สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน อันตคาหิกทิฏฐิ 10 ข้อ 1.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน อันตคาหิกทิฏฐิ 10 ข้อ 1 อาตมาอธิบายธรรมะ เช่น อันตคาหิกทิฏฐิ 10 1. โลกเที่ยง (The world is eternal.) 2. โลกไม่เที่ยง (The world is not eternal.) 3. โลกมีที่สุด (The world is finite.) 4. โลกไม่มีที่สุด (The world is infinite.) 5. ชีวะก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น (The soul and the body are identical.) 6. ชีวะก็อย่างหนึ่ง สรีระก็อย่างหนึ่ง (The soul is one thing and the body is another.) 7. ตถาคตเบื้องหน้าแต่ตาย ย่อมเป็นอีก (The Tathagata is after death.) 8. ตถาคตเบื้องหน้าแต่ตาย ย่อมไม่เป็นอีก (The Tathagata is not after death.) 9. ตถาคตเบื้องหน้าแต่ตาย ย่อมเป็นอีก ก็ใช่ ไม่เป็นอีก ก็ใช่ (The Tathagata both is and is not after death.) 10. ตถาคตเบื้องหน้าแต่ตาย ย่อมเป็นอีก ก็มิใช่ ย่อมไม่เป็นอีก ก็มิใช่ (The Tathagata neither is nor is not after death.)
1. โลกเที่ยง โลกคืออะไร โลกคือความหมุนวนเวียน พวกที่สามารถถึงความหมุน วนเวียน โดยเอาวัตถุ ถือว่าวัตถุเป็นโลก เข้าใจง่ายๆว่าโลกคือโลกลูกที่หมุน มันหมุน อยู่อย่างนี้ไม่มีเป็นแปลงอันนี้เข้าใจผิด เพราะเขาเข้าใจไม่ได้ว่าที่จริงโลกก็เสื่อม หนักเข้ามันก็ช้าลง เป็นดาวแดง มันจะค่อยๆ ห่างเสื่อม เปลี่ยนแปลงไป ทั้งเปลี่ยนที่เปลี่ยนความหมุนแต่คนไปวัดไม่ได้ เพราะความรู้มันแคบเกินไป แต่ถ้าโลกคือภพชาติ คือ โลกคือการเกิดการตายของจิตวิญญาณ ผู้ที่ศึกษาประพฤติปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าแล้ว ก็จะทำให้เป็นความหมุนเวียนที่เที่ยง พระอรหันต์ขึ้นไป โลกคือ จิตวิญญาณของท่านเที่ยงแล้วไม่เกิดไม่ตาย หยุดความเกิดความตายได้แล้ว หยุดความหมุนวน เป็นอมตะบุคคล เป็นผู้ที่ไม่ตาย ไม่เกิดไม่ตาย อมตะเขาแปลว่าไม่ต
อ่านต่อ
าย ที่จริง ไม่เกิดก็ได้ ไม่ตายก็ได้ ทำปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ได้ ในมูลสูตร 10 1. มีฉันทะ เป็นมูล-รากเหง้า (มูลกา) . . 2. มีมนสิการ เป็นแดนเกิด (สัมภวะ) . . . . 3. มีผัสสะ เป็นเหตุเกิด (สมุทัย) . . . 4. มีเวทนา เป็นที่ประชุมลง (สโมสรณา) . 5. มีสมาธิ เป็นประมุข (ปมุขะ) . . . 6. มีสติ เป็นใหญ่ (อธิปไตย = พลังอำนาจ) . . . . 7. มีปัญญา เป็นยิ่ง (อุตระ = เหนือ) . กัปตันรู้ยิ่งยอด 8. มีวิมุติ เป็นแก่น (สาระ) . หลุดพ้นสุดยอดที่จะรู้ยิ่ง 9. มีอมตะ เป็นที่หยั่งลง (โอคธา). = สอุปาทิเสสนิพพาน. 10. มีนิพพาน เป็นที่สุด (ปริโยสาน) = อนุปาทิเสสนิพพาน (พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 58)
โพธิสัตว์ที่สูง จะรู้อนุโลม ความตายคือกิเลสตายอย่าง นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) ไม่มีเวียนเกิดอีกตลอดนิรันดร จึงเที่ยง กิเลสตายเที่ยง ที่อยู่นี้จึงเป็นแท่งก้อนที่ไม่มีกิเลส เรารู้อันนี้เราเป็นอันนี้มีความจริงอันนี้ เราก็เอามาบอกคนอื่นต่อ พาคนอื่นให้มันเป็นเช่นนี้ๆ มันเป็นอานิสงส์สูงสุดที่จะเป็นธรรมทาน ที่ใหญ่ยิ่งที่สุด คุณรู้ไหม ไม่ใช่ทวงบุญทวงคุณ จริง อาตมาจะไปหาเงินทางโลกแล้วเอาเงินมาแจกมาช่วยคนจน เป็นเรื่องขี้ผง อาตมาตั้งแต่เป็นฆราวาสก็ทำมาแล้ว อาตมานี้ คนมาขอเงินแม้แต่เป็นคนอิสลามก็มาขอทุนในการเรียนหนังสือ เขามาบอกนะว่าผมเป็นอิสลามนะ อาตมาก็ว่าเราเป็นพุทธนะ เขาก็ว่าผมรู้ว่าท่านไม่รังเกียจแม้เป็นอิสลาม ก็ให้ไป 500 บาท สมัยโน้นไม่ใช่น้อยนะ ก็มีคนอื่นๆมาอีก อาตมาก็ทำมาแล้ว จะแจกจ่าย ให้เป็นประโยชน์ไป ตั้งแต่เป็นฆราวาสก็พอมีพอได้พอแจก พาทำกุศล พาทำประโยชน์ไป เศรษฐกิจหรือเศรษฐศาสตร์ตามพระพุทธเจ้าสอน มันเป็นเศรษฐศาสตร์เหนือโลก ทำให้คนมีสมรรถนะมีความรู้มีผลผลิตเหลือกินเหลือใช้แล้วก็แจกจ่ายเผื่อแผ่เลี้ยงดูผู้อื่นช่วยเหลือผู้อื่น คนที่มีคุณสมบัติคุณธรรมดังกล่าว จึงเป็นคนที่หลุดพ้นโลกีย์ หลุดพ้นจากโลกที่จะเป็นพิษภัยแก่คนอื่น อาตมาช่วยคนให้ไม่เป็นภาระแก่สังคม และยังเป็นคนขาดทุนให้แก่สังคมช่วยเหลือสังคม ตัวเองไม่ต้องสะสมไม่ต้องกอบโกยเอาเปรียบเอารัด ทำกินทำใช้เหลือแล้วก็แจกจ่ายเป็นมีวิธีการสะพัด รู้จักหลักเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ อาตมาก็ภูมิใจ ที่ทำให้พวกเรามาทำอย่างนี้ได้บรรลุสุดยอดเศรษฐกิจ ส.เดินดินว่า..กิเลสตายได้ก็พาเที่ยง กิเลสไม่ตายก็พาไม่เที่ยง ...จบ 610611_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สุดยอดของสังคมเศรษฐกิจการเมือง