590219_พ่อครูให้โอวาทสัมมนาการศึกษาบุญนิยม พุทธาภิเษกฯ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์340 KB
วันที่แก้ไข15 ธันวาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

590219_พ่อครูให้โอวาทสัมมนาการศึกษาบุญนิยม พุทธาภิเษก ฯ

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ที่ บวร ราชธานีอโศก

คุรุฟังฝนว่า...ครูจะต้องพัฒนาตนเองก่อน ลดอัตตามานะ ได้จะทำให้เจริญ เราเป็นคนบอกยากสอนยาก เราพูดมากไปหรือน้อยไปหรือไม่ เราพัฒนาเทคนิคการสอนใหม่ๆหรือไม่ ต้องรับฟังเสียงจากคนรอบข้างและคนแดนไกล เอามาพัฒนาตนเอง แต่ละโรงเรียนได้นำเสนอมผลงานบูรณาการ จาการแนะนำของ ผอ.ดั่งชัย และได้ลงมือปฏิบัติ

กลุ่มราชธานีอโศก ได้นำเสนอ ผลงานว่า ผลผลิตที่เป็นมาตรฐานคืออย่างไร นักเรียนต้องรับรู้ผลมาตรฐานการทำงาน และเรียนรู้วิชาการที่เกี่ยวกับการทำงาน มีทั้งครูฐานงานและครูวิชาการร่วมมือกันทำให้นักเรียน เรียนอย่างมีความสุข หากเราปล่อยปละละเลยเด็ก เด็กจะมีปัญหา หากนักบวช คุรุฐานงาน คุรุวิชาการร่วมมือกันปัญหาก็จะลดลง

สันติอโศก ได้มีการสอนเด็กนักเรียน ม.1 จากหลายสถานที่ มาสอนล้างห้องน้ำ ได้สอนมาตรฐานการล้างห้องน้ำ และมาตรฐานศีลเด่นเป็นอย่างไร ก็จะมีเป้าหมายในการฝึกสองชั่วโมงนั้น

ศาลีอโศก ได้นำเสนอการใช้วิดีทัศน์ ทางทีมภูผาฯมีจุดเด่นการบูรณาการ ศีลเด่น ที่เป็นจุดเน้นหลักใหญ่สำคัญ ได้สำเสนอใบคุณธรรมให้ที่ประชุมได้เรียนรู้ร่วมกัน

ราชธานีอโศก พบว่า การเขียนแผนเป็นสิ่งที่ยาก เวลาราชการมาตรวจก็จะต้องลำบาก ก็เลยคิดว่าควรให้มีการวางแผนการสอนร่วมกัน

พ่อครูว่า…การเดินทางของ การศึกษาบุญนิยม นั้น เดินทางมาได้ถึงขนาดนี้ก็ดีแล้ว เรื่องการศึกษาก็ประมาณนี้ ได้กันประมาณนี้ก็ดีแล้ว แต่ดีกว่านี้ ยังมีอีกแน่นอน การร่วมไม้ร่วมมือ การเข้าใจ การเต็มใจ กิเลสที่ยังเป็นอัตตามานะ ยังยึดตัวตน ยึดดีถือดี ไม่เข้าใจเอกภาพ ไม่เข้าใจความรวมเป็นหนึ่งยังมีตัวเรา แทรกอยู่ อยู่ในนี้ แต่เราก็ไม่ได้รวมเป็นหน

อ่านต่อ

