สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน ตีแตกเทวะจนเป็นชมพูทวีป.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข25 กุมภาพันธ์ 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน ตีแตกเทวะจนเป็นชมพูทวีป ขอทวนหน่อย ขอควงทวนหน่อย พระเถรสมาคมจำนวนหนึ่ง ก็มองไปในแง่เทวนิยม ออกปลีกเดี่ยวไม่เอาแล้วลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ลาภคือข้าวของ ยศชั้นไม่เอาโลกียสุขก็พยายามล้าง อย่าง สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบันนี้ องค์ผู้ double ฟ้านี่ ฟ้าคือชื่อท่านอัมพร ฉายาท่านก็อัมพโร ฟ้าทั้งคู่มีฟ้าสองฟ้า มันลักษณะเทวดาทั้งนั้นที่อาตมาพูดนี้ยังอธิบายไม่เก่งนะ ในยุคนี้ประเทศไทยมีเทวะ แล้วก็ทำงานอันนี้ มีท่านองค์นี้เป็นเทวะ เป็นพระสังฆราชของประเทศขณะนี้ เพราะฉะนั้นศาสนาจึงดีขึ้น โดยเฉพาะมีท่านผู้นี้ ซึ่งอาตมาแยกแยะไม่เก่ง ฟ้าก็คือฟ้า(สิ่งสูง)แล้วก็ฟ้าส่งมา จึงเกิดการจัดการอยู่พอสมควร ยังไม่มียุคไหนที่จะมาจัดการชำระเรื่องของศาสนามากเท่าในยุคนี้ ยุคนี้ เป็นยุคที่ได้ชำระมากที่สุด แต่ก็ชำระยาก เพราะฉะนั้นทางเถรสมาคม ก็ชำระไปตามสมมติสัจจะ แต่ในยุคนี้ที่มีการชำระได้อย่างมากคือชาวอโศก ผู้ที่เป็นฟ้า double ก็คืออาตมา แล้วอาตมาก็มาชำระธรรมะที่เป็นสิ่งผิดมาแจกแจงแล้วให้เอาไปแก้ไขปรับปรุงก็มีคนจำนวนหนึ่งที่รู้และรับได้ แก้ไขปรับปรุงขึ้นมาเรื่อยๆจนกระทั่งกลายเป็นแดนชมพูทวีป อาตมาประกาศไปแล้วไม่ได้ประกาศโดยไม่มีหลักฐาน แดนที่มีมนุษย์ชมพูทวีป คือแดนที่มีสุรภาโว สติมันโต อิธพรหมจริยวาโส สุรภาโว คือ มีร่างกายมีองค์ประกอบทวัตติงสาการที่ดี ชาวอโศกเราเป็นคนที่มีร่างกายดี มีองคาพยพ มีอาการ 32 มีร่างกายสรีระที่ป่วยไข้น้อย แข็งแรง มวลค่าเฉลี่ยแล้วโดยทั่วไปพวกเราปวดเจ็บน้อย แต่ในสังคมเป็นแหล่งทุกข์แค่พยาธิเลย สติมันโต นี่ยิ่งใหญ่ เป็นพวกที่มีธาตุรู้ที่มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมสังวรระวัง พวกเรานี้มาปฏิบัติธรรม สังเกตตัวเองไหมเมื่อเราปฏิบัติธรรมเราเรียนรู้ธรรมะไปแล้ว ใค

อ่านต่อ

