สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน สยังอภิญญาที่อธิบายไตรสิกขาได้ลึกซึ้ง.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน สยังอภิญญาที่อธิบายไตรสิกขาได้ลึกซึ้ง _9309 ขอถามจริงๆเถอะครับ สำนักปฏิบัติธรรมชาวอโศกทำไมชอบกินข้าวเย็นทั้งที่อาหารมื้อเย็นคนที่มาปฏิบัติธรรม ไม่ควรจะกินแล้ว เห็นผู้ใหญ่หลายคนไปนั่งกินข้าวเย็นรวมกับเด็ก สำนักปฏิบัติธรรมอื่น เค้าไม่กินข้าวเย็นกันนะครับ สายวัดป่าเค้าก็ไม่กิน ทำไมไม่คิดจะเพิ่มฐานการปฎิบัติธรรมของตัวเองบ้างละครับ หรือคิดจะเอาแค่ศีลห้าตลอดชีวิต หรือถ้าอยากกินก็ควรจะมีความละอายมากกว่านี้ ไปแอบกินเงียบๆก็ได้ ไม่ใช่ทำแบบโจ๋งครึ่ม มันเสียสถาบันหมด ดูดูไปแล้วท่านที่ไม่กินข้าวเย็นก็คงเหลือแค่สมณะและสิกขมาตุ รู้สึกช่วงนี้ชาวอโศกหย่อนยานมาก พ่อครูว่า…ดีขันชะเนาะกันบ้าง ไม่เช่นนั้นก็จะหย่อนลงเป็นธรรมชาติของผู้ที่ไม่เอาถ่าน แต่ผู้ที่เอาถ่านก็ตั้งอกตั้งใจพากเพียร อาตมาก็เห็นส่วนมากส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติธรรมกัน ก็ไม่ได้ย่อหย่อนแต่มันชินชา เพราะฉะนั้นก็ อย่ากลายเป็นชินชา เฉื่อยแฉะ พวกเรายังดีอยู่ เกือบ 50 ปีแล้วที่พาทำมา ก็ไม่ย่อหย่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินทอง เรื่องกามที่เขาเป็นคดีกัน พวกชาวอโศกก็กลัวนะ บอกว่าชาวอโศกปฏิบัติธรรมมีสมณะมีสิกขมาตุเขาก็ว่า เดี๋ยวเถอะจะมีลูกเณรออกมา เราเป็นสหศึกษา ไม่แยกกันเป็นกิจจะลักษณะ อาตมาว่า ปฏิบัติได้โดยไม่เกิดเรื่องถือว่าเคร่งได้ดีกว่า แต่ปฏิบัติแยกแต่มันเกิดเรื่องอันนี้อ่อนแอกว่า รวมกันแต่เคร่งได้นี้ตรงกว่า สมณะเดินดินว่า...พวกเรากินเย็นก็มีพวกกินสองมื้อ ส่วนพวกที่อื่นอาจกิน หลายมื้อเช่นกันแต่กินไม่เกินเที่ยง แต่ฆราวาสพวกเรากินสองมื้อก็มี พ่อครูว่า...แต่ก่อนเป็นฆราวาส ก็กินสองมื้อ กินนอกบ้าน กลับบ้านก็มากินมื้อเย็น จนเปลี่ยนมากินมื้อเดียวก็สบาย
พูดถึงคุณที่ถามมา ถือศีล 8 นั้นยากหรือเปล่า ก
อ่านต่อ
ารปฏิบัติศีล8 ก็ต้องยากกว่าศีล 5 เป็นอธิศีล จะยากหรือไม่ยาก คนที่เป็นศาสนิกชนของศาสนานั้นก็ต้องใส่ใจปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นเกิดมาก็ไปกับโลกที่ดึงลงต่ำ โลกียะมันดึงลงต่ำ มีแต่กิเลสหนาขึ้นแย่งลาภยศสรรเสริญงมงายกัน เราศาสนาพุทธยิ่งจะเป็นโลกุตรธรรม เป็นศาสนาที่ให้คุณค่าให้ประโยชน์อย่างมากเลยสำหรับ การประพฤติปฏิบัติ อาตมาพาพวกเราปฏิบัติไตรสิกขามาตลอด การศึกษาพระพุทธเจ้าก็มีไตรสิกขา ศาสนาทั้งหมดคือไตรสิกขา ของศาสนาพุทธไม่มีอื่น ไตรสิกขา ไม่ใช่เรื่องหลับตาแบบสะกดจิต มีศีล แล้วก็ปฏิบัติสมาธิ ในขณะลืมตา ในขณะปฏิบัติประพฤติชีวิตเป็นธรรมดา กำลังทำงานอาชีพอยู่เรียกว่าอาชีวะ ก็ปฏิบัติให้เกิดสัมมาอาชีวะ กำลังทำงานต่างๆด้วยการงานต่างๆเรียกว่ากัมมันตะ ข้อปฏิบัติให้เกิดสัมมากัมมันตะ การพูดก็พยายามสังวรระวังให้เกิดสัมมาวาจา