ึ่งจบ จึงได้ภาวะขนาดนี้แหละ อาตมาก็เห็นว่า ตัวจักรหลายๆโรงเรียน เรามีตั้งเก้าโรงเรียน ตัวจักรไม่ค่อยมาให้เห็นหน้าครบครัน เกิดจากสภาวะจิตที่ไม่สมบูรณ์ เป็นธรรมชาติ แต่ได้ขนาดนี้ ก็มีการก้าวหน้าไปได้ ต่อจากนี้ไป ปี 2559 มันจะเริ่มแล้ว 2560 ขึ้นไป จะตั้งหลัก ปีนี้เริ่มต้นมีพลังงานองค์รวมที่ควบแน่น ที่จับตัวกันอยู่ของทุกด้าน เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ การศึกษา สังคม ทุกอย่างจับตัวกันอย่างเป็นรูปเป็นร่าง อาตมาก็พูดกับพวกเราชาวอโศก เป็นกลุ่มบุคคลที่จะเป็นแก่นแกนบุญนิยม ที่จะนำพามนุษยชาติไป ในด้านการศึกษาอยากให้เข้าใจเรื่องของ บวร บ้าน วัด โรงเรียน บ้าน คือสังคมองค์รวมทั้งหมดที่เป็นกลุ่ม เป็นหมู่บ้าน ชุมชน จนขยายเป็นตำบล อำเภอเป็นรัฐ เชื่อมโยงเป็นเครือแห ปฏิภาคทวีสัมพันธ์ ขยายไปเรื่อยๆ ชาวอโศกยังอยู่ในกรอบแค่หมู่บ้าน แล้วทำการประสานสัมพันธ์ เครือแหหมู่บ้าน ในเรื่องตำบลยังไม่ถึง ยังรวมหมู่บ้านหรือชุมชนไม่ได้ คำว่าหมู่บ้านมันเกินสังคมตั้งแต่สามคน ตั้งแต่ 999 คนขึ้นไป 999 คนก็จะเป็นหมู่บ้านเต็ม แยกเป็นสามกลุ่ม เป็นตำบลได้แล้ว ถ้ายิ่งเพิ่มตำบลอีก ยกกำลังสามยกกำลังสี่ขึ้นไป จะยิ่งได้เป็นกลุ่มเครือแหที่ยิ่งกว้างและแน่นขึ้นไปเรื่อยๆ สามคือ บ้าน วัด โรงเรียน บ้านคือองค์รวมแผ่นดินผืนที่ ดินน้ำไฟลมที่ประกอบ พืช สัตว์ และมวลบุคคลรวมกันอยู่ มีพฤติกรรมของมวลบุคคลที่ได้ศึกษาเป็นหลักมีแกนที่ได้เป็นการละความเห็นแก่ตัวละกิเลส ลดได้จริงๆ ก็จะเกิดภาวะเอกภาพ ควบแน่นเป็นความแข็งแกร่งขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยคุณสมบัติ ขององค์รวมทุกอย่าง ทั้งรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคม จะรวมกันในคุณภาพ คือความหมายสามรวมเป็นหนึ่ง แจกเป็น บ้าน วัด โรงเรียน บ้านคือองค์รวมทั้งหมด เป็นแก่น วัด กับ โรงเรียน คือ ศีลธรรม และ ความรู้ วัดคือศีลธรรม ส่วนโรงเรียนคือความหมายในความรู้ จะจับตัวรวมตัวกัน เมื่อความรู้ และคุณธรรมเจริญทวีขึ้น ก็จะจับตัวรวมกันเป็นพลังงานสร้างสรรที่วิเศษขึ้น บ้าน วัด โรงเรียน ก็จะเป็นแกนสาม ต้องระมัดระวัง ความเป็นบ้านคือ รวมหมด ความเป็นคุณธรรมต้องมีปุโรหิต ที่เป็นอาริยบุคคลที่กิเลสน้อย หรือไม่มีกิเลส เป็นแกนกลางของแต่ละที่ แต่ละหน่วย ขององค์สามนี้ ถ้าไม่ใช่คนที่เป็นคนอาริยะลดกิเลสได้จริงมันก็ไม่เป็นโล้เป็นพาย