รยังไม่ถึงก็ต้องพยายามศึกษาฝึกฝนให้เป็น คือ เราจะมาสังวรระวัง มากลายเป็นผู้มีโลกุตรธรรม โลกุตรธรรมอันแรกคือสติปัฏฐาน 4 อันที่ 2 สัมมัปปธาน 4 อันที่ 3 คืออิทธิบาท 4 อิทธิบาทพากเพียร จะรู้ว่าเราพากเพียรอยู่ในตัวมากน้อยก็แล้วแต่ อย่างอาตมานี้ตอนที่อาตมาปฏิบัติธรรมอยู่ในโลกุตรธรรม จะสังวรตลอดเวลา สังวรปธานปหาน ปธานภาวนา ปธานอนุรักขนาปธาน มันมีครบเลยอยู่ในชีวิต สังวร มีสติเต็มรู้สัมผัสอันนั้นอันนี้ อะไรควรประหารก็ประหาร อะไรที่จะเป็นภาวนาปธานจะควรรักษาเป็นอนุรักขนาปธาน มีสติปัฏฐาน 4 เห็นกายเวทนา จิต ธรรม กายะ คือ สอง สัมผัสอะไรก็รู้องค์ประชุม ห้องประชุมภายนอกภายในเป็นกายมีวัตถุมีจิต เป็นกาย สังเคราะห์สังขารกันไปก็วิเคราะห์วิจัย อันนี้สังขารเป็นโลกียะมีกิเลสผสม ก็ทำการอภิสังขาร สังขารอย่างโลก เราก็อภิสังขาร เป็นโลกุตระเรียนรู้วิจัยเป็นสังกัปปะกิเลสมาอย่างไรก็ฆ่ากิเลส อาตมาเป็นสยังอภิญญา กิเลสมาก็ฆ่าได้หมดฆ่าได้เร็วฆ่าได้ทันทีเพราะมันเป็นนักรบที่รบฆ่ากิเลสมา เป็นโพธิสัตว์มาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ เจอกิเลสวอบแวบ อาตมาก็ลิงลมอมข้าวพอง ที่จริงมันเป็นโลกๆให้อาตมาต้องเจอ เหมือนพระพุทธเจ้าจะมาเป็นพระพุทธเจ้าทันทีก็ไม่ได้ ต้องลิงลมอมข้าวพองตั้ง 35 ปี ก็เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ของอาตมานี้อรหันตสัมมาสัมโพธิญาณ ระดับ 7 ของอาตมาก็คนละระดับ ของอาตมาก็ตั้ง 36 ปีถึงค่อยมา พระพุทธเจ้า 35 ปี เรามามีชีวิตเป็นคนรู้เรื่องสุขเรื่องทุกข์ทำเหตุแห่งทุกข์ออกให้ได้ เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วเราจะเป็นคนหมดพิษภัย กลายเป็นคนที่มีคุณค่าประโยชน์มีแต่ความดีงาม เป็นผู้รับใช้เพื่อมนุษยชาติทั้งหมดเลยต่อไป โดยเอาสิ่งดีนี้มาแจก รับใช้คือเอาอันนี้มาให้กัน อรหันต์ของศาสนาพระพุทธเจ้าจึงจะต้องเทศน์บรรยาย จะต้องนำมาช่วยกัน แม้จะบรรยายไม่เก่งด้วยจริต เป็นศรัทธาจริตก็ยังมาช่วย ช่วยทำสิ่งที่ท่านรู้ท่านถนัด อย่างพวกเรานี้มีทั้งสมณะนักบวช แม้แต่ฆราวาส มามีคู่มีเจโตกับปัญญา หรือ ศรัทธากับปัญญา สองจริตก็มาทำงานร่วมกัน ก็เกิด ความจริงเป็นโลกุตระเป็นมนุษย์โลกุตระอยู่ในสังคมโลก ปลูกฝังเนื้อแท้เชื้อแท้ของโลกุตระขึ้นมา มาถึงวันนี้จะเป็นเกือบสัก 50 ปีแล้ว อาตมาว่ามันหยั่งลงแล้ว ใครก็ทำลายไม่ได้แล้วหยั่งลงรากแก้วรากฝอยติดแล้ว ไม่มีใครทำลายได้แล้วมีแต่จะช่วยกันบำรุงรักษาให้แตกหน่อต่อกิ่งต่อไปออกไปให้กระจายออกไป