อย่าให้มันเป็นมิจฉาให้มีกิเลสเข้าไปร่วม ต้องตัดกิเลสไปตลอดเวลาทั้งการทำอาชีพทำการงานกิริยาทุกอย่าง ทั้งพูด โดยเฉพาะสังกัปปะ เป็นแกนที่ต้องมีจิต ผู้ปฏิบัติธรรมมีกระบวนการ 7 ของสังกัปปะ ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา วจีสังขาร ปฏิบัติสังกัปปะ 7 อย่างไม่ให้ตกหล่นนั่นแหละคือการทำสมาธิของศาสนาพุทธ ไม่ใช่ไปนั่งหลับตา อันนั้นเป็นเรื่องนอกรีตศาสนาพุทธ พูดอย่างให้แยกขาวแยกดำให้ชัดเจน ไม่ต้องทำเลย หากคุณมีสัมมาทิฏฐิปฏิบัติธรรมตามพระพุทธเจ้า ตามมหาจัตตารีสกสูตร พระพุทธเจ้าบอกว่าเราจะสอนสัมมาสมาธิ ภิกษุทั้งหลาย นั่นคือ สัมมาสมาธิเป็นสมาธิเฉพาะของพุทธเจ้า ไม่ใช่สมาธิแบบเดียรถีย์ทั่วไป ไม่ใช่ meditation แต่ของพระพุทธเจ้าเป็น Supra Concentration อาตมาพยายามอธิบายแต่เขาไม่ค่อยฟัง ก็แล้วแต่คน ใครเห็นว่าดีก็มาพิสูจน์ เอาตามพระไตรปิฎกนี่แหละ ทั้งๆที่เป็นฉบับที่เป็นของพระมหากัสสปะที่เป็นพระป่า จะหนักไปทางอัตกิลมถานุโยค เอียงไปข้างนั้น ขนาดนั้นก็ยังชัดเจนว่า ศาสนาพุทธตั้งแต่พระสูตรแรก พรหมชาลสูตรท่านตีทิ้งเจโตสมาธิเลย คือนั่งหลับตาสมาธิ ทำเฉพาะจิตไม่ใช่สายปัญญา ทำหนักไปทางเจโตศรัทธาไม่ใช่สายปัญญา เป็นสายสัทธานุสารี จะได้สัทธาวิมุติ กายสักขี พระพุทธเจ้าตรัสว่า หากไม่สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย คุณไม่สามารถบรรลุเป็นอรหันต์ อาจจะมีอาสวะบางอย่างหมดไปได้ดับไปได้ แต่มันไม่ถาวร อาสวะมันดับไม่ถึงถอนอนุสัย อาสวะ อนุสัย ต่างกัน อาตมาอธิบายมามากแล้ว หากปฏิบัติธัมมานุสารี ให้มีปัญญานำ จะมีแกนเป็นศรัทธาก็ตามต้องศึกษาให้เกิดสัมมาทิฏฐิ ถ้าไม่มีสัมมาทิฏฐิก็ไปไม่รอด เราเองสายนี้ก็ต้องแก้กลับมาอีกสายหนี่งที่ไม่ใช่แกนของเราต้องหามาเสริมให้สมดุล ถ่วงดุล การปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า อาตมามาชาตินี้ปางนี้ มาทำงานแก้กลับธรรมะของพระพุทธเจ้า พูดหมดแล้วว่าตัวเองเป็นใครขนาดไหน จนคนฟังที่เข้าใจดี ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่ติดยึดไม่ถือสาก็หมดปัญหา แต่คนติดยึดถือสา อาตมาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร อาตมาพูดไม่ใช่อวดตัวอวดตน แต่มันต้องยืนยัน ตนเอง ที่ต้องยืนยันตนเองเพราะ ตามความจริงของโลกทุกวันนี้ โลก ณ ลมหายใจเฮือกนี้ ศาสนาพุทธ แม้แต่เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ต่างประเทศก็ยกให้ก็ตาม มันหมดเนื้อหาของโลกุตรธรรม อาตมาจึงจำเป็นต้องบอกตัวเองคนจะได้จับผิด คนจะได้จ้องพิสูจน์ ว่ามันพูดจริงหรือเปล่า ถ้ามันจริงก็ปาราชิก อวดอุตริมนุสธรรมว่าอาตมาเป็นอรหันต์ หากไม่จริงก็ปาราชิก หรืออวดอุตริที่เป็นฌานเป็นวิมุติว่าฉันเป็นฉันมีหรือรู้ตัวว่าไม่ถูกหรอกแต่ตัวเองก็อวด รู้ว่า ตนเองไม่ใช่แต่ก็ดันทำดันอวดก็ปาราชิก ทั้งๆที่ตัวรู้อยู่ว่าอวดอุตริมนุสธรรมครบองค์ธรรมกับอนุปสัมบันก็ปาราชิก สิ่งเหล่านี้อาตมาว่า