แต่ถ้ามีจริงอย่างพวกเราเป็น จะเกิดสภาพอย่างที่พวกเราเป็น คุณสมบัติก็เพิ่มขึ้น ความรู้ก็เพิ่ม การลดกิเลสเป็นแกนหลักสำคัญยิ่งกว่าความรู้ ความรู้เป็นแกนนอก คุณธรรมเป็นแกนใน ถ้าเป็น biophysic แกนในกลางเป็น นิวเคลียร์ของ cytoplasm มี protoplasm หุ้มอยู่นอกเป็นวงรอบ วงรอบที่ไม่แข็งแรง ถ้าแข็งแรงก็จะเป็นสาม สามนี้ก็จะแข็งแรงขึ้นมา ถ้ายิ่งมีสี่ห้าหกเพิ่มขึ้นก็จะมากอีก จนกว่าจะเป็นสามเส้า จับตัวทีละสามๆ ก็จะมากขึ้น จนกระทั่งมากถึง x เป็น y เป็น 23 หรือ 24 คู่ในสัตว์ ส่วนในพืชจะมีมากถึง 58 คู่ ถ้าเป็นพีชนิยามจะมีมาก ส่วนจิตนิยามก็จะลดลงมา เมื่อมีสภาพของวงรอบหุ้มถึงขีด protoplasm จะกลายเป็น zona pellucida จะค่อยๆแตกตัวออก ตัวพลังงานรวมแต่ละหน่วยจะแตกตัว แล้วรวมตัวกันเป็น นิวเคลียร์ฟิวชั่น ส่วนที่ไม่รวมจะเป็นฟิชชั่นต่อไป สรุปแล้ว การขยายตัวหรือหดตัวเล็กลง เป็นธรรมชาติอันแข็งแน่น ถ้าเป็นอาริยะจะรวมเป็น ฟิวชั่น แต่ถ้าไม่เป็นอาริยะจะเป็นฟิชชั่น อย่างที่เป็นโลกียะที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ มวลอัตราก้าวหน้าของอาริยชน จะไล่ไม่ทันโลกียชน ที่มีอัตราก้าวลงไปอย่างมา สุดท้ายจะแตกสลายแล้วรวมตัวกันใหม่ เป็นวิวัฏกัป ไปตลอดกาลนาน สรุปคือ บ้านคือสังคม วัดกับโรงเรียนคือธาตุสอง ความรู้กับคุณธรรมรวมเป็นสามเส้า ความเป็นบ้านจะดี ความรู้และคุณธรรมจะต้องดี เพราะความรู้ และคุณธรรมเป็นตัวแปรของบ้าน ถ้าไม่ดีบ้าน ก็ไม่เป็นไปตามอำนาจของ XX คือหญิง XY คือชาย XY ไม่ใช่พลังงาน 1 กับ 1 นะ แต่ XX คือพลังงาน 1 กับ 1 ส่วน XY คือพลังงาน 1 และ 2 เพราะพลังงานชาย คือมีพลังงานหญิง ที่ควบแน่นในตัวแล้ว จนกว่าจะรวมกันกลายเป็นคู่ใหม่ ที่มีแรงคลาย 2X แต่ไม่อยู่ในรูป 2X แต่จะรวมเป็น X เดียวที่มีพลังงานสองเท่า เพราะฉะนั้น XY คือพลังงาน 1 ที่มีพลังงานมากกว่า X ครึ่งหนึี่งเป็นอย่างน้อย และจะทวีคูณด้วย นักวิทยาศาสตร์ก็ยังงงอยู่ เรื่องความหมายทางวิทยาศาสตร์ แล้วเรื่องสังคมมนุษยชาติ ที่เราต้องเข้าใจพลังงานที่เกิดบทบาทให้เกิดการเจริญอย่างที่ว่า สรุปคือ บ้าน วัด โรงเรียน ต้องพัฒนาความรู้และคุณธรรม ที่จะทำให้พัฒนา