เท่าที่มันจะเป็นต้นของโลกุตรธรรม หรือต้นพุทธะ ที่เจริญงอกงามไปได้ ด้วยภาวะเข้าใจว่า เราทำงานทุกอย่างจากสภาวะ 2 สภาวะคู่อันนี้ ผู้ที่รู้จักสภาวะคู่แล้วพัฒนาด้วยสภาวะคู่ไปเสมอ คนนั้นก็ก้าวหน้าเจริญ ย่นย่อที่คำว่าศีล ศีลคือภาวะ 2 ของหลักปฏิบัติกับการปฏิบัติ ศีลข้อที่ 1 หลักปฏิบัติว่าอย่าฆ่าสัตว์ เราก็มา ปฏิบัติไม่ฆ่าสัตว์ ผู้ที่ปฏิบัติได้บรรลุสุดยอดแล้ว เป็นอัตโนมัติ คุณจะเป็นคนที่มีสติเต็ม สัมผัสกับสิ่งที่เป็นสัตว์ใดๆ คุณก็จะรู้ตัวทั่วพร้อม สัตว์หนอ ต่างคนต่างอยู่หนอต่างคนมีวิบากไปแต่ละคนก็ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่สัตว์อย่างโพธิรักษ์ โพธิสัตว์เมื่อสัมผัสกับสัตว์ที่เป็นผีมารซาตาน ก็ต้องปราบ ดุมาก มีปากเป็นอาวุธ ฆ่าด้วยอาวุธ มุขสตี จนกระทั่งมีผู้เกิดปัญญารับได้ ว่าอ๋อ ท่านผู้นี้มาช่วยเราหนอ มาฆ่าผีมารซาตานให้เรา คนที่มีปัญญาก็จะได้รับการช่วย ที่จริงคุณไปฆ่าผีมารซาตานของตนเอง คุณน้อมเอาปัญญาไปเกิดในตัวเองและปราบกิเลส คุณเลยกลายมาจะเรียกว่าเป็นเทวดาก็ขอใช้เป็นภาษาแทนว่าเป็นผู้ที่สูง สัตว์นรกก็เป็นคนต่ำ เมื่อคุณได้ฆ่าสัตว์อบายสัตว์นรกในตนคุณก็เป็นเทวดา เป็นพยัญชนะแทนเจริญขึ้นมา ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องคู่ทั้งนั้น คุณไม่ฆ่าสัตว์คุณก็เป็นคนปลอดภัย อาตมาจะไม่ฆ่าสัตว์ใดเลย เก่งที่สุดก็มุขสตี คนไหนเป็นคนทนไม่ได้ ถูกปากหอกอาตมาจะเจ็บ จะรู้สึกถูกทวนกวนอู หนัก 80 ชั่ง คนไหนที่รู้ความจริงว่าคนนี้เป็นกวนอู ฟันสิ่งที่ควรฟัน คนที่มีสิ่งที่ควรถูกฟันคือกิเลสถูกฟัน ยอมรับ เขาก็แก้ไข เขายอมให้อาตมาฟันกิเลสก็ถูกเชือดออก แต่คนที่หลบเลี่ยงเก่งเหลือเกิน หรือมันไม่หลบเลี่ยงแต่มันแข็งเหลือเกินทวน 80 ชั่ง ฟันไม่เข้าเลย ดีไม่ดีทวนจะบิ่นเอา มีไหมเอ่ย พวกแสนด้านแสนทนขนาดทวน 80 ชั่งก็บิ่นเลย ยอมแพ้ก็ได้ แพ้ก็แพ้ชะตาทรามดวงใจทรงความมั่นคง แพ้แต่ไม่ยอมหยุด รบต่อ คนนี้นี่นะ แพ้ก็รบต่อ รบที่ไหนสู้ไม่ได้ด้านทนไปก็เอาล่ะ บางคนรบเก่งเกินไปฟันไม่ทันเลย หายตัวเลย รอดไป จะรอดไปทำไม มาให้ฟันดีๆเถอะ ฟันกิเลสออกทั้งนั้นแหละแล้วจะเจริญ คนที่ตาดีเกิดรู้ว่าโพธิรักษ์เกิดมาทำหน้าที่นี้ เรามีกิเลสเป็นท้าวแสนปมกิเลสเต็มไปหมด ก็มา ท้าวแสนปมก็เต็มใจจะเฉือนออกให้ กลายเป็นคนเกลี้ยงไม่มีปมเลย เนียนเลย มาไหมล่ะ เอาไหมล่ะ เอามาเลย อาตมาพูดใช้ พยัญชนะภาษาสื่อสภาวะเป็นธรรมะ 2 เข้าใจกันไหม ...