อาตมาเป็นผู้อยู่ในสัมมาทิฏฐิข้อที่ 10 ยืนยันว่าเป็น สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ เป็นผู้ปฏิบัติที่รู้โลกนี้โลกหน้า อยังโลโก ปโรโลโก โลกนี้คือโลกียะ โลกหน้าคือโลกุตระ หรือโลกนี้ คือสภาพที่เรากำลัง รู้ในปัจจุบันนี้ โลกหน้าคือสภาพวินาทีข้างหน้าต่อไป หากเรามีสัมมาทิฏฐิและสัมมาปฏิบัติ มันก็เจริญไปในโลกหน้าไปในสัมปรายิกภพ ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ อาตมาประกาศโลกนี้โลกหน้า และแบบที่ตายไปแล้วไปโลกหน้า เขาก็อธิบายกัน หรือแม้แต่การก้าวหน้าแห่งพฤติกรรมกิริยา ปัจจุบันกับวินาทีต่อไปที่คุณจะมีพฤติกรรมมีทุกอย่างที่คุณสามารถทำตนเอง ปฏิบัติตนเองด้วย สัมมัปปธาน 4 เจริญสติปัฏฐาน 4 ด้วยอิทธิบาท 4 หากทำอย่างนี้ได้ก็เจริญด้วยมรรคผล รู้จักกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรมอย่างไร ขออภัยเถอะ อาตมาขอยกตัวยกตน ไม่มีใครอธิบายกายในกายคืออย่างไร เวทนาในเวทนาคืออย่างไร จิตในจิตคืออย่างไร ธรรมในธรรมคืออย่างไรให้ละเอียดลออเท่ากับอาตมาอธิบาย เขายืนยันว่าไม่มีใครหรอก จบดอกเตอร์มา 10 ใบทางพุทธศาสนามาก็อธิบายอย่างอาตมาไม่ได้ หรือคุณจะรับนับถือใครเป็นครูอาจารย์ก็ตาม เอาที่สาธยายธรรมแสดงสัจธรรมสิ่งเป็นตัวชี้บ่งว่าอันนี้แท้หรือไม่แท้อันนี้จริงหรือไม่จริง ควรตามศึกษาหรือไม่ควรตามศึกษา อย่ายึดมั่นถือมั่น ไม่ชอบใจไม่เข้าหูในทิฏฐิเรา แล้วคุณก็ไม่เผื่อใจ ว่าเขาถูกเขาดีบ้าง ตีทิ้งไม่แยแส แน่นอนคุณก็ไม่ได้อะไร นี่คือข้อที่ 10 ของทิฏฐิ 10 นัตถิโลเก แปลว่า ไม่มีแล้วในโลก นัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ นัตถิ คือ ขณะนี้ในโลกไม่มี สยังอภิญญา สมณพราหมณ์ โดยเฉพาะผู้เป็นสยังอภิญญาอาตมาอธิบายแล้วว่าอาตมามีภูมิของตนเองมาแล้ว ชาตินี้ไม่ได้ศึกษาจากสำนักไหนไม่มีศิษย์ร่วมสำนัก และที่พูดนี้ก็จะขัดแย้งกับสิ่งที่คุณนับถืออยู่ด้วย เพราะคุณยึดผิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ อาตมาเอาสัมมาทิฏฐิมาบรรยาย พูดเน้นหนักยืนยันมั่นคง ข่มคนอื่นอย่างอภิมหาแรง พูดไปก็เกรงใจ ขออภัย แต่เป็นโวหาร นัจจะ คีตะ วาทิตะ ของอาตมา เหมือนพระพุทธเจ้าเข้าทรงจะเป็นเรื่องจริงที่เหลาะแหละไม่ได้ อาตมาย่าง 48 ปีไม่เบื่อไม่ท้อ แต่เหนื่อย เหนื่อยเรือหาย ภาษาอังกฤษเรือแปลว่า ชิป มันเหนื่อยก็ต้องสู้ ต้องทำ จนอายุปูนี้ก็ต้องทำ ดูแลสุขภาพร่างกาย ต้องสร้างพลังงานเสริมที่จะต่ออายุ ที่จะทำให้ตัวเองแข็งแรงสืบทอดต่อไป แม้จะต้องเกินอายุขัย เกินกว่ากัปป์ อาตมาพูดไปแล้วว่าอายุขัยอาตมาแค่ 72 แต่ก็ต้องพิสูจน์ จากนี้ 84 จะต่อไปเป็น 96 จากนั้นเป็น 120 จากนั้นเป็น 132 ครบรอบสามนักษัตร พยายามพิสูจน์ ใครจะว่าอวดเก่งก็ตาม รับรองแค่อาตมาอายุถึง 108 สูตร CoEfficient ของอาตมามีคนเอาไปศึกษาต่อแน่ E=C(mc 2 +A) 610611_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สุดยอดของสังคมเศรษฐกิจการเมือง