สรุปคือ ถ้าความรู้และคุณธรรมไม่เจริญก็ไม่ได้ ความรู้ที่เจริญแต่ทางวัตถุ ถ้าไม่มีคุณธรรมควบคุมก็บรรลัย บ้านใดที่คุณธรรมเจริญกว่าทางวัตถุก็ยังอยู่ สงบสุขดี แม้เจริญวัตถุช้า แต่ถ้าเจริญวัตถุเร็วแล้ว คุณธรรมไม่ค่อยเจริญ ก็ระวังกลียุค เราก็ควรพัฒนาอะไรก็จะรู้ แล้วคนก็มาตามสายต่างๆสายสื่อสาร สายกสิกรรม ตอนนี้เราพูดกันในสายครู คนๆหนึ่งก็มีหลายสายงานในตัวได้ แต่อย่าไปทำเกินตัว หลายสายนักบางทีพลังงานไม่พอหรอก ต้องทำสมควรแก่ตน ตอนนี้สังคมโลก ก็มาที่สังคมไทยเรา มั่นใจว่าไทยจะเป็นผู้นำโลก พูดตามภูมิอาตมาว่า กำลังดำเนินการจริงๆ ตอนนี้ เท่าที่เราเห็นรูปธรรม คุณประยุทธก็ออกไปเชื่อมโยงกับภายนอก ทั้งๆที่ไม่ได้ดิ้นรนไปเหมือนทักษิณ ที่พยายามสร้างตนเองให้ได้รับการยอมรับ จะเห็นปรากฏการณ์ชี้บอกได้ ว่าต่างกัน ภาวะประยุทธกับทักษิณ คนไทยก็มีสองขั้วนี้แหละ ทักษิณกับประยุทธ แล้วก็มีไส้ศึกคือยิ่งลักษณ์ ถ้าประยุทธยังยืนบนเส้นทางให้ประชาชน ยิ่งลักษณ์ก็ยิ่งเละ แต่ถ้าประยุทธไม่เข้าใจไม่ทำเพื่อประชาชนจริง ก็เสร็จยิ่งเลอะเขา จะไปกันใหญ่ อาตมาไม่เชื่อว่าไทยดำเนินมาขนาดนี้ จะมีอุปัทวเหตุอะไร ยังไม่เชื่อ เพราะว่าในขณะนี้คนที่ประกาศว่าตนเองอิสระที่สุดคือ พุทธอิสระ ยังมีพลังงาน คนเดียวเลย เครื่องชี้บ่งพวกนี้ ไม่ต้องห่วงมันเป็นไปได้ อิสระแค่หนึ่งเดียว ยังเป็นไปได้ ตั้งแต่อาตมาคนเดียว ยังเป็นไปได้ ตอนนี้พุทธอิสระก็แสดงตัวแทนอาตมาไปแล้ว วิ่งรอกทำหน้าที่ แล้วมันมีซ้อนเยอะ พุทธอิสระจบป.3 เท่านั้น อาตมายังจบปวส. แล้วคิดดูฤทธิ์เดชป.3 นี้เท่าไหร่ อย่าดูถูกชาวนาเหมือนดั่งตาสี อย่าดูถูกคนไร้การศึกษา คนกระจอก ยุคนี้เป็นยุคที่อลังการนั้นของหลอกทั้งนั้น พวกเราอยู่ที่นี่ ขนาดฝ่ายชายจบปริญญากี่คน อย่างขณะนี้ Activist กล้าข้ามฝันก็จบป.4 สิกขมาตุมีจบป.ตรี ไม่มีจบป.โทเลย ก็ขนาดนี้ ก็อย่างนี้ นี่คือเครื่องชี้บ่ง ทุกอย่างในโลกนี้ สสารกับพลังงานจะลงตัวกัน เป็นภาวะสองหรือภาวะสาม เป็นแกนทั้งชีวะและฟิสิกส์ และอื่นๆอีก สรุปแล้ว ของเรากำลังดำเนินไปได้ดี อย่าผยอง อย่าหลงตัวเอง อย่าไปหลงเผลอตัวเอง ต้องคารโวนิวาโตให้จริง อ่อนน้อมเป็นผู้เล็กผู้น้อยให้แท้ อ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคนรับใช้ ไม่ต้องห่วงเลย อย่าอยากใหญ่ เป็นนายเลย ให้ทำงานไปให้เกิดสภาพเจริญไป สมณะหรือนักบวชหญิงไม่มีสิทธิ์เรียนต่อทางโลกแล้ว ก็พัฒนาความรู้คุณธรรมไปตามกรอบธรรมวินัย ส่วนฆราวาสมีสิทธิ์ออกไปเรียนต่อได้ อย่าขี้เกียจ เราเรียนแล้วไม่ได้เอามาส่งเสริมกิเลส ก็ไม่ค่อยเรียน แล้วเรียนมาก็ต้องทำงานหนักกว่าเก่าอีก ก็เลยขี้เกียจ มองแล้วมักน้อยแต่ว่าที่จริงขี้เกียจและเห็นแก่ตัว เป็นเลวสมบัติ ตัวขี้เกียจ และเห็นแก่ตัว เพราะเราเรียนมาไม่ได้เพื่อแลกอามิส ไม่ได้เอาปริญญาไปหากินแลกโลกธรรม แต่เราเอามาทำงานรับใช้ประชาชน เพื่อมนุษยชาติ ทำงานฟรี แล้วเลยไม่ถูกกระตุ้นให้เรียน แต่ผู้มีปัญญาก็พากเพียร ถ้าเราเรียน ก็เพิ่มทั้งคุณสมบัติและตราตั้ง ได้ความรู้ความจริงเพิ่ม เอามาทำประโยชน์ต่อไป ผู้ใดชัดในตนว่าเรียนต่อก็เรียน ป.ตรี ป.โท ป.เอก ก็มี ใครจะทำงานวิจัย post doctor ต่อไปก็ได้ ถ้าเราเรียนก็ได้ความรู้เพิ่ม ได้เชื่อโยงกับทางโลกได้เพิ่มขึ้น การศึกษาเราคงไม่ช้าเท่าไหร่หรอก พวกกระจอกๆของอโศกก็จะเป็นที่ยอมรับกันต่อไปเพราะเริ่มมีปัญญาว่า ที่จริง เนื้อแท้ไม่ใช่ปริญญาที่เขาหลงกัน จะบอกดูถูกว่า อันนั้นไม่พาเจริญ ก็ไม่ได้ แต่เกื้อกูลกัน แต่เนื้อแท้คือความรู้ความสามารถในตน นักบวชเรียนไม่ได้ เหลือแต่ฆราวาสเรียนได้ แต่ใครไม่อยากเรียน ก็มาบวชซะ จะได้เจริญไปทั้งสองด้าน คือธรรมะสอง นี่คือแกนหลักที่อาตมาขยายให้ฟัง นอกนั้นพวกเราก็มีปัญญาเข้าใจแล้ว ทำกันอยู่ก็ดีขึ้น ส่วนอะไรๆจะเชื่อมโยงก็มา เราไม่ได้เป็นคนกระสันวิ่งเต้น ไม่ค่อยมีก็ดีแล้ว เขามาเอง ถูกแล้ว ไม่มีผิด หนูเปล่านะเขามาเอง แต่หนูแส่หาเขาหนูผิดนะ นี่เป็นสัจจะในโลกไม่มีปัญหาอะไร แต่ไม่ได้หมายความว่า เราไม่ได้มีพลังสร้างสรร อันไหนควรทำก็ทำ ส่วนผู้ใดอยากทำ แต่หมู่ไม่ให้ทำ ก็อย่าน้อยใจ มันมีสองอย่างที่ไม่ได้ทำ คือ หนึ่งวิบาก สองความไม่เหมาะสมของเราเอง หมู่ที่คัดมาแล้ว ย่อมไม่อคติหรอก เราไม่ได้ทำงานโดดเดี่ยว เราช่วยกันมีมติ มันผิดพลาดไม่ได้หรอก ทางอื่นไม่มี มีแต่ทางนี้ นี่สุดๆแล้ว พรั่งพร้อมกันเลิก พรั่งพร้อมประชุมตัดสิน ตามหลักศาสดา อย่าให้ออกนอกเส้นศาสดา บัญญัติอะไรแล้วไม่มีสองหรอก เป็นเอกตลอด เราเข้าใจให้ชัดเจน แล้วสลายตัวตน ทำงานให้เต็มที่ แต่อย่าให้เสียสุขภาพ ไม่ให้มีผลข้างเคียงมากเกิน และอย่าให้สุขภาพเสีย ระวังอันนี้ได้ทุกอย่างจะดำเนินดี อัตราก้าวหน้าในทุกด้านที่เราอยู่ในสังคม นอกจากด้านอบายมุข เราไม่ค่อยเจริญ ก็ไม่เสียใจด้วยที่ไม่เจริญอบายมุข ทุกวันนี้ ย่าง 46 ปี ในชุมชนเราพูดได้ว่าไม่มีอบายมุข อยู่ในแง่เป็นกษัยได้ คือน้ำเลี้ยงไม่ใช่แก่น คือองค์รวมของเรา อย่างในprotoplasm จะมีพลังงาน ลมกับไฟ จับตัวกันเป็นน้ำ อณูของน้ำ ดูด้วยตาไม่ได้ เห็นด้วยกล้องไม่ง่าย จาก h กับ o คือ ไฟกับลม แล้วเป็นน้ำ แล้วสังเคราะห์ น้ำ ลม ไฟ จนเป็นไปสิ เป็นคณะ เป็นปัญจสาขาได้

ก็ได้แต่ขอบคุณทุกๆอย่างที่พวกเราได้ทำกันมานี้ มีอะไรสงสัยจะซักถาม? _อ.เป็นต้น … การศึกษาทางเลือกของเรา จะทำแบบไหนในชาวอโศกทั้งที่กฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็มีให้ทำการศึกษาทางเลือกได้ เราควรทำหรือไม่? พ่อครู ตอบ...ควรทำเลย กฎหมายมีแล้ว แต่คนทำไม่เป็น ทำไม่ได้ คนจำนนอยู่ในกรอบ มาตราการศึกษามี หนึ่ง อยู่ในกรอบ สองนอกระบบ สามตามอัธยาศัย เราออกมานอกระบบแล้ว เราควรพรวดตามอัธยาศัยเลย เราโง่เองไม่ได้เจอกฏหมายมาตรานี้ เราโง่ยอมเขาให้เข้าระบบมาตลอด พอมารู้ตัวตอนนี้ไม่แค่นอกระบบ แต่จะทำตามอัธยาศัยเลย _กระแสทางการศาสนาเป็นกระแสอัดแรงมากเลย ตามที่ฟังข่าว แล้วมีนักสู้องค์หนึ่ง ชาวอโศกจะมีการนิ่งดูท่าทีหรือไม่? พ่อครู ตอบ...เรานิ่งเพราะตามหลักธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าว่า เราเป็นนานาสังวาสกัน เราดูว่าจะช่วยท่านพุทธอิสระได้แค่ไหน เราก็ช่วยกันคิด เกินของเขตเราไม่ทำ ไม่ให้ผิดบัญญัติพระพุทธเจ้า สองเราก็จะเอามวลหมู่ มาอภิปรายกันแล้วว่าจะทำขนาดนี้ แต่ตอนนี้เราเอง พูดกันเพื่อให้ชัดเจนรู้ทัน สรุปพวกเราเกิดอาการร้อนใจว่า กลัวถั่วจะสุกงาจะไหม้ อาตมาดูแล้วไม่เกินขอบเขต แม้ท่านพุทธอิสระวิ่งคนเดียว ยังมีอัตราการก้าวหน้าอยู่นะไม่เสียที เพราะฉะนั้นอย่าร้อนใจมาก แต่การมีจิตอยากจะช่วยนั้นดีแล้ว อาตมาดูอยู่ wait and see ตอนนี้ให้ท่านได้ทำเต็มที่ ถ้าท่านได้ทำโดยไม่มีใครช่วยท่านก็เป็นพระเอกขี่ม้าขาวเลย ถ้าท่านไม่ไหวเราก็จะช่วย แม้ที่สุดต้องออกนอกกรอบ ก็ต้องจำนนทำ แต่นี่ยังไม่สุดส่ายป่าน ก็พูดกันบอกกันให้เข้าใจดีแล้ว