เข้าใจ ก็ธรรมะสองเท่านั้นไม่เห็นมีอะไรเลย พูดอย่างไรก็เข้าใจ เหลืออย่างเดียวคือการทำ เพราะฉะนั้นอย่าประมาทดีแล้วล่ะ รู้ธรรมะ 2 ไม่ประมาทแล้วก็ทำดี พูดถึงความไม่ประมาทก็พูดถึงสุริยเปยยาล อาตมาตีเทวะแตกหมดแล้วจบแล้ว จนไม่รู้จะตีมุมไหนอีกแล้วมันแหลกจนเป็นสูญไปแล้ว เทว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ยังตีไม่แตกก็คือคนหน้าด้าน ก็ครองโลกไป ก็อยู่ครองโลกไปนิรันดร ช่างหัวคุณเถอะ คนไม่ยอมให้ตีแตกหลบเก่งหรือแข็งจนตีไม่แตก ก็มีอยู่เทวะ 2 อย่าง หลบเก่งกับตีไม่แตกเพราะมันแข็งมันด้าน ก็มีเทวะ 2 อย่างเท่านั้นเอง ให้สองอย่างครองโลกไป ใครยอมให้ตีแตกก็มา ก็จบแล้วเทวะครองโลก พวกเทวะที่ตีไม่แตกนี้มีมาก ไม่ให้ตีด้วยแข็งด้านจนตีไม่แตกด้วย ก็มีมาก เพราะฉะนั้นเหลือคนน้อยเท่าที่มันพอจะรู้ว่า อาตมาคือใคร เขารู้ว่าอาตมาคือใครคนนี้เอาสัจธรรมเอาอาริยสัจของพระพุทธเจ้า เอาโลกุตรธรรมมาพูดอธิบาย คนที่เข้าใจเขาจะรับ พวกที่ไม่แสดงตัวก็มี เขาจะไม่แสดงตัวก็เรื่องของเขา ไม่ไปละลาบละล้วง ใครจะแสดงตัวขอเป็นลูกก็เชิญเลยอาตมาเป็นโพธิสัตว์มีลูกจำนวนพันเป็นอเนก เลย 2,000 ไม่ผิดจากคำสอนพระพุทธเจ้าแค่นี้ก็ใช่แล้ว ผู้ที่รู้ก็จะรู้ว่าจะมาคือใครตัวจริงหรือไม่จริง พูดมาตั้งแต่ย่างห้าสิบปีแล้ว คนที่ตั้งใจศึกษาตั้งใจแสวงหาโลกุตรธรรม หาสัตบุรุษหาสยังอภิญญา ก็จะยอมรับจริงๆว่าอาตมาคือสยังอภิญญาได้ เป็นผู้ที่มีความรู้มาเอง สยังอภิญญา ในยุคนี้โลกนี้ไม่มี ไม่มีสำนักครูบาอาจารย์ คนที่ไม่มีปัญญามีความรู้ก็จะถามมา ถ้าเอ็งเป็นอรหันต์ ไหนสำนักไหนอาจารย์ ไหน มีหรือไม่ ก็มันไม่มีอาจารย์ไง สำนักมันไม่มีมันสูญหมดแล้ว อาตมาจึงต้องมาสร้างสำนักขึ้นนี่แหละ สำนักพุทธจริงๆแล้วเป็นสำนักเก๊ไปหมด จนซ่อมไม่ได้สำนักพุทธ อาตมาก็ผ่านกาละอดีตมาถึงปัจจุบัน ก็มาสร้างสำนักขึ้นใหม่ แล้วบอกว่าอาจารย์อยู่ไหน ก็นี่แหละอาจารย์ใหญ่ ที่ตั้งสำนัก ขึ้นมาใหม่ กาละนี้ต้องลีลานี้ หากไม่แฟชั่นนี้โหมโรงอย่างไรคนก็ไม่มาดู ลีลาแฟชั่นอาตมา ลีลาเดียวกับพลเอกประยุทธ์เลย 620215_เทศน์ทวช.งานพุทธาฯครั้งที่ 43 บ้านราชฯ เรื่อง เทวฺครองโลก ตอนที่ 1

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน