บุญฆ่าบาปได้อย่างไม่ให้ฟื้นคืนมาอีก.docx
เนื้อหาในไฟล์
บุญฆ่าบาปได้อย่างไม่ให้ฟื้นคืนมาอีก คือเรื่องบาปเรื่องบุญหรือเรื่องกุศล อาตมาไม่ใช้คำว่าบุญคู่กับที่จะอธิบายนี้ ในเรื่องนี้ใช้คำว่าบาปกับกุศล ทำบุญก็ฆ่าบาป แล้วไม่เกิดบาปอีก ทางเดียว oneway ฆ่ากิเลสได้ อกุศลก็หมด กุศลกับอกุศลมันลบล้างกันได้แต่บาปกับบุญลบล้างกันไม่ได้ บาปจะมาฆ่าบุญให้เป็นบาปอีกไม่ได้ บาปไม่มีสิทธิ์จะฆ่าบุญ บาปมีหน้าที่ให้บุญฆ่าได้อย่างเดียว แต่บุญกับกุศลนี้สลับไปสลับมาพลิกไปพลิกมาได้ คุณทำอันนี้ดีแล้วก็กลับไปทำชั่วอีกคุณก็สามารถกลับแก้ไขตัวเองให้เป็นดีใหม่เป็นกุศลได้ แต่กิเลสของพระพุทธเจ้านั้นฆ่ากิเลสตายแล้วจะเกิดกิเลสอีกไม่ได้ กิเลสตัวนี้ฆ่าตายอย่างจริงจังแล้วจะเป็น นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) กิเลสตัวนั้นหมดสิทธิ์ที่จะมาเกิดอีกเลยเพราะมันทำได้อย่างเป็น เจโตวิมุติและ พระโสดาบันที่ฆ่ากิเลสอบายมุขตายแล้วจะไม่มีกิเลสอบายมุขกลับคืนเกิดอีก แม้แต่พระสกิทาคามี แต่สกิทาคามีมันมีเยอะกำหนดได้ยาก มันเป็นภพภูมิของกามาวจร อย่างหยาบกลางละเอียดก็อยู่ในภูมิกามาวจร หมดกาม จึงเป็นอนาคามี 100% แต่มันมีเหลื่อม จะตัดเคิร์ฟของสกิทาคามีกับอนาคามียาก มันจะมีรอยต่อของสกิทาคามีอนาคามีอยู่จะตัดขาดทันทีเลยไม่ได้ ก็ฆ่ากิเลสในรูปภพกับอรูปภพอีกแล้วกิเลสน้อยเป็นสกิทาคามีก็เป็นอรูปไป จนกระทั่งมีรูปเป็นตัวแข็งแรง มี wall บังเกอร์บัง ไม่ให้สกิทาคามีภูมิเข้ามาได้ ก็เป็นพระอนาคามีสูงขึ้นไปหาอรหัตตมรรค อรหัตตผลไป นี่มันเป็นรายละเอียดของลำดับที่มหัศจรรย์มันเป็นนามธรรมทั้งนั้นเลยถ้าเราไม่มีสภาวะของ เบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย มาตามลำดับ จะเข้าใจได้ยาก อาจจะพอเข้าใจ คนที่ถนัดพยัญชนะจะเข้าใจไ
อ่านต่อ
ด้เหมือนกันแต่สภาวะนั้นจะไม่ค่อยตรง มันจะต้องทำสภาะจึงจะชัดเจน คนที่เก่งสภาวะ พยัญชนะไม่ค่อยเก่งแต่ทำสภาวะได้ดี จนกระทั่งเป็นอรหันต์แล้วก็ไม่รู้ตัว ว่าคุณจบพระอรหันต์แล้วหรือ อย่างพระสารีบุตร ลูกศิษย์ตัวเองบรรลุอรหันต์แล้วทำไมไม่รู้