_เรื่องการศึกษาตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติปี 2542 แก้ไข 2545 การศึกษามีในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย ตามอัธยาศัยปัจจุบันคือ กศน. ถ้าเราเอาอัธยาศัยเราต้องเอาเด็กเราไปสอบ กศน.ตามเดิมของเรา พ่อครู ตอบ...ถ้ามีข้อจำกัดเราก็เอามาพิจารณาฉลาดเลือกเอา เราทำได้ตามกรอบที่เขาพูด อันนี้กศน.ดีกว่าก็เอา กศน. อันนี้จะทำตามเขาก็ทำ _อ.ยักษ์ไม่อยู่ในระบบไหนเลยก็คล่องตัว เป็นศูนย์การเรียนรู้ ไม่ต้องมีกรอบมาก แต่ได้แค่ ม.6 พ่อครู ตอบ...ของเราจะเอาสูงกว่านั้น เอาถึง post doctor _มีศิษย์เก่าที่จบสัมมาสิกขา แล้วอยู่ช่วยงานพ่อท่านน้อย ทำไม? เด็กไม่ค่อยอยู่กับเรา เราทำการบูรณาการการศึกษา ประชุมกันมา 4 ครั้งแล้ว ตรงนี้อาจช่วยได้ให้เด็กอยากอยู่กับเราทำงานถวายพ่อท่านต่อกับอโศก พ่อครู ตอบ...คำถามนี้เป็นเรื่องสามัญ ต้องเป็นแบบนั้น เพราะคนจะรู้สัจจะที่สูงขึ้น จะมีจำนวนน้อย คนไม่รู้สัจจะจะมีจำนวนมาก เราทำกับคนจำนวนน้อย แล้วจำนวนน้อยจะปฏิภาคทวี เพราะมีแกนจำนวนน้อยมากขึ้น แล้วจะทำให้แกนจำนวนน้อยนี้ มีปฏิภาคได้มากขึ้น สรุปคือ เราทำดีแล้วยังไม่ได้ดีเพราะว่ายังทำดีไม่มากพอ ไม่ต้องไปต่อว่า ไม่ต้องคิดว่าทำไมๆ เราทำดีแล้วมีดีที่จะต้องทำเพิ่มอีกไหม ไม่ต้องมีแง่อื่น นี่ดีเท่าที่เรามีภูมิตัดสินว่า ดีแล้วทำต่อไป อย่าไปกระทบให้เกิดผลเสียและให้อย่าเสียสุขภาพ มันควรพักก็พัก ควรเพียรก็เพียร คนเรามีเวลาเพียรมากกว่าพัก เพราะฉะนั้นถ้าทศนิยมความเพียรมากกว่าการพัก การเดินย่อมมี kinetic energy มากกว่า แต่ถ้าพักมากกว่าเพียร จะไปสู่ potential energy แล้วเข้าหาเสื่อม จะเน่าก่อนด้วย ที่ถามนี้อาตมาตอบคำถามมากมากแล้ว ทำไมไม่เร็ว เด็กไม่เข้ามา เราไปบังคับก็ได้ไม่จริง เราประเล้าประโลมเด็กเข้ามา ก็ไม่จริง อย่าไปแคร์ว่าพระจันทร์จะไม่ส่องแสง I don't care if the sun doesn't shine, I don't care if the moon grows blind. ขอบคุณทุกๆคน …จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน