถูกฝาถูกตัว เวลาจะมาพูดอธิบายต่อ เมื่อเวลามันต้องทดแทนให้เร็วเข้า มันก็รู้ได้ยาก เพราะฉะนั้นคนที่มีปฏิภาณปัญญา มุทุภูตธาตุ จิตวิญญาณเร็วก็จะรู้สิ่งเหล่านี้ได้ เหมือนนักเล่นกลสลับไปสลับมา คนที่หมุนสมองไม่ทันสมัย กลับไปกลับมา เมาแล้วก็ไม่รู้เรื่องก็หาว่าเราพูดไม่เป็นพูดไม่ถูกก็ไม่เป็นไร ก็เลยจำเป็นจะต้องเอาเท่านี้
จะได้ถล่มเทวะ เพราะว่าเทวะครองโลก ทำให้โลกอุดตัน โลกไม่เกิดความรู้รอบ โลกไม่เกิดการทะลุทะลวงทุกอย่าง มีการอุดตันปิดกั้น หรือโลกเอาแต่ความมืดมาใส่ ก็จำเป็นจะต้องเอาแสงสว่างมาใส่อย่างนี้เป็นต้น อาตมาว่าอาตมารู้ อาตมาอยู่ในโลกสว่าง อยู่ในที่ไม่มีอะไรปิดกั้น Globalization แล้วอาตมาทะลุทะลวงโลกต่างๆ เท่าที่อาตมารู้ เพราะฉะนั้นอาตมาจึงจำเป็นจะต้องมาปลูกฝังทางนี้ แล้วพวกเราก็มาช่วยกันขยายผลให้มากขึ้น เมืองไทยมีเชื้อโลกุตระแล้ว จึงเกิดการแพร่หลายมีแม่มีพ่อแล้วจะมีลูกทางโอปปาติกโยนิ ให้เกิดการแพร่ลูกหลานของโลกุตรธรรมขึ้นมาในตัวบุคคล ในตัวมนุษยชาติขึ้นไปให้ยิ่งขึ้น แล้วก็จะมีพฤติกรรมของมนุษยชาติเป็นพฤติกรรมสังคม เป็นพฤติกรรมของชาติประเทศขึ้นมาๆ กระจายไปสู่โลกก็จะเกิดความเจริญรุ่งเรืองด้วยโลกุตระสัจจะขึ้นในอนาคต เราก็มาปฏิญาณตนในงานพุทธาภิเษกครั้งที่ 43
คำกล่าวนำปฏิญาณอุโบสถศีล [พากล่าวคำ นโมตัสสะ ภควโต ฯ ๓ จบ ก่อน] ณ บัดนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอตั้งจิตปฏิญาณ ในงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ครั้งที่ 43 นี้ ข้าพเจ้าทั้งหลาย จะขอบำเพ็ญ ประพฤติตน อยู่ในศีล ๘ อันได้แก่ ปาณาติปาตา เวรมณี จะขอตั้งใจประพฤติ เว้นขาดการฆ่าสัตว์ เว้นขาดความโหดร้ายรุนแรง เว้นขาดการเบียดเบียนใดๆ จะพยายามสร้างเมตตาธรรม อทินนาทานา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดการขโมย เว้นขาดการเอาของผู้อื่นด้วยเชิงเอาเปรียบ จะพยายามสร้างสัมมาอาชีพ ขยันสร้างสรร เสียสละ เลิกละความโลภ เลิกละความเห็นแก่ตัว อพรหมจริยา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดเรื่องเมถุนธรรม เว้นขาดเรื่องกามคุณ จะเป็นผู้ละเลิกราคะ จะเป็นผู้กำหนดรู้เท่าทันในกาม มุสาวาทา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดการพูดปด เว้นขาดการพูดหยาบ เว้นขาดการพูดส่อเสียด เว้นขาดการพูดเพ้อเจ้อ จะพยายามพูดเป็นสารัตถะเป็นธรรม สุราเมรย มัชชะ ปมาทัฏฐานา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดจากการเสพติดมัวเมา มีอบายมุขทั้งหลายเป็นต้น มีกามต่อมา มีโลกธรรม ๘ อีก และจะเว้นขาดการยึดในภวอัตตภาพทั้งปวง วิกาลโภชนา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดจากอาหารและเครื่องใช้ ที่ควรเว้นควรเลิก จะกินจะใช้ ตามที่กำหนด จะเป็นผู้พยายาม เป็นผู้มักน้อยและสันโดษ นัจจะคีตะ วาทิตะ วิสูกะทัสนา มาลาคันธะ วิเลปนะ ธารณะ มัณฑนะ วิภูสนฐานา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติ เว้นขาดจากท่าทางอันไม่สมควร คำพูดที่มีเสียงสำเนียงอันไม่สมควร เช่น ฟ้อนรำ ดนตรี เป็นต้น เว้นขาดจากดอกไม้และของหอม เครื่องตกแต่งพอกทา เครื่องประดับประดิดประดอย เว้นขาดจากฐานะแห่งการแต่งงามประดิดประดอย อุจจาสยนะ มหาสยนา เวรมณี จะตั้งใจประพฤติเว้นขาดจากที่นั่งที่นอนใหญ่ เว้นขาดจากการรับของใหญ่ เว้นขาดจากการสะสมของใหญ่ ที่สุด เว้นขาดการหลงติดความใหญ่ ศีลทั้งหลายเหล่านี้ หากข้าพเจ้าทั้งหลายไม่ตั้งใจประพฤติ ข้าพเจ้าทั้งหลายย่อมไม่เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายย่อมไม่ได้ผล ถ้าหากข้าพเจ้าทั้งหลายตั้งใจประพฤติ ก็ย่อมได้ ตามธรรมสมควรแก่ธรรม ดังนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายจักตั้งใจศึกษาฝึกฝน พากเพียรบำเพ็ญ ตามที่หมู่คณะ ได้นำพา ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันด้วยดี ให้สุดความสามารถ
ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอตั้งใจ ปฏิญญาณไว้ ณ โอกาสนี้ ตามนี้.620214_พ่อครูเทศน์เปิดงานพุทธาภิเษกฯครั้งที่ 43 และนำปฏิญาณ ศีล 8